- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 404 ปืนใหญ่อาหารสัตว์ (ต้น)
บทที่ 404 ปืนใหญ่อาหารสัตว์ (ต้น)
บทที่ 404 ปืนใหญ่อาหารสัตว์ (ต้น)
บทที่ 404 ปืนใหญ่อาหารสัตว์ (ต้น)
(ผู้แปล -หมายถึง แนวหน้าที่ถูกส่งให้ไปตาย)
เย่จงหมิงเกลียดการเคลื่อนย้ายแบบสุ่มของกุญแจลับ
เขาออกจากโลกจากพื้นที่ลึกลับปู้เหอ แต่ตอนกลับมาเขาไปโผล่ในรังของชีวิตกลายพันธุ์ในถิ่นทุรกันดาร… และเย่จงหมิงก็เกือบถูกชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 กิน
โชคดีที่ความรู้สึกไม่สบายอันเกิดจากพลังในการเคลื่อนย้ายมิติหายไปอย่างรวดเร็ว สำหรับเขาซึ่งตอนนี้มีความแข็งแกร่งที่แท้จริงอยู่ที่ระดับ 6 ชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 ไม่เพียงพอให้เขาชายตามอง แต่พวกมันก็ทำให้เย่จงหมิงมีโอกาสใช้ทักษะซาตานดูดดาวฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้บางส่วน
เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เย่จงหมิงจึงทำได้เพียงเสาะหาผู้รอดชีวิตเพี่อถามไถ่เท่านั้น โชคดีที่ตรงนั้นมีค่ายโทรมๆอยู่
จ้าวกังเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว แม้ไม่ใช่ผู้ทรงพลังในเมืองเหอผิง อีกทั้งในปัจจุบันผู้วิวัฒนาการที่มีระดับเฉลี่ยที่ 2 ดาว เป็นได้เพียงยามรักษาการณ์เท่านั้น แต่การที่คนร่างกายอ้วนท้วนได้มาเป็นหัวหน้ายามเฝ้าประตู ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าเขายังมีความแข็งแกร่งอยู่
โดยปกติ แม้แต่หัวหน้าทีมล่าสัตว์ในเมืองเหอผิงก็ยังต้องสุภาพกับเขา เพราะเบื้องหลังของจ้าวกังคือบอสของเมืองเหอผิง ไม่เห็นแก่หน้าสงฆ์ ก็เห็นแก่หน้าพระพุทธองค์ สิ่งนี้ได้พัฒนาบุคลิกที่เย่อหยิ่งให้กับจ้าวกัง
แน่นอนว่าการที่คนอ้วนสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในวันโลกาวินาศได้ถึงครึ่งปี และกลายเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย เขาย่อมมีสายตาเพียงพอ อย่างที่คนคุยโวจะบอกว่าเหนือระดับ
แต่วันนี้ ในที่สุดจ้าวกังก็ผิดพลาด เขามองระดับวิวัฒนาการของเย่จงหมิงไม่ออก และคิดว่าเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น
แม้ว่าในตอนนี้จะมีผู้วิวัฒนาการอยู่ทุกหนแห่ง แต่จำนวนคนธรรมดายังคงมีจำนวนมาก
“ว่าไง? รู้กฎไหม?”
ชายหน้าดำข้างจ้าวกังเป็นผู้นำในการตวาด แม้แต่จ้าวกังยังมองไม่เห็นระดับวิวัฒนาการของเย่จงหมิง แต่ชายหน้าดำคนนี้ไม่ใช่แม้แต่ผู้วิวัฒนาการ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะมองไม่ออก
บนสมมติฐานที่ว่า ไม่ใช่ผู้วิวัฒนาการ มันเป็นสามัญสำนึกที่ผู้ที่แข็งแรงกว่า และมีอาวุธในมือ จะไม่มีอะไรที่ต้องกลัว และเมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่สดใสของเย่จงหมิง ชายหน้าดำคนนี้จึงต้องการสั่งสอนชายหนุ่ม
ในวันโลกาวินาศ โดยพื้นฐานแล้ว เป็นโลกที่ผู้แข็งแกร่งกดขี่ และเอารัดเอาเปรียบผู้อ่อนแอ หากไม่มีกำลังที่จะต่อต้าน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอดทน
แท้จริงแล้ว สิ่งนี้ไม่เพียงแค่วันโลกาวินาศเท่านั้น แต่ยังเป็นความจริงด้วย…
เย่จงหมิงไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน หากสถานที่นี้อยู่ไกลจากอิงเฉิง เขาก็ต้องรีบกลับ รากฐานของเขากำลังจะพังทลาย อารมณ์ของเขาจึงไม่ดีนัก
เย่จงหมิงขมวดคิ้ว ล้วงมือเข้าไปในถุงหยิบผลึกวิเศษระดับ 3 ออกมาโยนให้จ้าวกัง
“บอกฉันทีว่าที่นี่ที่ไหน? ขอน้ำสะอาดหน่อย แล้วก็มอเตอร์ไซค์ หรือไม่ก็รถยนต์ที่เติมน้ำมันเต็มถัง แล้วฉันจะให้อีกชิ้น ถ้าหาแผนที่มาให้ได้ ก็จะได้ชิ้นที่สาม”
นี่เป็นความผิดพลาดของเย่จงหมิง หรือจะให้พูดตรงกว่านี้ก็คือความประมาทเลินเล่อ
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ผู้คนคิดหรือสิ่งที่ต้องพิจารณา อันที่จริงมันสอดคล้องกับระดับความแข็งแกร่ง เมื่อมีความแข็งแกร่งเพียงพอก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองข้ามเรื่องที่ไม่สำคัญมากไป เช่นเดียวกับตอนนี้ เย่จงหมิงต้องการกลับอวิ๋นติ่งวิลล่าให้ได้โดยเร็วที่สุด จึงลืมไปว่าที่นี่คือสถานที่อย่างไร หรือจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น โดยหยิบผลึกวิเศษระดับ 3 ออกมาตรงๆ แล้วยังสัญญาว่าจะให้ผลึกวิเศษระดับ 3 เพิ่มอีกสองชิ้นด้วย
จ้าวกังกลอกตาและหัวเราะทันที
“โย่ ขอโทษ ขอโทษ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นยอดฝีมือ ผมจะไปเตรียมของที่คุณขอ ผมคิดว่าคุณคงลำบากมาตลอดทาง งั้นก็ไปหาอะไรกินที่โรงแรมเหอผิงหน่อยไหม? เมื่อผมพร้อมแล้วจะไปหาคุณ โรงแรมเหอผิงคืออาคารที่สูงที่สุดในเมืองนี้”
แม้เมื่อกี้จ้าวกังจะไม่รู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้เขาจะไม่รู้ ถ้าคนผู้นี้สามารถนำผลึกวิเศษระดับ 3 ออกมาได้ มันคงมากเกินไปที่จะปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนธรรมดา ดังนั้นจ้าวกังจึงเปลี่ยนท่าทีทันที และบอกทางให้เย่จงหมิงเข้าไปในเมืองเหอผิงด้วยความเคารพ
เย่จงหมิงคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ตกลง เมื่อเขารู้ทางไปยังอวิ๋นติ่งวิลล่าแล้ว เขาจะเดินทางต่อไป ในระหว่างรอเวลาให้คนผู้นี้ไปหาพาหนะให้ ก็ควรไปหาอาหารรับประทานและพักผ่อนสักหน่อย
เมื่อมองไปยังอาคารสูงในเมือง เขาก็พยักหน้าและเดินจากไป
จ้าวกังมองเงาหลังของเย่จงหมิง และบอกกับยามที่อยู่ด้วย แล้วรีบไปหาใครบางคน
สำหรับคำสั่งของเย่จงหมิง… เหอ เหอ แม้จ้าวกังจะไม่สามารถรุกรานเขาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำไม่ได้ ชายคนนี้ไม่ใช่แค่แกะอ้วนเท่านั้น แถมยังเป็นแกะอ้วนตัวใหญ่ที่มีผลึกวิเศษระดับ 3 อีกด้วย!
นี่ไม่อาจตำหนิเย่จงหมิง เพราะความจริงผลึกวิเศษระดับต่ำที่สุดที่เขามีอยู่ในตอนนี้ทั้งหมดเป็นระดับสาม! ถ้าไม่ให้ผลึกวิเศษระดับ 3 เขาคงต้องให้ผลึกวิเศษระดับสี่!
สำหรับค่ายผู้รอดชีวิตในวันโลกาวินาศ มันไม่มีทั้งกลางวันกลางคืน ตราบใดที่มีผลึกวิเศษ คิดว่ามันเป็นเวลาไหน มันก็เป็นเวลานั้น หากคิดว่ามันเป็นเวลากลางคืน มันก็เป็นเวลากลางคืน ดังนั้นเมื่อเย่จงหมิงเดินเข้าไปในบาร์ของโรงแรมเหอผิง ที่นี่จึงมีชีวิตชีวามาก มีเสียงตะโกนด่ากัน และในอากาศก็เต็มไปด้วยควัน นี่เป็นสิ่งที่ในชีวิตก่อน เย่จงหมิงคุ้นเคยมาก มันมีทั้งกลิ่นตัวและกลิ่นของเหลวในร่างกายของชายหญิงผสมปนเปกัน
เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย เย่จงหมิงก็ชินกับมัน
ตำแหน่งที่เย่จงหมิงอยู่ในตอนนี้ เป็นตำแหน่งของกลุ่มคนจำนวนน้อยที่อยู่บนจุดสูงสุดของวันโลกาวินาศ แต่ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ที่เหลือจะมีชีวิตอยู่เช่นนี้
เขาเดินไปที่บาร์มองหาจุดที่มีคนน้อยแล้วนั่งลง จากนั้นก็วางถุงทั้งสองใบไว้ที่เท้า เมื่อเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามา หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาก็พูดว่า “ขนมปังกับน้ำ”
“ไม่ต้องการอย่างอื่นเหรอ? อย่าง…”
สาวเสิร์ฟนมโตในชุดรัดติ้ว ขยิบตาใส่เย่จงหมิง และจงใจเขย่าหน้าอกขาวขนาด 36 D ต่อหน้าเขา
ทำให้เกิดเสียงผิวปากและเสียงโห่ร้องขึ้นในบาร์
“ต้าไหน่เหวย (สาวนมโต) วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อนเหรอ? บอกแล้วไง ถ้าเบื่อนัก ก็มาหาผู้ชายแข็งแรงอย่างพี่ชายสิ ถ้าพี่ชายทำให้เธอถึงจุดสุดยอดไม่ได้ พี่ชายยอมให้ตัดมันทิ้ง”
ชายร่างกำยำราวกับหมีดำนั่งอยู่ที่โต๊ะ ถือแก้วเหล้าโลหะ ตะโกนมาทางนี้ บนหน้าอกเปลือยของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นมากมาย
“อย่าไปฟังเขา ต่อให้ของๆเขาไม่โดนตัด ฉันก็หาของเขาไม่เจอ”
สาวเสิร์ฟอีกคนเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถาดในมือ มองดูชายร่างกำยำราวกับหมีดำและพูดอย่างดูถูก
ผู้คนในบาร์พากันหัวเราะคิกคัก แล้วพ่นคำพูดหยาบคายออกมา
ชายรูปร่างเหมือนหมีดำรู้สึกอับอาย เขาตบผลึกวิเศษระดับ 1 สองชิ้นลงบนโต๊ะด้วยความโกรธ และพูดกับสาวเสิร์ฟที่ดูถูกเขาเมื่อครู่ว่า “คืนนี้ ฉันจะให้หล่อนดูว่าของฉันเล็กหรือไม่! ลองดูไหมล่ะ?”
สาวเสิร์ฟดูมีความสุข เดินบิดไปที่ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วคว้าผลึกวิเศษทั้ง 2 ชิ้น ยัดเข้าไปในเสื้อชั้นใน จากนั้นก็เชยคางชายคนนั้นแล้วพูดว่า “ทุกอย่างพูดง่ายด้วยผลึกวิเศษ ฉันไม่แคร์หรอกว่า นายจะมีขนาดแค่หนอนชาเขียว!”
ทุกคนหัวเราะลั่นอีกครั้ง รวมทั้งสาวเสิร์ฟด้วย จากนั้นเธอก็นำอาหารไปส่งให้แขกคนอื่นๆ ทิ้งชายร่างกำยำให้นั่งดื่มและพึมพำกับตัวเอง อย่างเช่น รอคืนนี้ก่อนเถอะ
“หนุ่มหล่อ…”
“ขนมปังกับน้ำ”
ผู้หญิงที่ชื่อต้าไหน่เหวยยิ้มและกำลังจะพูด แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยใบหน้าและคำพูดที่สงบของเย่จงหมิง
ต้าไหน่เหวยอึ้ง เธอไม่ค่อยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ในบาร์ เธอจึงอดที่จะมองเย่จงหมิงอย่างระมัดระวังไม่ได้ และพบว่าชายคนนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากคนอื่นๆที่นี่
ที่โดดเด่นที่สุดคือ ความสะอาด
ยกเว้นรองเท้าที่มีฝุ่นเล็กน้อยจากการเดินทางไกล แม้แต่ชุดเกราะหนังแปลกๆบนร่างของเขาก็เป็นระเบียบเรียบร้อย บนผิวหนังที่มองเห็นไม่ว่าจะเป็นมือหรือใบหน้า ไม่สกปรกเลยแม้แต่นิดเดียว
ต้าไหน่เหวยรู้สึกถึงปฏิกิริยาเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอทันที ในวันโลกาวินาศ ผู้ชายที่สะอาดหายากพอๆกับสาวงามพรหมจารี
“เนื้อของชีวิตกลายพันธุ์ 2 จิน (1 กก.) แต่คุณจะได้เป็นสองเท่าถ้าจ่ายเป็นผลึกวิเศษระดับ 1”
เย่จงหมิงหยิบผลึกวิเศษหนึ่งชิ้นขว้างไปให้และพูดว่า “ขอห้า ส่วนที่เหลือให้คุณ”
ในบาร์เกิดความเงียบขึ้นทันที
ต้าไหน่เหวยเป็นสาวเสิร์ฟที่สวยที่สุดในบาร์ของโรงแรมเหอผิง ถ้าไม่ใช่ผลึกวิเศษระดับ 1 ห้าชิ้นก็ไม่มีวันได้ตัวเธอ ในเมืองเหอผิงแห่งนี้ ผู้รอดชีวิตที่เต็มใจจะเล่นกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยผลึกวิเศษ 5 ชิ้น มีไม่มาก ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ต้าไหน่เหวยคนนี้จึงยังดูไม่ร่านเหมือนกับสาวเสิร์ฟคนอื่น อันที่จริง เธอรับรองผู้ชายน้อยมาก แม้แต่ในความทรงจำของผู้รอดชีวิตที่นี่ ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอเคยให้ความบันเทิงกับใครมาแล้วบ้าง อีกทั้งเพิ่งมีข่าวว่าเจ้านายลึกลับของโรงแรมเหอผิงใจดีกับเธอมาก จึงไม่มีใครกล้าทำความลำบากให้เธอ ดังนั้นในขณะนี้เธอจึงมีสถานะอยู่เล็กน้อย
แม้จะเล่นไม่ได้ แต่ยังให้ความสนใจได้ ผู้หญิงที่ทั้งสวยและหุ่นดี ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็เป็นจุดสนใจ
ดังนั้นเมื่อทุกคนเห็นผลึกวิเศษที่เย่จงหมิงขว้างไปให้เธอ หลายคนจึงตะลึงงันไปชั่วครู่ จนกระทั่งแก้วเหล้าของใครบางคนตกลงบนพื้น ความชะงักงันชั่วขณะจึงถูกทำลายลง
ผลึกวิเศษที่เย่จงหมิงขว้างไปให้เป็นผลึกวิเศษระดับ 3
บ้าเอ๊ย แค่ซื้อขนมปังกับน้ำ ต้องจ่ายด้วยผลึกวิเศษระดับ 3 เลยเหรอ? แล้วขอแค่ 5 ชุดด้วย? ผลึกวิเศษชิ้นนี้ต่อให้ 50 หรือ 500 ชุดก็สามารถซื้อได้ เด็กนี่กำลังอวดความมั่งคั่งของตัวเองอยู่หรือไง?
แน่นอนว่าเย่จงหมิงไม่ได้อวดความมั่งคั่งของเขา แต่เขาไม่มีผลึกวิเศษที่มีระดับต่ำกว่านี้เลย
ต้าไหน่เหวยสัมผัสผลึกวิเศษสีดำในมืออยู่นานก่อนจะยืนยันว่าที่เธอได้รับมาคือผลึกวิเศษระดับ 3 จริงๆ ความคิดแรกที่เกิดขึ้นทันทีก็คือ ขึ้นไปชั้นบน แลกเปลี่ยนยาวิวัฒนาการกับเหล่าเจียง สำหรับตัวเธอเองและน้องชาย!
แต่เธอก็รั้งตัวเองไว้ทันใด เธอรู้ว่าเธอต้องเสิร์ฟอาหารให้ชายหนุ่มกินก่อน
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันอ่อนโยนบนผลึกวิเศษ มีเพียงต้าไหน่เหวยเท่านั้นที่รู้ว่า เธอเปียก
ในวันโลกาวินาศ ผู้หญิงทุกคนมีราคาของตัวเอง เรื่องความสัมพันธ์ ไม่พูดถึงความรักแต่พูดกันด้วยเงิน หากมีเงินเพียงพอก็เทียบเท่ากับน้ำมันหล่อลื่น
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะสร้างขึ้น หรือหลั่งออกมาเอง
ต้าไหน่เหวยใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดเพื่อส่งมอบสิ่งที่เย่จงหมิงต้องการ จากนั้นก็ยืนยิ้มอยู่ไม่ไปไหน เธอคิดที่จะทำบางอย่างให้ชายคนนี้สนใจเธอ นอนกับเธอ บางทีเธออาจได้ผลึกวิเศษเพิ่มอีกสักชิ้น
หรือ… จะไม่ให้เงินก็ได้
ขณะนั้นเอง ประตูบาร์ก็ถูกผลักเปิดออก ชายสองคนหนึ่งสูงหนึ่งเตี้ยเดินเข้ามา บาร์เงียบไปชั่วครู่ สองวินาทีต่อมาก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ เพียงแต่เสียงเบาลงกว่าเดิมมาก
สายตาของคนทั้งคู่กวาดไปทั่วบาร์ ในไม่ใช้ก็จับจ้องไปที่เย่จงหมิง เพราะการแต่งตัวของเขาแตกต่างจากคนในเมืองเหอผิงอย่างชัดเจนเกินไป
ราวกับว่าได้รับการยืนยันบางอย่าง คนทั้งคู่ที่เข้ามาในบาร์พร้อมกันได้แยกกันนั่งลงคนละฝั่งของทางเข้า
สีหน้าของต้าไหน่เหวยเปลี่ยนไป เธอก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วแกล้งเอนตัวไปเช็ดโต๊ะ และกระซิบกับเย่จงหมิงว่า “ถ้าอยากรอดให้รีบหนีไปซะ ตรงนั้นมีประตูหลัง”
เย่จงหมิงไม่ได้หันหน้าไปมองด้วยซ้ำ แต่เขาก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นทางด้านหลัง เขายิ้มอย่างไม่ใส่ใจและจิบน้ำในแก้ว ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว เขาจึงพูดกับต้าไหน่เหวยที่อยู่ข้างๆว่า “ที่นี่มีผู้รอดชีวิตกี่คน?”