เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108 หาคน

บทที่ 108 หาคน

บทที่ 108 หาคน


บทที่ 108 หาคน

เมื่อตื่นขึ้นมา เย่จงหมิงก็ได้ยินเสียงดัง แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก กับเสียงพูดคุยดังมาจากข้างนอก

“เหอ เหอ หัวหน้า เป็นไง ผมเก่งป่าว”

เสี่ยวหู่แกว่งไม้ในมือด้วยท่าทางมั่นใจ ยิ้มให้โม่เย่

เขาบังคับให้โม่เย่ถอยได้ ทำให้เขาตื่นเต้น ก่อนหน้านี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเอาชนะเธอ แค่เข้าปะชิดก็เป็นเรื่องยากแล้ว ตอนนี้เขาเป็นผู้วิวัฒนาการ อีกทั้งเป็นผู้ชาย ทำให้มีสมรรถภาพทางร่างกายเกือบเทียบเท่าโม่เย่

“ผายลม ฉันแค่ออมมือให้หรอก”

โม่เย่มองบน เธอมักจะไม่สุภาพกับเสี่ยวหู่ และตอนนี้เธอก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก

ด้านข้างตี้หวงหวังกำลังเห่าคนทั้งสองด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่รู้ว่ามันกำลังเชียร์ใคร

ส่วนเหลียงชูหยินกับผูซิ่วหยิงกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหาร

สำหรับเซี่ยเล่ยกำลังนั่งอยู่ด้านข้างดูการประลองระหว่างโม่เย่กับเสี่ยวหู่ ดวงตาเป็นประกายด้วยความอิจฉา

พลังของผู้วิวัฒนาการทำให้เธอรู้สึกคันในหัวใจ เธอเคยเป็นตำรวจติดอาวุธที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่นเดียวกับโม่เย่และเสี่ยวหู่ ตอนนี้อดีตเพื่อนร่วมงานได้แสดงความสามารถอันยิ่งใหญ่ แล้วจะไม่เธออิจฉาได้อย่างไร

แต่… เซี่ยเล่ยมีความคิดของตัวเอง เธอแอบจับขวดยาวิวัฒนาการ แล้วรอยยิ้มมีความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

สิบชั่วโมงหลังคืนแห่งการต่อสู้ ผูซิ่วหยิงอัครสาวกแห่งแสงสว่างกู้คืนพลังวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์ เร็วกว่าที่เย่จงหมิงคิด ตอนเช้าหลังคืนนั้นเขาก็ฟื้นตัวได้กว่าครึ่ง และได้รับการรักษาด้วยทักษะน้ำทิพย์ไปอีกเล็กน้อย ส่วนเสี่ยวหู่กับตี้หวงหวันก็ได้รับการรักษาจนเกือบหายเป็นปกติ หลังจากพักผ่อนกันบนดาดฟ้าตึกหนึ่งคืน ทุกคนก็กลับมาเป็นปกติ

พอเห็นเย่จงหมิง ทุกคนก็ร้องทักทาย ความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตในช่วงเวลาคับขัน ทำให้ทุกคนเคารพและเชื่อมั่น ทัศนคติของทุกคนแตกต่างจากตอนเริ่มสร้างทีมอย่างสิ้นเชิง

แม้จะผ่านไปเพียงวันเดียว

“ลูกพี่ ผมสู้หัวหน้าโม่ได้สักพักแล้ว ให้ผมใช้ดาบส่องจันทร์นะ”

“ฝันไปเหอะ! ถ้าอยากตายก็บอกมา”

คืนที่ผ่านมาโม่เย่ใช้ดาบส่องจันทร์ต่อกรกับหวังติง และนั่นก็ทำให้โม่เย่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล้าหาญตกหลุมรักเจ้าอาวุธมีคมเล่มนี้ เธอไม่ยอมให้ใครพรากความรักของเธอไปแน่

ลูกพี่ นี่คือสรรพนามใหม่ที่เสี่ยวหู่ใช้เรียกเย่จงหมิง

เย่จงหมิงได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ของโม่เย่กับเสี่ยวหู่ เขาหัวเราะทิ้งความหดหู่ที่ปล่อยให้หวังติงหนีไปได้ เพราะความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการใช้ดาบเปลวเพลิงถึงสองครั้ง เขากล่าวว่า “ก็แค่ดาบเล่มเดียวเองไม่ใช่เหรอ?”

“ดาบเล่มเดียว?” เสี่ยวหู่ย้อนคำถาม แล้วทั้งพูดทั้งแสดงท่าทาง “ลูกพี่ไม่เห็นหวังติงเมื่อวานนี้ มันมีพลังวิวัฒนาการที่สูงกว่า แต่ก็ยังไม่กล้าแตะคมมีดของดาบส่องจันทร์ อย่างมากก็แค่หาโอกาสเหมาะ ๆ ปัดออกเท่านั้น เห็นได้ชัดว่ามันกลัว”

ภายใต้ความตื่นเต้น สำเนียงบ้านเกิดถูกพ่นออกมาด้วย

“ก็แค่สร้างให้นายอีกเล่ม”

อะไรนะ?

เสี่ยวหู่อ้าปากค้างจนแทบยัดไข่เป็ดเข้าไปได้ เบิกตากว้างมองหน้าเย่จงหมิง คนอื่นที่ได้ยินก็หันมามองแล้วทำเมินไป

อาชีพของเย่จงหมิงเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจ แต่เขาไม่ได้บอกรายละเอียดให้ฟัง จึงไม่มีใครกล้าถาม ตอนนี้พอมาได้ยิน ต่างก็พยายามเก็บไว้ในใจไม่ทำอะไรให้ผิดสังเกต

เย่จงหมิงเดินยิ้มไปที่เครนยกของที่อยู่บนดาดฟ้า แล้วโบกมือใช้ทักษะของช่างฝีมือผู้มีเกียรติ ทันใดนั้นเครนขนาดใหญ่ก็ละลายกลายเป็นแอ่งของเหลวโลหะทันที มันผสมผสาน ก่อตัว ขึ้นรูป…

ฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ทำให้ทุกคนถึงกับอึ้ง ไม่กล้ากระพริบตา กลัวว่าจะพลาดอะไรไป

เย่จงหมิงเพิ่มกระดูกไม่กี่ชิ้นที่ตัดมาจากมารกระดูกเมื่อวานนี้ลงไปอย่างใจเย็น แล้วโยนเศษวัสดุเหลือๆ ลงไป ครู่ต่อมา สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นดาบส่องจันทร์เล่มใหม่

โชคดีที่ครั้งนี้ประสบความสำเร็จไม่ต้องอับอายต่อหน้าทุกคน

ดาบส่องจันทร์เล่มนี้   นอกจากคุณสมบัติพื้นฐานแล้ว ยังเพิ่มค่าความคมกับความแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย อย่างละ 10 แต้ม แม้จะมีคุณสมบัติเทียบไม่ได้กับดาบส่องจันทร์ของเย่จงหมิง แต่ก็ไม่ต่างกันมากกับดาบส่องจันทร์อีกเล่ม

ก่อนที่จะเลื่อนระดับอาชีพและมีวัสดุที่ดีกว่านี้ เย่จงหมิงไม่มีแผนที่จะใช้ทองผีหลอมสร้าง จึงไม่ได้เพิ่มมันลงไปด้วย

“เชี่ย เชี่ย เชี่ย!” เสี่ยวหู่ระเบิดเสียงสบถต่อเนื่อง การหลอมสร้างอันน่าอัศจรรย์ ทำให้เขาต้องร้องตะโกน แทบจะรอดาบสีเงินที่เพิ่งเสร็จสดๆ ร้อนๆ ไม่ไหว

เย่จงหมิงยกคาง “นี่ไงดาบส่องจันทร์ที่อยากได้ มันเป็นของนาย”

“เย่เกอ นี่ น่าทึ่งขนาดนี้เลยเหรอ?” เน็ตไอดอลสาวกรีดร้องอย่างน่ารักเป็นธรรมชาติ เมื่อเห็นเย่จงหมิงแสดงความสามารถต่อต้านสวรรค์ ภูมิใจมากราวกับว่าเป็นตัวเธอที่ทำมันขึ้นมาเอง

“ใช่แล้ว จงหมิง นี่มันใช้ทักษะอะไร?” อาจารย์ผูมองสำรวจดาบส่องจันทร์ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ด้วยความสงสัย

“อาชีพรองของผม คือ ช่างฝีมือ”

(อาชีพหลักหมายถึง อาชีพที่มีทักษะโจมตี อาชีพรองหมายถึงอาชีพเสริมอื่นๆ)

“เยี่ยมไปเลยลูกพี่ ขออีกเล่มดิ!” เสี่ยวหู่ขยิบตา เขาอยากได้เผื่อเซี่ยเล่ยอีกคน ในหมู่พวกเขา เธอเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ดาบที่สุด หากมีดาบคมในมือ เธอก็กล้าพอจะแข่งกับผู้วิวัฒนาการ

เย่จงหมิงจ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด “นายคิดว่ามันเป็นกะหล่ำปลีหรือไง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวัสดุอื่น แค่เรื่องผลึกวิเศษระดับ 2 ที่ต้องใช้ก็พอ ถ้าไม่ใช่เมื่อวานนี้ฉันฆ่าซอมบี้ระดับ 2 ได้ 1 ตัวแล้วล่ะก็ แม้แต่ดาบเล่มนี้ก็ไม่มี”

เสี่ยวหู่หัวหด เมื่อรู้ว่าการสร้างต้องใช้ผลึกวิเศษระดับ 2 เพราะในทีมมีเย่จงหมิงคนเดียวที่สามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 2 ได้ โดยไม่ต้องร่วมมือกับคนอื่น ไม่ต้องพูดถึงทีมที่แข็งแกร่งอื่นๆที่มีอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นผลึกวิเศษระดับ 2 จึงเป็นสิ่งที่มีค่ามาก

เซี่ยเล่ยก้มหน้าลง สีหน้าดูค่อนข้างซับซ้อน ในใจรู้สึกเจ็บปวด แม้เธอจะอยู่ในทีม แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกแปลกแยก เห็นได้ชัดว่าเย่จงหมิงไม่ได้ถือว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในทีม

แต่มันเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังจากนี้เธอก็ต้องไป อย่างไรก็ตามเซี่ยเล่ยก็ไม่อาจปล่อยวาง ดังนั้นเธอจึงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

“จงหมิง” โม่เย่เดินเข้ามา หลังจากมองดาบส่องจันทร์เล่มใหม่ในมือเย่จงหมิงที่คล้ายกันมากกับของเธอ แล้วถามขึ้น “เส้นทางนี้เบี่ยงจากเส้นทางที่วางไว้ใช่ไหม? เราจะไปไหนกัน?”

เย่จงหมิงเดินไปที่ขอบดาดฟ้า มองลงไปข้างล่างและเปรียบเทียบกับแผนที่ในความทรงจำ แล้วชี้ไปยังอาคารสีฟ้าที่อยู่ไม่ไกล

“เราจะไปหาคนที่นั่น”

……

เยวี่ยต้าหย่วนนั่งตัวงอกอดเข่าอยู่ที่มุม ศีรษะฝังลึกอยู่ระหว่างเข่า มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นจากการถูกล้อมด้วยแอ่งของมูลมนุษย์ไม่ว่าสดหรือแห้ง

เขาเป็นวิศวกรอาวุโสของโรงงานผลิตเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงของรัฐ ก่อนวันโลกาวินาศถือได้ว่าติด 1 ใน 5 ของผู้มีค่าจ้างสูงที่สุดในโรงงาน และมีช่วงเวลาดีๆในเมืองนี้

อย่างไรก็ตามภรรยาของเขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เธอบ่นเรื่องงานของเยวี่ยต้าหย่วนทุกวัน ให้เขาย้ายไปทำงานบริษัทเอกชนที่มีรายได้มากกว่าหลายแสนหยวนต่อปี

เยวี่ยต้าหย่วนเป็นคนมักน้อย ไม่มีจิตวิญญาณของนักบุกเบิก เขาไม่ยอมย้ายเพราะที่นี่มีความมั่นคง ทั้งคู่จึงมักมีปากเสียงกันเพราะเรื่องนี้ แต่หลังจากที่เขาได้เลื่อนขั้นเป็นวิศวกรอาวุโส และได้ค่าจ้าง 100,000 หยวนต่อปี ทุกอย่างจึงดีขึ้น

แต่จู่ๆวันสิ้นโลกก็มาถึง ทุกอย่างเปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เขาภูมิใจไร้ประโยชน์ ด้วยร่างกายที่อ่อนแอและสายตาที่สั้นมาก ทำให้เยวี่ยต้าหย่วนสูญเสียรัศมีของวิศวกร

วันนั้นมีงานเลี้ยง พนักงานและครอบครัวทุกคนมารวมตัวกันที่อาคารโรงงาน เยวี่ยต้าหย่วนกับภรรยาก็ไม่มีข้อยกเว้น

แต่สิ่งที่ตามมาคือความสิ้นหวังอันยิ่งใหญ่ของเยวี่ยต้าหย่วน

จบบทที่ บทที่ 108 หาคน

คัดลอกลิงก์แล้ว