เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109 อยู่เหมือนตาย

บทที่ 109 อยู่เหมือนตาย

บทที่ 109 อยู่เหมือนตาย


บทที่ 109 อยู่เหมือนตาย

คนแข็งแกร่งเริ่มเข้ามาครอบงำ

เพราะพวกเขาสามารถต่อสู้กับซอมบี้ เพราะพวกเขาสามารถหาอาหาร เพราะพวกเขาสามารถ… ปราบกบฎ

คนไร้เรี่ยวแรงและอ่อนแอ ก็ค่อยๆ ถดถอยลงสู่เบื้องล่าง

ในโรงงานผลิตเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงก่อนหน้านี้ นอกจากผู้นำที่ได้รับการแต่งตั้งจากคนในระดับสูงแล้ว ก็มีชนชั้นมันสมอง, พวกที่มีวุฒิการศึกษาสูง, ผู้เชี่ยวชาญ เป็นกลุ่มคนที่อยู่ส่วนบนของยอดพีระมิด คนเหล่านี้ได้รับค่าจ้างสูง ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ได้รับความเคารพ และได้รับความสนใจ

คนเหล่านี้มีทักษะในการคิดทางเทคโนโลยี แต่ร่างกายอ่อนแอ ขาดทักษะในการเอาชีวิตรอด เมื่อร่างกายอ่อนแอ สุดท้ายก็กลายเป็นซอมบี้ บางคนก็รอดชีวิตมาได้ด้วยความบังเอิญ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่มีพลังพอจะไปต่อสู้กับซอมบี้ เพียงออกไปหาอาหาร วิ่งแค่ไม่กี่สิบเมตรก็หอบแฮกๆ แข้งขาอ่อน

ต่างจากผู้ใช้แรงงาน พวกเขามีทักษะทางเทคโนโลยีน้อยแต่ร่างกายแข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรงก็พอจะออกไปหาอะไรมากินได้ หรือแม้แต่จะออกล่าซอมบี้เพื่อเอาผลึกวิเศษ มาหมุนรูเล็ตลึกลับ

แค่หมุนได้ยาวิวัฒนาการ ก็สามารถเป็นผู้วิวัฒนาการได้แล้ว!

ดังนั้นผู้ที่เคยอยู่สูงจึงตกลงจากแท่นบูชา แทนที่ด้วยคนที่เคยถูกเท้าของพวกเขาเหยียบย่ำ และมีสิทธิมากขึ้นยิ่งกว่าก่อน

ได้ครอบครอง อาหาร น้ำ บุหรี่ เหล้า และอื่นๆ หรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่เคยมีความสำคัญและมีสิทธิพิเศษ!

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เยวี่ยต้าหย่วนกับช่างเทคนิคอื่นๆอีกหลายคนปรับตัวไม่ทัน

สิ่งเหล่านี้จะไม่สำคัญเลยหากอยู่ในยุคแห่งสันติภาพ เพราะผู้บริหารจะรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจริงหรือเท็จ แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีท่าทีอย่างไร พูดอะไร มันก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟังก็ไสหัวไป แต่ถ้าทำให้ผู้อื่นโกรธ เพียงแค่ถูกต่อยเบาๆ ก็อาจพิการหรือถึงแก่ความตายได้!

บางครั้งเยวี่ยต้าหย่วนก็รู้สึกว่าได้ย้อนเวลากลับสู่ยุคทาส

แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรมันก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ คนอื่นสามารถปรับตัวให้เข้าโลกนี้ได้ แต่ตัวเขาทำไม่ได้

มีเสียงหัวเราะดังลั่นจากปลายด้านหนึ่งของทางเดิน ท่ามกลางกลิ่นของอุจจาระและปัสสาวะ เยวี่ยต้าหย่วนได้กลิ่นของไก่รมควันลอยมา มันทำให้ท้องที่ไหม้เกรียมจากความหิว เจ็บปวดยิ่งขึ้น

แต่เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา เพราะกลัวจะเห็นภรรยาของเขาผ่านประตูที่เปิดอยู่

ห้าวันหลังวันสิ้นโลก ผู้หญิงที่ครองคู่กับเยวี่ยต้าหย่วนมานานกว่า 10 ปี แม้จะบ่นว่าเขาบ่อยครั้ง แต่ก็ยังซักผ้าหุงหาอาหารให้ ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถเอาชนะความหิวโหยและได้โยนตัวเองลงในอ้อมแขนของอดีตคนงานในโรงงาน เมื่อเยวี่ยต้าหย่วนได้ยินข่าว เขาก็รีบวิ่งร้องตะโกนเข้าไปในห้องที่มืดมนที่สุดเท่าที่เคยเห็น และได้เห็นผู้เป็นภรรยากำลังโก้งโค้งคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ ปากกำลังเคี้ยวไส้กรอก มือข้างหนึ่งถือไส้กรอกครึ่งท่อน อีกข้างถือขวดน้ำ และชายผู้ยืนอยู่ข้างหลังคนนั้น กำลังขย่มตัวเธออย่างแรง…

มันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เยวี่ยต้าหย่วนต่อสู้กับคนอื่น และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารวบรวมสิ่งที่เรียกว่าความกล้า

ผลที่ได้ ไม่เพียงไม่สามารถหยุดอะไรได้ ยังถูกตีหัวเลือดไหลอาบลุกไม่ขึ้น ได้แต่มองผู้หญิงของตนอยู่ใต้ร่างของคนอื่น…

ในตอนนั้นเอง เยวี่ยต้าหย่วนรู้สึกว่าตนเองได้ตายไปแล้ว

แต่ความตายทางกายภาพนั้นยากกว่าที่เยวี่ยต้าหย่วนคิดไว้ เขายืนอยู่ที่หน้าต่าง มองดูซอมบี้ที่เดินไปเดินมาอยู่ด้านล่างหลายสิบเมตร แล้วการตัดสินใจของเขาก็เป็นเหมือนฟองสบู่ในอากาศที่แตกสลายหายไป

บางทีการนั่งรอความตายอยู่ในมุมที่สกปรกที่สุด อาจเป็นจุดจบที่ดีที่สุด อย่างน้อยกระบวนการนี้ก็ไม่รุนแรงและไม่เจ็บปวดมากนัก

เยวี่ยต้าหย่วนคิดพลางมองปลายเท้ารองเท้าผ่านรอยแยกของเข่า

มีเสียงฝีเท้าของคนหลายคนเดินมายังกลุ่มคนที่นอนอยู่บนพื้นเย็นๆ ที่ยังพอนอนได้ตรงสุดทางเดิน

“สวัสดีช่างเทคนิคและวิศวกรทุกท่าน”

คนที่พูดหัวเราะ เพราะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดว่าเขากำลังทักทาย

เขาเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยในโรงงาน อายุประมาณ 40 ต้นๆ ว่ากันว่าเขาเคยอยู่ในแก๊งอันธพาล ใช้เวลาหลายปีกับการวิวาท หลังจากออกจากแก๊ง ก็มาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ 7-8 ปี

ตลอด 7-8 ปี ก่วนจั่นชุนไม่ได้สร้างปัญหา ตั้งใจทำงานอย่างซื่อสัตย์ และได้กลายมาเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยในปีต่อมา

ร่างกายแข็งแรงและความสามารถในการชกต่อย สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ในสังคม แต่ก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนกลัว เขาจึงกลายเป็นหัวหน้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ และในตอนนี้เขามีผู้ติดตามเป็นโหล

“โอ๊ยโหยว ลืมพูดไปเลย”

ด้วยสีหน้าเยาะเย้ยบนใบหน้า เขาไม่ได้มีความสงสารให้กับคนหน้าซีดตัวผอมที่แออัดอยู่ในที่นี้ การมาถึงของวันโลกาวินาศ ได้กระตุ้นความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่จิตใจและความโหดร้ายให้แสดงออกมา

“ผมมาที่นี่เพื่อบอกเรื่องดีๆให้พวกคุณทราบ เฮ้อ..ฉันช่างมีทัศนคติที่ดีอะไรอย่างนี้?” ก่วนจั่นชุนถอนหายใจอย่างจงใจ แล้วใช้มือขวาดึงร่างหญิงสาวอายุน้อยคนหนึ่ง เข้ามาในวงแขน โดยไม่คำนึงถึงสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาที่เขา มือใหญ่สอดเข้าใต้รักแร้บีบหน้าอกของเธออย่างแรง

“ของกินเกือบหมดแล้ว เราต้องออกไปหาอาหาร เพื่อนร่วมงานทุกท่าน ครั้งนี้ผมจะเลือกพวกคุณไม่กี่คนให้ตามผมไป มีใครจะไปบ้าง?” พูดจบเขาก็มองไปที่ใบหน้าของทุกคน  แล้วกล่าวต่อไปว่า “คนที่ไป ไม่ว่าจะหาอาหารได้หรือไม่ คนนั้นจะสามารถกินอาหารเต็มอิ่มได้หนึ่งมื้อ กับได้น้ำอีก 1 ขวด ถ้าพบอาหาร จะได้รับปันส่วนอาหารสำหรับ 3 วัน”

ช่วงเวลานี้กลุ่มคนกำลังเดือดพล่านเล็กน้อย พวกเขาหิวโหยมานานแล้ว หากได้กินพวกเขาก็เต็มใจทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแลกกับมัน

ถ้าถูกขอให้ออกไปหาอาหารด้วยตัวเองก็คงไม่มีใครกล้า เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนมีคนทนหิวไม่ไหวออกไปหาของกิน แต่ไม่มีใครได้กลับมา มีสองคนที่ถูกซอมบี้กินทันทีที่ออกจากประตู เสียงร้องโหยหวนของพวกเขายังทำให้ทุกคนขนลุก

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพวกเขาไปกับก่วนจั่นชุนและคนของเขาก็จะไม่มีปัญหา คนกลุ่มนี้ไม่ใช่แต่จะโหดร้ายเวลาตีคนเท่านั้น เวลาตีซอมบี้ก็ไม่ต่างกัน เมื่อพวกเขาเคลื่อนที่กันเป็นกลุ่ม ซอมบี้ 3-5 ตัวก็ไม่ใช่ปัญหา

“ฉันไป!”

“ฉันไปด้วยคน”

“พาฉันไปที”

“ฉันด้วย”

……

ทันใดนั้นมีหลายคนลุกขึ้น พวกเขาตั้งใจใช้ประโยชน์จากเงื่อนไขนี้

“คิดบวกมาก” ก่วนจั่นชุนตาเป็นประกาย สองนิ้วถูกันอย่างมีความสุข รู้สึกเหมือนได้อาหารไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว

ขณะนั้นเอง หนึ่งในคนของก่วนจั่นชุนก็เข้ามากระซิบข้างหู หากเยวี่ยต้าหย่วนเงยหน้ามองมา ก็จะเห็นว่าคนที่พูดคือชายที่ใช้ภรรยาร่วมกับเขา

“เหลืออีกคน นายช่างเยวี่ย คุณนั่นแหละ”

เยวี่ยต้าหย่วนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ และสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้ตกมาที่ตนเอง แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของจวงเซี่ยกง เขาก็มีลางสังหรณ์ไม่ดี

……

“ลูกพี่ แน่ใจนะว่าเป็นที่นี่?” เสี่ยวหู่ค้นใต้ตึก นอกจากซอมบี้สิบกว่าตัวแล้วก็ยังไม่พบใครที่มีชีวิต

เย่จงหมิงขมวดคิ้วยืนอยู่ในห้องโถงชั้นล่างของโรงงานที่เยวี่ยต้าหย่วนทำงานอยู่ และคิดว่าเขาอาจจำสถานที่ผิด

เขามาที่นี่เพื่อค้นหาใครบางคน นั่นคือชายผู้เก่งกาจที่ผู้คนในชีวิตที่ผ่านมาเรียกว่า “อาจารย์หย่วน” ตอนที่เย่จงหมิงได้ยินคนอื่นพูดถึงชายคนนี้ เขาจำได้ว่าชายคนนี้น่าจะเดินทางออกไปจากที่นี่แล้ว

ตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลย

หรือว่าข่าวลือที่ได้ยินเกี่ยวกับ ‘อาจารย์หย่วน’ จะไม่ถูกต้อง? หรือว่าหลังจากเกิดใหม่คนแรกที่เขาตามหาตัวจะเกิดความผิดพลาด?

“เย่เกอดูนี่สิ มีคนใช้คนที่มียังชีวิตล่อซอมบี้ด้วย!” เสียงนุ่มนวลของเน็ตไอดอลสาวดังมาจากหน้าต่าง

จบบทที่ บทที่ 109 อยู่เหมือนตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว