เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 408 มิสติกทีม

บทที่ 408 มิสติกทีม

บทที่ 408 มิสติกทีม


บทที่ 408 มิสติกทีม

รถกระบะสองคันกำลังขับอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ไม่มีภาพแห่งชีวิตอยู่ในสายตา

ต้าไหน่เหวยที่กำลังขับรถอยู่ ลอบมองไปยังใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความรู้สึกราวกับภาพลวงตาที่ไม่เหมือนจริง

เช้านี้เจ้านายของเธอ ไม่ใช่สิ อดีตเจ้านายได้ส่งข้อความมาถึงชายหนุ่มคนนี้ แม้เธอไม่รู้แน่ชัด แต่มันเป็นเรื่องของการควบคุมอำนาจของเจ้านายคนใหม่ และเธอก็มองไม่เห็นเบาะแสใดๆจากใบหน้าของเจ้านายหนุ่มคนใหม่เลย อย่างไรก็ตาม เธอรู้ว่า เธอกับน้องชายโชคดี

เนื่องจากเจ้านายคนใหม่ตกลงให้พวกเธอติดตามชั่วคราวหลังจากได้อ่านข่าว

แน่นอนว่ากระบวนการถอนตัวออกมาจะไม่ราบรื่นนัก เพราะเธอกับน้องชายอยู่ใต้อาณัติของโรงแรมเหอผิง ชายในชุดสูทขาวจากโซ่อสูรจะปล่อยพวกเธอไปง่ายๆได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้านายคนใหม่ได้มอบยาวิวัฒนาการระดับ 3 ดาว 2 หลอดให้กับบุคคลที่รับผิดชอบ ทัศนคติของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

ต้าไหน่เหวยตระหนักได้อีกครั้งว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ต่างมีราคาของตัวเอง นี่คือความจริงของวันโลกาวินาศ

“จอดรถ!”

จู่ๆ เจ้านายคนใหม่ก็ตะโกนออกมา ทำให้ต้าไหน่เหวยต้องรีบเหยียบเบรก

“เห็นมันไหม?”

เย่จงหมิงลงจากรถ ต้าไหน่เหวยกับน้องชาย - อาหยาง และคนอื่นๆ อีกสิบคนก็ลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว

“ซอมบี้?”

อาหยางเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี แต่หลังจากความทุกข์ยากในวันโลกาวินาศ ใบหน้ายามสงบของเขาก็ยังเด็ดเดี่ยวดุดันกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอีกมากมาย

“ไปฆ่าพวกมันซะ”

ทุกคนหันไปมองเย่จงหมิงพร้อมกัน

นั่นเป็นกลุ่มซอมบี้ที่เดินเตร่อยู่ในป่า และมีจำนวนไม่มากนัก เพียงประมาณยี่สิบกว่าตัวเท่านั้น

แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันก็มีมากกว่ายี่สิบตัว และเห็นได้ชัดว่าหนึ่งในเป็นซอมบี้ระดับสองที่มีวิวัฒนาการในแบบพิเศษ

แต่ในกลุ่มของอาหยาง มีเพียงเด็กหนุ่มคนนี้เท่านั้นที่เป็นผู้วิวัฒนาการ ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงคนธรรมดา

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เมื่อคืนนี้ต้าไหน่เหวยไม่มั่นใจ

ใครล่ะจะอยากได้กลุ่มคนธรรมดามาเป็นลูกน้อง?

“ทำไม? พี่สาวของพวกนายบอกว่า พวกนายเต็มใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อฉัน ต่อให้ต้องตายก็ตาม พวกนายยังเต็มใจที่จะจัดการกับซอมบี้สองสามตัวในตอนนี้อยู่ไหม?”

“ลูก… ลูกพี่…”

“ฉันยังไม่ใช่ลูกพี่ของพวกนาย”

วัยรุ่นบางคนซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาหยางต้องการอธิบาย แต่ทันทีที่เขาพูดก็ถูกขัดจังหวะอย่างไร้ปราณี

“เสี่ยวจุนไม่ต้องพูด แม้พวกมันจะมีจำนวนค่อนข้างมาก แต่เราก็ต้องทำ!” อาหยางดุพี่น้องของตัวเอง จากนั้นเขาก็โบกมือและรีบวิ่งออกไปพร้อมกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุ 16-17 ปี เหล่านั้น

เมื่อเห็นสิ่งนี้ สายตาของเย่จงหมิงมีความผิดหวังเล็กน้อย ซึ่งทำให้ต้าไหน่เหวยที่คอยสังเกตอยู่รู้สึกจิตตก เธอรู้ว่าเจ้านายคนใหม่ไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม

แต่พอวิ่งมาได้ครึ่งทาง กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่วิ่งออกมาเร่งรีบก็ชะลอตัวลง และเริ่มกระจายตัวหลบซ่อนตามพงหญ้าที่ตายแล้ว แล้วค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ กลุ่มซอมบี้ จากนั้นอาหยางซึ่งเป็นผู้วิวัฒนาการคนเดียวในกลุ่มก็เริ่มย่องออกมาจากทีมไปทางอีกด้าน

พอเห็นเช่นนั้น ดวงตาที่มีความผิดหวังเล็กน้อยของเย่จงหมิงก็สว่างขึ้นอีกครั้งและเริ่มจดจ่อกับมัน

อาหยางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในระยะหลายสิบเมตร เพื่อดึงดูดความสนใจของซอมบี้เหล่านั้น และเริ่มวิ่งไปในแนวทแยงมุมให้กลุ่มซอมบี้วิ่งไล่ล่า โดยเฉพาะซอมบี้ระดับ 2 ที่มีความเร็วที่ไม่ธรรมดา เพียงไม่กี่วินาที ซอมบี้ก็ถูกดึงให้ห่างกันไปในระยะที่แตกต่างกัน

แล้วกลุ่มวัยรุ่นที่ซ่อนตัวอยู่นานก็เริ่มปฏิบัติการด้วยไขควงและมีดสั้น พวกเขาเลือกเริ่มต้นกับซอมบี้ที่อยู่ตอนท้ายกับพวกที่อยู่ทางขอบนอกเป็นพิเศษ มันเป็นการเริ่มที่ทั้งรวดเร็ว โหดเหี้ยม และยังมีความแม่นยำที่สูงมาก เย่จงหมิงเห็นเพียงความผิดพลาดของสาวน้อยร่างผอมที่อายุน้อยที่สุดเพียงครั้งเดียว เพราะเธอเตี้ยเกินไป จึงกระโดดจู่โจมพลาดจุดสำคัญของซอมบี้ตัวสูง แต่เพื่อนของเธอก็ช่วยชดเชยความผิดพลาดนั้นได้ในทันที

ในเวลาเพียงสองนาที ซอมบี้กลุ่มนี้ก็ถูกกำจัดไปแล้วมากกว่าครึ่ง โดยที่วัยรุ่นกลุ่มนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น อาหยางผู้เป็นเหยื่อล่อกำลังถูกซอมบี้กลายพันธุ์ระดับ 2 ไล่ล่า ด้วยช่องว่างของระดับวิวัฒนาการทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง

เย่จงหมิงส่ายหน้า แต่ไม่ใช่เพราะความเสียดาย แต่เป็นด้วยความหมายอื่น หากกลุ่มเด็กเหล่านี้เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว เมื่อพิจารณาจากความสามารถในการทำงานร่วมกันแล้ว การร่วมมือกันเพื่อจัดการกับซอมบี้กลายพันธุ์ระดับ 2 นี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก น่าเสียดายที่มีเพียงคนเดียวที่เป็นผู้วิวัฒนาการ ส่วนคนอื่นๆเป็นเพียงคนธรรมดา แม้ว่าพวกเขาจะรวดเร็วและโหดเหี้ยมในการจัดการกับซอมบี้ธรรมดา แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ระดับ 2 แล้วความรวดเร็วและแม่นยำขนาดนี้ ก็กลายเป็นเชื่องช้า ยืดยาด

ปัง!

ขณะที่ต้าไหน่เหวยส่งเสียงกรีดร้อง คิดว่าน้องชายของเธอกำลังจะถูกซอมบี้ระดับ 2 จัดการ เสียงปืนก็ดังขึ้น หัวของซอมบี้ระดับ 2 แตกกระจายจนของเหลวสกปรกกระเด็นใส่อาหยางที่ตกใจจนหน้าซีด

เด็กหนุ่ม เด็กสาวเหล่านั้นต่างตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ แล้วเข้าไปช่วยอาหยางลูกพี่ของพวกเขาในทันที จากนั้นก็พากันขุดผลึกวิเศษและวิ่งกลับไปส่งมอบมันให้กับเย่จงหมิง

สิ่งนี้ทำให้เย่จงหมิงรู้ว่า เหตุใดเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้จึงต้องการออกจากเมืองเหอผิงมาก นี่เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่มีทักษะและประสบการณ์ ซึ่งควรถูกควบคุมให้กลายเป็นเครื่องมือเก็บผลึกวิเศษ แม้ว่าพวกเขาจะโหดเหี้ยมกับซอมบี้ แต่ก็ไม่ได้โหดเหี้ยมเหมือนผู้วิวัฒนาการ นอกจากนี้ ยังมีญาติสนิทอย่างต้าไหน่เหวย ที่ตกเป็นตัวประกันในมือผู้อื่น แม้เธอจะมีสถานะเป็นพนักงานเสิร์ฟ แต่นั่นเป็นสถานะที่ผู้ควบคุมมอบให้เพื่อไม่ให้กระตุ้นอาหยางมากเกินไป และปล่อยให้พวกเขามีสมาธิกับงาน

“เก็บไว้เองเถอะ” เย่จงหมิงสั่นหัว ไม่ต้องพูดถึงผลึกวิเศษระดับ 1 และระดับ 2 เหล่านี้ ตอนนี้แม้แต่ผลึกวิเศษที่อยู่ระดับต่ำกว่าระดับ 5 ก็ไม่เป็นที่สนใจสำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจกับผลึกวิเศษราคาถูกเหล่านี้

กลุ่มเด็กวัยรุ่นตื่นเต้นทันที การได้เห็นเช่นนั้นทำให้ดวงตาของเย่จงหมิงมีความใจดีมากขึ้น

“พวกนาย อยากเรียนรู้อะไรบางอย่างที่พิเศษมากจากฉันไหม? บางอย่างที่สามารถทำให้พวกนายกลายเป็นผู้วิวัฒนาการโดยไม่ต้องใช้ยาวิวัฒนาการ”

คำพูดของเย่จงหมิง ทำให้กลุ่มเด็กวัยรุ่นตกตะลึง ไม่ต้องใช้ยาวิวัฒนาการ? เป็นไปได้อย่างไร?

แม้ว่าในตอนแรกพวกเขาจะยอมรับไม่ได้ว่า การฉีดยาวิวัฒนาการสามารถปรับปรุงความแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้พวกเขาคุ้นเคยกับมันแล้ว ดังนั้นจู่ๆ ก็มาได้ยินคำพูดเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะไม่เข้าใจ

“ลูก…ลูกพี่ เป็นคุณใช่ไหมที่เมื่อวานนี้ฆ่าเกาถัวได้ด้วยนิ้วมือเดียว?” อาหยางถามอย่างตื่นเต้น

เย่จงหมิงพยักหน้า แต่คำพูดต่อมาก็ได้ดับความตื่นเต้นของกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่กลัวที่จะบอกให้พวกนายฟังอย่างชัดเจนว่า แม้ฉันจะเรียนรู้วิธีนี้ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะสามารถเรียนรู้ และถ้าพวกนายเรียนรู้มัน ก็จะมีความเสี่ยงอย่างมากหรืออาจตายในทันที แล้วถ้าพวกนายฝึกฝนมันก็อาจ…ไฟธาตุแตกหรืออะไรที่คล้ายกัน ซึ่งจะมีโอกาสมากขึ้นเมื่อฝึกฝนไปเป็นเวลานาน และก็อาจไม่ค่อยมีความก้าวหน้า พวกนายยังต้องการเรียนรู้อีกไหม? คิดดูให้ดีแล้วค่อยมาตอบฉัน พวกนายมีเวลาสองชั่วโมง”

พูดจบ เย่จงหมิงก็กลับไปขึ้นรถ และโบกมือให้ทุกคนไปต่อ

ต้าไหน่เหวยสตาร์ทรถ และเหลือบมองเย่จงหมิง ในที่สุดเธอก็รู้ว่า เมื่อวานนี้ที่ชายคนนี้พูดหมายถึงอะไร

ปรากฏว่า…เธอกับน้องชายเป็นผู้ถูกทดลอง

 

จบบทที่ บทที่ 408 มิสติกทีม

คัดลอกลิงก์แล้ว