เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 เอ๊ะ ทำไมชื่อเสียงถึงเพิ่มขึ้นเองล่ะ?

บทที่ 69 เอ๊ะ ทำไมชื่อเสียงถึงเพิ่มขึ้นเองล่ะ?

บทที่ 69 เอ๊ะ ทำไมชื่อเสียงถึงเพิ่มขึ้นเองล่ะ?


กลางดึกคืนนั้น

ซูฉีก้าวเข้าสู่ “ห้องแห่งความฝัน” ของตัวเอง

และในห้องนั้น… มีแขกใหม่มาร่วมด้วย

ใช่แล้ว “เงาดำตนที่สอง

มันแฝงตัวอยู่ในความมืด สายตาเย็นเยียบจับจ้องซูฉีอย่างไม่ลดละ นี่คือฝันร้าย… อาณาเขตของมัน ไอ้หมอนี่… กำลังจะได้ลิ้มรสความหวาดกลัวที่แท้จริง!

แต่ในจังหวะนั้นเอง

อีกเงาดำหนึ่งก็ก้าวลงมาจากบันได

มันชะงักเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากจะบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือก ชายคนนี้… กลับถูก “สิ่งผิดปกติ” ลึกลับตามหลอกงั้นเหรอ? ดีล่ะ แบบนี้ยิ่งง่าย!

มันกับเพื่อนจะกลืนกินเหยื่อคนนี้ให้หมดสิ้น!

แต่แล้วในวินาทีถัดมา

เงาดำตนนั้นกลับไม่ได้กระโจนเข้าหาซูฉีอย่างที่คิด กลับก้มศีรษะลงเหมือนคนรับใช้ หยิบใบชาจากห้องใต้หลังคาออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วเริ่มชงชาอย่างเงียบงัน

“?”

เงาดำหมายเลขสองถึงกับงุนงง นี่มันลูกเล่นอะไรอีก?

จากนั้น เงาดำหมายเลขหนึ่งก็เริ่มทำความสะอาดห้อง ปฏิบัติตามคำสั่งของซูฉีอย่างสงบเสงี่ยม เล่นหมากรุกด้วยกัน แถมยังปีนขึ้นไปซ่อมหลอดไฟที่กระพริบในห้องนั่งเล่น

เงาดำหมายเลขสองถึงกับอ้าปากค้าง ทั้งที่พวกมันเป็นพลังส่วนหนึ่งที่ได้มาจาก “โทเท็มแห่งมลทิน” เป็นตัวแทนของความหวาดกลัว ความวิปริต ความสยองขวัญโดยแท้

แต่ทำไมถึงกลายเป็นขี้ข้าซะได้!?

และในขณะที่มันยังงงอยู่นั้นเอง

มันเพิ่งรู้ตัวว่าซูฉีหายไปแล้ว

จู่ ๆ มันก็สัมผัสได้ว่ามีร่างหนึ่งยืนอยู่ด้านหลัง! มันเกร็งตัวแน่น ก่อนจะฝืนหันไปช้า ๆ แล้วพบว่าซูฉีกำลังจ้องมองมันด้วยรอยยิ้มขบขัน

“กองทัพเงาของลัทธิ… ดูเหมือนจะได้สมาชิกใหม่เพิ่มอีกคน?แล้วสินะ”

พูดจบ มือของเขาก็คว้าร่างมันไว้ พลังมหาศาลที่แผ่ออกมาทำให้มันไม่อาจขยับตัวได้ จากนั้นร่างของมันก็ถูกลากถูไปอย่างสิ้นหวัง ด้านหลังทิ้งรอยเล็บเป็นทางยาวบนพื้น ราวกับจะร้องตะโกนว่า “ม่ายยยยย!

เงาดำหมายเลขหนึ่งเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ เริ่มซ่อมพื้น ทำความสะอาดเศษไม้ที่แตกกระจาย

มันมองเห็นเพื่อนถูกลากหายเข้าไปในห้อง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องน่าสะพรึง แล้วพลันเกิดความเห็นใจขึ้นมา

จากนั้นมันก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

อ้อ…

ยังต้องทาสีบันไดอีก นายท่านสั่งไว้ให้ทาเป็นสีฟ้าอ่อน

….

รุ่งเช้าวันถัดมา

ทันทีที่ซูฉีเข้าสู่ระบบ เขาก็ได้รับข้อความขึ้นมา

[ค่าชื่อเสียงของคุณ +236]

เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเปิด ระบบชื่อเสียง

[ตำแหน่ง: เจ้าลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน (1241/10000)]

[ระดับปัจจุบัน: คลุมเครือ หากถึงระดับถัดไป จะได้รับความสามารถจากตำแหน่ง]

[หมายเหตุ 1: วิธีได้รับชื่อเสียงขึ้นอยู่กับการแพร่กระจายของชื่อหรือฉายา]

[หมายเหตุ 2: ค่าชื่อเสียงพื้นฐานของ “บุคคลหนึ่งคน” เริ่มที่ 1เมื่อจดจำได้ และจะเพิ่มขึ้นตามสถานะหรือพลังของบุคคลนั้น ยิ่งสูงยิ่งเพิ่มมาก แต่สูงสุดไม่เกิน 500]

ซูฉีค่อนข้างประหลาดใจ เขาเพิ่งเห็นระบบชื่อเสียงนี้เมื่อวานนี้หลังจากเข้าดันเจี้ยนทีม หลังจากกลับมาพื้นที่ส่วนตัว ค่าชื่อเสียงก็ยังคงอยู่ที่ [1005]

500 คะแนนนั้นมาจาก “พ่อค้าเร่” ที่เหลือเป็นคะแนนสะสมจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ซึ่งบางทีก็จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นระยะ

“ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่มขึ้นมตั้ง 236 ล่ะ? ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย?”

ซูฉีรู้สึกงุนงง นี่ไม่ใช่แค่การจดจำชื่อ เพราะการจำชื่อเพียงอย่างเดียวจะเพิ่มชื่อเสียงเพียงคนละ 1 แต้ม แม้แต่คนที่มีความศรัทธาในระดับสูงสุด ก็ยังเพิ่มได้ไม่เกิน 100 เท่านั้นเอง…

ความผันผวนครั้งนี้มันมากเกินไป คนที่เกี่ยวข้องคงไม่ใช่บุคคลธรรมดาแน่

ซูฉีคิดวนไปวนมา แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

สุดท้ายเขาก็ปิดหน้าต่างระบบชื่อเสียงลง อย่างไรเสียระบบนี้ก็ทำงานอัตโนมัติอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเฝ้าดูตลอด

ในตอนนั้นเอง เขาได้รับข้อความจาก “เยว่โส่ว

“พี่ซู! มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย รีบกดยอมรับคำเชิญเลย รับรองว่าพี่จะต้องไม่อยากพลาดแน่!”

[คุณได้รับคำเชิญให้เข้าสู่ ‘ห้องโถงใหญ่ของชมรมหลินเจียง’]

เปลือกตาของซูฉีกระตุก

ตั้งชื่อชมรมตามชื่อเมืองแบบนี้… มันขี้เกียจไปหน่อยไหมเนี่ย

ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังกดยืนยัน

ทันทีที่กดยืนยัน พื้นที่ส่วนตัวทั้งหมดของเขาก็สั่นสะเทือนราวกับถูกแขวนอยู่บนโซ่ เสียงเครื่องจักรทำงานดังครืดคราดก้องไปทั่วห้อง ต่อจากนั้น ห้องทั้งห้องก็เริ่มเคลื่อนที่ ภายนอกหน้าต่างหมอกดำหนาทึบค่อย ๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปห้าวินาที

ตูม!

การสั่นสะเทือนหยุดลงในที่สุด

ซูฉีมองออกไปนอกหน้าต่าง หมอกดำหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงแสงสีเหลืองนวลส่องผ่านกระจกฝ้าเข้ามาแทน

[ขณะนี้สามารถเปิดประตูได้]

เขาผลักประตูออกไป

สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่สว่างไสว มีประตูเรียงรายไปตามสองฝั่ง และโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง

เยว่โส่วเห็นซูฉีก็ยิ้มกว้าง “พี่ซู ทางนี้ครับ มานั่งตรงนี้เลย”

ซูฉีชะงักเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไป “ไม่นึกเลยว่านายจะลงทุนสร้างชมรมขึ้นมาจริง ๆ”

“แน่นอนอยู่แล้ว ชมรมแบบนี้อาจยากสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับซูหลินชิวกับพวกเราน่ะ เรื่องหมู ๆ …แต่เอาเถอะ นั่นไม่ใช่ประเด็น” เยว่โส่วก็กระทุ้งใส่เบา ๆ พลางกระซิบว่า “จริง ๆ แล้ว ผมก็มีเส้นสายกับสำนักงานสอบสวนอยู่เหมือนกันนะ”

ซูฉีถอนหายใจ “อย่ามากระทุ้งสิ เดี๋ยวฉันล้ม… แล้วอีกอย่าง เรื่องแค่นี้ต้องมากระซิบด้วย?”

เยว่โส่ว “…”

เขาอยากเห็นสีหน้าตกใจจากซูฉี แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายเหมือนรู้มานานแล้ว

เยว่โส่วเอ่ยเสียงจริงจัง “พี่ซู ยังจำได้ไหม เมื่อสองสามวันก่อนที่พี่ซูหลินกับเฒ่าหลิวมาหา? ตอนนั้นพวกเขาบอกไว้ว่า ถ้าพี่ผ่านการทดสอบ พวกเขาจะเปิดเผยความลับของ ‘ดินแดนเหวลึก’ ให้ฟัง”

ซูฉีคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อ๋อ เหมือนจะมีเรื่องแบบนั้นจริง ๆ ถ้านายไม่พูด ฉันคงลืมไปแล้ว”

“นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ!” เยว่โส่วเกือบโวย

ในขณะเดียวกัน

ประตูด้านหนึ่งก็เปิดออก เงาร่างหนึ่งเดินออกมาช้า ๆ

ซูหลินชิว

ชื่อไอดีของเขาแสดงเพียงว่า [หลินชิว] ไม่มีข้อมูลอื่นเพิ่มเติม

แต่ซูฉีกลับเห็นเครื่องหมายคำถามบนหัวซูหลินชิว มันแสดงค่าสถานะตัวละครของเขา

[พลังกาย: 61381]

?????

ตัวเลขสูงจนน่ากลัว ถ้าจัดตามระดับ ต้องอยู่ในขั้นหลายร้อย หรือไม่ก็… ใช้วิธีบางอย่าง

ต่อมา เครื่องหมายคำถามนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนไป

[อาชีพ: ผู้เดินในความมืด]

ดวงตาของซูฉีกระตุกเล็กน้อย แต่ข้อมูลกลับไม่ปรากฏเพิ่มเติม มีเพียงอีกบรรทัดหนึ่งเท่านั้นที่สะดุดตา

[เพิ่งสังหารสิ่งผิดปกติระดับ A หนึ่งตัว]

เยว่โส่วเอ่ยเรียกเสียงทุ้ม “พี่ซูหลิน ผมพาคนมาแล้วครับ”

ซูฉี “…”

ทำไมฟังดูเหมือนโดนพามาให้รุมซ้อมยังไงก็ไม่รู้

“นานแล้วสินะ ซูฉี…” ซูหลินชิวยิ้มบาง ๆ

ซูฉีตอบ “ก็ไม่นานเท่าไหร่ แค่ไม่กี่วันเอง”

ซูหลินชิวพยักหน้า “จริงอย่างที่ว่า พออยู่ในเหวลึกทำให้ผมลืมเวลาได้ คุณยังจำที่ผมเคยพูดไว้ได้ไหม  ถ้าคุณทำผลงานได้โดดเด่นมากพอ ผมจะบอกความลับที่แท้จริงของ ‘ความผิดปกติ’ และ ‘ดินแดนเหวลึก’ ให้คุณรู้”

ซูฉีพยักหน้าช้า ๆ ถึงจะเคยเห็นข้อมูลบางอย่างและเดาได้หลายส่วน แต่ก็ยังไม่เคยสัมผัส “แก่นแท้” ของมันโดยตรง

“และตอนนี้…”

ซูหลินชิวจ้องซูฉีด้วยสายตาจริงจัง

“ผมมาตามสัญญา เพื่อเปิดเผยความจริงให้คุณรู้ ‘อีกด้านหนึ่งของดินแดนเหวลึก’”

จบบทที่ บทที่ 69 เอ๊ะ ทำไมชื่อเสียงถึงเพิ่มขึ้นเองล่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว