- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 204 กล่องสมบัติระดับซี
บทที่ 204 กล่องสมบัติระดับซี
บทที่ 204 กล่องสมบัติระดับซี
บทที่ 204 กล่องสมบัติระดับซี
เสียงดังเพล้ง แก้วตกกระทบพื้นหินอ่อนงดงามแตกกระจาย ไปกระทบประติมากรรมกระเบื้องเคลือบข้างๆ เกิดเสียงดังสดใส
“ฉันให้เวลาแกมาหลายวันแล้ว แกจะบอกผลมาได้หรือยัง?”
ชายชรายันกายด้วยไม้เท้าที่ดูมีราคาแพง มองชายตรงหน้าด้วยสายตามืดมนเต็มไปด้วยความต้องการฆ่า
หากไม่มองออกไปดูโลกวุ่นวายนอกหน้าต่างบนอาคารสูง แค่ดูโต๊ะประชุมไม้เนื้อแข็ง โซฟาหนังแท้ ขวดคอนญักรุ่นจำกัดของ Martell’s 300th Anniversary Master ที่เปิดอยู่ และชุดถัง (เสื้อคอจีนแขนยาว) ที่สะอาดเรียบร้อยของชายชราคนนี้ คงไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ว่า วันโลกาวินาศได้ผ่านมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
“ประธานหวัง ผมรู้ว่าคุณเสียใจที่เสี่ยวเตาตาย แต่เรื่องก็เกิดขึ้นไปแล้ว ไม่ต้องรีบร้อน ตราบใดที่คนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ เราต้องหาพวกมันเจอ นี่มันวันโลกาวินาศ พวกมันไปไหนได้ไม่ไกลหรอก”
ชายวัยกลางคนอีกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประชุมไม้เนื้อแข็ง ยกแก้วขึ้นจิบของเหลวสีอำพันข้างใน ดวงตาคู่เล็กๆ มองชายชราที่ถือไม้เท้า ยิ้มอย่างความสุขกับภัยพิบัติของผู้อื่น
“ฮึ่ม ไม่ใช่ญาติคุณที่ตาย คุณถึงได้ไม่รีบร้อน”
“คงไม่ใช่แค่ญาติล่ะมั๊ง”
“ถงหยาง!”
คนทั้งคู่เผชิญหน้ากันบนโต๊ะประชุม จ้องหน้ากัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
หมอมู่ยืนเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากอยู่ข้างๆ ชายชราน่าเกรงขามมาก ตอนนี้เขากลัวจริงๆ ชายชราคนนี้คือพ่อของเสี่ยวเตา - หวังฟู่หลิน เขาเป็นหนึ่งในห้ายักษ์ใหญ่ของรอยัลยูเนี่ยน อีกทั้งเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวที่มีอาชีพที่ทรงพลังอย่างแท้จริง และมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัว สำหรับเขาที่มีอาชีพเพียงเภสัชกร นี่เป็นการดำรงอยู่ของบุคคลที่ไม่อาจยั่วยุได้
คราวนี้หมอมู่ที่ควรไปสนับสนุน กลับไม่ไปตรงตามเวลา สำหรับการตายของเสี่ยวเตา อาคุน และพี่น้องจาง แม้ว่าจะไม่ต้องแบกความรับผิดชอบทั้งหมด แต่ก็ไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ หากชายชราต้องการฆ่าหมอมู่จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นภาระที่ยากเกินไป
โชคดีที่เถ้าแก่ถงหยางยังคงปกป้องเขาอยู่
“พอได้แล้ว!”
คนสวมหน้ากากพื้นหลังซีด อวัยวะบนใบหน้าแสดงด้วยวงกลมสีดำ 4 วง ที่มีขนาดต่างกันดูน่าขนลุก ที่นั่งหัวโต๊ะร้องหยุดพวกเขาไว้
เขาคือประธานของรอยัลยูเนี่ยน สำหรับตัวตนของเขา มีเพียงสี่ยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่พอรู้อยู่บ้าง หมอมู่เป็นเพียงผู้นำสายรองเล็กๆของรอยัลยูเนี่ยนเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้
ทุกคนหันมองไปยังชายผู้สวมหน้ากาก จากเสียงที่ได้ยินสมควรจะมีอายุไม่มาก
“ค้นหาพวกมันต่อไป อย่าลืมค้นหาเบาะแสของคทาแห่งธรรมชาติด้วย” ประธานเคาะนิ้วมือสีมรกตกับพื้นโต๊ะ น้ำเสียงเริ่มอึมครึม “คนของหอการค้าหลิงอยู่ที่นี่แล้ว การค้าในครั้งนี้มียาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาวด้วย ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ”
ตัวตนระดับยักษ์ทั้งสี่ และลูกสมุนที่อยู่ในห้องด้วย 2-3 คน เริ่มกระซิบคุยกัน ความเย้ายวนของยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาวมีมากเกินไป
ท่ามกลางตัวตนระดับยักษ์ในห้อง มีเพียงประธานเท่านั้นที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว ยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาวนี้มีที่มาอย่างไร? รอยัลยูเนี่ยนต้องจ่ายไปมากขนาดไหน? มีเพียงยักษ์เหล่านี้เท่านั้นที่รู้!
สิ่งนี้แลกมาด้วยผลประโยชน์ของรอยัลยูเนี่ยนทั้งหมด หากพวกเขาไม่โชคดีไปพบเมจิกรูเล็ตสี บางทีรอยัลยูเนี่ยนอาจมีเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว กับ 1 ดาวเท่านั้น ขุมกำลังคงไม่แข็งแกร่งเท่าทีมเดนตายที่มีชื่อเสียงข้างนอก
“หากไม่มีคทาแห่งธรรมชาติ พวกเขาต้องการอะไร?” ถงหยางยืดร่างกาย เห็นได้ชัดว่าสนใจยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาวคราวนี้มาก เช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่คนอื่นๆ ทุกคนต่างอยากเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาวให้ได้โดยเร็วที่สุด
ประธานครุ่นคิด “คน…คนจำนวนมาก”
เหล่ายักษ์ในห้องหันมองหน้ากัน ด้วยความไม่เข้าใจ
ต้องการคน!
จะเอาคนไปทำอะไร?
ในวันโลกาวินาศชีวิตคนธรรมดาเป็นเพียงขยะ นอกจากบริโภคอาหารแล้ว ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่ถ้าจัดการไม่ดีพวกเขาก็อาจก่อความไม่สงบหรืออะไรสักอย่าง ทุกกองกำลังจึงกำหนดกฎเกณฑ์กับคนธรรมดาเหล่านี้ ซึ่งมีหลายคนที่ทำตามได้และหลายคนทำไม่ได้
นับตั้งแต่วันสิ้นโลก แม้จะมีหลายคนกลายพันธุ์ ถูกฆ่า ติดเชื้อ ถูกกิน อย่างไรก็ตามแต่ละฐานก็ยังมีผู้รอดชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก หากต้องการคนจำนวนมาก จะยากอะไร? ก็แค่มองไปรอบๆ ภายในวันเดียวจะหลายสิบหรือมากกว่านั้นก็หาได้
หอการค้าหลิงที่ลึกลับและทรงอำนาจน่ากลัว ต้องการคนจำนวนมากไปทำอะไรกันแน่?
ยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาวครั้งล่าสุด พวกเขาใช้หินคุณลักษณะพิเศษ อุปกรณ์มีระดับสี ยาวิวัฒนาการระดับ 1 ดาว และยาภูมิคุ้มกันไวรัสซอมบี้ไปแลกมา ทำไมคราวนี้ถึงได้ต้องการคนจำนวนมาก?
“พวกเขาต้องการมากเท่าไหร่?”
รองประธานอีกคนของรอยัลยูเนี่ยนถามช้าๆ
“ถ้าเป็นคนธรรมดา พวกเขาต้องการ 2 หมื่นคน แต่ถ้าเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว พวกเขาต้องการประมาณ 1 พันคน”
“พวกเขาต้องการผู้วิวัฒนาการด้วยเหรอ?” คราวนี้หวังฟู่หลินพ่อของเสี่ยวเตาเป็นคนพูดขึ้น
“พวกเขาต้องการทำอะไรกันแน่?”
“พวกเขาน่าจะไม่ต้องการยาวิวัฒนาการนะ? ฉันได้ยินมาว่าพวกเขามีรูเล็ตในครอบครองมากกว่า 10 จาน”
“หรือว่าพวกเขาต้องการขยายกองกำลัง?”
“พวกเรากำลังตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม?”
คนในห้องพูดคุยกันมากขึ้น เมื่อเจอกับเรื่องแบบนี้ ในวันโลกาวินาศ สัญชาตญาณแรกของผู้คนคือความรู้สึกถึงวิกฤติ นี่เป็นสิ่งที่ปกติมาก
“เงียบ!”
ประธานรอยัลยูเนี่ยนใต้หน้ากากคำรามลั่น ทุกคนเงียบลงทันที
“แม้ว่าพวกเราจะพบรูเล็ตระดับ 2 และจ่ายมหาศาลเพื่อครอบครองมัน แต่การหมุนรูเล็ตก็ต้องใช้ผลึกวิเศษระดับ 2 หลังจากสะสมมาเป็นสัปดาห์ เราสามารถหมุนมันได้เพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น ครึ่งเดือนมานี้ ยังไม่ได้ยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาวมาเลยสักหลอด”
พูดจบ ประธานหน้ากากก็หยุดไปชั่วขณะ จากนั้นก็พูดต่อไปว่า “ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาว การระเบิดของเมจิกรูเล็ตสียังทำให้เราจ่ายไปหนักมาก และการตายของเสี่ยวเตา อาคุนกับคนอื่นๆ ก็ทำให้ความแข็งแกร่งของเราลดลงอย่างมาก สิ่งที่เราต้องพิจารณาในตอนนี้ก็คือ จะเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างไร แทนที่จะมาทำความเข้าใจว่าทำไมหอการค้าหลิงถึงได้ต้องการคนจำนวนมาก! พวกคุณเข้าใจไหม?”
ทุกคนในห้องพยักหน้าพร้อมกัน
“งั้นก็ลงมือกันเลย ห้าวันนี้ พวกคุณไปรวบรวมคนให้ครบ 2 หมื่น”
ถงหยางขมวดคิ้ว พูดเสียงต่ำ “ประธาน เวลาจะสั้นไปหน่อยไหม? ตอนนี้มีวิกฤติข้างนอก เรามีคนไม่มากพอ จับคนตั้ง 2 หมื่นคน มันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ นี่ค่อนข้าง…”
ประธานหน้ากากไม่พูดทันที เขาหยิบแก้วแล้วแกว่งให้ของเหลวภายในหมุนวนช้าๆ “มีบางสถานที่ ที่เราตั้งใจจะเปลี่ยนให้เป็นผลึกวิเศษ วัตถุดิบ และแหล่งข้อมูล เราถึงได้ให้ความสุภาพกับพวกเขา เราใช้พวกเขาเป็นเส้นทางการค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาว แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนี้มันไม่มีความหมายอีกแล้ว สถานที่เหล่านั้นถูกผู้อื่นแย่งชิงไป ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเราอีกแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพต่อไปอีกแล้วไม่ใช่หรือ”
“ตัวอย่างเช่น เมืองอูหลาน”
……
การเก็บเกี่ยวที่เย่จงหมิงได้รับจากพื้นที่ลับมีไม่น้อย ซึ่งทำให้เขาอารมณ์ดี แต่พอได้ยินชื่อของหอการหลิง อารมณ์ก็กลับแย่ลงมาก
เขาไม่ได้บอกใครว่าทำไมเขาถึงได้เป็นเช่นนี้ เพราะพวกเขาไม่เคยสัมผัสและเห็นด้วยตาตัวเอง เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจความกระหายเลือด ความไร้มนุษยธรรมของหอการค้าหลิงช่วงสิบปีของวันโลกาวินาศ ในชีวิตที่ผ่านมาและเข้าใจความหมายของการเป็นศัตรูสาธารณะสำหรับทุกคนของหอการค้าหลิงว่าหมายถึงอะไร
หากต้องบรรยายความรู้สึกของเย่จงหมิงที่มีต่อหอการค้าหลิงแล้วละก็ ต้องใช้คำว่า
แก๊งของเหล่าสัตว์เดรัจฉาน
สำหรับทุกคนที่รอดชีวิตมาได้ 10 ปี มือของพวกเขาต้องเปื้อนเลือด ทุกคนสามารถเรียกได้ว่าเป็นเพชฌฆาต
แต่กลุ่มคนที่สามารถทำให้คนเหล่านี้เรียกว่าสัตว์เดรัจฉานได้นั้น สามารถจินตนาการได้ถึงชื่อเสียงของหอการค้าหลิงว่าเป็นอย่างไร
สิ่งที่เย่จงหมิงไม่คาดคิดก็คือ เขาเพิ่งมาถึงที่นี่ หอการค้าหลิงก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว หากเป็นไปได้ เขาไม่ต้องการพบปะกับการดำรงอยู่ของยักษ์ในอดีตตัวนี้
แม้ในชีวิตก่อนจะสร้างหอการค้าหลิงให้เป็นเหมือนสัตว์ร้าย แต่มันยังสร้างจิตใจที่มั่นคงให้กับเย่จงหมิง ตอนนี้หากไม่จำเป็น เขาไม่ต้องการไปยั่วยุหอการค้าหลิง อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้เช่นกันว่า บางครั้งสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความปรารถนาส่วนตัว ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือ เตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่ เผื่อเกิดความขัดแย้งกับหอการค้าหลิงขึ้น ก็จะสามารถแสดงความโหดร้ายน่ากลัวให้ได้เห็นกันบ้าง
เขาจึงได้ตัดสินใจใช้สิ่งที่เก็บเกี่ยวได้จากพื้นที่ลับกับประตูสังเวยภายในครั้งเดียว แม้ว่ามันจะสิ้นเปลืองไปหน่อยก็ตาม
เย่จงหมิงนำอุปกรณ์ระดับมหากาพย์สีทองออกมา เขามองระดับพลังครั้งล่าสุดในอัญมณี และเริ่มโยนวัสดุจำนวนมากลงไป
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ในหุบเขา แต่เย่จงหมิงก็เลือก ทิ้งวัตถุดิบที่สามารถสร้างกระสุนเจาะเกราะไป เพราะภายในปีหน้าการใช้กระสุนเจาะเกราะก็ไม่ได้ดีเกินกว่าการใช้ดาบส่องจันทร์
วัสดุต่างๆ นอกจากอัญมณีธรรมชาติ ถูกโยนเข้าไปในประตูสังเวยทีละชิ้นๆ จะเป็นการโกหกถ้าจะบอกว่าเขาไม่เสียดาย สิ่งเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเย่จงหมิงที่เป็นช่างฝีมือ ซึ่งอาจใช้สิ่งเหล่านี้ได้ในอนาคต
แม้จะปวดใจ แต่ก็ยังรู้สึกพึงพอใจ เมื่อเย่จงหมิงได้เห็นเส้นระดับพลังงานในอัญมณีบนประตูสังเวยเพิ่มขึ้น
บางทีเขาอาจเป็นคนเดียวที่มีอุปกรณ์ระดับสีทองในตอนนี้
จนกระทั่งใส่วัสดุที่ใช้ไม่ได้ชั่วคราวไปทั้งหมด ระดับพลังงานในอัญมณีของประตูสังเวยก็ยังไม่เต็ม แต่ก็เหลืออีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเย่จงหมิงได้ประเมินระดับพลังงานนี้มานาน รู้ดีว่า ระดับพลังงานเพียงเล็กน้อยแค่นั้น อย่างน้อยก็ต้องใช้ผลึกวิเศษระดับ 1 จำนวนนับหมื่นชิ้น
เย่จงหมิงกัดฟัน เขาไม่เต็มใจโยนผลึกวิเศษลงไป เพราะมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ จึงได้โยนทองผีหนึ่งชิ้นลงไปแทน
เมื่อเห็นทองผี ซึ่งสามารถปรับปรุงคุณภาพของอุปกรณ์ให้มีทักษะที่พิเศษมากหายไป เย่จงหมิงก็ยิ้มอย่างปวดใจ
เมื่อทองผีถูกโยนเข้าไป อัญมณีถูกเติมเต็มทันที แต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น เย่จงหมิงถึงกับชาไปทั้งตัว ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ขณะที่คิดว่าจะลองใส่ผลึกวิเศษระดับ 1 ลงไป เขาก็พบว่า ที่ด้านล่างของอัญมณี มีพลังงานสีสันสดใสเกิดขึ้น
ไม่ใช่ว่าต้องเติมอัญมณีอีกนะ?
ความคิดนี้ทำให้เย่จงหมิงรู้สึกผิดต่อทุกคน เติมอีกครั้ง? มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องใช้ของทุกอย่างที่มี และมันจะกลายเป็นธุรกิจที่ขาดทุนแน่นอน ตอนนี้แม้แต่ทองผียังลดน้อยลงไปหนึ่งชิ้นแล้ว!
ดังนั้นไม่ต้องพูดว่าจะทำอย่างไร ถ้าประตูสังเวยต้องการให้เติมอัญมณีเป็นครั้งที่สาม?
สิ่งนี้มันแย่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
เย่จงหมิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก
เขาบังคับให้ตัวเองสงบลง และหยิบประตูสังเวยมาพลิกดู เขารู้สึกว่ามันไม่ควรเป็นเช่นนี้
เย่จงหมิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ พยายามสัมผัสบนอัญมณีเบาๆ
มันเหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนไป อัญมณีเริ่มมีการไหลเวียนของแสง แล้วประตูสังเวยสีทองก็สว่างขึ้น และแพรวพรายขึ้น
แสงจากอัญมณีไม่ได้เจิดจ้า มันดูนุ่มนวลมาก เย่จงหมิงคิดว่าบางทีแสงอาจหายไป แต่แสงเหล่านั้นก็ไม่ได้หายไป ตรงกันข้ามมันกลับสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเปลี่ยนจากแสงสีขาวเป็นสีทอง และส่องออกจากประตูสังเวยมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงครู่เดียวก็กลายเป็นลำแสง
ลำแสงค่อยๆ ใหญ่ขึ้น และกระแทกเข้ากับเพดานห้อง เพดานห้องดูเหมือนไม่มีตัวตนสำหรับลำแสงนี้ มันทะลุผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรมาขวางกั้นเลยแม้แต่น้อย แล้วลำแสงสีทองก็ทะลุผ่านเพดานห้องออกไป
เย่จงหมิงทิ้งประตูสังเวย รีบวิ่งออกมานอกห้องและออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ได้เห็นลำแสงสีทอง ใหญ่ขึ้นและยาวขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า!
เส้นดำปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเย่จงหมิง ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน สว่างมากขนาดนี้ ทั้งเมืองอิงเฉิงคงมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน!
เซี่ยเล่ยกับโม่เย่ตกใจ ส่วนตี้หวงหวันก็หวาดกลัวกับลำแสงนี้จนขนลุกชี้ชันไปทั้งตัว และส่งเสียงขู่คำรามใส่
สมาชิกในทีมถูกปลุก และวิ่งออกมาพร้อมกับอาวุธในมือ พอเห็นลำแสงสีทองก็ต่างตกใจจนพูดไม่ออก
“ลูกพี่ ทำอะไรน่ะ”
จากตำแหน่งของลำแสงระบุได้ไม่ยากว่ามาจากห้องของเย่จงหมิง ชัดเจนว่าสิ่งนี้เย่จงหมิงเป็นคนทำขึ้น เพียงแต่มันจะใหญ่เกินไปหน่อยไหม
“เก็บของ เราจะออกจากที่นี่ทันที”
เย่จงหมิงออกคำสั่ง เขารู้ว่าที่นี่จะเกิดปัญหาตามมามากมายในไม่ช้า สัตว์ประหลาดและซอมบี้จะมารวมตัวกันที่นี่ และผู้รอดชีวิตก็จะมาเพราะลำแสงนี้ พวกเขาจะนึกว่าที่นี่มีสิ่งดีๆปรากฏขึ้น
หากเวลานั้น พวกเขาพบทีมของเย่จงหมิงอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบาย เพราะพวกเขาจะโจมตีทีมทันทีโดยไม่ลังเล และฝันว่าเมื่อสังหารทีมได้หมด พวกเขาจะได้รับสมบัติสีทอง
แม้เย่จงหมิงจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองและทีม แต่เขากับทีมก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับกองกำลังทั้งหมดในเมืองอิงเฉิง
ทั่วทั้งเมืองอิงเฉิงตื่นขึ้นเพราะลำแสงสีทองนี้ เสียงคำรามของซอมบี้และสัตว์ประหลาดที่อยู่บริเวณโดยรอบลอยมาตามสายลม อุบัติเหตุในครั้งนี้ก่อให้เกิดสถานการณ์ร้ายแรงอย่างยิ่ง
โชคดีที่ลำแสงสีทองนี้อยู่ได้ไม่นาน หลังจากผ่านไปสิบวินาที แสงสีทองก็เริ่มค่อยๆจางหายไปจากท้องฟ้า
เย่จงหมิงรีบวิ่งกลับไปที่ห้อง แล้วพบว่าที่ใต้ประตูกระจกของประตูสังเวยบนพื้น มีกล่องสี่เหลี่ยมแบบโบราณปรากฏขึ้น
“กล่องสมบัติระดับซี (เล็ก)”