- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 110 บิดาแห่งอาวุธผลึกวิเศษ
บทที่ 110 บิดาแห่งอาวุธผลึกวิเศษ
บทที่ 110 บิดาแห่งอาวุธผลึกวิเศษ
บทที่ 110 บิดาแห่งอาวุธผลึกวิเศษ
“ตาแกแล้ว มานี่!”
ชายร่างเล็กถูกผลักออกมา แต่ฉากที่เพื่อนถูกซอมบี้ฆ่าตายที่เพิ่งเกิดขึ้น จะให้เขาไปตายอย่างเชื่อฟังได้อย่างไร
ชายคนนั้นร้องไห้ดิ้นรนขัดขืน ภายใต้แรงกระตุ้นของอะดรีนาลีน ขาสองข้างที่อ่อนแรงจากความหิว เหยียบพื้นขัดขืนเต็มแรง
สีหน้าของก่วนจั่นชุนที่ถือท่อเหล็กอยู่ปรากฏความเหี้ยมโหด เหวี่ยงท่อเหล็กเข้าใส่หัวเข่าของช่างเทคนิคอาวุโส เสียงแตกหักของกระดูกดังชัด ร่างของชายคนนั้นล้มไปกองอยู่บนพื้นทันที เขากอดเข่าร้องโอดโอย กลิ้งอยู่กับพื้น เหงื่อชุ่มเสื้อผ้า
“แทงมัน!”
ด้วยคำสั่งของก่วนจั่นชุน มีคนเดินออกมาใช้มีดแทงไปที่ขาของชายคนนั้นอีกแผล เลือดทะลักออกมาทันที
“ไม่นะ อ๊า! เจ็บ!” ชายคนนั้นร้องไห้ เขาเสียใจที่ตัดสินใจออกมาหาของกินพร้อมกับคนพวกนี้ พวกมันให้พวกเขามาหาของกินที่ไหนกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการใช้พวกเขาเป็นเหยื่อล่อซอมบี้ที่อยู่ใกล้ซุปเปอร์มาร์เก็ต
กลิ่นเลือดกระจายผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่ได้ เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของซอมบี้ก็ดังขึ้น พวกมันตามกลิ่นเลือดใกล้เข้ามาแล้ว!
ก่วนจั่นชุนกับลูกสมุนรีบซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อพบซอมบี้ที่หลงเข้ามาตามลำพัง พวกเขาก็รุมทุบหัวเก็บผลึกวิเศษมา
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงร้องของชายที่ได้รับบาดเจ็บก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ความเงียบหยุดลงไม่ถึง 2 วินาที สุดท้ายก็เหลือเพียงเสียงเนื้อฉีกขาดและเสียงเคี้ยวดังๆ ของซอมบี้มากกว่า 20 ตัวที่เข้าไปรุมกินโต๊ะศพของชายผู้นั้น
มีบางคนวิ่งเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆแห่งนั้น หลังจากได้ของบางอย่างในนั้นก็รีบวิ่งออกมา เพราะกลัวว่าซอมบี้จะค้นพบ ก่วนจั่นชุนจ้องมองมาจากที่ซ่อนก่นด่าคนเหล่านั้นในใจว่า ไอ้พวกขี้ขลาดกลัวตาย แต่เขาไม่ได้ย้อนกลับไปคิดว่า เขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปด้วยตัวเอง
รอจนคนเหล่านั้นกลับมาถึง ก่วนจั่นชุนก็กระชากกระเป๋าเป้สะพายหลังของพวกเขามาดู แล้วชกหน้าชายคนหนึ่ง “ไอ้พวกเวร อาหารแค่นี้จะพอกินได้ไง? แค่วันเดียวก็ไม่พอแล้ว! เสียเหยื่อล่อไปสองคนได้มาแค่นี้ ไอ้พวกขยะ”
คนที่โดนชกหน้าลูบใบหน้ากลัวจนไม่กล้าพูด อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ
“จั่นชุนเกอ (พี่จั่นชุน) ไม่ใช่เหลือเหยื่ออีกคนเหรอ”
เวลานั้นจวงเซี่ยกงจับปกคอเสื้อด้านหลังลากคอเยวี่ยต้าหย่วนเข้ามา เขาต่อยวิศวกรอาวุโสผู้นี้มาตลอดทาง เหตุผลแท้จริงมีแค่ว่า ผู้หญิงที่ใช้ร่วมกันของพวกเขาได้ให้อาหารแก่เยวี่ยต้าหย่วนเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ
ก่วนจั่นชุนมองเยวี่ยต้าหย่วน ลังเลอยู่สักครู่ จริงๆแล้วเขาวางแผนจะใช้คนสองคนเป็นเหยื่อล่อโดยจะแทงให้เลือดไหลเพื่อดึงดูดซอมบี้ คนหนึ่งจะใช้เพื่อหาอาหารให้ได้เพียงพอ อีกคนเพื่อล่อซอมบี้มาฆ่าเก็บผลึกวิเศษ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าต้องหาอาหารให้เพียงพอก่อน โชคดีที่ ที่บ้านยังเหลือเหยื่ออีกเยอะ คราวหน้าค่อยมาหาผลึกวิเศษก็ได้
“ได้ เปิดแผล แล้วให้มันวิ่งไป”
หลังพูดจบ ก่วนจั่นชุนก็บีบคางเยวี่ยต้าหย่วน พูดอย่างโหดเหี้ยมว่า “นายช่างเยวี่ย ฟังให้ดี แม้ว่าฉันจะทำให้แกเป็นแผล แต่แกก็ยังวิ่งได้อยู่ ฉันจะให้แกวิ่งไปตรงนั้น หากแกรอดจนถึงเวลาที่พวกเราไปรับได้ แกจะได้รับอาหาร หากไม่รอดก็ต้องโทษชีวิตน่าสงสารของตัวแกเอง ที่ถูกซอมบี้กิน เข้าใจไหม!”
โดยไม่รอคำตอบของเยวี่ยต้าหย่วน เขาก็ขยิบตาให้สัญญาณกับจวงเซี่ยกง ทันใดนั้นมีดก็กรีดลงบนต้นแขนของเยวี่ยต้าหย่วน ลากเป็นทางยาว
เลือดจำนวนมากพุ่งกระฉูดออกมา มีดนี้ แทบตัดแขนซ้ายของเยวี่ยต้าหย่วน บาดแผลยาวกว่า 30 เซนติเมตร ลึกถึงกระดูก แม้แต่ก่วนจั่นชุนที่มองอยู่ด้านข้างยังถึงกับมุมปากกระตุก
เขามองหน้าจวงเซี่ยกง ในใจของก่วนจั่นชุนมีการเตือนภัยเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเตะเยวี่ยต้าหย่วนและตะโกนไล่ให้รีบวิ่งออกไป
เยวี่ยต้าหย่วนกอดแขนที่ได้รับบาดเจ็บวิ่งออกมา แต่ดวงตากลับมืดลงเรื่อยๆ ความเจ็บปวดลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายเริ่มหนาวสั่น เขาจบการศึกษาระดับปริญญาเอก แม้ว่าจะไม่ใช่ปริญญาทางแพทย์ อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เป็นเพราะอาการบาดเจ็บดีขึ้น แต่เป็นอาการเสียเลือดมากเกินไป ร่างกายเริ่มชา อุณหภูมิเริ่มตก บางทีอีก 10 วินาทีต่อมา เขาอาจมีอาการช็อคและล้มลง แล้วกลายเป็นอาหารของซอมบี้
เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย หลายภาพเริ่มวาบผ่านหัว ญาติของเขา ผู้หญิงที่ทรยศเขา งานวิจัยที่ยังทำไม่เสร็จ งานทดลองลับที่เขาไม่เคยบอกใคร…
เยวี่ยต้าหย่วนยิ้ม คิดในใจว่า นี่หรือภาพก่อนตาย?
เขาตัดสินใจไม่วิ่งต่อ เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ตายแน่นอน แล้วจะวิ่งให้เหนื่อยไปทำไม ถึงแม้จะไม่หันกลับไปมอง แต่เขารู้ดีว่า ซอมบี้ได้มาถึงด้านหลังเขาแล้ว และจะกัดคอของเขาในวินาทีถัดไป
ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เยวี่ยต้าหย่วนรู้สึกว่ามีแสงนุ่มนวลตกต้องร่าง ร่างกายที่ชาและหนาวเย็นอบอุ่นขึ้นทันที เหมือนสัมผัสสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
เขารู้สึกคันที่แผลใหญ่บนแขนซ้าย เมื่อก้มไปมอง บาดแผลน่ากลัวกำลังรักษาตัวเองด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
นี่มันอะไรกัน? !
เขาตายไปแล้ว กำลังขึ้นสวรรค์?
“ฉันจะพาเขาออกไป เสี่ยวหู่ ชูหยิน ที่เหลือฝากด้วย”
“สวัสดีครับ อาจารย์เยวี่ย ตอนนี้ไม่ต้องพูดอะไร ไปกับเราก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆผมจะบอกคุณภายหลัง”
เยวี่ยต้าหย่วนได้ยินเสียงชายคนหนึ่งพูด เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม
หลังจากนั้น มีหลายๆ โอกาสที่เยวี่ยต้าหย่วนกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า ใบหน้าของชายหนุ่มเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น และเสียงของเจ้าของใบหน้านี้เป็นเสียงผู้ชายที่ไพเราะที่สุดในโลก
หลายคนและแม้แต่เจ้าของใบหน้านี้ต่างก็หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้เมื่อได้ยิน แต่ก็ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง ไม่ใช่แค่เพราะเขาพูดถูกเรื่องใบหน้านี้ แต่เป็นเพราะอาจารย์เยวี่ยผู้ชราใกล้ตายเกี่ยวพันกับความทุกข์สุขโกรธเศร้าความเป็นความตายของใครหลายคน และเป็นเพราะเยวี่ยต้าหย่วนมีชื่อเสียงมากเกินไป จนไม่มีใครกล้าโต้แย้งในสิ่งที่เขาพูด
ซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังไม่นับเป็นอะไรได้สำหรับเสี่ยวหู่กับเหลียงชูหยิน พวกมันถูกสังหารด้วยแส้และดาบส่องจันทร์ทีละตัว ทีละตัว ครู่ต่อมา ซอมบี้ทั้งหมดบนถนนเส้นนั้นก็กลายเป็นผีจนหมดสิ้น และถูกขุดเอาผลึกวิเศษไป
“ถอนตัวเถอะ ด้านหลังมีซอมบี้มากเกินไป พวกเราจัดการมันได้ไม่หมดหรอก”
เมื่อเห็นซอมบี้ฝูงเล็กๆ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ คนทั้งคู่ก็เริ่มล่าถอยกลับไปพร้อมกับสิ่งที่เก็บเกี่ยวได้เต็มมือ
……
ชายวัยกลางคนบนเตียงมองใบหน้าที่ไม่รู้จักด้วยท่าทางค่อนข้างหวาดกลัว และกำลังถูกผูซิ่วหยิงรักษาด้วยทักษะน้ำทิพย์อีกครั้ง โม่เย่ที่อยู่ด้านหลังเย่จงหมิงก้าวขึ้นมากระซิบถามว่า “จงหมิง เขาเป็นใคร?”
เย่จงหมิงชะงักเล็กน้อย เขาเป็นใครน่ะเหรอ?
เขาไม่พูด แต่ตอบในใจว่า
เขาชื่อ เยวี่ยต้าหย่วน ถูกผู้คนในวันโลกาวินาศเรียกขานว่า อาจารย์เยวี่ย แต่เขาไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ดาว ไม่ใช่ผู้นำกลุ่มผู้รอดชีวิต และไม่ใช่ผู้นำฐานทัพ
เขามีเพียงฉายาเดียวเท่านั้น
บิดาแห่งอาวุธผลึกวิเศษ!