- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 375 เซี่ยเล่ย กับ เซี่ยไป๋
บทที่ 375 เซี่ยเล่ย กับ เซี่ยไป๋
บทที่ 375 เซี่ยเล่ย กับ เซี่ยไป๋
บทที่ 375 เซี่ยเล่ย กับ เซี่ยไป๋
แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาจากภายนอก เกิดเป็นมุมที่สวยงามบนพื้น ฝุ่นบางส่วนลอยอยู่ใต้ลำแสง ทำให้เกิดเป็นรอยที่ไม่สม่ำเสมอ
กลุ่มผ้าพันแผลลอยเข้ามาทำให้ความสามัคคีนี้แตกกระจาย ผงฝุ่นกระจายออกไปราวกับตื่นตระหนก
เซี่ยเล่ยเช็ดเลือดออกจากมือ ดวงตาแข็งกร้าวดุดันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆตลอดสองเดือน มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าที่จับได้ยากอยู่ภายใน
เธอใช้ผ้าพันแผลพันชายโครงอย่างระมัดระวัง พอแล้วเสร็จก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง และคิดว่าคงจะหลับได้ในทันที สำหรับการนอนหลับพักผ่อนครั้งแรกในรอบสามวัน แต่พอหลับตาลง ในใจก็คิดถึงชายคนนั้น
เซี่ยเล่ยทำได้เพียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง เพราะเธอกลัวว่าหากคิดมากเกินไปจะทำให้เธออ่อนแอ
อวิ๋นติ่งวิลล่าในตอนนี้ต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่ต้องการความอ่อนแอ
บางครั้งเซี่ยเล่ยก็หวนนึกถึงวันเวลาในยามสงบสุขเช่นกัน แต่ไม่ใช่คิดถึงผู้ชายในชีวิตคนก่อน เธอลองจินตนาการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเธอพบหนุ่มน้อยคนนั้นในเวลานั้น
บางทีเธออาจอยู่ในชุดตำรวจหน้าตาเคร่งขรึม ดึงตัวหนุ่มน้อยท่าทางกลัวๆออกจากห้องเรียนเพื่อออกเดท บางทีเธออาจเลือกสวมเสื้อบางๆไปหาเขาตอนฝนตก เพื่อดูว่าเขาจะมีอาการเลือดกำเดาไหลหรือไม่
แล้วในวันที่น่าจดจำ เธอจะมอมเหล้าเขา จากนั้นก็ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก รอจนเช้าพอเขาลืมตาตื่นขึ้น เธอก็จะถือผ้าปูที่นอนที่มีร่องรอยดอกบ๊วย แล้วประกาศว่าเขาต้องรับผิดชอบ มิฉะนั้นเธอจะตัดป๋องแป๋งของเขาทิ้ง
ส่วนวันเวลาที่เหลือก็คือการสานสัมพันธ์แบบธรรมดาและพิเศษระหว่างพี่สาวกับน้องชาย โดยเซี่ยเล่ยจะใช้เสน่ห์ของเธอประสานความสัมพันธ์ของพ่อแม่และเพื่อนฝูงของทั้งสองฝ่าย จากนั้นก็จะถือทะเบียนสมรสประกาศความชอบธรรมและซื่อสัตย์ต่อหนุ่มน้อยคนนั้นไปตลอดชีวิต
มุมปากของเซี่ยเล่ยบิดโค้งขึ้นอย่างมีเสน่ห์ เธอหันไปกอดรัดหมอนข้างและใช้เรียวขาเรียบเนียนบีบรัดหมอนข้างอย่างแนบแน่น
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเล่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ปัญหาและความยากลำบากที่เจอในทุกวันก็ดูเหมือนจะลำบากใจน้อยลง
“ฉันรอการกลับมาของคุณอยู่นะ ถ้าคุณกลับมาฉันจะทำให้คุณลุกจากเตียงไม่ได้ไปสามวันสามคืนเลยล่ะ”
เซี่ยเล่ยบ่นพึมพำ โยนหมอนข้างที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันมากทิ้ง แล้วพลิกตัวนอนหงายมองเพดาน พยายามไม่คิดถึงเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างเช่น ถ้าเขาไม่กลับมา
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ เซี่ยเล่ยถอนหายใจ รู้ว่าระยะเวลาของการไม่ได้นอนยาวนานได้เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว เธอขานรับและรีบสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายอันน่าหลงใหลอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงหน้าประตู เธอก็มองกระจกที่ติดอยู่ตรงประตูและลูบใบหน้า มองความอ่อนโยนและความปรารถนาในดวงตาของตัวเอง
“หนุ่มน้อย ถ้าคุณไม่กลับมา ฉันจะจัดการกับเหล่าคนงามในวิลล่า สวมหมวกแดงให้คุณ!”
(ผู้แปล - สวมหมวกแดงคือการนอกใจสามีไปกับเพศเดียวกัน)
เมื่อเดินออกจากห้อง นางมารสาวแห่งอวิ๋นติ่งวิลล่าก็กลับคืนมาอีกครั้ง
……
ถังเทียนกระอักเลือด คว้าตัวคนข้างๆไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง
ที่เอนพิงเขาอยู่คือหรงเจี่ยที่มีใบหน้าซีดเผือด
ที่อยู่รอบตัวพวกเขา นอกจากนักรบที่รอดตายหลายสิบคนของอวิ๋นติ่งวิลล่าแล้ว ก็คือผู้วิวัฒนาการหลายร้อยคนที่มีใบหน้าน่าเกลียดและอาวุธหลากหลาย
“ถังเทียน คิดไม่ถึงว่าคนทำงานเบ็ดเตล็ดในทีมจิงหวู่จะกลายมาเป็นรองกัปตันทีมของอวิ๋นติ่งวิลล่าจริงๆ ดูเหมือนว่าเป็นพัฒนาการที่ดีเลยนี่ หรือว่าตอนที่เข้าไปในพื้นที่ลึกลับ แล้วทีมจิงหวู่หายตัวไปกันหมด แกจะเป็นคนฆ่าพวกเขา? เท่าที่ข้ารู้มา ลุงต้าก็ปฏิบัติต่อแกเป็นอย่างดีนี่นา”
ชายใบหน้าขรุขระปากแหลมแก้มลิงถือแท่งเหล็กหนาที่มีแสงสีเทากระพริบอยู่ด้านบน พูดจาใส่ไคล้
ถังเทียนยิ้มอย่างเย็นชา “แกคิดจะใช้เหตุผลนี้กับพฤติกรรมของแกในวันนี้งั้นเหรอ อย่าลำบากไปเลย นี่มันวันโลกาวินาศ ตราบใดที่หมัดแข็งแรงพอ ก็ไม่มีใครสนใจสาเหตุที่ต้องฆ่าคนหรอก”
ชายใบหน้าขรุขระปากแหลมแก้มลิงถูกว่ากล่าวก็มีสีหน้าดุร้ายขึ้น แล้วตะโกนว่า “บอสของพวกเราบอกว่า ถ้าแกบอกที่อยู่ของเย่จงหมิงมา เราก็จะไม่ฆ่าพวกแก!”
ดวงตาของหรงเจี่ยสั่นเทา รู้ว่าสิ่งที่ทุกคนเป็นกังวลที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่เย่จงหมิงจากไปเพียงครึ่งเดือน ได้มีการโจมตีขบวนรถและกองคาราวานของอวิ๋นติ่งวิลล่าติดต่อกันถึง 6 ครั้ง และในสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีบางคนเริ่มเข้าโจมตีกองกำลังรอบนอกของอวิ๋นติ่งวิลล่าอย่างบ้าคลั่ง ราวกับนัดหมายกันมา ในที่สุดคนเหล่านี้ก็ตระหนักได้ถึงการหายตัวไปของเย่จงหมิง และเริ่มทดลองโจมตี
พวกเขากำลังเฝ้าดูว่าเย่จงหมิงจะออกมาจัดการกับวิกฤติของอวิ๋นติ่งวิลล่าหรือไม่ ถ้าเขาไม่ออกมาปรากฏตัว ข่าวที่ว่าเขาเข้าสู่อาณาจักรลับและเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นความจริง
“แค่คนน่าเกลียดและน่ารังเกียจอย่างแก คิดว่ามีคุณสมบัติพอจะเข้าพบลูกพี่ของเรางั้นเรอะ? จะเป็นการดีกว่าถ้าแกจะกลับไปบอกให้บอสของแกให้มาที่อวิ๋นติ่งวิลล่าด้วยตัวเองโดยการเดินสามก้าว โขกหัวคารวะเก้าครั้ง บางทีลูกพี่เย่ของพวกเราอาจกรุณาอนุญาตให้เข้าพบก็เป็นได้”
นักรบคนหนึ่งของอวิ๋นติ่งวิลล่าตอบโต้อย่างดูถูกเหยียดหยาม และนักรบคนอื่นๆก็หัวเราะเย้ยหยันออกมา
วิกฤติของวิลล่า แสดงให้เห็นใบหน้าของใครหลายคนได้อย่างชัดเจนขึ้น สำหรับคนที่ไม่มีความมั่นคงก็จะสะท้านหวั่นไหว ส่วนคนที่มีความมั่นคงก็จะปักหลักอย่างหนักแน่น
“งั้นพวกแกก็ตายซะ!”
ชายใบหน้าขรุขระปากแหลมแก้มลิงตะโกนก้องพร้อมกับโบกแขน ผู้คนที่อยู่โดยรอบก็เริ่มเข้าโจมตีขบวนรถขนส่งเมล็ดธัญพืชของอวิ๋นติ่งวิลล่าทันที!
แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังมาจากสองทิศทางพร้อมกัน
ทิศทางแรกมาจากจุดเชื่อมต่อระหว่างนักรบของอวิ๋นติ่งวิลล่ากับคนกลุ่มนี้ การต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อได้เริ่มต้นขึ้น แต่ละชีวิตร่วงหล่นราวกับเหรียญเงินที่ร่วงจากกระเป๋า แต่อีกทิศทางหนึ่งดังมาจากภายนอกวงล้อม
ชายใบหน้าขรุขระปากแหลมแก้มลิงหันไปมองทางด้านนั้นก็เห็นเงาร่างเพรียวงามพลิ้วไหวอยู่ในฝูงชน แต่ละก้าวที่เงาร่างนั้นเยื้องย่าง หัวใจของคนๆหนึ่งจะถูกกระชากออกมาจากอก และถูกบดขยี้ แล้วโยนทิ้งลงพื้น จากนั้นก็เหยียบซ้ำจนจมดิน
หญิงสาวสวมหน้ากากที่มีลวดลาย ตรงช่องว่างของหน้ากากเผยให้เห็นผิวสีขาวบอบบางชุ่มชื้นราวกับหยกมันแพะ เดิมทีมือของเธอก็เป็นสีเดียวกัน แต่ตอนนี้มือของเธอกลายเป็นสีแดงสด แม้เธอจะมีรูปร่างสมส่วนและมีกลิ่นอายที่น่าหลงใหลที่เล็ดลอดออกมาจากทุกๆการกระทำ แต่น่าเสียดาย ที่เธอมีเศษเลือดเนื้อเปรอะเปื้อนอยู่บนร่างกาย และร่วงหล่นลงจากร่างกายของเธอในยามขยับตัว หลังจากร่วงหล่นลงไม่นานก็จะมีเศษเลือดเนื้อชิ้นใหม่กลับมาเปื้อนอีก
การรวมตัวของเทวดาและซาตาน น่าจะเป็นเช่นนี้
ชายใบหน้าขรุขระปากแหลมแก้มลิงกู่ก้องพุ่งเข้าหาพร้อมกับโบกอาวุธในมือ เขามั่นใจในความแข็งแกร่งระดับ 3 ดาวของตัวเองว่าจะใช้บังคับหญิงสาวคนนี้ได้ แต่เขาจะไม่สังหารเธอ เขาต้องการจับเป็นเธอ หลังจากนั้นเขาจะสั่งสอนให้เธอรู้จักวิธีปรนนิบัติผู้ชาย
นัยน์ตาหลังหน้ากากปิดลง จู่ๆเขาก็รู้สึกขยับตัวไม่ได้ ในวินาทีถัดมา เขาก็มองเห็นมือที่ขาวราวหิมะที่เปรอะเปื้อนไปได้เลือดสีแดงสดสอดเข้าไปที่หน้าอกของเขา พร้อมกับกระชากหัวใจของเขาออกมาเหมือนกับในตอนที่เธอสังหารเพื่อนๆของเขา
“นี่มันทักษะอะไรกัน เป็นไปไม่ได้……”
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แค่แกเจอมาน้อยเกินไปเท่านั้น”
พอหญิงสาวนำมือออกมาจากอกของชายใบหน้าขรุขระปากแหลมแก้มลิง เขาก็ล้มลงกับพื้นและเสียชีวิตลงอย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้นกลุ่มผู้เข้าโจมตีก็ตกสู่ความโกลาหล
กองกำลังเสริมจากอวิ๋นติ่งวิลล่ามาถึงแล้ว ทีมงานพุ่งเข้าใส่ศัตรูหลายร้อยคนที่มีมากกว่าฝ่ายตนหลายเท่าตัวอย่างไม่หวั่นเกรง แล้วการต่อสู้ก็เปลี่ยนเป็นการกระทำฝ่ายเดียว
เซี่ยเล่ยเดินไปหาหญิงสาวสวมหน้ากากที่กำลังเช็ดเลือดออกจากมือด้วยเสื้อผ้าของศัตรู พร้อมกับยิ้มให้
“กลับมาแล้ว?”
“กลับมาแล้ว”
พูดจบเธอก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบยาวิวัฒนาการระดับ 3 ดาว 5 หลอดออกมาส่งให้เซี่ยเล่ย
“ที่มาช้าเพราะเจ้าพวกนี้”
เซี่ยไป๋กล่าว