- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 175 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
บทที่ 175 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
บทที่ 175 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
บทที่ 175 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
ในการต่อสู้ที่ฐานใหม่ เย่จงหมิงได้ผลึกวิเศษมาเป็นจำนวนมาก ผลึกวิเศษระดับ 1 สองหมื่นชิ้น ระดับ 2 สิบชิ้น และระดับ 3 หนึ่งชิ้น
สำหรับช่วงเวลานี้ นี่เป็นความมั่งคงมหาศาล
อย่างไรก็ตามในการหมุนแผ่นรูเล็ตปีศาจเดิมพันที่มีอีกชื่อว่า เดิมพันของคนรวย ก็มีราคาแพงมากเช่นกัน เพียงระยะเวลาสั้นๆ เขาต้องใช้ผลึกวิเศษระดับ 1 ไปอย่างน้อย 2 พันชิ้น ผลึกวิเศษระดับ 2 หนึ่งชิ้น และผลึกวิเศษระดับ 3 ที่มีเพียงชิ้นเดียวไปด้วย
แม้ว่าจะไม่นับการใช้จ่ายในวันนี้ เย่จงหมิงยังต้องการผลึกวิเศษจำนวนมาก เพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ,วิวัฒนาการศพเหล็กสาวผมแดง และสร้างดาบส่องจันทร์ ดังนั้นอย่ามองว่าผลึกวิเศษที่เขามีเป็นความมั่งคั่งมหาศาล ในตอนนี้ด้วยจำนวนเพียงเท่านี้ ยังถือว่าไร้ประโยชน์
และตอนนี้ยังมีหุ่นเหล็กที่เรียกว่าสัตว์เลี้ยงสงครามอีกตัว ซึ่งพอจะส่งออกไปต่อสู้ มันกลับพูดว่า กรุณาใส่พลังงานเพื่อเปิดใช้งาน?
เย่จงหมิงรู้สึกว่าเจ้าตัวนี้ไม่ดีซะแล้ว
แต่สถานการณ์วิกฤตในตอนนี้ทำให้เขาต้องกัดฟันยัดผลึกวิเศษระดับ 1 ลงไปในหัวของเจ้าเสียงคำรามของเครื่องจักรกลตามคำเรียกร้อง
ทันใดนั้นดวงตาของหุ่นยนต์ที่มืดสลัวก็สว่างขึ้น และมือทั้งคู่ก็หมุนทันทีที่ใส่ผลึกวิเศษลงไป
“ปืนใหญ่ระดับ 1 หนึ่งหน่วยพลังงาน”
เสียงจักรกลดังขึ้น ทันใดนั้นแขนกลก็เปิดออกส่งชิ้นส่วนกลไกหลายร้อยชิ้นออกมากองบนพื้น
“ลูกพี่ ช่วยด้วย!” ทางด้านเสี่ยวหู่และคนอื่นๆ ที่ต้านทานไม่ไหวอีกแล้ว ร้องตะโกนให้ช่วยเสียงหลง
อย่างไรก็ตามเสียงคำรามของเครื่องจักรกลก็ไม่ได้สนใจ เจ้าหุ่นยนต์ยังคงเริ่มประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง แม้แต่เย่จงหมิงยังมองเห็นแต่เพียงเงาภาพเท่านั้น
เพียงห้าวินาที ปืนใหญ่ขนาดเล็กลักษณะคล้ายเก้าอี้พับไม่มีพนัก มีลำกล้องแกว่งไปมาขนาด 10 เซนติเมตร ก็สร้างเสร็จ และยืนรอรับคำสั่งอยู่ข้างๆ
เย่จงหมิงรู้สึกเหมือนตกหลุมพรางของปีศาจเดิมพัน
ไอ้ของเล็กๆแบบนี้มันทำอะไรได้? ปืนใหญ่ลำกล้องยาว 10 เซนติเมตรเนี่ยนะ? แกล้อเล่นใช่ไหม? แค่หนูกลายพันธุ์จะฆ่ามันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้?
“ตูม!” เสียงดังกึกก้อง เย่จงหมิงเงยหน้าไปมอง มนุษย์หินยักษ์โดยหัวกะโหลกกระบี่เกราะหนักกับหมอกน้ำเงินรุมฉีกกระชากเป็นเสี่ยงๆ
“เปรี้ยง!” ทางอีกด้าน มนุษย์โลหะออสเมียมถูกนักรบหญิงนาคาตีเข้าอย่างแรงจนหน้าเบี้ยว ทำให้มันไม่สามารถรับมือกับซอมบี้กระหายเลือด ระดับ 3 และอูฐดำต้องสาป ระดับ 2 ที่กลุ้มรุมเข้ามาได้ และกลายสภาพกลับไปเป็นชิ้นส่วนโลหะไร้ชีวิตดังเดิม
ทางด้านเซิ่งหยวนที่ถือโล่ยักษ์ ต้านการโจมตีของสิงโตเพลิง ระดับ 3 กับดรุณมืดระดับ 2 จนโดนกระแทกถอยหลังไปหลายครั้ง แม้ว่าร่างกายจะไม่ได้ถูกโจมตีตรงๆ แต่ก็ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนมีเลือดไหลออกจากปาก
เมื่อไม่มีการป้องกันของมนุษย์ยักษ์ที่ถูกเรียกมาด้วยทักษะอัญเชิญ คนอื่นๆก็ไม่กล้าวิ่งออกไปต่อสู้ ได้แต่หลบอยู่หลังโล่ยักษ์ของเซิ่งหยวนและช่วยเขารับมือกับศัตรูที่โจมตีมาทางด้านข้างเท่านั้น
เย่จงหมิงดึงดาบส่องจันทร์ออกมา เขารู้ว่าต้องรีบไปช่วย ไม่เช่นนั้นวันนี้ทุกคนคงต้องตายอยู่ที่นี่ เขาคาดไม่ถึงว่า รางวัลที่ได้รับจากปีศาจเดิมพันจะเป็นแบบนี้
ยังคงมีคำบอกกล่าวให้เขาเลือกเป้าหมายส่งมาในความคิด เย่จงหมิงร้องออกมาด้วยความหงุดหงิดว่า “หมอกน้ำเงิน!”
มันคือสัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนงูที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกสีน้ำเงิน ระดับ 3 วิธีโจมตีของมันแปลกมาก มันจะพ่นควันหนาออกมา เมื่อใดที่สัมผัสถูกก็จะถูกกัดกร่อน มนุษย์ยักษ์หินจึงถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว เพราะการโจมตีของมันทำให้ร่างของมนุษย์ยักษ์หินอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เมื่อถูกฟันด้วยกระบี่ยักษ์ของหัวกะโหลกกระบี่เกราะหนักเลยแตกเป็นเสี่ยงๆ
การโจมตีของหมอกน้ำเงินเป็นการโจมตีระยะไกล เย่จงหมิงเองก็ไม่มีวิธีป้องกัน เขากลัวว่า หากหมอกแปลกๆที่มันพ่นออกมาโจมตีเข้าใส่เซิ่งหยวน โล่ยักษ์คงไม่อาจต้านทาน
และหากไม่มีโล่ยักษ์ แผนขั้นสุดท้ายของเย่จงหมิงคงไม่อาจดำเนินการได้
ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วนนี้ เย่จงหมิงจึงได้เลือกสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของทีมอย่าง หมอกน้ำเงิน ระดับ 3
หลังจากได้รับคำสั่ง ปืนใหญ่ที่มีกระบอกปืนหนาเท่ากับปากกาลูกลื่น แต่ยาวกว่า ก็หันปลายกระบอกไปยังหมอกน้ำเงินทันที แล้วส่งเสียงดังชี่
เหมือนสนามรบมีช่วงเวลาแห่งความเฉื่อย
ในบรรดาชีวิตวิวัฒนาการระดับ 3 หมอกน้ำเงินมีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าพวกที่มีระดับเดียวกัน แต่ด้วยการโจมตีที่มีลักษณะเฉพาะตัว ทำให้มันแข็งแกร่งเหนือกว่า
ดังนั้นเมื่อมันเห็นปืนใหญ่ขนาดจิ๋วนั่นเล็งมาที่มัน มันจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ดวงตาของมันพุ่งไปที่มนุษย์ที่ถือโล่ยักษ์เป็นอย่างแรก
แต่เมื่อปืนใหญ่ลั่นกระสุน มันก็รู้สึกถึงอันตรายที่น่ากลัว และพยายามหลบโดยสัญชาตญาณ
อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกลำแสงสีเงินพาดผ่าน แม้มันจะสามารถหลบเลี่ยงจุดสำคัญไปได้ แต่ก็รู้สึกร่างกายสูญเสียการควบคุม
ครึ่งร่างของงูหมอกน้ำเงิน ถูกลำแสงเจาะเป็นรูขนาดใหญ่
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากปากที่เปื้อนเลือด ชีวิตวิวัฒนาการระดับ 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส!
ทั้งทีมตะลึงงัน พวกเขารู้ว่านี่คืออุปกรณ์ใหม่ที่สร้างขึ้นโดยลูกพี่ใหญ่ แต่เพราะการต่อสู้ทำให้พวกเขาไม่ได้มองมันให้ชัด พวกเขาเห็นเพียงแสงที่วาบขึ้น จากนั้นปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกก็ถูกยิงทะลุร่าง
เจ้านั่นเป็นชีวิตวิวัฒนาการระดับ 3 ทุกคนยกเว้นเย่จงหมิง ถ้าสู้กันตัวต่อตัว ไม่มีใครสามารถสู้มันได้
เย่จงหมิงก็ตกใจเหมือนกัน เขายอมรับว่าเขาดูถูกปืนใหญ่นั่นเกินไปหน่อย
สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับชีวิตวิวัฒนาการระดับ 3 ได้ภายในครั้งเดียว ทั้งทีมมีเพียงทักษะตราประทับดาบเปลวเพลิงของเย่จงหมิงเท่านั้นที่ทำได้ แต่ปืนใหญ่ขนาดจิ๋วที่ขับเคลื่อนด้วยผลึกวิเศษระดับ 1 กลับมีประสิทธิภาพในการโจมตีเทียบเท่ากับผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว!
นี่หมายถึงอะไร?
มันหมายถึง ผู้ช่วยที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับตัวเขาเอง
เสียงจากกรงขังทรงพลังมาก!
นี่คือรางวัลที่ปกติจะปรากฏอยู่บนรูเล็ตระดับ 4 เท่านั้น!
หลังจากการยิงที่น่ากลัว ดวงตาเสียงคำรามของเครื่องจักรกล (ต่อไปจะใช้แค่เสียงคำราม) ก็มืดมัวลง กระบอกปืนใหญ่จิ๋วสูญเสียพลังงานตกห้อยลงมา
เย่จงหมิงรีบยัดผลึกวิเศษลงไปในหัวของเสียงคำรามทันที
แต่ครั้งนี้เขาใช้ผลึกวิเศษระดับ 2
หุ่นยนต์ตัวเล็กมีชีวิตชีวาขึ้นทันที มันดึงปืนใหญ่จิ๋วกับเข้าไปในมือทั้งคู่ และสร้างปืนใหญ่ใหม่อย่างรวดเร็ว
ปืนใหญ่ใหม่ใหญ่กว่าอันแรกอย่างเห็นได้ชัด กระบอกปืนหนากว่าเล็กน้อย ตัวฐานใหญ่ขึ้นเกือบเป็นกึ่งม้านั่ง
แต่มันใช้เวลาสร้างเกือบ 20 วินาที ซึ่งนานกว่าอันก่อน
“ปืนใหญ่ระดับ 2 เก้าสิบแปดหน่วยพลังงาน”
ในช่วงเวลานั้นแนวป้องกันก็ถูกบีบอัดอีกครั้ง เหล่าสัตว์ประหลาดที่ถูกเย่จงหมิงปลดปล่อยออกมาจากปีศาจเดิมพันบีบบังคับให้เขาเข้าร่วมการต่อสู้ และถึงแม้เย่จงหมิงจะเข้าร่วมการต่อสู้ แต่ต่อหน้าชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 สี่ตัว การโจมตียังคงถูกปราบปรามอย่างสมบูรณ์ เสี่ยวหู่กับโม่เย่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในช่วงเวลานี้ หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากเหลียงชูหยินกับทักษะน้ำทิพย์ของผูซิ่วหยิงช่วยได้ทันเวลา เกรงว่าทั้งสองอาจประสบภัยถึงชีวิต
“หัวกะโหลกกระบี่เกราะหนัก!”
หลังจากได้รับการแจ้งเตือนว่าสามารถยิงได้แล้ว เย่จงหมิงก็คำรามสั่งทันที คราวนี้เขาเลือกชีวิตของเจตภูติ หัวกะโหลกกระบี่เกราะหนัก
เหตุผลเดียวที่เลือกมัน
คือ มันช้าที่สุด
เมื่อเทียบกับชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 ตัวอื่น ความเร็วของเจ้าตัวนี้ช้าที่สุด แต่มันมีการโจมตีที่ทรงพลัง ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเป้าหมายของเย่จงหมิง
การเคลื่อนที่ของกระบอกปืนใหญ่หยุดลงชั่วครู่ จากนั้นก็ปล่อยลำแสงที่พร่างพราวมากออกมา
เมื่อตระหนักได้ถึงวิกฤติ หัวกะโหลกกระบี่เกราะหนักก็ยกกระบี่ยักษ์ขึ้นป้องกัน
มันช้าและรู้ว่าตัวเองหลบไม่ทันแน่ การทำแบบนี้นับเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดของมันแล้ว
ตูม!
ขณะนั้นเองลำแสงก็ปะทะและเกิดเสียงระเบิดขึ้น คลื่นกระแทกอันทรงพลังม้วนกระจายออก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ล้วนถูกพัดกระเด็นไปด้านหลัง
ลำแสงทำลายร่างของหัวกะโหลกกระบี่เกราะหนักจนเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว
ครึ่งล่างของชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 หายไป เหลือเพียงท่อนบนกำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น เกราะหนาหนักยับเยินขาดรุ่งริ่ง กระบี่ยักษ์เหลือเพียงด้ามเท่านั้น
“ชะ…เชี่ย!”
เสี่ยวหู่ตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง พลังแบบนี้ ปืนครก? แต่ปืนครกไม่มีอานุภาพถึงขนาดนี้
“เซิ่งหยวนจัดการสิงโตเพลิง นาคากับซอมบี้กระหายเลือดฉันจัดการเอง คนอื่นฆ่าพวกระดับ 2 เร็ว!”
เย่จงหมิงรู้สึกตื่นเต้น
แม้ว่าปีศาจเดิมพันจะน่ากลัว แต่รางวัลที่มันให้นั้นดีมาก ดูจากสิ่งที่เสียงคำรามทำ มันจะเป็นไพ่ตายใบสุดท้าย ตอนนี้เย่จงหมิงเห็นแสงอรุณรุ่งแห่งชัยชนะแล้ว!
พอได้ยินคำสั่งของเย่จงหมิง เซิ่งหยวนก็กู่ก้องยกโล่ยักษ์ขึ้น ใช้ร่างกายที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ หลังจากได้รับการรักษาจากผูซิ่วหยิง วิ่งเข้าใส่สิงโตเพลิง วันนี้สิงโตเพลิงทำให้เขาลำบากมาก ชายร่างใหญ่ต้องการเอาคืน เขาไม่คำนึงถึงช่องว่างของแข็งแกร่งเข้าปะทะชนตรงๆ
ภายใต้การควบคุมของเย่จงหมิง ศพเหล็กสาวผมแดงกับตี้หวงหวัน เริ่มเข้าล้อมซอมบี้กระหายเลือด ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งคู่ของเย่จงหมิงมีความแข็งแกร่งเกินกว่าชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 2 ทั่วไป แม้จะไม่อาจเอาชนะซอมบี้กระหายเลือดระดับ 3 ได้ แต่ก็สามารถถ่วงเวลามันได้สักพัก
เย่จงหมิงเข้าเผชิญหน้ากับนักรบหญิงนาคาที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ในการต่อสู้กับมนุษย์โลหะออสเมียม ชีวิตกลายพันธุ์จากทะเลตัวนี้ก็ต้องจ่ายราคาเช่นกัน ด้วยคุณสมบัติด้านความหนักและความแข็งแกร่งของโลหะออสเมียม แม้ว่ามนุษย์โลหะออสเมียมจะไม่ใช่คู่มือของนักรบหญิงนาคา แต่มันก็สามารถโจมตีกลับได้เป็นบางครั้ง และทุกครั้งก็สามารถทำให้เธอได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยได้ ก่อนที่มันจะกลับสู่สภาพเดิม
แน่นอนว่าเย่จงหมิงไม่ได้วางแผนจะรนหาที่ตาย เขาขยับตัวแค่สองครั้ง ก็มาถึงตรงที่เสียงคำรามอยู่ และยัดผลึกวิเศษระดับ 2 ใส่ลงไปในหัวของมันอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายคือนักรบหญิงนาคา!
เย่จงหมิงเชื่อว่า หลังจากการโจมตีครั้งนี้ แม้ไม่สามารถฆ่านักรบหญิงนาคาได้ แต่ก็จะทำให้เธอได้รับการสูญเสียครั้งใหญ่ในการต่อสู้ เพราะเขาเพิ่งคำนวนความเร็วของลำแสงปืนใหญ่กับความเร็วของนาคา ทำให้เขาแน่ใจว่า สิ่งมีชีวิตทะเลที่สวยงามนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีของลำแสงปืนใหญ่ได้ทั้งหมด!
และเมื่อใดก็ตามที่เธอได้รับบาดเจ็บ เย่จงหมิงก็มั่นใจว่าสามารถฆ่าเธอได้ภายในระยะเวลาอันสั้น!
เย่จงหมิงรู้สึกว่าตั๋วแห่งชัยชนะอยู่ในมือแล้ว ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้น แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงของเสียงคำรามดังขึ้นในความคิด ซึ่งเกือบทำให้เขาแทบกรี๊ดว่า
“คำเตือน: กำลังทำการระบายความร้อน…”