เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 เซี่ยโก่ว (สุนัขแซ่เซี่ย)

บทที่ 210 เซี่ยโก่ว (สุนัขแซ่เซี่ย)

บทที่ 210 เซี่ยโก่ว (สุนัขแซ่เซี่ย)


บทที่ 210 เซี่ยโก่ว (สุนัขแซ่เซี่ย)

เย่จงหมิงประหลาดใจ

เพราะความรู้สึกในการรับรู้ถึงอันตรายที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากชีวิตก่อนและสัมผัสทางจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นของพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นหลังจากการกินหนอนสมอง ทำให้เขารับรู้ถึงความเป็นปรปักษ์หรือการโจมตีได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

แต่การโจมตีครั้งนี้ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

ก่อนที่เท้าจะถูกความร้อนโจมตี ร่างของเขาก็กระโจนออกไปชิดกับผนังได้ทันก่อนที่พื้นจะระเบิดออก ในเวลาเดียวกันปืนที่ได้รับการเสริมด้วยทักษะเสริมสร้างเป็นหนึ่งเดียวก็ปรากฏขึ้นในมือ ปากกระบอกปืนหันไปทางพื้นที่ทะลุออกมาในแนวทะแยงมุม

อ๊า! อ๊า!

มีเสียงกรีดร้องของทั้งผู้หญิงและผู้ชายดังมาจากทางด้านล่าง

“ตงเกอ!”

“นังแพศยา ยังไม่ปล่อยกูอีก!”

“อย่าดึง! เจ็บโว๊ย!”

“ระยำ กูจะฆ่ามึง!”

“เซี่ยเจีย อย่าทำแบบนี้!”

“เผานังนี่ให้ตาย เผานังนี่ให้ตาย!”

คำพูดสับสนที่ดังมาจากด้านล่าง ทำให้เย่จงหมิงขมวดคิ้ว

มันเป็นแค่อุบัติเหตุเหรอ?

จากคำพูดไม่กี่คำที่ได้ยิน ดูเหมือนเขาจะได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างโดยไม่คาดคิด

เขาเดินไปดูที่หลุมใหญ่บนพื้นอย่างเงียบๆ เย่จงหมิงเห็นร่างเปลือยของชายหญิงหลายคนรายล้อมกันอยู่บนเตียงที่เปื้อนเลือดและของเหลวบางอย่าง มีชายร่างใหญ่ยืนอยู่บนเตียงและมีผู้หญิงอีกคนคุกเข่าอยู่ตรงระหว่างขาของเขา กำลังกัด…

สิ่งที่ทำให้เย่จงหมิงถึงกับขยับตัวเล็กน้อยก็คือ ครึ่งซีกหน้าของผู้หญิงคนนั้นถูกเผาเกรียมจนจำหน้าเดิมไม่ได้ แม้แต่ไหล่ข้างนั้นก็ถูกเผาเช่นกัน กลิ่นเนื้อไหม้ที่คลุ้งไปทั่วห้องผสมกับกลิ่นราคะของชายหญิง กลายเป็นกลิ่นที่ชวนคลื่นเหียน

หญิงสาวจับขาของชายคนนั้นไว้แน่น ปากกัดไม่ยอมปล่อย แม้ครึ่งซีกหน้าจะถูกเผาอย่างรุนแรงจนขากรรไกรและกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้รับความเสียหายก็ตาม เธอพยายามกัดชายผู้วิวัฒนาการและมีอาชีพคนนี้อย่างสุดชีวิต

เธอแค่พยายามกัดอย่างสุดแรงเกิด ภายใต้เปลือกตาที่ถูกเผาไหม้ ปรากฏสายตาที่เคียดแค้นชิงชังอย่างหาใดเปรียบ จนแม้แต่เย่จงหมิงที่แอบดูอยู่ยังรู้สึกหวั่น

ผู้หญิงคนนี้ไม่สนใจว่าจะอยู่หรือตายอีกต่อไปแล้ว

สำหรับคนแบบนี้ ถึงเป็นคนธรรมดาก็น่ากลัวมาก

“ถ้าแกอ้าปาก ฉันจะไว้ชีวิตแก”

ชายที่ถูกกัดส่วนสำคัญสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวว่าถ้าขยับ ความเป็นชายจะถูกกัดขาด

สายตาของเย่จงหมิงจ้องเขม็งไปที่ฝ่ามือที่มีเปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ของชายคนนั้น ชายคนนั้นอยากลองกำจัดหญิงสาว แต่ก็กลัวตนเองจะถูกทำร้ายไปด้วย

“เซี่ยเจีย อย่าทำแบบนี้เลย อุ๊ก…” หญิงสาวร่างเปลือยเปล่าที่มีปทุมถันคู่งามอีกคน เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยหญิงสาวคนนั้นให้เป็นอิสระ แต่ก็ถูกชายคนหนึ่งเตะกระเด็น ร่างกายของคนธรรมดาถูกผู้วิวัฒนาการโจมตีใส่ ทำให้กระดูกซี่โครงยุบทันที ร่างกระเด็นไปชนกับกำแพงและกระอักเลือด แววตาค่อยๆจางหายไป ของเหลวบางอย่างไหลออกจากปากปนมากับเลือด เหมือนการสั่งลาโลกเป็นครั้งสุดท้าย

“ปล่อย ไม่งั้นฉันจะระเบิดหัวแก!”

ชายอีกคนที่ใส่แต่กางเกงใน ถือปืนจ่อไปยังผู้หญิงที่กำลังกัด และเตรียมเหนี่ยวไกอย่างโหดเหี้ยม

“ไสหัวไป ไปให้พ้น แกอยากให้ฉันเป็นขันทีเรอะ!”

ชายที่ยืนอยู่บนเตียงโบกมือที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟ ตะโกนลั่นกลัวว่าคนของเขาจะยิง เพราะหากหญิงสาวคนนี้ไม่ตายทันที เธอจะทำร้ายเขาได้ก่อนตาย

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากน้อยกว่าครึ่งนาที ชายคนนั้นค่อยๆสงบลง เขาอ้าปากหอบหายใจ แล้วพูดว่า “มีสองทางให้แกเลือก หากแกปล่อย ฉันจะให้ยาวิวัฒนาการกับแกหนึ่งหลอด และทำเหมือนทุกอย่างวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น หรือไม่ ฉันจะฆ่าพวกผู้หญิงของแกทั้งหมด จริงอยู่ ที่ฉันอยากรู้ความลับเรื่องการวิวัฒนาการของแก แต่ฉันจะไปถล่มวิลล่าของแกเองก็ได้ ขุดรากถอนโคนไปยันห้องใต้ดิน ฉันไม่เชื่อว่าฉันจะหาความลับของแกไม่พบ อย่าบังคับให้ฉันทำ! อย่าบังคับฉัน!”

แม้ปากจะพูดเหมือนยินดียอมความ แต่เจตนาฆ่าในใจกลับยิ่งรุนแรงขึ้น

เย่จงหมิงเฝ้ามองอย่างเงียบๆ ที่จริงเขารู้เหตุผลที่ทำให้เกิดสถานการณ์ปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะวันโลกาวินาศ ผู้คนเพิ่งกลายเป็นผู้วิวัฒนาการ ด้วยประสบการณ์ ทักษะ สภาพจิตใจ และนิสัยที่มีมาตั้งแต่ยุคแห่งความสงบ จึงจะทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ หากชายคนนั้นรอดชีวิตไปได้อีก 2-3 ปี เขาจะมีวิธีฆ่าผู้หญิงคนนั้นได้ทันทีเป็นร้อยวิธี โดยไม่ทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่ง… เย่จงหมิงได้ยินคำสามคำ

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้น กระสุนลั่นออกมาจากปากกระบอกปืนพกระดับสีเทาที่ถูกสร้างจากทักษะเสริมสร้างรวมเป็นหนึ่ง กระสุนหมุนด้วยความเร็วสูงทะลุผ่านฝ่ามือที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟ ด้วยพลังของมันทำให้ชายคนนั้นถึงกับตะลึงงัน ของเหลวสีแดงและเศษกระดูกกระเด็นกระจายไปรอบๆ ตกใส่ร่างของเหล่าชายที่ยืนรายล้อมอยู่และตกใส่ใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกเผาใบหน้า

เวลาภายในวิลล่าเหมือนหยุดชะงักลงชั่วคราว

เสี่ยวตงมองดูฝ่ามือที่ถูกกระสุนระเบิดออก ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมา

เย่จงหมิงทิ้งตัวลงสู่ชั้นล่างเบาๆ ปืนในมือยิงออกไปสองนัด ใส่หัวชายสองคน

เพราะพวกเขารับรู้ถึงการดำรงอยู่ของเย่จงหมิง และใช้มือจับปืนที่เอวโดยไม่รู้ตัว

สำหรับภัยคุกคาม ตามหลักการของเย่จงหมิง เขาจะกำจัดมันก่อนจะทันได้แตกหน่อเสมอมา

โครม ประตูวิลล่าถูกเปิดออกอย่างแรง ชายหลายคนถลันเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนตกใจ บางคนเปิดฉากโจมตี

อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ต่อหน้าเย่จงหมิง คนเหล่านี้ไม่สามารถมีตอนจบแบบใดได้ นอกจากถูกเก็บ

คนที่เหลือรอดต่างหวาดกลัว และถอยออกไปทีละคนๆ จนกระทั่งหลังชนกำแพงไม่กล้าขยับไปไหน เพราะเกรงจะก่อให้เกิดเจตนาฆ่าให้กับชายที่จู่ๆก็โผล่มาคนนี้

“หันหน้าเข้ากำแพง คุกเข่าลง เอามือไว้ที่หัว”

เย่จงหมิงออกคำสั่ง คนเหล่านั้นรีบทำตามทันที หลายศพในห้องบอกพวกเขาว่า ถ้าไม่ทำต้องตายแน่

เขาเดินไปหาหญิงสาวที่กำลังกัดเสี่ยวตงไม่ปล่อย แล้วเอื้อมมือไปบีบคาง หญิงสาวผู้เสียโฉมก็ร่วงไปนอนแผ่กับพื้นทันที ศีรษะและใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด หัวแตกจนเห็นเนื้อสมอง ดูน่ากลัวมาก

“เซี่ยเจีย!”

หญิงสาวอีกคนที่อยู่ตรงนั้นมองเย่จงหมิงด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลพราก แต่ก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยประคองหญิงสาวที่ดูน่ากลัวคนนี้

มีผู้หญิงสี่คนในห้อง คนหนึ่งถูกชายกลุ่มนี้ฆ่าตายก่อนที่เย่จงหมิงจะมาถึง อีกคนเสียชีวิตจากเหตุไม่คาดคิด จึงเหลือเพียงพวกเธอสองคนเท่านั้น

“บอกมา ห้องใต้ดินที่พูดถึงอยู่ที่ไหน?”

เย่จงหมิงเอาปืนจ่อหัวเสี่ยวตง ถามอย่างเย็นชา

เสี่ยวตงกำลังสับสนงุนงงกับมือที่หายไป พอได้ยินคำถาม เขาก็หันมามองเย่จงหมิงอย่างว่างเปล่า

นิ้วมือขยับเล็กน้อย เย่จงหมิงเตรียมเหนี่ยวไก

“เดี๋ยว…”

หญิงสาวที่ถูกทำลายใบหน้าดิ้นรนลุกขึ้นนั่ง ด้วยการขยับไปทีละชุ่น (1 นิ้วจีน) อย่างไรก็ตามเธอก็ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

“ฉันจะบอก… แต่ ให้มัน…กับฉัน!”

“เซี่ยเจีย!” หลู่เหยียนกรีดร้องด้วยความตกใจ ห้องใต้ดินเป็นฐานของพวกเธอ และเป็นยังเป็นวิธีที่ทำให้มีชีวิตอยู่รอด หากสูญเสียไป เธอแทบนึกไม่ออกเลยว่าชะตากรรมของเหล่าเจียเม่ย (พี่สาวน้องสาว) จะเป็นอย่างไร

“ได้โปรด… ส่งมันมาให้ฉัน แล้วฉันจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ”

น้ำเสียงของเซี่ยไป๋สงบมาก เหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากความเจ็บปวดที่เกิดจากใบหน้าและไหล่ที่ถูกเผาเลย ไม่แม้แต่พยายามปกปิดเรือนร่าง เธอคุกเข่าลงต่อหน้าเย่จงหมิง ร้องขอ เย่จงหมิงมองดูดวงตาที่ไม่มีเปลือกตาของเธอ มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังล้นฟ้า

หลังจากกวาดตามองหญิงสาวที่ทิ้งร่องรอยของพฤติกรรมผิดปกติบางอย่าง เย่จงหมิงเข้าใจทางเลือกของผู้หญิงคนนี้

มันคือเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้นที่ถูกจุดขึ้น ให้เธอเลือกระหว่างตายด้วยความเกลียดชัง หรืออยู่เพื่อใช้เพลิงแห่งความเคียดแค้นเผาผลาญฟ้าดิน!

ผู้หญิงคนนี้เลือกอย่างหลัง

เย่จงหมิงดึงมีดสั้นโยนไปให้เธอ

เซี่ยไป๋หยิบมันขึ้น คืบคลานไปหาร่างของเสี่ยวตง แล้วแทงลงไป

ด้วยสัญชาตญาณเสี่ยวตงต้องการซัดผู้หญิงคนนี้ให้กระเด็น แต่ทว่าเขาก็ถูกทักทายด้วยกระสุนอีกนัด

มืออีกข้างของเสี่ยวตงหายไป

ฉึก! ฉึก! ฉึก! …

เสียงของมีคมแทงทะลุเข้าไปในเนื้อเป็นจังหวะๆ ดังขึ้นในห้อง ยกเว้นเย่จงหมิง ทุกคนที่ได้เห็นถึงกับหน้าซีดปากสั่น

นี่เป็นความเคียดแค้นชิงชังขนาดไหนกัน! ที่สามารถทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่บ้าคลั่งโวยวาย ไม่ร้องไห้ ไม่ร้องด่าสาปแช่ง เพียงใช้ใบหน้านิ่งสงบ แทงลงไปในร่างมนุษย์ทีละมีดๆ

เลือดกระเซ็นชะโลมร่างหญิงสาวทั้งตัว เธอยิ้ม แม้ว่าใบหน้าที่ถูกทำลายจะทำให้รอยยิ้มนี้ดูแปลกๆ ก็ตาม

ดูเหมือนเธอกำลังเพลิดเพลินกับอุณหภูมิและรสชาติเลือดของศัตรู

ในที่สุดเสี่ยวตงก็ไม่อาจยืนอยู่ได้  เขาขาอ่อนคุกเข่าลงกับพื้น กลายมาเป็นคุกเข่าเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่เขาเพิ่งเหยียบย่ำทำลายตัวต่อตัว

เขาต้องการต่อต้าน แต่ไร้ซึ่งพลัง ได้แต่มองตามมีดสั้นเล่มนั้น แทงลงไปและดึงออกมา…

หญิงสาวกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้าประตู และมีผู้ชายบางคนวิ่งเข้ามา เห็นได้ชัดว่าต่อต้านกลุ่มผู้หญิงไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่คนเหล่านี้ก็พยายามเลี่ยงหลบการจ้องมองของเย่จงหมิง

เซี่ยไป๋เงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวตงที่ลมหายใจอ่อนลงเรื่อยๆ เธอยื่นหน้าเข้าไปจูบที่ดวงตาของเขา!

กลุ่มผู้หญิงที่เพิ่งเข้าประตูมา มองดูฉากนี้อย่างไม่อยากเชื่อ

แล้วฉากที่เหมือนเซี่ยไป๋จูบตาคนรักก็เปลี่ยนไป เธออ้าปากกัดลงไปที่ดวงตาของเสี่ยวตง กระชากมันออกมาเคี้ยวและเคี้ยว จากแก้มที่ถูกเผาสามารถเห็นน้ำในดวงตาที่ทะลักออกมาได้ชัดเจน

“อร่อยดีจริงๆ…”

ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะบ้าไปแล้วนี้ กลืนดวงตาลงคอไป พร้อมกับเสียงกรีดร้องอุทานดังขึ้นจากกลุ่มผู้หญิงหน้าประตู

มีดสั้นถูกยกขึ้น ค่อยๆผลักเข้าไปในดวงตาอีกข้างของเสี่ยวตง เมื่อมีดสั้นแทงทะลุเข้าไปในสมอง เสี่ยวตงก็กลืนลมหายใจเฮือกสุดท้าย

“หรงเจีย ฉันสัญญากับเขาว่าจะบอกความลับของห้องใต้ดิน”

เซี่ยไป๋มองไปที่ร่างยับเยินเหมือนผ้าขี้ริ้วของเสี่ยวตง ราวกับชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเอง

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหรงเจียกระตุก หลังจากนั้นไม่นาน ราวกับว่าได้ตัดสินใจแล้ว เธอสูดลมหายใจลึก และเดินเข้ามาในห้อง หลังจากได้เห็นซากศพยับเยินของเจียเม่ยทั้งคู่ และสถานการณ์น่าเศร้าของเซี่ยไป๋ เธอกัดริมฝีปากจนเลือดไหล แต่ก็รีบเช็ดออกไปอย่างรวดเร็ว

“ฉันจะบอกทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ แต่ฉันมีเงื่อนไข”

เย่จงหมิงเม้มปาก “ฉันไม่คิดว่าเธอจะมีคุณสมบัติพอที่จะเจรจากับฉันได้”

“พวกเราไม่กลัวตาย!”

จู่ๆ หรงเจียก็ระเบิดเสียงอย่างหวั่นกลัว ชี้ไปยังศพบนพื้นและเซี่ยไป๋ แล้วกล่าวว่า “คุณเห็นนั่นไหม นั่นคือจุดจบของพวกเธอ และจะเป็นของพวกเราด้วยในอนาคต ความตายสำหรับพวกเราแล้ว มันคือการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ฉันไม่รู้จักคุณ แต่ฉันควรมีสิ่งที่คุณต้องการ ฉันให้คุณได้ แต่ฉันมีเงื่อนไข หรือไม่คุณก็ฆ่าพวกเราทั้งหมด อย่างไรมันก็ดีกว่าการอยู่แบบนี้!”

เย่จงหมิงกวาดตามองกลุ่มหญิงสาวที่ผมยุ่งเหยิงและสกปรก แถมยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ บางอย่างที่สั่นไหวในดวงตาตอนที่เข้ามา ตอนนี้กลับคืนสู่ปกติแล้ว

นี่คือกลุ่มผู้หญิงที่ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณเท่านั้น ทุกคนรอคอยการตัดสินครั้งสุดท้ายของโชคชะตา

เย่จงหมิงเคยเห็นคนแบบนี้มาก่อนมากมาย สำหรับพวกเขา บางครั้งความตายก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัวที่สุด

“พวกมันเป็นของพวกเธอ” เย่จงหมิงชี้ไปที่ผู้ชายเหล่านั้น “แต่ถ้าสิ่งที่เธอรู้ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ พวกเธอทุกคนจะได้ไปพบกับพวกมันในนรก”

เลือดและเสียงร้องโหยหวน เกิดขึ้นในห้องอีกครั้ง!

……

“ฉันคิดไม่ออกว่าฉันมีค่าอะไรกับคุณ”

มนุษย์เลือดเซี่ยไป๋ยืนพิงผนังทางเดิน ไม่เข้าใจว่าทำไมชายคนนี้ถึงได้พาเธอออกมาจากวิลล่าเพียงคนเดียว เธอมองผ่านประตูเข้าไป เห็นเหล่าเจียเม่ยข้างในกลายเป็นปีศาจ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่ปรากฏอยู่ในดวงตา

“พูดออกมาเองไม่ใช่หรือว่าจะทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ?”

เย่จงหมิงมองหญิงสาวพร้อมกับปรากฏรอยยิ้มของความสนใจบนใบหน้า

ในที่สุดเซี่ยไป๋ก็ถอนสายตาจากชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าเธอไม่กี่ปี

“โอ้ นอกจากพาคุณขึ้นเตียงแล้ว ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะมีประโยชน์อะไรอีก แล้วสภาพฉันในตอนนี้คงสนองความอยากของคุณไม่ได้เช่นกัน ดูเหมือนฉันกำลังจะตายแล้วล่ะ”

เย่จงหมิงพยักหน้า “อันที่จริงมันก็ไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป แต่ถ้าไม่เห็นด้วยกับฉัน เธอได้ตายจริงๆแน่”

“พรุ่งนี้ อย่างช้าก็มะรืน ที่นี่จะกลายเป็นดินแดนของฉัน ฉันต้องการคนที่เชื่อฟังฉัน ฉันต้องการคนที่ทำงานสกปรกให้ฉัน ฉันต้องการใครบางคนที่ยอมเปื้อนเลือดคนที่ต่อต้านฉัน ฉันต้องการคนที่ยอมยืนอยู่ในความมืดคอยกำจัดศัตรูในอนาคตของฉัน… ฉันต้องการคนที่ขายวิญญาณให้ฉัน”

“อยู่กับฉัน เธอจะไม่ตาย แต่เธอเต็มใจเป็นคนๆนั้นหรือไม่?”

เซี่ยไป๋มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาแปลกๆ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเปิดขึ้นตรงหน้า

ในใจของเธอ ปรากฏฉากหลังจากวันสิ้นโลกได้อุบัติขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การทรยศ การล่วงละเมิด ความโกรธเกรี้ยว ความเปลี่ยนแปลง ความโหดร้ายทารุณ…

เซี่ยไป๋ไอเป็นเลือด และกระอักเลือดออกมา เธอค่อยๆยันตัวตรง จากนั้นก็คุกเข่าลงต่อหน้าเย่จงหมิง

“ฮ่า ฮ่า เหมือนเสียงเรียกของปีศาจ แต่…ฉันชอบ” เซี่ยไป๋ยกมือขึ้นช้าๆ ให้สัตย์ปฏิญาณ “คุณต้องการสุนัขผู้ซื่อสัตย์ ดี ฉันทำ”

หลายปีต่อมา เซี่ยไป๋ถือว่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเย่จงหมิง นับตั้งแต่เธอได้คุกเข่าลงต่อหน้าเขาเป็นครั้งแรก เธอก็ติดตามเขาไปตลอดชีวิต

หลายปีต่อมา เธอถูกเหล่าผู้รอดชีวิตเรียกว่า เซี่ยโก่ว (สุนัขแซ่เซี่ย)

จบบทที่ บทที่ 210 เซี่ยโก่ว (สุนัขแซ่เซี่ย)

คัดลอกลิงก์แล้ว