เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 209 อวิ๋นติ่งยามราตรี

บทที่ 209 อวิ๋นติ่งยามราตรี

บทที่ 209 อวิ๋นติ่งยามราตรี


บทที่ 209 อวิ๋นติ่งยามราตรี

บริเวณโกดังเก็บของเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งในอวิ๋นติ่งวิลล่าที่มีแสงสว่าง

ชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะที่มีเทียนไขจำนวนหนึ่งจุดอยู่บนเชิงเทียน

ตั้งแต่เป็นผู้วิวัฒนาการ สายตาของเขาก็ไม่มีปัญหาอีกแล้ว ทำให้หลูอี้ยินดีกับการอ่านหนังสือในเวลาว่าง แม้จะเป็นยามค่ำคืนก็ตาม

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หลูอี้ขมวดคิ้ว แม้ว่าการเป็นผู้วิวัฒนาการจะสามารถกำจัดจุดอ่อนร่างกายของชายวัย 65 ได้ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงนิสัยที่รู้สึกเบื่อหน่ายยามถูกรบกวนในเวลากลางคืน

คนที่เดินเข้ามาคือชายหนุ่มวัย 30 ต้นๆ ถือขวานสั้นเรืองแสงสีเทา ภายใต้แสงเทียน

“เซี่ยงเทา มีอะไร?”

สำหรับชายหนุ่มบ้านใกล้เรือนเคียงคนนี้ เคยทำงานเป็นผู้บริหารในบริษัท หลูอี้มีความรู้สึกดีๆให้เขา เพราะอย่างน้อยในตอนที่วันสิ้นโลกมาถึง เขาได้แสดงถึงความใจเย็นที่ไม่สอดคล้องกับอายุ หลังจากที่กลายเป็นผู้วิวัฒนาการ เขาจึงกลายเป็นผู้ช่วยที่ดีของหลูอี้

“ลุงหลู คนของเจนนิงส์มา ต้องการแลกเปลี่ยนอาหารกับเรา”

หลูอี้ควบคุมพื้นที่โกดังเก็บของ ของวิลล่า เพราะความอุดมสมบูรณ์ของวัสดุที่นี่ พวกเขาจึงเป็นเพียงหนึ่งเดียวในสี่กองกำลังที่ไม่จำเป็นต้องออกไปหาอาหาร จนทำให้กองกำลังภายนอกคิดว่าที่นี่มีเพียงสามกองกำลัง

ด้วยเหตุนี้ หลูอี้และคนของเขาจึงมีความสูญเสียเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนับตั้งแต่วันโลกาวินาศได้เริ่มขึ้น แต่เป็นเพราะนักเดินทางที่มาพักผ่อนในวิลล่าก่อนวันสิ้นโลกได้เริ่มมารวมตัวกันที่นี่มากขึ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสามัคคี

“แล้วราคาล่ะ?” หลูอี้ถาม

“ยาวิวัฒนาการระดับ 1 ดาว 1 หลอด แลกกับข้าว 20 ถุง, อาหารกระป๋อง 50 ลัง, เกลือ 10 ถุง, น้ำมัน 10 ถัง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ลัง กับน้ำ 200 ลิตร”

หลังจากฟังเซี่ยงเทา หลูอี้ขมวดคิ้ว เจนนิงส์เป็นหัวหน้าบริษัทข้ามชาติในประเทศจีน ในวันสิ้นโลกบริษัทของพวกเขาได้มาจัดการประชุมประจำปีที่นี่ ดังนั้นคนจำนวนมากจึงติดอยู่ที่นี่ พวกเขามีการจัดการและการควบคุมสถานการณ์ที่ดี ทั้งยังควบคุมพื้นที่หอประชุม อีกทั้งยังพบรูเล็ต ทำให้กลุ่มของพวกเขามีผู้วิวัฒนาการจำนวนมากที่สุด

ตอนนี้พวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในสี่กองกำลังที่อยู่ในอวิ๋นติ่งวิลล่า

ส่วนกองกำลังของหลูอี้สร้างขึ้นมาจากนักเดินทางที่เข้ามาพักผ่อนในวันหยุดที่อวิ๋นติ่งวิลล่า จึงมีช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งกับกองกำลังอื่น อย่างไรก็ตามสถานการณ์สี่ฝ่ายนี้ก็ยังคงอยู่ แม้ว่าแต่ละกองกำลังจะมีความแข็งแกร่งและอ่อนแอต่างกันก็ตาม แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดที่สามารถกลืนกินกองกำลังอื่นภายในครั้งเดียวโดยไม่ทำร้ายถึงกำลังหลักของกองกำลังได้ ดังนั้นทุกฝ่ายจึงไม่กลัวการถูกเอาเปรียบ และรักษาสถานการณ์ปัจจุบันไว้ได้

ด้วยการทำธุรกิจมาตลอดชีวิตหลูอี้จึงคุ้นเคยกับการใช้ผลประโยชน์วัดทุกอย่าง ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้จะต้องพังลงในวันหนึ่ง ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือ ในวันแห่งความสับสนวุ่นวาย เขาจะต้องสามารถเป็นฝ่ายชนะ

โชคดีที่เขาควบคุมโกดังเก็บของ เขาจึงมีวัสดุที่สามกองกำลังต้องการ สิ่งนี้ทำให้ แม้ว่าเขาจะไม่มีรูเล็ตในครอบครอง แต่ก็ยังสามารถแลกเปลี่ยนยาวิวัฒนาการจำนวนมากจากกองกำลังอื่น

นอกจากเจนนิงส์แล้ว ยังมีเว่ยเสี่ยวหย่ง ที่ควบคุมพื้นที่ในส่วนของพนักงานส่วนใหญ่ของวิลล่า และกองกำลังของเสี่ยวตง ที่สร้างขึ้นจากบริษัทศิลปะการแสดงและการบันเทิง ซึ่งควบคุมพื้นที่วิลล่าน้ำพุร้อน และพวกเขาก็มีรูเล็ตในครอบครองเหมือนกัน ซึ่งหากกองกำลังไหนไม่แลกเปลี่ยนกับหลูอี้ เขาก็ยังมีกองกำลังอื่นที่แลกเปลี่ยนด้วย

พูดตามตรง ความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ในระหว่างรอยแยกนี้ไม่ดีเลย สิ่งที่มีอยู่ในโกดังเก็บของมีแต่จะหมดไปในวันหนึ่ง เมื่อถึงวันนั้น ความแข็งแกร่งของสามกองกำลังก็จะแซงหน้า และนั่นก็จะเป็นความตายของเขา

หลูอี้กำลังพิจารณาทางออกสำหรับอนาคต แต่ก็ไม่สามารถหาวิธีดีๆได้ เมื่อได้ยินว่าเจนนิงส์ต้องการแลกเปลี่ยนของ เขารู้สึกดีใจมาก แต่พอได้ยินสัดส่วนการแลกเปลี่ยนก็เกิดความไม่พอใจขึ้นเล็กน้อย

เมื่อเทียบกับสองสามวันก่อน คราวนี้ชายต่างชาติคนนี้ต้องการมากเกินไป

“คนที่มาคือแจ็ค จางอิงกับไถเจิ้ง ที่เหลือเป็นคนธรรมดา”

หือ? หลูอี้เงยหน้ามองเซี่ยงเทา

“นายหมายถึง…”

“ลุงหลู ตอนนี้พวกเรามีผู้วิวัฒนาการสิบคน เสี่ยวตงมีสิบสอง เว่ยเสี่ยวหย่งมีสิบสาม เจนนิงส์มีสิบสี่ ครึ่งเดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้วิวัฒนาการของพวกเรากับพวกเขายังเท่าเดิม แต่ตอนนี้ช่องว่างของเรากับพวกเขากลับกว้างขึ้น”

“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อาจจะเป็นสัปดาห์หน้า ที่พวกเราจะถูกกลืน”

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง และวันนี้ก็นับว่าเป็นโอกาสดี”

“หากเราฆ่าแจ็คกับพวกที่มาด้วย ผู้วิวัฒนาการของเจนนิงส์จะเหลือแค่สิบเอ็ด ส่วนต่างระหว่างสิบจนถึงสิบสาม ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และถ้ายึดยาวิวัฒนาการมาได้ เราจะมีผู้วิวัฒนาการเพิ่มเป็นสิบเอ็ด เท่ากับเจนนิงส์ ซึ่งจะทำให้พวกเขาทำอะไรเราไม่ได้”

หลูอี้หรี่ตาลง แตะมือลงบนปกหนังสือ ครู่ต่อมาก็พูดขึ้นว่า “แล้วไง? เมื่อเราทำ ก็หมายความว่าจะไม่มีใครมาแลกเปลี่ยนยาวิวัฒนาการกับเราอีกในอนาคต”

“ยังไงเราก็ต้องออกไปล่าตามถนนเหมือนพวกเขา แต่ถ้าเราเลือกเส้นทางเดิม มันก็จะเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น แล้วทำไมเราถึงไม่ใช้โอกาสนี้ล่ะ สำหรับเรื่องยาวิวัฒนาการ  ขอเพียงมีผลึกวิเศษ รอบๆวิลล่ามีมากกว่าหนึ่งกองกำลังที่มีรูเล็ตอยู่ในครอบครอง เราสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อหมุนรูเล็ต หรือแลกเปลี่ยนกับพวกเขาโดยตรงก็ได้”

ชายชราหลับตา กำหมัดแน่นแล้วคลายออก

“ได้!”

……

เย่จงหมิงเข้ามาในอวิ๋นติ่งวิลล่าได้อย่างง่ายดาย จนน่าประหลาดใจ

ด้านนอกวิลล่า… ไม่มีการป้องกันใดๆทั้งสิ้น

อาจเป็นเพราะฝูงซอมบี้กับชีวิตกลายพันธุ์ด้านนอก ทำให้ผู้รอดชีวิตที่นี่มีคนไม่พอมาคอยเฝ้ายาม

เย่จงหมิงพบว่าสถานที่นี้แปลกมาก ซอมบี้กับชีวิตกลายพันธุ์ที่อยู่โดยรอบมีพวกระดับ 2 อยู่ไม่น้อย แต่ทำไมพวกมันถึงได้อยู่แค่บริเวณโดยรอบ ไม่ทำลายกำแพงที่หยุดได้เพียงซอมบี้ธรรมดาเข้ามา?

หรือว่าที่นี่…

ขณะที่เย่จงหมิงกำลังคาดเดาในใจ เขาก็ไม่ได้หยุดเท้า เขาจำได้ว่าสถานที่ ที่เขาตามหาอยู่ที่ห้องใต้ดินในวิลล่า แต่ตำแหน่งที่แน่นอนนั้น เย่จงหมิงไม่มั่นใจ

ชีวิตก่อนเขาเคยมาที่นี่ และจดจำภูมิประเทศได้ดี แต่ตำแหน่งอาคารต่างๆในปัจจุบันกับอีกหนึ่งปีต่อจากนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เขาต้องการเวลาเพื่อยืนยันตำแหน่ง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เย่จงหมิงก็พบพื้นที่ๆมีป้ายเขียนว่าวิลล่าน้ำพุร้อน

ภายใต้แสงจันทร์กระจ่าง เย่จงหมิงกวาดสายตามอง และพบว่ามีวิลล่าอย่างน้อย 20 หลังที่นี่ นี่เขาต้องตามหาไปทีละหลังเหรอเนี่ย?

ขณะกำลังลังเลเย่จงหมิงก็พบว่าวิลล่าหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมีแสงสว่างลอดออกมา มีเสียงหัวเราะและเสียงบางอย่าง และมียามนั่งสูบบุหรี่หน้าประตูอยู่สองคน

เย่จงหมิงจึงตัดสินใจไปที่นั่นก่อน

เขาลอบเข้าไปอย่างเงียบๆ หลีกเลี่ยงยามทั้งคู่ ปีนขึ้นไปบนชั้นสองของวิลล่าจากทางด้านหลัง มองหาหน้าต่างที่ไม่ได้ล็อค แล้วเข้าไปในวิลล่า

กลิ่นเหล้าและกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกปะทะจมูกทันที จนทำให้เย่จงหมิงรู้สึกอึดอัด และเนื่องจากไม่มีผนังเก็บเสียง ทำให้ได้ยินเสียงหัวเราะของคนหลายคนอย่างชัดเจน ในระหว่างเสียงหัวเราะเหล่านั้นมีเสียงกรีดร้องและร้องไห้ของผู้หญิงอยู่ด้วย

ดวงตาของเย่จงหมิงเป็นประกายวาบ

ตัดสินจากทิศทางของเสียง คนเหล่านั้นรวมตัวกันอยู่ที่ชั้นหนึ่ง หากต้องการไปยังห้องใต้ดินก็ต้องผ่านคนเหล่านั้นไป แม้ว่าเขาจะไม่กลัว แต่การถูกพบเห็น มันจะทำให้เกิดปัญหามาก

เนื่องจากที่นี่มีคนอยู่มากเกินไป เย่จงหมิงจึงคิดจากไป และเก็บไว้ค้นเป็นแห่งสุดท้าย

ขณะที่เขากำลังจะกลับลงไปตามเส้นทางเดิม ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากชั้นล่าง! และความร้อนอันรุนแรงก็ทะลุผ่านมาที่เท้าของเย่จงหมิงบนชั้นสอง!

จบบทที่ บทที่ 209 อวิ๋นติ่งยามราตรี

คัดลอกลิงก์แล้ว