เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 507 ทีมไป๋เจี้ยน

บทที่ 507 ทีมไป๋เจี้ยน

บทที่ 507 ทีมไป๋เจี้ยน


บทที่ 507 ทีมไป๋เจี้ยน

.

ทั้งสองคนยังคงต้องตาย แขนขาของพวกเขาถูกชนชั้นสูงของอิงเฉิงตัดออก แล้วโยนลงมาจากชั้นบนสุด เนื่องจากทั้งคู่ต่างเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสี่ดาว จึงยังไม่ตายทันที สุดท้ายพวกเขาก็ถูก ‘สุกรมนุษย์’ ที่ฟื้นคืนเรี่ยวแรงกัดกินจนตายทั้งเป็น

มันเป็นการกัดกินจนตายทั้งเป็นจริงๆ ฉากดังกล่าวถึงกับทำให้ชนชั้นสูงของอิงเฉิงหวาดกลัว

ต้องเกลียดขนาดไหนถึงทำเช่นนี้ได้ มันคงเป็นเช่นเดียวกับคำพูดที่มีชื่อเสียงของนายพลเยว่ (เยว่เฟย์/งักฮุย) ว่า ในสนามรบ เมื่อหิวข้ากินเนื้อของศัตรู เมื่อกระหายข้าดื่มเลือดของพวกมัน!

ในบรรดาสุกรมนุษย์สองร้อยคนนี้ โดยพื้นฐานแล้วทุกคนเป็นผู้หญิง เมื่อได้รับการฉีดยาฟื้นฟูการเคลื่อนไหวจากคนของอวิ๋นติ่งเมื่อครู่ หลังจากฟื้นฟูเรี่ยวแรงและสวมเสื้อหลวมๆ จากนั้นก็ไปฆ่าชายทั้งสองคนแล้ว พวกเธอบางคนที่ทำใจไม่ได้ก็ฆ่าตัวตาย เนื่องจากพวกเขาไม่ทันคิดจึงหยุดพวกเธอไม่ทัน ซึ่งก็มีเป็นสิบหรือแม้แต่หลายสิบที่เลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง ส่วนที่เหลือก็กลับสู่สภาพเหม่อลอยเซื่องซึมอีกครั้ง

“ผมชื่อเย่จงหมิง ผมเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับผู้คนที่ควบคุมสถานที่แห่งนี้”

เมื่อผู้คนของอิงเฉิงได้ยิน พวกเขาก็เงยหน้าขึ้นทีละคน และมองเย่จงหมิงด้วยสายตาที่มีนัยบางอย่าง

คนเหล่านั้นต่างโห่ร้องในใจว่าน่าเสียดาย

แม้พวกเธอจะดูงี่เง่า และไม่มีกลิ่นอายของผู้วิวัฒนาการที่ควรมีเลย แต่ความแข็งแกร่งของพวกเธอมีอยู่จริง ตราบใดที่พวกเธอได้ทักษะหรืออาชีพบางอย่าง และให้อุปกรณ์พวกเธอ 2-3 ชิ้น จากนั้นก็โยนพวกเธอเข้าไปในวันโลกาวินาศ เพื่อต่อสู้และเข่นฆ่าหลายๆครั้ง เมื่อนั้นพวกเธอก็จะกลายเป็นนักสู้ที่เหมาะสม ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่านักรบที่ทรงพลัง

พวกเขาก็อยากได้ตัวพวกเธอเช่นกัน และแม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่รู้ว่าบอสเย่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าปล้นคนจริงๆ มาถึงตอนนี้พวกเขาก็รู้แล้วว่าเย่จงหมิงไม่ต้องการปล่อยมือจากพวกเธอ พวกเขาจึงจำเป็นต้องปล่อยไปอย่างไม่เต็มใจ

เมื่อพวกเธอถูกชักชวนให้เข้าร่วมกับอวิ๋นติ่งก็เท่ากับเย่จงหมิงได้รับผู้วิวัฒนาการที่ทรงพลังมากกว่า 200 คนโดยตรง! นี่คือความมั่งคั่งที่ทำให้ใครต่อใครต้องอิจฉา!

ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ใช่ผู้วิวัฒนาการธรรมดา จากปากคำของสองผู้รับผิดชอบ ทำให้รู้ว่าพวกเธอเป็นหมูชั้นดี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหมูระดับพรีเมี่ยมที่จะถูกส่งไปในวันพรุ่งนี้ พวกเธอมีระดับวิวัฒนาการต่ำสุดที่ระดับสามดาว ในบรรดาพวกเธอมีหนึ่งในยี่สิบที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับสี่ดาว นั่นก็คือสิบคนหรือมากกว่านั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ยกเว้นผู้คนของอวิ๋นติ่งวิลล่ากับนายใหญ่สองสามคนจากอิงเฉิง คนอื่นๆส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับเดียวกับผู้หญิงหลายสิบคนนี้!

“มันดีที่มีชีวิตอยู่ ไม่สำคัญว่าจะอยู่เพื่อบุญคุณหรือเพื่อความแค้น ไม่มีที่ไปก็ไม่เป็นไร ต่อจากนี้ไปพวกคุณก็มาติดตามผม”

เย่จงหมิงพยักหน้าให้ผู้หญิงเหล่านั้น จากนั้นก็มองไปที่เซี่ยไป๋ และพูดว่า “พวกเธอจะอยู่ภายใต้คำสั่งของคุณ ตอนนี้เรามาต่อสู้กันก่อน”

ข้างนอกมีซอมบี้และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์มามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เซี่ยไป๋ก็นำผู้หญิงเหล่านี้ไปที่ด้านหน้า และผูซิ่วหยิงก็ตามมาข้างหลังด้วย

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ถ้าไม่มีผูซิ่วหยิง อาจกล่าวได้ว่ามันคงกลายเป็นเรื่องสลด แต่เมื่อมีเธอ ศัตรูที่ไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับห้า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างอันตรายให้กับทีมของอวิ๋นติ่งทีมนี้

ผู้หญิงเหล่านั้นโบกอาวุธในมืออย่างเก้งก้าง แม้พวกเธอจะไม่รู้วิธีต่อสู้ แต่เซี่ยไป๋ที่อยู่ข้างหน้าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับพวกเธอ

เมื่อชีวิตถูกคุกคาม ในความอัปยศอดสูที่ฝังอยู่ในร่างกายยากที่จะล้างออก ภายใต้แรงกระตุ้นของเลือด ผู้หญิงเหล่านั้นจึงระเบิดขึ้นอีกครั้ง และรูปแบบการต่อสู้ที่สิ้นหวังแบบนั้นก็ทำให้ชนชั้นสูงของอิงเฉิงที่อยู่เบื้องหลังถึงกับเหงื่อซึมหน้าผาก

บางทีผู้หญิงเหล่านี้อาจ ‘อ่อนแอ’ ในสายตาของพวกเขา แต่พวกเขาต้องยอมรับว่า ต่อให้เป็นทางเลือกสุดท้าย พวกเขาก็ไม่ต้องการพากลุ่มผู้หญิงบ้าๆบอๆเหล่านี้กลับไป เพื่อทุบตีพวกเขาจนตาย

สมาชิกหลักของอวิ๋นติ่งกระจัดกระจายไปในหมู่พวกเธอ แต่ละคนรับผิดชอบโดยปริยายต่อพวกเธอประมาณมากกว่าหนึ่งโหล คอยช่วยพวกเธอเมื่อตกอยู่ในอันตราย ผูซิ่วหยิงถึงกับขว้างทักษะรักษาและโล่อากาศออกมาทีละอัน

ภายใต้การคุ้มครองสองเท่านี้ ผู้หญิงเหล่านี้ก็ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับการต่อสู้และยังรู้สึกถึงการปกป้อง ตอนนี้พวกเธออยู่ในขั้นตอนของชีวิตที่เลือกใหม่และการเริ่มต้น ความรู้สึกอบอุ่นนี้ได้แทรกซึมเข้าไปในหัวใจของพวกเธออย่างรวดเร็ว

บางทีตอนนี้พวกเธออาจไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของเย่จงหมิงและอวิ๋นติ่งวิลล่า แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารากฐานที่ดีได้ถูกวางไว้แล้ว

ชนชั้นสูงของอิงเฉิงเห็นการเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกบนใบหน้าของผู้หญิงเหล่านี้ และรู้ว่าพวกเขาไม่มีโอกาสแล้ว ผู้วิวัฒนาการสองร้อยคนนี้ ทั้งหมดเป็นของอวิ๋นติ่งวิลล่า

สำหรับราคาที่อวิ๋นติ่งวิลล่าจ่ายไปน่ะหรือ? ก็แค่อาวุธระดับสีเงินหนึ่งชิ้นกับอาวุธผลึกวิเศษหนึ่งร้อยชิ้น…

มันได้กำไรมากเกินไปแล้ว! หากไม่นับผลึกวิเศษกับบรรดาวัสดุและยาต่างๆ เพียงแค่ผู้หญิงเหล่านี้ก็ได้กำไรมากแล้ว!

สิ่งนี้ทำให้ความแข็งแกร่งของอวิ๋นติ่งเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย และช่องว่างระหว่างพวกเขาได้กว้างขึ้นอีกครั้ง

มีเจ้านายหลายคนของอิงเฉิงที่เริ่มมีความคิดว่า… คงอีกไม่นานที่อวิ๋นติ่งวิลล่าจะอาศัยความแข็งแกร่งของตัวเองมีชัยเหนืออิงเฉิงทั้งหมด!

น่ากลัวเกินไปแล้ว…

สนามรบถูกทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว หลังจากเผาอาคารแล้ว ทีมงานมากกว่า 300 คนก็กลับไปที่อิงเฉิงท่ามกลางความมืด

จากไปไม่ถึงสามวัน พวกเขาก็กลับมาโดยนำกลุ่มผู้หญิงทั้งหมดกลับมาด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเล่ยตกตะลึง และมายังเมืองผู่ซิงเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเหล่านี้ เซี่ยเล่ยก็รู้สึกสงสารขึ้นมาทันที

อย่ามองว่าเธอสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ไป ในใจของเธอก็เป็นเช่นเดียวกับเย่จงหมิงและผู้คนในอวิ๋นติ่ง ที่มีมโนธรรมเหนือบรรทัดล่าง เธอจัดการอาบน้ำให้ผู้หญิงเหล่านี้ ให้พวกเธอกินข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า และพากลับไปยังอวิ๋นติ่งวิลล่าเป็นการส่วนตัว และแนะนำพวกเธอให้รู้จักอวิ๋นติ่ง บอกพวกเธอเกี่ยวกับกระบวนการสร้างที่นี่และความยากลำบากที่พบ บอกถึงความเป็นปรปักษ์ระหว่างอวิ๋นติ่งกับหอการค้าหลิง และบอกถึงจำนวนคนของหอการค้าหลิงที่ถูกอวิ๋นติ่งฆ่า

สิ่งนี้ให้ความหวังและปัจจัยยังชีพแก่เหล่าหญิงสาวที่กำลังมึนงง สามวันต่อมา การแสดงออกและอารมณ์ของพวกเธอก็ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากเซี่ยไป๋เข้าปกครอง เธอก็มอบม้วนอาชีพและม้วนทักษะที่ซื้อมา มอบให้คนที่เหมาะสมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มอบอาวุธกับอุปกรณ์ที่เย่จงหมิงทำขึ้นให้กับพวกเธอ จากนั้นก็ฝึกพวกเธอด้วยการออกล่าด้วยกัน และปล่อยให้พวกเธอค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับวันโลกาวินาศ

คนอื่นๆในอวิ๋นติ่งก็แสดงความรักความเมตตาต่อพวกเธออย่างที่สุดเช่นกัน พวกเขาให้การช่วยเหลือเลี้ยงดูที่สามารถให้ได้อย่างไม่ตระหนี่ หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ทีมที่มีเซี่ยไป๋เป็นหัวหน้าและมีเซียวหมินเป็นรองหัวหน้า ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและมีกำลังรบสูสีกับทีมอื่นๆของอวิ๋นติ่ง

ในช่วงเวลานี้เย่จงหมิงก็ไม่ได้อยู่เฉยเช่นกัน นอกจากการปรากฏตัวต่อหน้าทีมบ่อยๆแล้ว เขาก็เริ่มสร้างอุปกรณ์อย่างเมามัน เพาะพันธุ์ดอกไม้กินคน เพาะพันธุ์เมล็ดข้าวแห่งชีวิต ผลิตชิ้นส่วนที่จำเป็นให้เยวี่ยต้าหย่วน ร่วมมือกับหลิวเจิ้งหงทำวิจัย เขาใช้เวลาว่างในการฟื้นฟูจิตใจและสอนอาหยางกับเด็กเหล่านั้น

สำหรับตลาดการค้าเมืองผู่ซิงก็อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้วเช่นกัน ในเวลาน้อยกว่าครึ่งเดือน ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังใดก็ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้พลังโดยรวมของอิงเฉิงได้รับการปรับปรุงเป็นอย่างมาก

และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดย่อมต้องเป็นอวิ๋นติ่งวิลล่าเป็นธรรมดา ด้วยผลึกวิเศษและวัสดุจำนวนมากที่ได้รับ เย่จงหมิงนำไปหมุนรูเล็ตและได้รับยาวิวัฒนาการมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้นำไปอัพเกรดระดับเล็กน้อยให้กับนักรบของวิลล่า การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคืออุปกรณ์ของอวิ๋นติ่ง ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนปรับปรุงอย่างเต็มที่ ตอนนี้อาวุธและอุปกรณ์ของทีมหลักทั้งหมดล้วนเป็นระดับสีขาว ส่วนนักรบคนอื่นๆต่างมีอาวุธและอุปกรณ์ระดับสีเทา แม้แต่บุคลากรด้านโลจิสติกส์และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทุกคนต่างมีอุปกรณ์ที่มีระดับสี อย่างน้อย หนึ่งหรือสองชิ้นสวมใส่

สิ่งนี้ทำให้กองกำลังอื่นๆในอิงเฉิงอิจฉามาก แต่ไม่มีทางทำอะไรได้ ก็ใครใช้ให้อาชีพช่างฝีมือผู้มีเกียรติของเย่จงหมิงแข็งแกร่งเกินไปกันล่ะ

ยี่สิบวันหลังจากกลับมาจากเมืองจิงไหว สมาชิกสองคนของพันธมิตรหยุนกังที่ยังอยู่ที่นี่ก็ได้รับข่าวดีในที่สุด

อวิ๋นติ่งวิลล่าในฐานะผู้นำ และกองกำลังอิงเฉิงหลายร้อยคนในฐานะกำลังเสริม รวมตัวกันเป็นทีมต่อสู้ขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 15,000 คน ได้เสร็จสิ้นการเตรียมการ และพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว!

.

*******

ผู้แปล – ทีมไป๋เจี้ยน หมายถึง ทีมที่เก็บตกมาได้

จบบทที่ บทที่ 507 ทีมไป๋เจี้ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว