เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 374 ทดลอง

บทที่ 374 ทดลอง

บทที่ 374 ทดลอง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 374 ทดลอง

เย่จงหมิงมองดูคนของเผ่าต๋าปู้ที่มีดวงตาที่แผดเผาไปด้วยความโกรธ ผู้กำลังหมอบอยู่กับพื้นตรงหน้า

ทรายตกวันแรกที่กลับสู่เผ่าอาเถา ชายชราสูงศักดิ์จากเผ่าต๋าปู้ผู้ไม่ซื่อสัตย์คนนี้ ไม่เพียงติดต่อผู้คนในเผ่า แต่เขายังพยายามยุยงคนของเผ่าอาเถาให้ลอบสังหารเย่จงหมิงอีกด้วย

เป็นธรรมดาที่ผลลัพธ์คือไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะมีคนของเผ่าอาเถาสองคนเป็นใจให้ความสะดวกกับชายชรา แต่ท้ายที่สุด ค่ายพักของเผ่าอาเถาก็เล็กเกินไป ภายใต้ปรมาจารย์ทางจิตวิญญาณสองคนอย่างอาเถากับเย่จงหมิง มีหรือจะมองไม่เห็นการกระทำเหล่านั้น

อาเถาเลือกที่จะเสี่ยงโชคยืนเคียงข้างเย่จงหมิงเพื่ออนาคตของเผ่า และจัดการกับผู้สมรู้ร่วมคิดจากเผ่าของตนทั้งสองคนเป็นการส่วนตัวต่อหน้าผู้คนในเผ่า เขาถือมีดเปื้อนเลือดประกาศความผิดของคนทั้งคู่และบอกต่อทุกคนว่า ในอนาคตไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่ยอมยืนอยู่ข้างเขากับเย่จงหมิงก็จะไม่ใช่คนของเผ่าอีกต่อไป แต่จะเป็นศัตรู! ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ออกไป แต่ถ้ายังอยู่แล้วสร้างความเสียหาย ก็จะจบลงเหมือนสองคนนี้!

วิธีการของอาเถาเป็นการทำให้ชัดเจนสำหรับทั้งเผ่าว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทางเดินของเผ่าจะแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่ยินยอมทำตามก็จงออกไปให้พ้นจากเผ่า แต่ถ้าอยู่แล้วมีใจเป็นอื่นก็จะต้องจบลงอย่างสองคนนี้

สำหรับเผ่าที่มีคนเพียงไม่กี่ร้อยคน โดยพื้นฐานแล้วทุกคนจึงเป็นเหมือนญาติพี่น้องกัน ใครล่ะจะยอมละทิ้งญาติพี่น้องแล้วจากไปได้? แม้ว่าจะยังมีกลุ่มคนที่ดูหมิ่นแนวทางของอาเถาอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงและผลประโยชน์ที่ได้มาในช่วงระยะเวลาอันสั้น พวกเขาจึงอยากรอดูว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร

ความเด็ดเดี่ยวของอาเถา ทำให้เผ่ามีความมั่นคง

หลังจากการชำระโทษคนในเผ่าด้วยเลือดแล้ว เย่จงหมิงก็นำตัวผู้นำกลุ่มต่อต้าน คนของเผ่าต๋าปู้ผู้ไม่ซื่อสัตย์ออกไป เขากำลังจะทำการทดลองกับชายผู้นี้

เมื่อเชือกที่มัดตัวถูกคลายออก ชายชราที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายก็พุ่งเข้าโจมตีเย่จงหมิงอย่างบ้าคลั่ง แต่เนื่องจากความแข็งแกร่งที่ยังไม่ถึงระดับ 3 ดาว ทำให้เย่จงหมิงสามารถเอาชนะเขาได้ด้วยมือเดียว เมื่อการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่จบลง ชายชราก็ถูกมัดอีกครั้ง แล้วเย่จงหมิงก็ได้กรอกบางอย่างเข้าไปในปากของเขา

เมื่อเย่จงหมิงเดินออกมาจากเต็นท์ก็พบว่ามี่หยามายืนรออยู่ที่หน้าเต็นท์แล้ว

แม้สีหน้าของหญิงสาวจะดูสงบ แต่ภายในดวงตากลับดูซับซ้อนมาก เย่จงหมิงไม่แปลกใจกับการถูกมองแบบนี้ เพราะในตอนนี้ผู้คนเกือบทั้งเผ่าก็มองเขาแบบนี้เหมือนกัน

มันเป็นสายตาที่มีหลากหลายอารมณ์ มีทั้งความกตัญญู ความเคารพ ความกลัว ความแปลก ความสยบยอม……

“เขา เขาต่อต้านเจ้า เจ้าก็แค่ฆ่าเขาไปตรงๆก็พอแล้ว ทำไมต้องทรมานเขาแบบนี้ด้วย มันไม่ดีเลย”

เย่จงหมิงที่อยู่ในเผ่าอาเถามานานกว่าหนึ่งเดือน ตอนนี้เขาสามารถพูดภาษาของมรณาชนได้แล้ว ด้วยความทรงจำที่ยอดเยี่ยมของผู้วิวัฒนาการกับโบนัสทางจิตวิญญาณของเคล็ดวิชากลั่นวิญญาณพันใหญ่ ทำให้เขาเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก บวกกับมีครูชั้นดีอย่างหานอี้หาวกับภรรยา ทำให้ตอนนี้เขาไม่มีอุปสรรคในการสนทนากับมรณาชนอีกแล้ว

เย่จงหมิงมองมี่หยาโดยไม่พูดอะไร หลายสิ่งหลายอย่างไม่จำเป็นต้องอธิบาย และเย่จงหมิงก็ไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องอธิบายด้วย

“เจ้า เจ้าฆ่าคนมากเกินไปแล้ว ได้โปรดอย่าทำแบบนี้อีกเลย ถือว่าเห็นแก่ลูกหลานในอนาคตเถิด”

เย่จงหมิงมองดูมี่หยาด้วยสายตาซับซ้อน เขาไม่เข้าใจว่าสาวอวบอั๋นคนนี้หมายถึงอะไรที่พูดถึงลูกหลาน

หลังจากเกิดใหม่เขามีความสัมพันธ์กับเซี่ยเล่ยเพียงคนเดียว และคาดว่ามันคงไม่ถึงกับแจ็กพอตแตกกับความสัมพันธ์เพียงคืนเดียว แม้ว่าการทำให้ผู้หญิงตั้งท้องมีลูกได้จะไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานนักก็ตาม แต่การจะให้เขามาคิดถึงลูกหลานตอนนี้มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรือ? นอกจากนี้เรื่องลูกหลานมันสำคัญอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?

เขาจึงไม่สนใจผู้หญิงที่พูดจาไม่รู้เรื่องคนนี้อีก แล้วเดินไปยังเต็นท์ของอาเถา ชายชราบอกว่า เขาได้เลือกเป้าหมายไว้สองสามแห่ง แต่ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเลือกเป้าหมายไหนดี

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายไหน ก็จะต้องเอาความเป็นสุภาพบุรุษนำหน้าไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นวายร้ายทีหลัง และจะต้องมีการเตรียมการให้พร้อม เย่จงหมิงจึงตั้งใจจะนำคนออกไปไล่ล่าสัตว์ประหลาดสักพักก่อน แล้วค่อยมาจัดการกับเรื่องนี้ เพราะตอนนี้ผู้คนมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก

อาเถาวาดภาพให้ดูภายในเต็นท์ แม้ว่ามรณาชนอาจมีแผนที่ แต่เผ่าอาเถาเป็นเพียงเผ่าเล็กๆที่อ่อนแอ แผนที่จึงมีอยู่เฉพาะภายในหัวของเขาเท่านั้น

แต่ในอนาคตมันจะแตกต่างไป แผนที่จะมีความสำคัญมาก ดังนั้นเย่จงหมิงจึงขอให้อาเถาวาดให้ละเอียดมากที่สุด

เมื่อมองภาพวาดบนแผ่นกระดาษ เขาจึงรู้ว่าชายชราอาเถามีความสามารถในการวาดภาพ เพราะอย่างน้อยเขาก็สามารถเข้าใจมันได้

“เย่ ปากกากับกระดาษแบบนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ นี่เป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาชัดๆ!”

เย่จงหมิงอยากบอกอาเถาเหลือเกินว่า บนโลกมีเทพเจ้าที่ทรงอำนาจแบบนี้มากกว่าหกหมื่นล้านองค์ แต่พอลองคิดดู ชายชราก็ถูกเขาทรมานมามากพอแล้ว เขาจึงไม่อยากทำร้ายชายชราอีก

“ตรงนี้คือ เผ่าฮุยซาน ที่ข้าเลือก มีคนประมาณ 300 คน ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเผ่าของเราก่อนหน้านี้ไม่มากนัก หัวหน้าเผ่าฮุยซานมีความสัมพันธ์ที่ดีกับข้า ในช่วงทรายตกหลายพันวันที่ผ่านมาเรามีการติดต่อกับพวกเขามาก”

เย่จงหมิงมองไปยังจุดที่อาเถาชี้บนแผนที่และคำนวณในใจ ถ้าแผนที่ของอาเถาไม่มีข้อผิดพลาด เขาควรจะไปถึงที่นั่นได้ภายในเวลาทรายตกสามวัน

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก บวกกับหน้าหนาวที่กำลังจะมา ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาไม่ค่อยดีนักก็ตาม และถึงแม้ว่าพวกเราจะมีอาหารจำนวนมากและอาวุธที่ดี  แต่อัตราความสำเร็จก็ยังน้อยอยู่” อาเถาเหลือบมองเย่จงหมิง “เมื่อถึงเวลาข้าจะพยายามโน้มน้าวพวกเขาเอง เจ้าคงไม่ต้องการให้ทุกคนยกเว้นพวกเราเป็นทาสหรอกนะ”

เย่จงหมิงพยักหน้าเห็นด้วย เพราะตามแผนการของเขา เขาต้องการความช่วยเหลือจำนวนมากในอนาคต

หลังจากออกจากเต็นท์ เย่จงหมิงก็นำคนออกไปล่าสัตว์ ด้วยการนำของเขาทำให้การล่าสัตว์เปลี่ยนจากปฏิบัติการที่อันตรายกลายเป็นการหาเสบียงสำรองอย่างง่ายๆ ถึงจุดนี้ มรณาชนที่คุ้นเคยกับการลิ้มรสความหิวหลายวันก็รู้สึกขอบคุณเย่จงหมิงมาก

สองวันต่อมาเย่จงหมิงก็กลับมาถึงค่ายพร้อมกับผู้คนทั้งหมดที่นำพาไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีคนเสียชีวิต แต่ก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่าหนึ่งโหล นี่เป็นผลจากการที่เย่จงหมิงต้องการฝึกฝนให้กับนักรบเหล่านี้

หลังจากส่งอาหารที่หามาได้ให้คนอื่นไปจัดการ เย่จงหมิงก็กลับไปยังเต็นท์ที่ชายชราเผ่าต๋าปู้ถูกกักขังไว้ แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไป เขาก็พบกับมี่หยาที่หน้าเต็นท์อีกครั้ง

“เจ้าคิดจะทำอะไร?”

เย่จงหมิงถามด้วยความโมโห ถ้าเป็นที่อวิ๋นติ่งวิลล่า แม้แต่เซี่ยเล่ยก็ไม่กล้ามารบกวนเขาหลายครั้งเช่นนี้

“อย่าทรมานเขาอีกเลย เจ้า แค่ฆ่าเขาก็พอแล้ว!”

หลังจากได้ยิน เย่จงหมิงก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมหญิงสาวร้อนแรงตอนแรกพบ กลับกลายเป็นเทพธิดาแห่งความเมตตาไปได้!

“อย่าพูดในสิ่งที่เจ้าไม่เข้าใจ เจ้าใช้ดวงตาข้างไหนมองว่าข้าทรมานเขากัน?”

มี่หยาถึงกับสะอึก ก่อนจะชี้มือเข้าไปในเต็นท็แล้วพูดว่า “เจ้า เจ้าทุบตีเขาก่อนจะกรอกยาพิษให้เขากิน!”

เย่จงหมิงจับมือมี่หยาดึงสาวงามแบบสาวละติน ซึ่งสูงเกือบเท่ากับตัวเขาเข้าไปในเต็นท์

มี่หยาที่ถูกจับมือ ใบหน้าได้เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

พอเข้าไปในเต็นท์ เย่จงหมิงก็พบว่า ชายชราจากเผ่าต๋าปู้ยังคงมีชีวิตอยู่และสีหน้าของเขาก็ดูดีมาก ทำให้เกิดความตื่นเต้นเล็กน้อยขึ้นในใจของเย่จงหมิง

“เจ้าเอาอะไรให้ข้ากิน ทำไมข้าถึงได้รู้สึกแปลกๆ?”

พอชายชราเห็นเย่จงหมิง เขาก็พยายามถามขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาอาจเป็นเพราะยาที่เย่จงหมิงให้กิน

พอเห็นเย่จงหมิงไม่ตอบ เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เขาถามมันไม่ถูกต้อง เย่จงหมิงเข้าไปแก้เชือกที่มัดชายชราและบอกว่า เอาชนะข้าให้ได้แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป

ชายชราลงมือโจมตีทันที แต่เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่จงหมิง

จากนั้นเย่จงหมิงก็มัดชายชราอีกครั้ง โดยมีมี่หยามองดูอยู่ข้างๆ ด้วยความโมโห

“อย่าลืมขอโทษข้าทีหลังด้วยล่ะ”

พูดจบเย่จงหมิงก็ไม่สนใจมี่หยาอีก เขาเดินตรงไปที่เต็นท์ของอาเถาและวางบางอย่างลงตรงหน้าชายชรา

“นี่คืออะไร?” อาเถาถามอย่างงงๆ

“มันคือสิ่งที่อาจทำให้เผ่าพัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว”

เย่จงหมิงยิ้มอย่างลึกลับ เมื่อนึกถึงขวดที่วางอยู่บนโต๊ะ…… ยาวิวัฒนาการ

จบบทที่ บทที่ 374 ทดลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว