- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 410 สมบัติล้ำค่าหาง่าย คนรักจริงหายาก
บทที่ 410 สมบัติล้ำค่าหาง่าย คนรักจริงหายาก
บทที่ 410 สมบัติล้ำค่าหาง่าย คนรักจริงหายาก
บทที่ 410 สมบัติล้ำค่าหาง่าย คนรักจริงหายาก
ถงหู่กระแทกโต๊ะจนสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะตกลงพื้น
เสี่ยวลี่มองสามีและขมวดคิ้วอย่างทุกข์ใจ เธออยากไปปลอบ แต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
“ไอ้พวกเนรคุณ! ไอ้พวกสารเลว!”
ถงหู่จับผมแล้วหมอบลงกับพื้น แผดเสียงต่ำ
เมื่อกี้ ถงหู่ได้พบกับหัวหน้าของทั้งสองกองกำลังอีกครั้ง และพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้พวกเขาตกลงที่จะไปต่อสู้กับพันธมิตรต่อต้านอวิ๋นติ่ง
คนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ได้รับความโปรดปรานจากบอสเย่ตอนที่อยู่ในอิงเฉิงคราวนั้น!
แต่พอบอสเย่เสียชีวิต พวกเขาก็ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของไมตรี!
“ถงหู่ ความจริง…โทษพวกเขาไม่ได้หรอก ยังไงซะ บอสเย่ก็ได้…”
“เพียงแค่นี้พวกมันก็ลืมทุกอย่างได้แล้วหรือ? พวกมันลืมไปแล้วหรือว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อวิ๋นติ่งวิลล่าช่วยพวกมันอย่างไร?! ถ้าไม่มีอวิ๋นติ่ง แค่ผายลมพวกมันยังทำไม่ได้เลย และป่านนี้พวกมันคงตายไปแล้ว!”
ถงหู่โมโห ดวงตาของเขาเป็นสีแดง จ้องมองภรรยา แม้ว่าเขาจะตั้งใจระงับเสียง แต่มันก็ยังดังมาก
“ลดเสียงหน่อย แกต้องการดึงดูดซอมบี้เรอะ!” เสี่ยวลี่ตบหน้าสามีที่ตัวเตี้ยกว่าตัวเอง ด้วยแรงที่ใกล้เคียงกับการสัมผัสเท่านั้น ถ้าจะมีใครเข้าใจความทุกข์ใจของสามีของเธอในตอนนี้ ก็คงมีแต่เสี่ยวลี่เท่านั้น เมื่อ 2-3 เดือนก่อน เธอเห็นสามีวิ่งไปมาระหว่างกองกำลังต่างๆในอิงเฉิงเพื่อให้พวกเขาไปช่วยอวิ๋นติ่งวิลล่า จนกระทั่งถึงตอนนี้ ความพยายามเหล่านั้นล้วนไร้ประโยชน์ ไม่มีใครอยากช่วยเหลือในการต่อสู้ที่ต้องพ่ายแพ้
ความโหดร้ายของวันโลกาวินาศ ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นจากการฆ่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องผลประโยชน์ด้วย
ทีมถงหู่ในฐานะผู้สนับสนุนที่ภักดีที่สุดของอวิ๋นติ่งวิลล่า พวกเขาจึงถูกเซี่ยเล่ยจัดวางไว้ในอิงเฉิง เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับอวิ๋นติ่งวิลล่า และด้วยการสนับสนุนจากอวิ๋นติ่งวิลล่า ทีมถงหู่จึงมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้ ถงหู่ไม่เพียงได้รับการสนับสนุนแต่ยังได้รับการดูแลจากสมาชิกหลักของอวิ๋นติ่งวิลล่า จนเขาได้เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ดาวแล้วในตอนนี้ แม้แต่ลูกทีมที่เหลือก็ยังได้รับประโยชน์มากมาย
เช่นเดียวกับเสี่ยวลี่ เธอไม่เพียงกลายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ดาวจากยาวิวัฒนาการที่ได้รับมาจากอวิ๋นติ่งวิลล่า แต่ยังได้รับม้วนอาชีพมาด้วย อีกทั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของทีมถงหู่ ก็ได้รับการสนับสนุนมาจากอวิ๋นติ่งวิลล่าเช่นกัน แม้จะไม่หรูหรามากอย่างตอนที่เย่จงหมิงอยู่ แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก
หากไม่มีพันธมิตรต่อต้านอวิ๋นติ่งเข้ามาสร้างปัญหา ถงหู่ก็คงยังพัฒนาไปอย่างเงียบๆในอิงเฉิง และยังคงส่งข้อมูลที่จำเป็นไปยังอวิ๋นติ่งวิลล่าทุกสัปดาห์ ทั้งสองฝ่ายก็คงยังร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและพัฒนาไปร่วมกัน
เมื่อพันธมิตรต่อต้านอวิ๋นติ่งเริ่มมารวมตัวกัน ถงหู่ไม่สนใจที่จะซ่อนตัวตน เริ่มวิ่งเต้นทำงานเพื่ออวิ๋นติ่งวิลล่า เขาเข้าไปติดต่อกับทุกกองกำลังโดยหวังให้ทุกกองกำลังที่เป็นพันธมิตรกับอวิ๋นติ่งวิลล่า เข้าโจมตีขนาบกลุ่มพันธมิตรต่อต้านอวิ๋นติ่ง
แม้จะเป็นความคิดที่ดี แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเห็นด้วยกับความคิดของเขาแม้แต่คนเดียว พวกที่เป็นคนดีก็จะหาเหตุผลต่างๆนาๆ มาเพื่อที่จะหลบเลี่ยง ส่วนพวกคนชั่วก็ไม่ให้เข้าพบ หรือแม้กระทั่งเอ่ยปากเสียดสีดูถูก
ในช่วงเวลานี้ ถงหู่จึงมีความขัดแย้งกับกองกำลังจำนวนมาก ดังนั้นก่อนที่พวกเขาจะได้ไปช่วยอวิ๋นติ่งวิลล่า ทีมของเขาก็ประสบกับความสูญเสีย
วันนี้เขาได้รับข่าวมาว่าอวิ๋นติ่งวิลล่าถูกโจมตีมาสามวันติดต่อกันแล้ว เขาจึงพยายามดิ้นรนที่จะไปขอความช่วยเหลือ ภายใต้ความอึดอัดใจของถงหู่ เขาได้ไปพบคนที่จะลองติดต่อเป็นครั้งสุดท้าย แต่น่าเสียดายที่มันยังคงล้มเหลว คนเหล่านั้นแม้แต่ทรัพยากรยังไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือ ไม่ต้องพูดถึงการนำคนมาช่วยต่อสู้
“เราทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ฉันเชื่อว่าอวิ๋นติงต้องเข้าใจ” เสี่ยวลี่นั่งยองๆลงข้างๆสามีของเธอ และโอบกอดผู้ชายของเธอไว้เพื่อปลอบโยน แล้วกัดฟันพูดว่า “เรานอนเตียงเดียวกันมาหลายปีแล้ว ฉันจะไม่รู้เลยหรือไงว่าคุณต้องการอะไร ฉันรู้ว่าคุณต้องไปยังอวิ๋นติ่งวิลล่าอย่างแน่นอน และจะไปเพียงคนเดียวโดยจะทิ้งฉันและคนอื่นๆไว้ที่นี่ใช่ไหม?”
(ผู้แปล – อยู่ในโหมดปลอบ เลยเปลี่ยนสรรพนามจากแกเป็นคุณ เพื่อความอ่อนโยน เปลี่ยนโหมดแล้วค่อยกลับมาเป็นแกใหม่)
ถงหู่เงยหน้าขึ้นมองไปที่ใบหน้าที่ไม่สวยจนอาจเรียกได้ว่าขี้เหร่ของภรรยา แล้วพูดกับเธอด้วยดวงตาที่เป็นสีแดงว่า “เสี่ยวลี่ นี่เป็นการไปตาย เธอ…”
“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงมาเป็นเขยของบ้านฉันได้ คุณไม่เข้าใจผู้หญิงจริงๆ” เสี่ยวลี่จ้องมองเขา “คุณเป็นผู้ชายของฉัน ฉันจะไปทุกที่ ที่คุณไป แม้แต่จะไปตายก็ตาม สำหรับคนอื่นก็แล้วแต่พวกเขาจะตัดสินใจ ไปเถอะ ไปบอกกับพี่น้องทีมถงหู่กันเถอะ ส่วนพวกเขาจะไปหรือไม่ไปก็ตามแต่พวกเขาจะตัดสินใจ สำหรับฉัน แม้ความตายจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ฉันก็พอใจแล้วกับวันคืนที่ผ่านมา”
“เสี่ยวลี่…” ถงหู่แสบจมูก เขากัดฟันที่มักจะเจ็บอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
มันง่ายที่จะแสวงหาสมบัติล้ำค่า แต่การหาคนที่รักจริงนั้นหาได้ยากนัก
“จะไปตายทั้งที ช่วยไปตายกับฉันได้ไหม?”
เสียงที่ไม่ลงรอยกันอย่างมาก ทำให้การสนทนาของคนทั้งคู่หยุดชะงัก ถงหู่คว้ากระบองระดับสีเทาที่บอสเย่ทิ้งไว้ให้บนพื้นข้างๆแล้วรีบกระโดดลุกขึ้น เตรียมตัวเข้าโจมตีผู้ที่ส่งเสียง
เสี่ยวลี่ที่อยู่ข้างๆ ก็เปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นเตรียมพร้อมต่อสู้ กลิ่นอายสังหารแผ่ไปทั่วร่างกายของเธอ
ร่างของคนสองคนเดินออกมาจากมุมมืดตรงประตูห้อง และค่อยๆปรากฏขึ้นภายใต้แสงเทียน
“เย่ บอสเย่!”
พอเห็นคนที่เดินเข้ามา ปากของถงหู่ก็อ้ากว้างพอๆกับหัวของเขาเอง ไม่ต้องพูดถึงไข่ไก่ ไข่ห่านก็สามารถใส่เข้าไปได้
เสี่ยวลี่ที่อยู่ด้านข้าง พูดไม่ออก ได้แต่ชี้ไปยังเย่จงหมิงด้วยท่าทางเหลือเชื่อ
วันนี้ถงหู่ดวงตาเป็นสีแดงถึงสองครั้งด้วยความโกรธที่มีต่อกองกำลังอื่น และความรักที่มีต่อภรรยา แต่แล้วดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง ทันทีที่เขาได้เห็นเย่จงหมิง ของเหลวใสก็ไหลรินออกมาจากดวงตาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ คนตัวเตี้ยราวกับคนแคระทรุดตัวลงนั่งร้องไห้กับพื้น
“บอสเย่ คุณยังไม่ตาย คุณยังไม่ตาย!”
ความโกรธและความคับข้องใจที่ได้รับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เวลานี้ได้ระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ เสียงของเขาดังลั่นจนแผ่นดินสะเทือน ทำให้อาหยางที่เดินตามเย่จงหมิงมาดูงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุงคนนี้ ถึงได้ร้องไห้ดังลั่นขนาดนี้
หัวใจของเย่จงหมิงรู้สึกอบอุ่นขึ้น เขาเดินไปย่อตัวลงตบไหล่ของถงหู่ ความรู้สึกทุกอย่างอยู่ภายในการกระทำนี้
เขาคิดไม่ถึงว่านอกจากสมาชิกหลักของอวิ๋นติ่งแล้ว ยังมีคนที่เตรียมตัวไปตายเพื่ออวิ๋นติ่งได้จริงๆ
เรื่องบังเอิญมักเกิดขึ้นเสมอ หลังจากที่เย่จงหมิงพาอาหยางเข้ามาในอิงเฉิง เขาก็พบถงหู่ในบ้านชานเมืองโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วได้ยินเรื่องที่ชายผู้นี้ได้ไปขอร้องต่อกองกำลังต่างๆ และยังได้รับรู้ถึงหัวใจที่ยอมตายเพื่ออวิ๋นติ่งวิลล่าของชายผู้นี้ด้วย
ในวันโลกาวินาศ พฤติกรรมแบบนี้ มันได้สูญพันธุ์ไปแล้ว อย่างน้อยเย่จงหมิงก็ไม่ได้พบเห็นมาเป็นเวลานาน แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ให้ความเคารพจากก้นบึ้งของหัวใจ
ไม่ต้องพูดถึงว่า ความภักดีนี้มีต่อเขา
แม้ถงหู่จะไม่รู้ว่าหัวใจของเย่จงหมิงเป็นอย่างไรในขณะนี้ แต่สถานะของคนร่างเตี้ยราวกับคนแคระได้เพิ่มขึ้นสู่ตำแหน่งที่สำคัญมาก
“อย่าร้องไห้ มีอะไรต้องทำอีกมาก แล้วใครที่ทำผิดก็จะได้รู้ว่า พวกเขาพลาดอะไรไปในไม่ช้า”
เย่จงหมิงพยุงถงหู่ลุกขึ้น แล้วฟังสองสามีภรรยาเล่าเรื่องว่ามีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เขาจากไป เมื่อมองไปยังอิงเฉิงที่มืดมิดภายนอก ความเย็นบนใบหน้าของเย่จงหมิงก็ค่อยๆ แข็งแกร่งมากขึ้น