เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 สามปีศาจ

บทที่ 2 สามปีศาจ

บทที่ 2 สามปีศาจ


บทที่ 2 สามปีศาจ

ปฏิกิริยาภายในจุดตานเถียนเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นคือเมื่อสองปีก่อน ตอนที่พบเจอกับปีศาจแม่น้ำออกอาละวาด

ความเคลื่อนไหวรุนแรงระดับนี้ มีแต่ต้องเจอกับพวกปีศาจเท่านั้นถึงจะเป็นไปได้

"มีปีศาจ?"

ซูต้งสะท้านเยือก นัยน์ตาฉายแววคมกริบดุจใบมีด โลกใบนี้มนุษย์กับปีศาจอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ พวกปีศาจเห็นมนุษย์เป็นอาหาร ออกอาละวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เขาเป็นมนุษย์ย่อมต้องโกรธแค้นเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะมือปราบมัจฉาเหินแห่งอำเภอผิงอัน การจับและสังหารปีศาจถือเป็นหน้าที่โดยตรงของเขาอยู่แล้ว

แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่สีหน้าภายนอกกลับไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา

"ตอนนี้ข้ายังพูดไม่ได้ ประการแรกคือพูดปากเปล่าไม่มีหลักฐาน เดี๋ยวจะพาลทำให้น้องอวี้ซิ่วตื่นตกใจเปล่าๆ ประการที่สองจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ในอำเภอเรามีมือปราบมัจฉาเหินถึงสามคน ต่างก็เคยฆ่าปีศาจมาแล้วทั้งนั้น แถมในตัวอำเภอยังมีค่ายกลสะกดมารที่ราชสำนักวางเอาไว้ พวกมันไม่กล้าบุกเข้ามาอาละวาดโจ่งแจ้งแน่"

เกราะคุ้มกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ก็คือราชสำนักและบ้านเมือง ในการรับมือกับภูตผีปีศาจ ราชสำนักคือกำลังหลัก หากจะบอกว่านอกเมืองปีศาจอาละวาดหนักข้อ ในตัวอำเภอก็นับว่าปลอดภัยกว่ามาก

ครั้งนี้ แปดเก้าส่วนคงเป็นพวกปีศาจที่แอบลักลอบเข้ามา

"พี่ชายข้าเขาสบายดีจ้ะ ช่วงนี้รับงานส่งใบชาหอม สั่งชาล็อตใหญ่มาจากเขตอี้ตงมาส่งที่เขตหนิงอันของพวกเรา ถ้าสำเร็จรอบนี้คงได้กำไรเป็นกอบเป็นกำเลย" อวี้ซิ่วยืนอยู่ข้างกายซูต้ง พูดเจื้อยแจ้วด้วยความดีใจ

"ชาหอม? ชาหอมจากเขตอี้ตง มีชื่อเสียงมากรึ?" ซูต้งยิ้มพลางเอ่ยถาม

หยางอันสมัยหนุ่มๆ เคยเดินทางเหนือล่องใต้ ทำงานสำนักคุ้มกันภัย ย่อมคุ้นเคยกับของดีประจำถิ่นเหล่านี้เป็นอย่างดี

"ดังมากเชียวล่ะ ตระกูลใหญ่ในเมืองหลายตระกูลสั่งซื้อกันทีละล็อตใหญ่ๆ" หยางอันพยักหน้า มองดูหนุ่มสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ยิ่งมองแก้มแดงๆ ของอวี้ซิ่ว เขาก็ยิ่งพึงพอใจ

เขาเตรียมจะหาเมียที่สวยสง่ากิริยามารยาทงามพร้อมให้ลูกบุญธรรมคนนี้อยู่พอดี

"พี่ซูต้ง ท่านผู้เฒ่า ยังไม่ได้ทานมื้อเย็นกันใช่ไหมจ๊ะ นี่กับข้าว แล้วก็เหล้าดีที่พี่ชายข้าเอามาจากเขตอี้ตง" อวี้ซิ่วรีบวางกล่องอาหารในมือลงบนโต๊ะ ครู่เดียวกลิ่นหอมของอาหารก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถง

"กับข้าวนี่ไม่เลว" ผู้เฒ่านั่งลง ยังไม่ทันได้กินก็เอ่ยชมเสียแล้ว

"ข้าทำเองกับมือเลยนะจ๊ะ" อวี้ซิ่วตอบเสียงหวาน ดวงตาคู่สวยไม่ละไปจากใบหน้าของซูต้งเลย

ซูต้งทำได้เพียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

สาวน้อยวัยสิบหก ริรักในวัยดรุณีเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างแม่หนูนี่คงจะรู้สึกสำนึกบุญคุณเขามากกว่า รอให้โตกว่านี้อีกหน่อย ไปเจอคนที่ชอบจริงๆ เดี๋ยวก็ลืมเขาไปเอง

เขารู้สึกหิวขึ้นมาจริงๆ แล้ว จึงนั่งลงคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก ดวงตาพลันเป็นประกาย

"ฝีมือทำอาหารน้องอวี้ซิ่วยอดเยี่ยมจริงๆ" อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม

อวี้ซิ่วหัวใจพองโตแทบจะลอยได้

"พี่ซูต้งชอบก็ดีแล้ว ต่อไปอวี้ซิ่วจะทำให้พี่ซูต้งทานทุกวันเลย" นางเอ่ยเสียงเบา ช่วงนี้นางพักอยู่ที่หมู่บ้านตลอดอยู่แล้ว

"ฮ่าๆ จะทำให้กินทุกวันเชียว ดูสินางหนูช่างแสนดีจริงๆ" ผู้เฒ่าฉีกยิ้มกว้าง พยายามจับคู่เต็มที่

ซูต้งทำได้เพียงส่ายหน้ายิ้มๆ

อวี้ซิ่วเห็นกิริยานั้น นัยน์ตาที่สดใสวูบไหวด้วยความผิดหวังเล็กน้อย แต่พริบตาก็กลับมาสดใสดังเดิม ความรู้สึกที่นางมีต่อซูต้ง คนตาดีที่ไหนมองก็ดูออก นางเชื่อว่าชายหนุ่มเองก็สัมผัสได้

"พี่ซูต้งไม่เคยบอกว่าชอบข้า แต่ก็ไม่ได้ชอบคนอื่น พี่ซูต้งจิตใจจดจ่ออยู่กับการฝึกยุทธ์ ย่อมไม่สนใจเรื่องรักใคร่เป็นธรรมดา"

"ขอแค่ข้าพยายาม สักวันพี่ซูต้งจะแต่งงาน เจ้าสาวก็ต้องเป็นข้า ต่อให้พี่เขาไปมีใจให้หญิงอื่น หญิงคนนั้นแต่งเข้ามาก็เป็นได้แค่อนุภรรยาเท่านั้นแหละ"

ซูต้งนั่งกินข้าว แต่ในใจกลับครุ่นคิดกังวลเรื่องอื่น

บ้านของอวี้ซิ่วตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน หลังจากได้พบหน้าพี่ชายในดวงใจและพูดคุยกันครู่หนึ่งจนฟ้ามืด นางจึงกลับมาที่บ้าน

พอเข้าประตูบ้าน ก็เจอกับพี่ชายของนาง

"ยกเข้าไป ระวังหน่อย พรุ่งนี้ค่อยไปเชิญหมอหวนมาดูอาการ"

อวี้ชุนสวมชุดคลุมผ้าไหมคอปกกลม กำลังสั่งการบ่าวไพร่ให้หามเปลหามเข้าไปในเรือนรอง บนเปลนั้นมีคนนอนอยู่ ส่งเสียงครวญครางแผ่วเบา ใบหน้าซีดเซียวซูบตอบ ดูไร้เรี่ยวแรง

"พี่จ๋า"

อวี้ชุนหันกลับมามองน้องสาว สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก เดิมทีเขาเป็นคนกระฉับกระเฉง แต่ยามนี้กลับดูห่อเหี่ยว

"กลับมาแล้วเหรอน้องพี่? ได้เจอซูต้งน้องรักหรือเปล่า?" ปีนี้เขาอายุสามสิบกว่า มีภรรยาและอนุรวมสามคน สำหรับซูต้งนั้น สองพี่น้องสำนึกบุญคุณเสมอมา เพราะตอนนั้นซูต้งเป็นคนช่วยชีวิตพวกเขาจากเงื้อมมือปีศาจ

"เจอจ้ะ" อวี้ซิ่วพยักหน้า เดินเข้ามามองไปทางเรือนรอง แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

"พี่จ๋า นี่คนที่เก้าแล้วนะ"

ช่วงนี้คนงานและบ่าวไพร่ในบ้านล้มป่วยติดต่อกันถึงเก้าคนแล้ว

"ใช่ คนที่เก้าแล้ว"

อวี้ชุนสีหน้าย่ำแย่ นอกจากต้องจัดการเรื่องคนป่วย ตอนนี้คนในบ้านต่างพากันขวัญผวา ลือกันไปต่างๆ นานาว่าเขานำโรคระบาดกลับมาด้วย

"รอบนี้ข้าไปรับของมาก็ไม่ได้ไกลอะไร เรื่องกินอยู่ก็ระวังตัวแจ แล้วจะไปติดโรคระบาดมาได้ยังไง"

"แถมโรคนี้ก็ประหลาดนัก ไม่เจ็บไม่คัน แต่จิตใจห่อเหี่ยว เหมือนโดนสูบพลังชีวิตจนแทบไม่เหลือความเป็นผู้คนแล้ว"

สองปีมานี้เขาเดินทางไปทั่ว ประสบการณ์กว้างขวาง ความคิดความอ่านย่อมรอบคอบถี่ถ้วน

"หรือว่าจะเกี่ยวกับของที่ข้าขนมาพวกนั้น?"

สิ่งที่เขากังวล นอกจากบ่าวไพร่พวกนี้แล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่าคือสินค้าเหล่านั้นต่างหาก

ดึกสงัด

ภายในบ้านตระกูลหยางของสองพี่น้อง จู่ๆ ลมดำก็พัดกรรโชกขึ้นที่ลานหลังบ้าน เมื่อลมดำพัดผ่าน ร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นกลางลาน

"พี่ใหญ่ ตามเจ้าเด็กนี่มาครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่เห็นมันเอาแก่นวิญญาณออกมาจากที่ไหนเลย"

"ลงมือเถอะ จับมันไว้ก่อน จับน้องสาวมันมาด้วย เอาไว้ขู่บังคับ มันไม่กล้าไม่ส่งแก่นวิญญาณออกมาแน่"

สามร่างนั้นล้วนสวมชุดคลุมสีเหลือง หน้าตาอัปลักษณ์ปากแหลมแก้มตอบเหมือนลิง คิ้วและผมเป็นสีเหลืองทั้งหมด เล็บมือที่โผล่พ้นชายเสื้อยาวแหลมคมวาววับ

"ฮึ ที่นี่มันในเขตอำเภอเมืองของมนุษย์ เป็นถิ่นของมนุษย์ หากลงมือก็มีสิทธิ์ถูกฆ่าได้ ปีศาจกี่ตนแล้วตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันที่ต้องมาตายในเมืองมนุษย์? เจ้าพวกโง่!"

"พวกเจ้าสองคนก็โง่เง่า ยังจะไปดูดกลืนไอชีวิตมนุษย์พวกนั้นอีก โง่บัดซบ!"

"พี่ใหญ่ท่านก็ดูดเหมือนกันไม่ใช่รึ..." ร่างหนึ่งพึมพำเถียงเบาๆ

ร่างตรงกลางที่มีขนคิ้วสีเหลืองหนาเตอะชะงักไปเล็กน้อย ก็มันอดใจไม่ไหวนี่หว่า?

"เอาล่ะ ในเมื่อตัดสินใจจะลงมือ ก็ต้องทำให้เร็วที่สุด อย่าให้พวกมือปราบมัจฉาเหินรู้ตัวเด็ดขาด" มันเอ่ยเสียงเบา

"มีอะไรน่ากลัว ก็แค่มือปราบที่ฟลุ๊คฆ่าปีศาจชั้นต่ำได้ไม่กี่ตัว จะมาเทียบอะไรกับพวกเราสามเซียนเขาเหลืองได้?"

"พี่ใหญ่ ลงมือแล้ว คนในบ้านหลังนี้ล่ะ..." ร่างทางซ้ายถามพลางน้ำลายสอ

พี่ใหญ่ตรงกลางกลืนน้ำลายเอือก

"แน่นอน กินให้เรียบ"

"ฮ่าๆ ดี"

"มันต้องอย่างนี้สิ!"

"ข้าจะไปจับนังหนูนั่นเอง"

วูบ

ร่างชุดเหลืองทางขวาแปลงกายเป็นควันดำ พุ่งตรงไปยังห้องนอนของอวี้ซิ่วทันที

ร่างอีกสองร่างพุ่งทะยานไปยังห้องของอวี้ชุน พอไปถึงหน้าห้อง เจ้าพี่ใหญ่สะบัดมือวูบเดียว หมอกดำม้วนตัวกระแทกประตูห้องอวี้ชุนจนพังยับ หมอกดำทะลักเข้าไป เพียงครู่เดียวก็ม้วนร่างของอวี้ชุนที่มีสีหน้าหวาดกลัวสุดขีดออกมา

ตุ้บ!

อวี้ชุนกลิ้งหลุนๆ ลงไปกองกับพื้น

อวี้ชุนมีสีหน้ามึนงง เขาเพิ่งจะล้มตัวลงนอน เกิดอะไรขึ้น? แต่พอเห็นร่างสองร่างที่ปรากฏขึ้นหลังจากหมอกดำจางหายไป หัวใจเขาก็เย็นวาบไปถึงตาตุ่ม!

"ปีศาจ?!"

ยังไม่ทันให้เขาได้ตื่นตกใจ หมอกดำอีกสายก็พุ่งเข้ามา

"เจี๊ยกๆ... พี่ใหญ่ กลิ่นนังหนูนี่หอมยั่วน้ำลายชะมัด อยากจะดูดไอชีวิตให้แห้งเดี๋ยวนี้เลย"

หมอกดำจางลง ร่างอีกร่างหนึ่งถูกโยนลงมาข้างกายเขา เป็นน้องสาวอวี้ซิ่วที่มีสีหน้าหวาดกลัวไม่แพ้กัน

"พี่จ๋า"

"น้องพี่... พวกมัน... พวกมันคือ..."

ปีศาจ!

ปีศาจเหมือนกับเมื่อสองปีก่อน! อวี้ซิ่วหน้าซีดเผือด นั่นคือฝันร้ายของนาง และบัดนี้ฝันร้ายนั้นได้หวนกลับมาอีกครั้ง

อวี้ชุนเองก็สิ้นหวัง สิ้นหวังอย่างที่สุด ต่อหน้าปีศาจพวกนี้ พวกเขาไม่มีทางสู้ได้เลย!

"ต้องเป็นของสิ่งนั้นที่ล่อพวกมันมาแน่ ต้องใช่แน่ๆ เป็นความผิดของข้าเอง ข้าโลภมากไป นึกว่าจะหลบสายตาราชสำนักได้แล้วจะปลอดภัย" อวี้ชุนนึกเสียใจและเคียดแค้นตัวเองอย่างหนัก

"น้องพี่ พี่ทำร้ายเจ้าแท้ๆ"

เขาพึมพำเสียงเบา หันไปมองปีศาจทั้งสาม

"ของที่พวกแกอยากได้ข้าซ่อนไว้ในที่ลับ ถ้าข้าไม่บอก พวกแกไม่มีวันหาเจอ ปล่อยน้องสาวข้าไป แล้วข้าจะเอาของให้"

ปีศาจทั้งสามหันมองหน้ากัน แสยะยิ้มชั่วร้าย มนุษย์นี่มันรักน้องสาวจริงๆ

"ตกลง พวกข้ารับปาก"

ปีศาจตนพี่ใหญ่พยักหน้าทันที

อวี้ชุนใจหายวาบ จบกัน ไปหลงเชื่อคำพูดปีศาจ โง่เง่าสิ้นดี

แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ปีศาจทั้งสามอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"มนุษย์นี่มันโง่จริงๆ ยังคิดจะมาต่อรองกับพวกเราอีก"

"ก็เพราะเข้ามาถึงชายขอบอำเภอเมืองแบบนี้แหละ พวกเราถึงกล้าปรากฏตัว"

"ได้ของเมื่อไหร่ คนในบ้านนี้ต้องตายกันให้หมด"

"ฮี่ๆ..."

แต่ทว่ายังไม่ทันที่อวี้ชุนจะขยับตัว เสียงฝีเท้ากลับดังขึ้นจากทางเดินในลานบ้าน เสียงนั้นดังก้องชัดเจนในยามวิกาลที่เงียบสงัด

"หือ?"

สามปีศาจและสองพี่น้องตระกูลหยางหันขวับไปมองพร้อมกัน ทันใดนั้นก็เห็นร่างหนึ่งเดินทอดน่องมาราวกับเดินเล่นชมสวนบนทางเดิน ร่างนั้นสวมหมวกกว้านสีม่วงปักลายเมฆมงคล สวมชุดคลุมผ้าไหมคาดเข็มขัดหยก เอวห้อยดาบยาว สวมรองเท้าบูทหนังเสือ

ที่สะดุดตาที่สุดคือบริเวณหน้าอก บนชุดคลุมผ้าไหมปักลายปลาบิน!

"มือปราบมัจฉาเหิน?!"

สามปีศาจตื่นตระหนกเป็นพวกแรก

สองพี่น้องตระกูลหยางกลับเบิกตาด้วยความดีใจ

"พี่ซูต้ง"

"น้องซูต้ง?"

รอดแล้ว พวกรอดตายแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 2 สามปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว