เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 177 รูปแบบที่ 2

บทที่ 177 รูปแบบที่ 2

บทที่ 177 รูปแบบที่ 2


บทที่ 177 รูปแบบที่ 2

“โล่กำแพงหิน!”

มันคือทักษะอาชีพนักรบโล่ยักษ์ของเซิ่งหยวน

เย่จงหมิงย่อมรู้จักมันเป็นธรรมดา

เพราะมันก็คือแหล่งที่มาของความเชื่อมั่นอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในวันนี้

หากบอกว่า อัครสาวกแห่งแสงสว่างเป็นอาชีพที่มุ่งเน้นด้านการป้องกันแล้ว นักรบโล่ยักษ์ก็เป็นอาชีพด้านการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ เพราะทักษะใหม่ทั้งหมดที่ได้รับหลังจากการเลื่อนขั้นของอาชีพนี้ ล้วนมีไว้เพื่อใช้ในการป้องกัน

ดังนั้นในวันโลกาวินาศจึงไม่มีใครที่อยากเรียนรู้อาชีพนี้

ลองคิดดูว่า การวิวัฒนาการในวันโลกาวินาศทำได้อย่างไร? หมุนรูเล็ต และการจะหมุนได้ก็ต้องมีผลึกวิเศษ แล้วจะได้ผลึกวิเศษมาด้วยวิธีไหนกันล่ะ? ก็ต้องไปฆ่าซอมบี้,ชีวิตกลายพันธุ์อื่นๆ และสัตว์ประหลาด

ถ้าหากเรียนรู้อาชีพที่มีดีเฉพาะการป้องกันแล้ว ทักษะทั้งหมดที่ได้รับก็จะเป็นทักษะป้องกัน แล้วจะไปฆ่าซอมบี้ได้ยังไง?

แต่ว่ามันเป็นอาชีพที่สำคัญมากสำหรับการทำงานเป็นทีม นอกจากนั้นยังเป็นอาชีพที่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับทีมได้

และนั่นก็หมายความว่า ผู้ที่เรียนรู้อาชีพนี้ สามารถมอบความคิดริเริ่มที่ดีสำหรับวิธีการเก็บเกี่ยว

เพราะบนเส้นทางที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ไม่มีใครอยากเผชิญวิกฤติความเป็นความตายตลอดเวลา หากกระจายความเสี่ยงนี้ไปยังคนอื่นได้ก็จะเป็นการดี

บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมทักษะอาชีพด้านการป้องกันถึงได้ทรงพลังมาก ทักษะป้องกันที่แข็งแกร่งของชายร่างใหญ่ตอนที่เขาวิวัฒนาการถึงระดับ 6 ดาวในชีวิตก่อนก็คือ โล่กำแพงทอง ซึ่งเมื่อใช้ออกมา แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ดาวก็ไม่สามารถทำลายได้ในครั้งเดียว

โล่กำแพงหินเป็นทักษะแรกของอาชีพนักรบโล่ยักษ์ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงทักษะเริ่มต้น แต่ความแข็งแกร่งด้านการป้องกันนั้นยากจะมีใครเทียม

เย่จงหมิงตะโกนลั่นสุดเสียง เซิ่งหยวนเงยหน้าขึ้นฟ้ากู่ก้อง เลือดในปากฉีดพ่นกระจายไปในอากาศ เมื่อก้มหน้าลงอีกครั้ง ราวกับไม่รู้สึกตัว ชายผู้แข็งแกร่งก็กระแทกโล่ยักษ์ในมือลงกับพื้นดิน อัดพลังวิญญาณผ่านมือเข้าไปในโล่

“โล่กำ…แพงหิน!”

เซิ่งหยวนดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธ ร่างกายที่สั่นคลอนจากการโจมตีของชีวิตกลายพันธุ์เหล่านั้น ยืนตระหง่านราวภูเขา โล่ยักษ์ส่องแสงสว่างเจิดจ้าออกมา

ภาพเงาราวภูติผีที่เหมือนโล่ยักษ์ปรากฏขึ้นข้างๆ โล่ยักษ์ แล้วอันที่สองก็ปรากฏ จากนั้นก็อันที่สาม อันที่สี่…

ไม่นานหลังจากนั้น แถวของโล่อากาศผียักษ์โปร่งแสงก็ล้อมรอบทีม แต่นั่นยังไม่จบ เหนือภาพโล่ผียักษ์เหล่านั้น ยังปรากฏแถวของโล่ผีขึ้นอีกแถว และจากนั้นก็เป็นแถวชั้นที่สาม ชั้นที่สี่ และชั้นที่ห้า

ชั่วพริบตาเดียว โล่ผียักษ์แนวตั้งห้าแถวเรียงซ้อนกัน ก็กลายเป็นกำแพงกั้นขวางแยกมนุษย์ออกจากชีวิตกลายพันธุ์

โล่ผียักษ์เหล่านี้ดูริบหรี่ แต่เรียงตัวกันแน่น

ทีมไม่สิ้นหวังอีกต่อไป และรู้สึกผ่อนคลายทันที ทั้งยังถูกทักษะอาชีพของเซิ่งหยวนดึงดูดความสนใจ พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ายังมีความสามารถแบบนี้อยู่ด้วย

โล่เหล่านี้แตกต่างจากโล่อากาศของผูซิ่วหยิงที่มีขนาดเล็ก และพวกเขาสามารถลืมมันไปได้ชั่วคราว ในขณะที่มันยังทำงานอยู่โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าทั้งสองทักษะมีข้อดีของตัวเอง

อย่างไรก็ตามการโจมตีของฝูงสัตว์ประหลาดก็ไม่ได้หยุดลง เพราะการปรากฏตัวของทักษะ พวกมันถูกโล่ผียักษ์ผลักให้ถอยออกไป ทำให้พวกมันโกรธ ในมุมมองของพวกมัน มนุษย์ที่ด้อยกว่าโดยสิ้นเชิงเหล่านี้ เป็นเพียงอาหารโต๊ะจีนเท่านั้น บางทีในวินาทีถัดไปเมื่อพวกมันทำลายกำแพงโล่ผีนี้ลงได้ ก็จะได้ลิ้มรสความอร่อยของเลือด

สำหรับกำแพงโล่ผีนี้ พวกมันไม่รู้สึกอะไรเลย ทักษะของมนุษย์ระดับต่ำจะน่ากลัวแค่ไหนกันเชียว?

สัตว์ประหลาดทุกประเภทส่งเสียงร้องคำราม พากันจู่โจมเข้าใส่กำแพงโล่ผีที่ขวางกั้นพวกมัน เพื่อทำลายทิ้ง!

แล้วชีวิตกลายพันธุ์ที่รับบทแนวหน้าท้าลุยก็ถูกดีดกระเด็นไปทางสัตว์ประหลาดตัวอื่นที่ยังมาไม่ถึง และล้มไปกองกับพื้น แต่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจ

ทีมถูกผลักดันเข้าไปใกล้แผ่นกระดานปีศาจเดิมพัน โดยมีเซิ่งหยวนอยู่ด้านหน้า ด้านหลังของเขาก็คือเย่จงหมิงที่กำลังดึงปืนยาวสีดำออกมาจากห่อ

มันคือปืนไรเฟิลที่ได้มาจากฐานใหม่

“มาเลย!”

ตอนนี้เซิ่งหยวนเลือดออกเจ็ดทวารแล้ว

โล่กำแพงหินเป็นทักษะอาชีพเริ่มต้น ที่ต้องการพลังวิญญาณหล่อเลี้ยง

เพราะมันเป็นทักษะต่อเนื่อง ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป ต้องใช้พลังวิญญาณ และถ้าถูกโจมตีรุนแรงขึ้นเท่าไร พลังวิญญาณก็จะถูกใช้มากขึ้นเท่านั้น

ภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของสัตว์ประหลาด 20-30 ตัว พลังวิญญาณของเซิ่งหยวนลดลงอย่างรวดเร็วทุกๆวินาที กำแพงโล่ผียักษ์ห้าแถวที่ดูเหมือนแข็งแรงมาก ความจริงอาจอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที

ถ้าไม่ใช่เพราะเซิ่งหยวนมีร่างกายแข็งแรง มีเจตจำนงอันแข็งแกร่ง และมีอาชีพนักรบโล่ยักษ์ ซึ่งโดดเด่นเรื่องการป้องกัน บางทีตอนนี้เซิ่งหยวนอาจตายไปแล้วก็ได้

แต่ท้ายที่สุดเซิ่งหยวนก็เป็นเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวเท่านั้น เพียงแค่ 2 วินาที เซิ่งหยวนก็รู้สึกร้อนรุ่มราวกับอวัยวะภายในกำลังถูกเผาไหม้ จนต้องร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบแห้งออกมาสองสามคำ

ซึ่งเย่จงหมิงก็รู้ว่าชายร่างใหญ่หมายถึงอะไร

ทักษะโล่กำแพงหิน ความจริงแบ่งออกเป็นสองรูปแบบ

รูปแบบแรกคือรูปแบบของกำแพงล้อมรอบสิ่งที่ต้องการปกป้อง ทุกภาพเงาจะมีการป้องกันเทียบเท่ากับโล่ที่ใช้ มันก็เหมือนกับการคัดลอกโล่ของผู้ใช้ออกมาหลายร้อยหลายพันอันนั่นเอง

นอกจากนี้ทักษะโล่กำแพงหินยังมีความพิเศษอยู่ที่ มันยังมีรูปแบบที่ 2

รูปแบบที่ 2 จะเกิดขึ้นเฉพาะในสถานการณ์ที่รูปแบบที่ 1 ถูกต่อต้าน

เมื่อการป้องกันของรูปแบบแรกไม่เพียงพอต่อการต้านรับการโจมตีโหมดนรก ทักษะโล่กำแพงหินจะเปลี่ยนมาใช้รูปแบบที่ 2 เพื่อปกป้องเป้าหมายเดิม นั่นคือการลดพื้นที่และเพิ่มการป้องกันในคราวเดียว

โล่ผีห้าแถวระเบิดออก บังคับให้สัตว์ประหลาดบางส่วนต้องล่าถอย แล้วเศษของมันก็ตกลงมาเหมือนฝน และกลายเป็นรูปครึ่งวงกลมแสงครอบคลุมทุกคนอยู่ภายในทันที

ขณะที่โล่กำแพงหินกำลังเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่สอง เสียงปืนก็ดังขึ้น!

เสียงคำรามของปืนไรเฟิลสไนเปอร์ดังสนั่นจนแก้วหูสะเทือน

“เพิ่มโล่อากาศ ทักษะน้ำทิพย์!”

แทบจะพร้อมกับเสียงดังสนั่นของปืน เย่จงหมิงร้องตะโกนเสียงดังลั่น

ผูซิ่วหยิงเพิ่มโล่อากาศและเพิ่มทักษะน้ำทิพย์ให้กับเซิ่งหยวนราวกับไม่มีใครอยู่ด้านหลังอีก และทำราวกับพลังวิญญาณไม่มีค่าอะไรเลย

ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้อง กลบทุกสรรพสิ่ง

การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบโล่กำแพงหิน, เสียงปืนและเสียงร้องตะโกนของเย่จงหมิง การเพิ่มโล่อากาศและเพิ่มทักษะน้ำทิพย์ให้เซิ่งหยวนของผูซิ่วหยิง ทั้งหมดเกิดขึ้นแทบจะเป็นเวลาเดียวกัน

ในเวลาเดียวกันนั้น รูปแบบที่สองของโล่กำแพงหินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเกิดระเบิดเสียงดังกึกก้อง ร่างของเซิ่งหยวนก็สั่นสะเทือนไปด้วย หากมีใครสักคนยืนอยู่เบื้องหน้าก็จะพบว่า ดวงตาของเขาเลื่อนลอยไร้โฟกัส ร่างสูงใหญ่ทรุดเอนไปพิงกับโล่ยักษ์ ถ้าไม่ใช่เพราะมีโล่ยักษ์ค้ำยันไว้เขาคงล้มหน้าคะมำไปกับพื้นแล้ว

และถ้าโล่ยักษ์ล้มลง มันก็คงแตกเป็นเสี่ยงๆ

รังสีของแสงจากทักษะน้ำทิพย์ดึงเท้าที่ก้าวเข้าประตูผีไปครึ่งก้าวของเซิ่งหยวนกลับมา ทางอีกด้านของประตูผี ปีศาจหน้าวัวก็ยังพยายามฉุดลากชายร่างใหญ่กลับสู่ประตูผีด้วยความมุ่งมั่น ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างเต็มกำลัง

ฝุ่นควันปกคลุมไปทั่วทั้งป่า บดบังแสงสว่างจ้าของรูเล็ตและดวงอาทิตย์ ทั้งสัตว์ประหลาดและมนุษย์ต่างมองอะไรไม่เห็น รู้สึกเพียงพื้นใต้เท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แล้วความรู้สึกทั้งหมดก็หายไป เหลืออยู่เพียงความปรารถนาดั้งเดิมที่สุดของสิ่งมีชีวิต

ทันใดนั้นคลื่นกระแทกครั้งใหญ่ก็ปรากฏขึ้นรอบตัว ทุกคนไม่ทันระวังตัว ถูกผลักออกไปด้วยแรงมหาศาล กลิ้งไปตามพื้นชนต้นไม้หักโค่นระเนระนาด หากไม่ใช่เพราะร่างกายของผู้วิวัฒนาการ ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เพียงพอจะฆ่าพวกเขา

หลังคลื่นกระแทก ทั้งสนามรบก็ตกอยู่ในความเงียบ รอบๆ เหลือต้นไม้เพียงไม่กี่ต้น  และวัตถุบางอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไรถูกเผา ส่งกลิ่นเหม็นไหม้คลุ้ง

หลังจากสติที่มึนงงของเย่จงหมิงค่อยๆกลับมา พอตั้งสติได้เขาก็พบว่า แขนข้างซ้ายเจ็บปวดอย่างรุนแรงเมื่อขยับ แต่โชคดีที่มันเป็นแค่การเคลื่อน เขาใช้มือขวากดไปที่หัวไหล่ออกแรงจับให้มันเข้าที่

เขาหาดาบส่องจันทร์จนพบและมองไปรอบๆ

เซี่ยเล่ยกับเหลียงชูหยินอยู่ข้างๆ ตอนเกิดคลื่นกระแทกอย่างรุนแรง ทั้งสามคนกระเด็นมาชนกัน เย่จงหมิงได้เข้าปกป้องพวกเธอจนแขนเคลื่อน

เขาตรวจดูอาการของเหลียงชูหยินที่กำลังหมดสติ พบว่ามีบาดแผลบนร่างกายหลายแห่ง แต่ไม่มีอะไรร้ายแรง นอกจากรูเลือดที่ต้นขาจากการถูกสัตว์ประหลาดเจาะที่ดูแย่ที่สุด

เซี่ยเล่ยมีเลือดจำนวนมากบนหน้าผากและไหลลงมาปกคลุมเกือบครึ่งใบหน้า แม้เธอจะยังลืมตาอยู่ แต่ก็ดูมึนงงเล็กน้อย บางทีเธออาจจะยังไม่ตื่นจากความตกใจ เย่จงหมิงเปิดผมของเธอดูบาดแผล มันเป็นรอยแผลที่เกิดจากก้อนหิน ถึงจะดูน่ากลัว แต่ก็ไม่ใช่การบาดเจ็บที่ร้ายแรง พักสักครู่คงพอจะค่อยยังชั่ว

เย่จงหมิงยืนขึ้นมองหาสมาชิกในทีม โม่เย่และเสี่ยวหู่ถูกพบอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหู่เหมือนแมลงสาบจริงๆ เขาไม่มีอาการบาดเจ็บทางร่างกายที่ชัดเจน และฟื้นคืนสติขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นตอนนี้เย่จงหมิงจึงเข้าไปตรวจดูอาการของโม่เย่ที่กำลังหมดสติอยู่

โม่เย่ได้รับบาดเจ็บจนขยับตัวได้ยากลำบากมาก่อนหน้านี้ พอมาได้รับผลกระทบจากคลื่นกระแทก ตอนนี้จึงมีอาการที่ดูไม่ค่อยดีนัก

เมื่อมองไปรอบๆอีกครั้ง เย่จงหมิงก็พบ เซิ่งหยวนกับผูซิ่วหยิง รวมทั้งตี้หวงหวันที่มีขาหน้าหักห้อยอย่างน่ากลัว

เย่จงหมิงรีบวิ่งไปตรงนั้น เซิ่งหยวนดูอาการแย่มาก แต่พอมาเห็นใกล้ๆ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เซิ่งหยวนยังมีลมหายใจอยู่ อาการของเขาน่าจะเป็นเพราะ ใช้พลังวิญญาณเกินกว่าขีดจำกัด บวกกับอาการบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรงจากการถูกกระแทก

ผูซิ่วหยิงไม่ได้หมดสติ แต่มือข้างหนึ่งดูผิดปกติ น่าจะเป็นเพราะกระดูกหัก เธอคุกเข่าเอามือเท้าพื้นทำตาแดงๆ พูดไม่หยุดว่า “ผมแดง ผมแดง เธอขวางหินก้อนใหญ่ให้ฉัน”

ก่อนหน้านี้เย่จงหมิงสั่งให้ผูซิ่วหยิงคอยช่วยเหลือเซิ่งหยวนในช่วงเวลาวิกฤติ และสั่งให้ศพเหล็กสาวผมแดงคอยปกป้องอัครสาวกแห่งแสงสว่างคนนี้

“อยู่นั่นเอง!” ผูซิ่วหยิงร้องไห้ด้วยความดีใจที่หาพบ เดินโซเซ ไปหาศพเหล็กสาวผมแดงที่มีร่างกายบิดเบี้ยวหลังต้นไม้

“จงหมิง รีบมา…”

ขณะหันไปเรียกเย่จงหมิงให้มาช่วยสาวผมแดง แต่ก็พบเพียงเงาหลังของเขาที่กำลังหายลับไปในฝุ่นควันที่ยังสลายไม่หมด

จากนั้น ผูซิ่วหยิงก็ได้ยินเสียงร้องคำรามของสัตว์ประหลาดและเสียงร้องอย่างไม่เต็มใจก่อนตายของพวกมัน

ขณะที่เยวี่ยต้าหย่วนกับผู้ช่วยกำลังนำสมาชิกในทีมที่ได้สติและกำลังรอความช่วยเหลือกับคนที่มีอาการสาหัส และหมดสติ มารวมกัน พวกเขาก็ได้เห็น เย่จงหมิงกำลังเดินช้าๆ มาจากที่ไกลๆ บนใบหน้าของเขา มีเลือดทุกสีสาดกระเซ็นอยู่ มีรอยไหม้ที่หน้าผากและคาง แขนข้างซ้ายตกห้อยอย่างอ่อนแรง และเดินกะเผลก

มือขวาของเขาไม่ได้ถือดาบส่องจันทร์ มันถูกแทนที่ด้วยผลึกวิเศษ

ผลึกวิเศษสีดำหนึ่งกำมือ!

จบบทที่ บทที่ 177 รูปแบบที่ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว