- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 403 เมืองเหอผิง
บทที่ 403 เมืองเหอผิง
บทที่ 403 เมืองเหอผิง
บทที่ 403 เมืองเหอผิง
เย่จงหมิงนอนอยู่ก้นสระศักดิ์สิทธิ์ และใช้เวลานานกว่าการรับรู้ของร่างกายจะกลับคืนมา ด้วยความเจ็บปวดและอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง รสชาติของเลือดเข้มข้นพุ่งขึ้นจากท้องมาตามหลอดอาหาร สุดท้ายก็มาถึงปาก ทำให้เขารู้สึกทุกข์ทรมานมาก
หลังจากควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง เขาก็อดกระอักเลือดออกมาไม่ได้ เลือดไหลออกมาเต็มปาก หลังจากบ้วนทิ้งไปอีกคำ เขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ระดับ 8 ก็คือระดับ 8 และยังเป็นระดับ 8 ที่ฝึกฝนทักษะลับ อย่างเป็นขั้นตอน ไม่ใช้ผู้วิวัฒนาการระดับ 8 ดาวที่ใช้วิธีดื่มยาวิวัฒนาการบนโลก แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีระดับการประเมินพลังเท่ากัน แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้น ผู้คนในอาณาจักรลับก็อยู่ในขอบเขตที่แข็งแกร่งกว่า
ถ้าเย่จงหมิงไม่ได้ฝึกฝนทักษะลับและเปิดใช้งานโล่พลังงาน เพื่อปิดกั้นในช่วงเวลาวิกฤติแล้วล่ะก็ ฝ่ามือนี้อาจฆ่าเย่จงหมิงได้จริงๆ
ช่องว่างถึงสองระดับยังคงกว้างเกินไป
ในเวลานี้ นอกจากเย่จงหมิงจะรู้สึกไม่สบายใจแล้ว เขายังมีความคิดแปลกๆ ปรากฏขึ้นในใจว่า มังกรปีศาจยังโกสที่เงียบหายไปนาน คงไม่ได้ถูกกินหลังจากที่เข้ามาในอาณาจักรลับใช่ไหม? มันจะถูกย่างกินเหมือนสัตว์ประหลาดสองปีกหรือไม่?
เย่จงหมิงลุกขึ้นเดินโซเซ เขารู้ว่าต้องรีบทำในสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด แม้ว่าเขาจะใช้ประตูสายรุ้ง เพื่อกลับมายังสระศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ใครจะรู้ว่าจะมีมรณาชนสักคนที่รู้สถานการณ์ที่นี่ หรือมีผู้ดูแลสระสักคนที่เข้ามาฝึกฝนหรือเข้ามาพักผ่อนที่นี่หรือไม่? ถ้าพวกเขากลับมาเจอเข้าจริงๆ แม้เย่จงหมิงจะใช้ไม้เท้าแห่งธรรมชาติก็ไม่อาจต่อสู้ได้
เมื่อมองไปรอบๆ เตาอั้งโล่ขนาดใหญ่แปดอันที่ขอบสระยังคงลุกไหม้อยู่ แสงสว่างส่องไปทั่วทั้งพื้นที่ ส่องให้เห็นรูปปั้นของเหล่ายอดฝีมือมรณาชนในประวัติศาสตร์ที่กำลังเฝ้ามองดูเด็กที่ลอบเข้ามา
เขานำกุญแจลับออกมาเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังอีกครั้ง ในที่สุดเย่จงหมิงก็ยืนยันได้ว่าสามารถใส่กุญแจลับลงไปที่นี่ได้จริงๆ
หลังจากฟังอยู่ซักพักก็พบว่าที่นี่ยังเงียบสงบ เย่จงหมิงก็โล่งใจเล็กน้อย เขาไม่ได้ใส่กุญแจลับลงไปทันที แต่นั่งลงรวบรวมความแข็งแกร่ง แล้วค่อยๆสอดกุญแจลับลงไป
อืม……
ไม่มีการตอบสนอง?
หัวใจของเย่จงหมิงหล่นวูบ
หากไม่มีการปรากฏตัวอย่างคาดไม่ถึงของปันเต๋อ โดยพื้นฐานแล้วเย่จงหมิงไม่มีทางมาถึงทางตัน และหากวิธีนี้ล้มเหลว ทางออกเดียวของเขาก็คือได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครมาพบ มิฉะนั้นเขาจะถูกปิดประตูตีแมว และถูกฆ่าตายที่นี่…
มีโอกาส 99% ที่จะเป็นเช่นนั้น และถ้าจะออกไปแทนที่จะยอมถูกฆ่าที่นี่ แม้ว่ามรณาชนจะถอยออกไปแล้ว แต่ก็มียอดฝีมือระดับ 8 ถึงสี่คนรออยู่เช่นกัน
ดังนั้นหากที่นี่ไม่ใช่ทางกลับสู่โลก นี่จะเป็นการตัดสินโทษตายให้กับเย่จงหมิง
ไม่…มันก็ต้องเดิมพันกันหน่อยไม่ใช่หรือ?
เย่จงหมิงลูบหน้าอกและขมวดคิ้ว ขณะที่กำลังจะใส่กุญแจลับลงไปอีกครั้ง เขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยภายใต้ร่างของเขา
ดวงตาของเย่จงหมิงเป็นประกาย มีลุ้น!
จากนั้นแรงสั่นสะเทือนก็เริ่มแรงขึ้น ราวกับว่ามีบางอย่างพุ่งสูงขึ้น
แน่นอนว่าความเข้มข้นนี้มีความสัมพันธ์กัน และมีขอบเขตไม่เกินสระศักดิ์สิทธิ์
เย่จงหมิงรู้สึกถึงมันอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ และพยายามปีนขึ้นไปยังขอบของสระศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นของเหลวสีขาวขุ่นจำนวนมากก็เริ่มถูกขับออกมาจากรูหลายรูที่ก้นสระ
เมื่อเห็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งพล่านเหล่านั้น เย่จงหมิงก็หัวเราะออกมา
สุดท้ายก็ชนะเดิมพัน
เมื่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เริ่มพ่นออกมา ทันใดนั้นเหล่ารูปปั้นผู้รับใช้พระเจ้าก็ส่องสว่างขึ้น มุมที่มืดที่สุดของเมืองราชามรณาชนแต่เดิมก็เจิดจ้า และรูปปั้นก็ดูเหมือนมีชีวิต พวกมันเหมือนกับตื่นจากการหลับไหล และลืมตาขึ้นมองดูเมืองราชามรณาชนที่อยู่เบื้องหน้า
ผู้คนในเมืองราชามรณาชนทั้งหมดต่างตกตะลึงกับฉากนี้ เหล่ามรณาชนต่างมองไปยังสระศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสว และทุกคนต่างมีความสงสัยในใจเหมือนๆกัน
ยังเหลืออีกหลายวันทรายตกก่อนที่สระศักดิ์สิทธิ์จะเปิดออก นี่มันเกิดอะไรขึ้น? สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันที่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลออกมาหรือ?
หลังจากความตกใจ ทุกคนก็เริ่มมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ภายใต้รูปปั้น นีโอกับราชาคนอื่น ทั้งสามคนและผู้ดูแลสระศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ตกใจสุดขีดเช่นกัน พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นชั่วครู่ ผู้ดูแลสระก็ส่งเสียงดัง และหันไปทางสระศักดิ์สิทธิ์ แล้วรีบวิ่งออกไป ราชาทั้งสามมองหน้ากัน และรีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว
พอเย่จงหมิงมองเห็นเงาร่างโผล่ออกมาจากทางเดินแคบๆ ในตอนนี้น้ำศักดิ์สิทธิ์ในสระสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตรแล้ว เขาต้องการกระโดดลงไป แต่ก็หยุดตัวเองลงทันที และมองไปรอบๆ จากนั้นก็เด็ดหัวของประติมากรรมรูปสัตว์ที่สวยงามริมสระออกมา แล้วกระโดดลงไปในสระศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับผลึกวิเศษและวัสดุของเขา
อีกด้านเป็นเสียงกู่ก้องของผู้ดูแลสระที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ แต่เมื่อเขารีบมาถึงขอบสระศักดิ์สิทธิ์ เขาก็พบว่าบุคคลที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในวันนี้ แต่เกลียดชังจนถึงแก่นกระดูก ที่กระโดดลงไปในสระที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่เป็นส่วนใหญ่ ได้หายไปแล้ว แต่คนผู้นั้นได้ทิ้งประโยคหนึ่งไว้เบื้องหลัง ซึ่งทำให้เขาแทบคลั่ง
“เจ้าสิ่งนี้ ดูเหมือนว่าจะเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่มากนัก”
……
เมืองเหอผิง (เมืองแห่งสันติ) ไม่ใช่เมือง แต่เป็นสถานที่รวมตัวกันของผู้รอดชีวิต แต่ที่มันมีชื่อแบบนี้ไม่ได้เป็นเพราะจะใช้เป็นเครื่องยังชีวิตหรือเป็นความหวังของมนุษย์ แต่ตั้งขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เพียงแค่ว่าใจกลางของสถานที่นี้มีโรงแรงที่ชื่อเหอผิงตั้งอยู่เท่านั้น
ใช่แล้วที่มันเป็นแบบนี้ก็มาจากหนังยอดเยี่ยมเรื่องนั้น (ผู้แปล – น่าจะเป็นเรื่องโรงแรมรวันดา)
แต่ถ้าจะให้พูด มันไม่เพียงแต่ไม่ใช่เครื่องยังชีวิตและความหวังแล้ว มันยังค่อนข้างจะเป็นเรื่องหลอกลวงมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เมืองเหอผิงก็ยังเป็นสวรรค์ของผู้รอดชีวิตจำนวนมาก มันเป็นสถานที่หลบหนีจากความมึนเมาของชีวิตและความตาย
ที่นี่ไม่มีความสงบสุข มันเป็นเช่นเดียวกับค่ายผู้รอดชีวิต ทั้งใหญ่และเล็กหลายพันค่ายในวันโลกาวินาศ มันเต็มไปด้วยความเฉยเมยและผิดบาป แน่นอนว่า มันมีรูเล็ตวันโลกาวินาศเช่นเดียวกับค่ายอื่นๆ
จ้าวกังนั่งกองอยู่บนเก้าอี้หัก มองดูพระอาทิตย์ตกดิน ฮัมเพลงที่เขาไม่รู้จัก และคิดถึงการไปที่บาร์บนชั้นที่ 1 ของโรงแรมเหอผิงในตอนกลางคืน เสาะหาพนักงานเสิร์ฟ เพื่อ ‘ดำดิ่ง’ สู่วันโลกาวินาศ
แน่นอนว่าก่อนหน้านั้น เย็นนี้เขาต้องยืนยามอีกสิบนาที ซึ่งเป็นเวลาที่นักล่าจะกลับมา หากโชคดีก็อาจได้เหยื่อ และได้ผลึกวิเศษระดับ 1 มา ด้วยวิธีนี้เขาอาจได้พนักงานเสิร์ฟมา ‘ดำดิ่ง’ ได้มากกว่าหนึ่งคน
ส่วนแนวคิดเรื่องการเก็บออม ไม่เคยอยู่ในแผนการของจ้าวกังเลย โลกแบบนี้ ใครจะรู้ว่าวันพรุ่งนี้สถานที่แห่งนี้จะถูกคลื่นซอมบี้ท่วมท้นหรือไม่? หรือว่าอาจถูกชีวิตกลายพันธุ์ทำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ?
บนถนน มีร่างหนึ่งกำลังใกล้เข้ามา จ้าวกังเหล่มอง แล้วเขาก็ต้องผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพราะหลังของคนผู้นี้ กำลังแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ แม้กระทั่งในมือยังถือถุงที่มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กไปกว่ากันสองใบ
นี่มันผู้รอดชีวิตที่หลงเข้ามาที่นี่!
จ้าวกังยิ้มอย่างชั่วร้าย คนประเภทนี้เป็นแกะอ้วนอย่างดี ถ้าหากเขาอยากเข้ามาหาที่พักพิงในเมืองเหอผิง ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าใช่ไหม? ดูแล้วราคานี้คือการเรียกเก็บถุงเหล่านั้นไว้! จ้าวกังวางแผนไว้เช่นนั้น
“ตื่นตัวหน่อย ธุรกิจใหญ่กำลังมา!”
จ้าวกังเตะคนทั้งสี่ที่ยืนยามอยู่กับเขา ทหารทั้งสี่รีบไปยืนถือมีดและหอกอยู่ตรงทางเข้ารั้วที่ล้อมเมืองเหอผิงไว้ เพื่อรอการมาถึงของแกะอ้วน
แกะอ้วนที่เดินมาเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะหนังแปลกๆ แต่ใครจะสนล่ะ ทุกวันนี้มีแม้กระทั่งคนที่ไม่ใส่เสื้อผ้า
จ้าวกังมองไปยังถุงใบใหญ่ แล้วกลืนน้ำลาย ขณะกำลังจะพูดชายหนุ่มคนนั้นก็พูดออกมาก่อน
“ที่นี่ที่ไหน? ห่างจากอิงเฉิงมากแค่ไหน?”