เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 409 การทดสอบจำแนกประเภท

บทที่ 409 การทดสอบจำแนกประเภท

บทที่ 409 การทดสอบจำแนกประเภท


บทที่ 409 การทดสอบจำแนกประเภท

พูดอย่างเคร่งครัด ต้าไหน่เหวยไม่ได้รู้สึกว่าถูกโกง หรือรู้สึกแย่อะไรเลย

เพราะท้ายที่สุดแล้วเย่จงหมิงก็ได้ชี้แจงถึงผลลัพธ์ที่ไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังแล้ว และได้ให้เวลาพวกเธอในการไตร่ตรอง นั่นคือให้พวกเธอมีสิทธิ์ในการเลือก

เธอรู้ดีว่าต่อให้เธอกับน้องชายจะไม่เห็นด้วยก็ตาม ชายหนุ่มคนนี้ก็จะไม่ว่าอะไร และจะลองทดสอบด้วยวิธีอื่นดู ซึ่งกระบวนการนี้อาจเข้มข้นกว่าการฝึกฝนวิชาลับ และอาจจะมีระดับอันตรายที่สูงกว่าและอาจไม่ดีเทียบเท่าก็ตาม

ชีวิตที่ยากลำบากในวันโลกาวินาศ ทำให้ต้าไหน่เหวยรู้ว่าโลกนี้เป็นอย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะน้องชายกับกลุ่มเพื่อนมีความสามารถและกล้าหาญ ซึ่งมักจะสามารถนำผลึกวิเศษกลับมาได้มากมายแล้วล่ะก็ เธออาจเป็นเหมือนกับสาวเสิร์ฟในโรงแรมเหอผิง ที่ผลึกวิเศษระดับ 1 เพียงหนึ่งชิ้นก็สามารถเล่นสนุกได้หนึ่งคืน จากนั้นก็ต้องนอนขยับตัวไม่ได้บนเตียงไปสามวัน หลังจากสะสมผลึกวิเศษเป็นเวลาหนึ่งเดือนก็จะสามารถหมุนรูเล็ตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับยาวิวัฒนาการมา หากชีวิตเช่นนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายวันหนึ่งเธอคงตายอยู่บนเตียง และถูกทิ้งศพอย่างไร้ปราณี ส่วนคนที่ ‘บังเอิญ’ ฆ่าเธอ ก็อาจจ่ายค่าชดเชยให้กับเจ้าของโรงแรม ซึ่งไม่ใช่ญาติของเธอ

ดังนั้นเธอจึงไม่รู้สึกว่าเจ้านายคนใหม่จะใจร้าย หรือเลวทรามแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เธอได้ตัดสินใจแล้ว และเธอก็เชื่อว่าด้วยนิสัยของอาหยางน้องชายของเธอ ก็จะเลือกแบบเดียวกับเธอ

มีอันตราย ก็แสดงว่ามีโอกาส ในวันโลกาวินาศ โอกาสสำคัญกว่าโชคมาก

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านายคนใหม่ยังบอกว่าอาจมีผลเสีย แต่ถ้าผลออกมาดีล่ะ? จะเป็นอย่างไร? มันจะหมายถึงอะไร?

ต้าไหน่เหวย รู้สึกราวกับจะเห็นว่าวันหนึ่งเธอจะอยู่อย่างเท่าเทียมกับเจ้าของโรงแรมเหอผิง

ข้อเท็จจริงยังพิสูจน์ด้วยว่า ในวันโลกาวินาศ ทุกคนจะตัดสินใจเลือกเพื่อที่จะแข็งแกร่ง

ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของเย่จงหมิง แม้แต่เด็กสาวที่อายุน้อยที่สุดที่มีอายุเพียงสิบสี่ปี

“วิชาลับมีสองประเภท แบบแรกเน้นการต่อสู้ระยะประชิด อีกแบบเน้นที่พลังจิตวิญญาณ คิดกันเอาเองว่าควรจะเลือกแบบไหน”

ขณะหยุดพักผ่อนบนถนน เย่จงหมิงได้ให้คนทั้งสิบสองคนมารวมตัวกัน ซึ่งรวมถึงต้าไหน่เหวยด้วย และให้คำอธิบายคร่าวๆว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนการฝึก

“เพราะว่านอกจากฉันแล้ว ยังไม่มีใครเคยฝึกวิชาลับแบบนี้มาก่อน ฉันเลยไม่รู้ว่าพวกนายจะสามารถฝึกวิชาทั้งสองพร้อมกันได้หรือไม่ ถ้าไม่ เมื่อเลือกแล้ว พวกนายก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก”

คำพูดของเย่จงหมิง ทำให้กลุ่มเด็กวัยรุ่นสงบลงจากความตื่นเต้น และเริ่มคิดอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุด สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในอนาคต หากไม่สามารถฝึกฝนทั้งสองวิชาพร้อมกัน การเลือกสิ่งหนึ่งก็หมายถึงต้องสละอีกหนึ่งไป แต่ใครจะรู้ว่าพรสวรรค์ของตนตรงกับสิ่งไหน? แม้ว่าการเลือกนี้จะมีโชคเป็นองค์ประกอบก็ตาม แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวังด้วย หากเลือกได้ถูกต้องก็จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า

แน่นอนว่า เย่จงหมิงย่อมไม่ยอมให้เด็กเหล่านี้คิดเอาเอง เขายังคงทำการทดสอบแบบง่ายๆ เกี่ยวกับพลังจิตวิญญาณ และให้คำแนะนำสำหรับการทดสอบดังกล่าว

สุดท้ายก็มีเพียงสองคนที่เลือกวิชาลับด้านพลังจิตวิญญาณ และบังเอิญเป็นต้าไหน่เหวยที่เป็นพี่สาวคนโตกับน้องสาวคนเล็ก ซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงสองคนในกลุ่ม ส่วนพวกผู้ชายเลือกวิชาลับด้านการต่อสู้ระยะประชิด

อันที่จริง ต้าไหน่เหวยไม่ได้แก่เกินไป เธอมีอายุแค่ 25 ปีเท่านั้น แต่เธอก็เป็นพี่สาวคนโตเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ

หลังจากตัดสินใจแล้ว เย่จงหมิงก็เริ่มสอนส่วนแรกของ ทักษะกลั่นวิญญาณพันใหญ่ กับทักษะการต่อสู้ด้วยเปลวไฟ ให้กับคนทั้งสิบสองคน

เมื่อมองดูคนเหล่านี้หลับตาลงสู่การฝึกฝน เย่จงหมิงรู้ดีว่า หลังจากปลดโซ่ตรวนของวงล้อรูเล็ตได้แล้ว เขาจะเริ่มต้นเส้นทางใหม่อย่างแท้จริง แม้ว่าจะยังอยู่ในขั้นทดลองก็ตาม แต่ถ้ามันสำเร็จจริงๆ บางทีเขาอาจมีร่องรอยของทุนที่จะใช้ต่อสู้กับบุคคลลึกลับและทรงพลัง ที่ไม่รู้จัก ผู้ที่อยู่เบื้องหลังวันโลกาวินาศ

ก่อนที่เขาจะเป็นมนุษย์ที่ทรงพลังที่สุด มันอาจเร็วไปหน่อยที่จะคิดถึงเรื่องนี้ แต่…ก็ยังดีกว่าไม่เตรียมการอะไรเลย

เมื่อมองดูใบหน้าอ่อนเยาว์แต่เป็นผู้ใหญ่ของเด็กๆเหล่านี้ เย่จงหมิงรู้สึกว่า พวกเขาอาจมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของความหวังสำหรับอนาคตของโลกมากกว่าตัวเขาเอง

ถิ่นทุรกันดารในวันโลกาวินาศไม่ปลอดภัยจริงๆ แม้ว่าจะมีซอมบี้น้อย แต่ก็มีชีวิตกลายพันธุ์มากมาย หากอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินไป ก็จะมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ตามกลิ่นมนุษย์มาอยู่เสมอ เย่จงหมิงคอยปกป้องเด็กกลุ่มนี้เป็นเวลานาน และสังหารชีวิตกลายพันธุ์ไปมากกว่า 30 ตัว สิ่งนี้ทำให้เย่จงหมิงรู้ว่า รูปแบบของชีวิตกลายพันธุ์ในทุกวันนี้ ได้ใกล้เคียงกับชีวิตก่อนมากขึ้นเรื่อยๆ แถบชานเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัยและถิ่นทุรกันดาร ได้ปรากฏชีวิตกลายพันธุ์กินคนที่เป็นอันตรายชนิดใหม่ๆ พื้นที่ใช้สอยของมนุษย์มีขนาดเล็กลง และโอกาสในการปรับตัวที่มนุษย์ได้รับในวันโลกาวินาศได้สิ้นสุดลงแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ มันจะโหดร้ายและนองเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเผ่าพันธุ์เดียวกัน หรือระหว่างเผ่าพันธุ์

สิบสองคนตื่นขึ้นทีละคน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอายุยังน้อยหรือไม่ โดยพื้นฐานแล้วพวกเขารู้ถึงการมีอยู่ของวิชาลับ แต่สิ่งที่ทำให้เย่จงหมิงประหลาดใจก็คือ ต้าไหน่เหวยกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุด มีความก้าวหน้าด้านวิชาลับมากที่สุด ภายใต้พลังจิตวิญญาณที่เฉียบคมและทรงพลังของเย่จงหมิงสามารถสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด

แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถไปถึงระดับเริ่มต้นได้ภายในครั้งเดียวเหมือนเย่จงหมิง ซึ่งต้องบอกว่าน่าเสียดาย เพราะมันหมายถึงว่าอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้างประสิทธิภาพในการต่อสู้ให้กับทีมนี้

อย่างไรก็ตาม มีคนหนึ่งที่ไม่มีประโยชน์สำหรับการทดลองนี้

นั่นคือ อาหยาง น้องชายของต้าไหน่เหวย หัวหน้าของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้

เย่จงหมิงเรียกพี่สาวกับน้องชาย ออกมาจากกลุ่ม และหยิบยาสองหลอดที่ได้มาจากเมืองเหอผิงออกมา แล้วพูดว่า “อาหยาง นายเป็นคนที่พิเศษที่สุด เพราะนายเป็นผู้วิวัฒนาการ ที่เคยใช้ยาวิวัฒนาการ”

สองพี่น้องไม่รู้ว่าเย่จงหมิงหมายถึงอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงมองหน้ากันและทำได้เพียงฟังเท่านั้น

“สำหรับคนอื่นๆ ฉันไม่ได้วางแผนที่จะปล่อยให้พวกเขาสัมผัสกับยาวิวัฒนาการ อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะได้รับการยืนยันบางอย่าง ในฐานะที่นายเป็นหัวหน้ากลุ่ม นายต้องเป็นคนควบคุมเรื่องนี้ และต้องบอกพวกเขาให้ชัดเจนว่า ในอนาคตผู้ที่กล้าไปใช้ยาวิวัฒนาการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องตาย”

เย่จงหมิงกล่าวอย่างชัดเจน แต่ต้าไหน่เหวยกับอาหยางต่างรู้ดีว่า เจ้านายคนนี้กำลังทดลองบางอย่างอยู่และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายมัน แม้ว่าจะเป็นเป้าหมายของการทดลองก็ตาม หากพวกเขาไม่เชื่อฟัง พวกเขาก็จะถูกกำจัดอย่างไร้ความปราณี

“แต่นายแตกต่างออกไป นายเคยใช้ยาวิวัฒนาการ และนายก็… ไม่บริสุทธิ์เหมือนกับฉัน”

อาหยางไม่โกรธเลยกับคำว่าไม่บริสุทธิ์ เขาสนใจครึ่งหลังของประโยคมากกว่า เหมือนกับลูกพี่งั้นเหรอ?

“ดังนั้น นายจึงไม่จำเป็นต้องถูกจำกัด สำหรับการใช้ยาวิวัฒนาการ ดังนั้นยาสองหลอดนี้ สำหรับนาย มันไม่ได้ทำให้การฝึกวิชาลับล่าช้า”

เย่จงหมิงฉีดยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาว และ 3 ดาวให้กับอาหยางทีละหลอด ทำให้เขากลายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ดาวในทันที อาหยางรู้สึกเหมือนฝัน

“รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ดาว?” เย่จงหมิงยิ้มและตบไหล่ของอาหยาง “แล้วนายกล้าที่จะเข้าไปในอิงเฉิงกับฉันไหม?”

จบบทที่ บทที่ 409 การทดสอบจำแนกประเภท

คัดลอกลิงก์แล้ว