- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 176 จะเดิมพันทั้งที ก็ให้มันยิ่งใหญ่ไปเลย!
บทที่ 176 จะเดิมพันทั้งที ก็ให้มันยิ่งใหญ่ไปเลย!
บทที่ 176 จะเดิมพันทั้งที ก็ให้มันยิ่งใหญ่ไปเลย!
บทที่ 176 จะเดิมพันทั้งที ก็ให้มันยิ่งใหญ่ไปเลย!
ตอนนี้เย่จงหมิงไม่ใช่แค่อยากกระโดดออกไปด่ามารดามัน แต่เขาอยากสับเจ้าเสียงคำรามให้ขาดเป็นสองซีกในดาบเดียว
สุดท้ายเขาก็ตระหนักได้ถึงคำที่ได้ละเลยไป – อ่อนแอ
ถูกต้องที่ว่าเสียงคำรามทรงพลังเกินความคาดหมาย คุ้มค่ากับผลึกวิเศษระดับ 1 ที่ลงทุนไปในการยิงลำแสงที่ทรงพลัง เลยทำให้เย่จงหมิงคิดว่าเขาหยิบสมบัติล้ำค่ามาได้ … แต่ความจริงมันเป็นเด็กทารกที่แท้จริง
(宝贝 เป่าเป้ย มีสองความหมาย 1. ?สมบัติล้ำค่า 2. ?เด็กทารก ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของพ่อแม่)
อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรที่มีประสิทธิภาพโดยไม่มีต้นทุน เสียงคำรามของเครื่องจักรกลก็เช่นกัน
แม้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพและต้นทุนสูงมาก แต่มันก็มีระยะเวลาใช้งานที่จำกัด
ขณะนี้เย่จงหมิงไม่มีเวลาทำความเข้าใจถึงเรื่องข้อจำกัดของเวลา เพราะสัตว์ประหลาดระดับ 3 ได้วิ่งเข้ามาโจมตีแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันรู้สึกว่าเสียงคำรามเป็นภัยคุกคามต่อพวกมัน เหล่าชีวิตกลายพันธุ์จึงบุกเข้ามาโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ทักษะความสามารถทุกรูปแบบถูกโยนเข้ามา
เพียงครู่เดียว ทั้งทีมก็ถูกทุบตีจนหน้าซีดเผือด
ร่างของเซิ่งหยวนถูกรังสีแสงครอบคลุม รอยแผลจากการแทงของนักรบหญิงนาคาที่ซี่โครงด้านซ้ายดีขึ้นเล็กน้อย เลือดลมเสถียร และรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
โล่อากาศโปร่งแสงเล็กๆอันหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆใบหน้าด้านซ้ายของเซิ่งหยวน ป้องกันกรงเล็บสีเขียวของซอมบี้กระหายเลือดที่สอดมือเข้ามาหมายจะกระชากคอมนุษย์ไว้ได้
ผูซิ่วหยิงใช้ทักษะน้ำทิพย์แปดครั้ง เปิดใช้งานโล่อากาศสี่โล่
นอกจากเย่จงหมิง อาจารย์สาวเป็นคนเดียวในทีมที่ได้กินหนอนสมองผง
อัครสาวกแห่งแสงสว่างเป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยม ที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับทีม หากไม่มีอาจารย์ผูทีมคงเสียสมาชิกไปหลายคนแล้ว ตอนนี้ที่ทุกคนยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ นั่นต้องยกความดีความชอบให้เย่จงหมิงเป็นคนแรก และผูซิ่วหยิงเป็นคนที่สอง
และสำหรับทักษะน้ำทิพย์ นอกเหนือจากจะรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว ยังมีความสามารถยืดอายุความแข็งแกร่งให้กับสมาชิกในทีม หากไม่มีทักษะอาชีพนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่เย่จงหมิงจะบรรลุความสำเร็จเช่นในปัจจุบัน แม้แต่ผู้วิวัฒนาการก็ยังสามารถได้รับบาดเจ็บ และต้องการ การรักษาและกู้คืน ด้วยทักษะน้ำทิพย์ของอาจารย์ผู ความล่าช้าอันเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บ จึงกลายเป็นเรื่องที่แทบจะไม่สำคัญเลย
เย่จงหมิงรู้ดีว่า เพื่ออนาคตของเขาและทีม เขาจะต้องให้อาจารย์สาวคนนี้มีบทบาทมากขึ้น
ดังนั้นเย่จงหมิงจึงแบ่งหนอนสมองผงให้กับผูซิ่วหยิง
หลังจากได้กินของดีๆแบบนี้ พลังวิญญาณของอาจารย์ผูก็เพิ่มขึ้นมาก และยังทำให้ทักษะอาชีพอัครสาวกแห่งแสงสว่างใช้พลังวิญญาณน้อยลง ดังนั้นจำนวนครั้งที่สามารถใช้ทักษะน้ำทิพย์จึงมากขึ้นและสร้างโล่อากาศโปร่งใสได้เพิ่มขึ้นมาก
ดังนั้นเมื่อการต่อสู้ดุเดือดรุนแรงขึ้น และผูซิ่วหยิงใช้ทักษะไปหลายครั้ง แม้ว่าเธอจะมีพลังวิญญาณที่ดีขึ้น แต่เธอก็ไม่กล้าจะใช้มากเกินไป เพราะเย่จงหมิงบอกให้เธอรั้งอยู่ก่อนตั้งแต่ก่อนเริ่มหมุนรูเล็ต นั่นทำให้เธอต้องสำรองพลังวิญญาณไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้เป็นจำนวนมาก
สำหรับสิ่งที่เย่จงหมิงจะทำนั้น ผูซิ่วหยิงไม่รู้ ทั้งหมดที่เธอต้องทำคือคอยฟังคำสั่งของอดีตนักเรียนเก่าของเธอคนนี้ จนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวัง
ระดับ 3 เป็นชีวิตที่มีปัญญา พวกมันสามารถสังเกตเห็นได้ว่าใครคือภัยคุกคามต่อพวกมันที่สุด นาคากับซอมบี้กระหายเลือดได้ร่วมมือกันจัดการกับเย่จงหมิง แต่สิงโตเพลิงพ่ายแพ้ต่อการเข้าปะทะของเซิ่งหยวน และเปลี่ยนให้ดรุณมืดเข้ามาแทนที่ ส่วนมันได้เข้าโจมตีทีมที่เหลือในด้านอื่น
จากสามทิศทาง ชีวิตกลายพันธุ์กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
“เฮ้ คิดหาทางออกเร็ว วิธีนี้มันไม่ได้ผล”
เซี่ยเล่ยกับโม่เย่ร่วมมือกันรับมือกับสิงโตเพลิง แต่เปลวไฟบนตัวมันและไฟที่มันพ่นออกมาเป็นครั้งคราว ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเธอได้แต่ต้องระมัดมือระวังเท้า เพราะมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างความแข็งแกร่งของพวกเธอกับชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 มันทำให้การต่อสู้นี้อันตรายมาก
หากไม่ระวังบางที ชีวิตก็อาจถูกชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 ยึดเอาไป
ดวงตาของเย่จงหมิงแดงก่ำ หัวใจกำลังดิ้นรน
ต้องใช้วิธีสุดท้ายจริงๆเหรอเนี่ย?
คงจะดีถ้าตอนนั้นมองไม่เห็นความหวัง แต่เสียงคำรามทำให้เขามองเห็นแสงอรุณรุ่งแห่งชัยชนะ โดยไม่ต้องเสี่ยง อย่างไรก็ตามความหวังนั้นได้หายไปอีกครั้ง มันทำให้เย่จงหมิงค่อนข้างรู้สึกไม่เต็มใจ
แต่…
เมื่อเห็นทีมกำลังดิ้นรนพยามยามต่อสู้ หัวใจที่กำลังดิ้นรนของเย่จงหมิงก็สงบลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง
ถ้าเช่นนั้น ก็ทำตามแผนเดิม ลากเกาลัดออกจากเปลวไฟซะ (เป็นสำนวนความหมายหาเอาเองนะ เหมือนเคย…ขี้เกียจพิมพ์?)
ทันใดนั้นเย่จงหมิงก็โยนทักษะที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของเขาเข้าใส่ชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 ทั้งคู่ทันที จากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากปัญหาที่เกิดกับสัตว์ประหลาดทั้งคู่ พุ่งเข้าใส่หมอกน้ำเงินที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทางด้านหลังของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ราวกับสายฟ้า!
หมอกน้ำเงินที่กำลังนอนฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่บนพื้น ไม่คาดคิดว่าจะมีคนฝ่าแนวป้องกันเข้ามาหามันในเวลานี้
ซอมบี้และสัตว์ประหลาดระดับสูง มีความสามารถในการรักษาตัวเอง ซึ่งผู้วิวัฒนาการมนุษย์ไม่สามารถเทียบได้ หมอกน้ำเงินก็ไม่มีข้อยกเว้น
มันต้องใช้เวลาอีกพอสมควรถึงจะสามารถลุกขึ้นได้ มันไม่สามารถกู้คืนได้อย่างรวดเร็วและเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองเหมือนเคย จึงได้แต่นอนอยู่ตรงนั้น มองอาหารมื้อใหญ่ตรงหน้า
นาคากับซอมบี้กระหายเลือดมีเลือดเปื้อนทั่วตัวจนดูน่ากลัวเล็กน้อยจากทักษะตราประทับดาวเปลวเพลิง นี่เป็นทักษะลับของมนุษย์ที่น่ากลัวสำหรับพวกมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาบสงครามเล่มนั้น ซึ่งแม้แต่มองยังทำให้พวกมันรู้สึกกลัว
หลังจากสองสัตว์ประหลาดพยายามหลบดาบสงคราม จากนั้นก็พยายามจะสู้กลับ แต่พบว่าฝ่ายตรงข้ามวิ่งออกไปใช้ดาบฟันใส่เพื่อนของพวกมันแล้ว
หมอกน้ำเงินรู้สึกอึดอัดใจที่มันไม่สามารถขยับได้ และงูก็ไม่มีมือ ทั้งหมดที่มันทำได้ก็คือ นอนนิ่งรอให้ดาบตกลงบนร่างของตัวเอง
อย่างไรก็ตามชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 ก็ยังคงเป็นชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 หมอกน้ำเงินไม่ยอมถูกฆ่าฝ่ายเดียว ก่อนจะถูกฟันคอ มันเปิดปากพ่นหมอกออกไป
เย่จงหมิงสามารถหลบได้ แต่ไม่ทำ
ถ้าเขาหลบ เขาจะสูญเสียโอกาสสุดท้ายในการฆ่ามันไป ในแผนของเขา การสังหารชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 เป็นสิ่งจำเป็น
เย่จงหมิงใช้แขนปิดบังใบหน้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วใช้ดาบส่องจันทร์ตัดหัวหมอกน้ำเงิน
เขาไม่สนใจแขนและผิวที่ถูกกัดกร่อนจนแสบร้อน รีบขุดผลึกวิเศษกลับมาอย่างรวดเร็ว
แล้วการโจมตีของนาคากับซอมบี้กระหายเลือดก็มาถึง
แต่เย่จงหมิงไม่ได้เข้าต่อสู้กับพวกมัน หลังจากจ่ายราคาด้วยการถูกซอมบี้กระหายเลือดต่อยเข้าที่หลัง ในที่สุดเขาก็แหวกวงล้อมวิ่งกลับเข้ามาในทีมได้
เมื่อเย่จงหมิงกลับมาอยู่ด้านหลังของเซิ่งหยวน ทักษะน้ำทิพย์ของผูซิ่วหยิงก็ตกลงในปากที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาทันที
สิ่งของห่อใหญ่ถูกดึงออกจากผลึกมิติ และเสียงคำรามที่กำลังอยู่ในระหว่างระบายความร้อนก็ถูกยัดเข้าไปในผลึกมิติ
“หดรูปขบวนแนวป้องกัน!”
เย่จงหมิงข่มความเจ็บปวดออกคำสั่ง ให้เซิ่งหยวนกลับมาสร้างแนวป้องกันเต็มรูปแบบ แล้วควบคุมศพเหล็กสาวผมแดงให้คอยป้องกันอีกด้าน ในขณะที่ให้คนอื่นๆ คอยระวังทางด้านอื่น
เมื่อทุกคนเห็นสิ่งที่เย่จงหมิงเอาออกมา สีหน้าของทุกคนดูค้างแข็งเย็นเยียบ ลมหายใจติดขัด ยกเว้นเซิ่งหยวนที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งกำลังรับการปะทะจากชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 จนร่างย่อต่ำไม่สามารถลุกขึ้นยืนตรง และมีเลือดซึมออกจากปากอย่างต่อเนื่อง
ทุกคนรู้สึกเหมือนความตายกำลังมาเยือน
เย่จงหมิงกลับไปยืนอยู่หน้าปีศาจเดิมพันอีกครั้ง!
“ลูก…ลูกพี่… คุณ…คงไม่…”
สัตว์ประหลาดใช้อาวุธต่อสู้กับดาบส่องจันทร์ มันสามารถฝากรอยลึกไว้บนดาบและซัดเสี่ยวหู่จนกระเด็นลึกเข้าไปในแนวป้องกันจากแรงปะทะ
พอเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นสิ่งที่อยู่แทบเท้าของทุกคน และเย่จงหมิงที่กำลังยัดผลึกวิเศษระดับ 1 ลงไปในปีศาจเดิมพัน
เสี่ยวหู่รู้สึกว่าโลกเข้าสู่จุดจบอย่างแท้จริง
สัตว์ประหลาดที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่สามารถจัดการได้แล้ว แล้วนี่ ลูกพี่ยังต้องการเรียกมาเพิ่มอีกเหรอ?
นี่มันหาที่ตายชัดๆ?
“ใช่”
คำตอบเบาๆนั้น ทำให้ทุกคนรู้ถึงความมุ่งมั่นของเย่จงหมิง
ติ้ง!
เสียงผลึกวิเศษตกลงไปในรูเล็ต ดังขึ้นในหูของทุกคน ราวกับเสียงของประตูนรกกำลังเปิดออก
กล่องสีขาวพลิกกลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเริ่มหมุนและหยุดลงภายในไม่กี่วินาทีต่อมา เปิดเผยให้เห็นภาพของประตูหิน
มันคือสิ่งที่เย่จงหมิงไม่รู้จัก
แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรแล้ว หยิบผลึกวิเศษใส่ลงไปในหลุม เพื่อให้กล่องสามใบที่เหลือเริ่มหมุน
กล่องใบที่ 2 ไม่ใช่
กล่องใบที่ 3 ก็ไม่ใช่
กล่องใบที่ 4 ก็ยังไม่ใช่อีก!
รอบนอกของแนวป้องกัน ปรากฏระดับ 3 เพิ่มมาอีกตัว ระดับ 2 อีก 2 ตัว กลิ่นของมนุษย์ ทำให้พวกมันวิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น
เย่จงหมิงดูเหมือนไม่ได้ยินเสียง ยังคงใส่ผลึกวิเศษในมืออย่างรวดเร็วอีกครั้ง เสียงผลึกวิเศษที่ถูกยัดลงไปดังราวกับเสียงของเสียงคำรามตอนสร้างปืน
กล่องสีขาวเริ่มหมุนอีกครั้ง
กล่องใบที่ 2 ไม่ใช่!
กล่องใบที่ 3… ก็ไม่ใช่!
กล่องใบที่ 4… ก็ยังไม่ใช่เหมือนเดิม!
สัตว์ประหลาดปรากฏขึ้นในเวลานี้อีกสามตัว ไม่ว่าจะเป็นเย่จงหมิงหรือทีมต่างรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว พวกเขาไม่ดูระดับของพวกมันแล้ว เพราะกลัวว่ากำลังใจที่ยังเหลืออยู่จะถูกทำลายลงทันที
“พอหรือยัง! ?”
เซิ่งหยวนที่อยู่แนวหน้าและได้รับการโจมตีมากที่สุด หากไม่ใช่เพราะโล่ยักษ์ที่ทั้งแข็งแกร่งและเหนียวทนทานระดับสีขาว ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว และตอนนี้มันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อสัตว์ประหลาดตัวใหม่ๆมาถึง นั่นแปลว่า พวกเขาเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาที เซิ่งหยวนรู้ว่าเขากำลังจะตาย เขาจึงเริ่มร้องถามออกมา
“ยังไม่ถึงเวลา!”
คำตอบที่ได้รับกลับมา คือเสียงที่แทบไร้ความรู้สึกของเย่จงหมิง
“ฉันตายแน่ ชดใช้ชีวิตให้คุณ! พวกเราไม่ติดค้างกันแล้ว!”
คราวนี้ คำตอบที่เขาได้รับคือการหมุนกล่องอีกครั้ง
กล่องใบแรก… ไม่ใช่
กล่องใบต่อมา… ตรงแล้ว!
เย่จงหมิงใช้ผลึกวิเศษระดับ 2 แก้ไขรูเล็ตอย่างรวดเร็ว มีแสงจางๆจับเขาไว้กับรูเล็ต
กล่องใบสุดท้าย พลาด
หมุนอีกครั้ง!
พลาด! พลาด! พลาด! พลาด!
มีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสูงรวมกันเป็นฝูง ศพเหล็กสาวผมแดงถูกสัตว์ประหลาดเหล่านี้ฉีกกระชาก แม้แขนเกือบขาด แต่ยังต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เหลียงชูหยินใช้เงาพรายสี่ทิศ แต่สร้างความเสียหายให้ชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 ได้อย่างจำกัด พอบังคับแส้กลับก็ถูกสัตว์ประหลาดจับยึดไว้ และส่งสิ่งที่มีลักษณะเหมือนท่อดูดแทงเข้าไปที่ต้นขาของเน็ตไอดอลสาว เกิดหลุมเลือดขึ้นทันที หากไม่ใช่เพราะเซี่ยเล่ยสังเกตเห็นและช่วยดึงเหลียงชูหยินกลับมาได้ทัน เน็ตไอดอลสาวคงถูกสัตว์ประหลาดฆ่าไปแล้ว
ทางด้านเซิ่งหยวนแย่ยิ่งกว่า โล่ยักษ์เกิดรอยร้าว แม้มันจะซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา ภายใต้การโจมตีอย่างรุนแรงตอนนี้ มันใกล้จะถึงขีดจำกัดความทนทานของโล่แล้ว
หมุน!
พลาด!
ตรง!
เย่จงหมิงใช้ผลึกวิเศษระดับ 3 ที่ได้มาจากหมอกน้ำเงินทันที
หมุน!
พลาด!
หมุน!
พลาด!
อ๊า!
มีเสียงร้องสั้นๆดังขึ้น โม่เย่ล้มลงตัวงอ หน้าท้องและไหล่ซ้ายถูกแทงด้วยเดือยกระดูกสีดำหลายซี่ เธอพ่ายแพ้ต่อการต่อสู้เช่นเดียวกับเหลียงชูหยิน
ทีมกำลังจะถูกทำลาย!
ทุกชีวิตตกอยู่ในความสิ้นหวังและหมดหวัง ถ้าไม่ใช่สัตว์ประหลาดเหล่านี้ เกรงต่อความคมของดาบส่องจันทร์ พวกเขาอาจจะยันมาไม่ได้ถึงตอนนี้ พวกเขารู้ว่า อีกไม่เกิน 5 วินาที! ทีมจะถูกทำลาย!
อย่างไรก็ตาม เย่จงหมิงยังคงเงียบ
หมุนอีกครั้ง!
ในที่สุดเทพีโชคชะตาก็ตกหลุมรักเขา กล่องใบสุดท้ายตรงจนได้!
ทันทีที่ร่างที่ถูกตรึงยึดไว้ถูกปลดปล่อย เขารีบรวบรวมของรางวัล และเตะมัดของบางอย่างออกไปข้างนอก พร้อมกับร้องตะโกน!
“โล่กำแพงหิน!”