เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 ความทรงจำของดินแดนเหวลึก

บทที่ 70 ความทรงจำของดินแดนเหวลึก

บทที่ 70 ความทรงจำของดินแดนเหวลึก


ซูหลินชิวมีท่าทีจริงจังอย่างมาก ส่วนเยว่โส่วเองก็เช่นกัน ถึงจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็ยังอยากเห็นสีหน้าหวาดกลัวของซูฉีในตอนที่ฟังอยู่ดี

ท้ายที่สุด ประวัติศาสตร์ของ “ดินแดนเหวลึก” นั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายและสิ้นหวัง มันส่งผลกระทบต่อเขาอย่างมากในตอนนั้น และต่อมา เพื่อฝึกความกล้า เขาจึงเลือกที่จะเป็นสตรีมเมอร์ล่าท้าผี”

ทว่า

ดูเหมือนเยว่โส่วจะต้องผิดหวังอีกครั้ง

ซูฉีพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “เดี๋ยวก่อน”

เขาเดินไปหยิบขนมกับเบียร์ออกมาจากตู้ใบหนึ่งในชมรม

เยว่โส่วตะโกนลั่น “นี่พี่คิดว่ากำลังเล่านิทานอยู่เหรอ!? แล้วขนมกับเบียร์พวกนั้นผมเป็นคนซื้อด้วยเหรียญในเกมนะ! แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่ามันอยู่ตรงนั้น!”

“ขวดหนึ่งสำหรับนาย”

“ขอบ… เฮ้” เยว่โส่วรับขวดมาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้น ของที่ตัวเองซื้อ ทำไมต้องขอบคุณด้วย!

“อยากได้ไหม?” ซูฉียื่นอีกขวดให้ซูหลินชิว

ซูหลินชิว “…”

เขาอยากสร้างบรรยากาศเคร่งขรึมแท้ ๆ แต่กลับรู้ว่าตัวเองคิดผิดถนัด

เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ “ช่างเถอะ”

เอาเป็นว่า… หลังจากเล่าเรื่องนี้จบ คนตรงหน้าก็น่าจะเข้าใจได้เสียทีว่า ดินแดนเหวลึก จริง ๆ แล้วเป็นสถานที่แบบไหน ถึงจะไม่กลัว อย่างน้อยก็ควรจะรู้จักความเคารพบ้าง

ซูหลินชิวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพูดช้า ๆ ว่า

“ก่อนอื่น คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ‘ดินแดนเหวลึก’ ในตอนแรกมันไม่ได้มีคำว่า ‘ดินแดน’ มันเป็นเพียงแค่เหวลึกที่ไร้ก้น เต็มไปด้วยเลือดและความสยดสยองเท่านั้น”

“เริ่มจากช่วงทดสอบเบต้าแรกสุดเลยก็แล้วกัน”

ซูหลินชิวเอ่ยขึ้นเสียงเบา “นั่นคงเป็นเรื่องเมื่อราว ๆ ห้าสิบปีก่อน”

“มีบางคน ขณะใช้อินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือ อยู่ดี ๆ ก็จะมีกรอบข้อความเด้งขึ้นมา ข้างในมีข้อความเพียงประโยคเดียวว่า…”

พวกเจ้า…ปรารถนาที่จะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิตหรือไม่?

สายตาของซูฉีไหววูบเล็กน้อย

เขาไม่ได้เห็นประโยคนี้เป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านั้น ตอนอยู่หน้าจอขนาดใหญ่ในศูนย์การค้า “ตัวตนที่สวมหน้ากาก” ก็เคยใช้เลือดเขียนคำนี้ไว้เหมือนกัน

“ทุกคนที่ถูกเลือก จะถูกส่งเข้าไปในพื้นที่แห่งหนึ่ง แล้วเริ่มการทดสอบอันโหดร้าย” ซูหลินชิวพูดอย่างสงบนิ่ง “คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ตอนนั้นต่างจากตอนนี้มาก เพราะในเวลานั้น… การตาย หมายถึงตายจริง ๆ ไม่มีการฟื้นคืนชีพ ตายก็คือตาย และไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ในปีนั้น สำนักงานสอบสวนพบคดีคนหายจำนวนมาก เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด”

“การทดสอบเบต้าครั้งแรกนั้นกินเวลานานถึงสามปี ทุกคนที่เข้าไป ต่างดิ้นรนท่ามกลางเลือด ความสยอง และความสิ้นหวัง แทบไม่มีใครรอดออกมาได้ ความตายและความกลัวคือสภาพปกติของที่นั่น”

ซูฉีนั่งฟังเงียบ ๆ ก่อนจะยกขวดเบียร์ชนกับเยว่โส่วเบา ๆ

“-*-”

“ส่วนการทดสอบเบต้าครั้งที่สอง เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบปีก่อน”

ซูหลินชิวพูดต่อ “คราวนี้แตกต่างออกไป ทุกคนที่ถูกเลือก จะถูกส่งตรงเข้าไปในดันเจี้ยน แต่หลังจบภารกิจ พวกเขาจะสามารถออกมาและกลับสู่โลกได้”

“ด้วยเหตุนี้เอง สำนักงานสอบสวนจึงจับสัญญาณความผิดปกติได้ตั้งแต่ช่วงแรก และได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาตรวจสอบ มีบรรดาผู้บุกเบิกรุ่นก่อนมากมายที่ก้าวเข้าไปในที่แห่งนั้น”

ซูหลินชิวหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า “ถ้าคุณลองค้นข่าวหรือหนังสือพิมพ์ช่วงยี่สิบปีก่อนดูดี ๆ จะเจอข้อมูลที่เกี่ยวข้องมากมาย”

ซูฉีพยักหน้า “ผมเคยเห็นในฟอรั่ม มีโพสต์หนึ่งพูดถึงคดีฆ่าตัวตาย ผู้ตายใช้เลือดของตัวเองเขียนประโยคไว้ว่า ‘ฉันไม่ควรเข้าสู่เหวลึกเลย…’”

ซูหลินชิวทำเป็นไม่สนใจท่าทีของซูฉีกับเยว่โส่วที่กำลังแกะถั่วกิน เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นว่า

“การหักหลัง ชิงไหวชิงพริบ และฆ่าฟันกันเอง เป็นเรื่องปกติของยุคนั้น สำนักงานสอบสวนในตอนนั้นยังเป็นเพียงกองกำลังเล็ก ๆ ที่ยังตั้งหลักไม่ได้”

“การทดสอบเบต้าครั้งนั้น กินเวลานานถึงสิบปี”

สายตาของซูหลินชิวหันมาทางซูฉี “ความโหดร้ายในช่วงเวลานั้น... ยากจะบรรยายได้ มีแต่ความสับสนวุ่นวายเต็มไปหมด”

“ตอนนั้น สำนักงานสอบสวนไม่สามารถสร้างระเบียบขึ้นมาได้เลย และสุดท้าย ก็เป็นเพราะการช่วยเหลือจาก ‘ตัวตนหนึ่ง’ ที่ทำให้เหล่าผู้บุกเบิกรุ่นก่อนจำนวนมากเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาฝ่าทะลวงดินแดนแห่งความโกลาหล ฆ่าล้างเหล่าสาวกของลัทธิชั่วร้าย และในที่สุดก็ยืนหยัดได้สำเร็จ!”

การเคลื่อนไหวของเยว่โส่วช้าลงทันที ขนาดดื่มเบียร์ยังแค่จิบเบา ๆ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ดีว่าผู้บุกเบิกรุ่นก่อนเหล่านั้นคือใครบ้าง และไม่กล้าทำตัวล้อเล่นอีกต่อไป

ดวงตาของซูฉีขยับเล็กน้อย ก่อนถามอย่างอยากรู้ “ตัวตนที่ช่วยสำนักงานสอบสวน... คือใคร?”

ซูหลินชิวไม่คาดคิดว่าเขาจะถามเช่นนั้น เขาส่ายหัวเบา ๆ “เรื่องนั้นยังไกลเกินไปสำหรับคุณ... แล้วคนที่มีโอกาสได้พบกับเขามีน้อยมาก ‘ตัวตนนั้น’ เดินทางข้ามโลกต่าง ๆ มากมาย แม้แต่พวกเราเองก็ยังคงตามหาเขาอยู่จนถึงตอนนี้”

ซูฉีจิบเบียร์อีกคำ สายตาสงบนิ่ง

ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่า คนคนนั้นคือใคร

พ่อค้าเร่

ไอ้พ่อค้าหัวหมอ!

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” ซูฉีถามต่อ

เยว่โส่วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขาหมูพะโล้ขึ้นมาฉีก แล้วชูมือที่สวมถุงมือให้ดู “อันนี้ผมรู้ ตอนปีสุดท้ายของการทดสอบเบต้าครั้งที่สอง”

“ดินแดนเหวลึกได้ถือกำเนิดขึ้น เหตุผลที่แน่ชัด ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทุกกองกำลังใหญ่ต่างก็เข้าไปตั้งรากฐานอยู่ในนั้น สถานการณ์ตอนนี้เลยดูสงบสุขดี”

เขาหยิบขวดเบียร์ขึ้นมา “มาเลยพี่ซู ดื่มสักหน่อย”

ซูหลินชิว “…”

ซูฉียกขวดชนกับเขา “ใจเย็นหน่อย”

ซูหลินชิวพูดอย่างจนใจ “พวกคุณ… ผมอุตส่าห์ตั้งใจจะสร้างบรรยากาศให้ดูจริงจังสักแท้ ๆ”

ที่จริง เขาไม่ได้ตั้งใจแค่จะเล่าเรื่องให้ซูฉีฟังเท่านั้น แต่ยังอยากสั่งสอนเยว่โส่วไปในตัว ให้ทั้งสองได้สัมผัสถึงความโหดร้าย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปแล้ว

ซูหลินชิวยื่นมือออก “ช่างเถอะ เอามาอีกขวดก็แล้วกัน ผมเองก็อยากดื่มมานานแล้ว”

ซูฉียื่นให้ “ไม่ต้องเกรงใจ ผมเลี้ยงเอง”

เยว่โส่ว “???”

นี่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านอยู่หรือไงกัน…

ซูหลินชิวเองก็เริ่มผ่อนคลายลง สีหน้าไม่เคร่งขรึมอีกต่อไป เขาส่ายหัว “ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นบรรยากาศแบบนี้ไปได้”

แต่ก็ช่างเถอะ เขาวางเรื่องพวกนั้นลง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเบา “ส่วนการทดสอบเบต้าครั้งที่สาม... ก็คือเมื่อสามปีก่อน ซึ่งก็คือตอนที่ผมถูกเลือกให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ ดินแดนเหวลึก นั่นเอง ถึงจะไม่โหดร้ายเท่าเมื่อก่อน ที่ความตายเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้งนี้พวกเรายังมีความช่วยเหลือจากตัวดินแดนเหวลึกเองด้วย”

“แต่การที่จะเข้าไปในดินแดนเหวลึกได้ ต้องมีพลังถึงระดับที่กำหนดเท่านั้น คนที่ยังเข้าไม่ได้ หรือถูกขับออกไปก่อน จนหมดสิทธิ์อยู่ต่อ เมื่อสิ้นสุดการทดสอบเบต้า พวกเขาจะถูกรีเซตหมดทุกอย่าง ทั้งเลเวล อุปกรณ์ และทักษะ”

ซูหลินชิวหันมามองซูฉี “ผู้เข้าทดสอบจำนวนมากที่คุณเห็นอยู่ตอนนี้ จริง ๆ แล้วหลายคนคือพวกที่ล้มเหลว ไม่สามารถเข้าสู่ดินแดนเหวลึกได้”

คำพูดนั้นทำให้ซูฉีนึกถึงใครบางคนขึ้นมาในทันที

ซุนเสี่ยวฮวน

เจ้านั่น… ตอนนั้นเคยพูดไว้จริง ๆ พอลองนึกย้อนกลับไป ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลแล้ว

“ส่วนการทดสอบแบบโอเพ่นเบต้าในครั้งนี้ เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมได้พร้อมกัน และเหล่ากองกำลังใหญ่ต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน” ซูหลินชิวพูดช้า ๆ “เยว่โส่วเคยบอกผมว่า พวกนายเคยเจอผู้เล่นที่มีลวดลายอยู่บนร่างกายในดันเจี้ยนที่แล้วใช่ไหม?”

ซูฉีพยักหน้า

“พวกนั้นแหละ คือกองกำลังที่อันตรายที่สุด พลังงานเบื้องหลังลวดลายนั้นไม่อาจบรรยายได้ น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด เป็นข้อห้ามในหมู่ข้อห้ามทั้งปวง…” แววตาของซูหลินชิวปรากฏความหวาดกลัวหนักแน่นขึ้นมา

ซูฉี “…”

ห้ามพูดแบบนั้นนะ! นั่นเทพมารพี่ชายสุดที่รักของผมนะ!

“เอาเป็นว่า…” ซูหลินชิวมองมาทางซูฉี “สถานการณ์ของดินแดนเหวลึกซับซ้อนกว่าที่คุณคิดมาก ชมรมต่าง ๆ เป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น พลังที่อยู่เบื้องหลังต่างหากที่เป็นมือใหญ่ตัวจริง ถึงแม้บางฝ่ายจะอยู่ในขอบเขตของกฎ บางฝ่ายวางตัวเป็นกลาง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง”

“และตอนนี้”

สีหน้าของซูหลินชิวกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง เขาวางขวดเบียร์ที่ดื่มไปครึ่งหนึ่งลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ซูฉี ต่อจากนี้คือเรื่องสำคัญจริง ๆ”

ซูฉีเตือนขึ้น “ในเกมอย่าลืมเรียกผมตามไอดี”

“...ซูปู้เสียน” ซูหลินชิวจำใจพูดชื่อออกมาเต็มเสียง ก่อนจะมองเขาอย่างตั้งใจ

“ผมมีโควตาพิเศษอยู่หนึ่งสิทธิ์ เป็นตั๋วสำหรับเข้าสู่ดันเจี้ยนลับใบหนึ่ง เปิดให้เฉพาะผู้เล่นระดับไม่เกิน 20 เท่านั้น”

“ถ้าคุณสามารถเข้าไปได้ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ขอเพียงไม่ตาย ก็จะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างมหาศาล”

“แต่ในขณะเดียวกัน คู่แข่งของคุณก็แข็งแกร่งมาก ไม่เพียงแต่เหล่ามือใหม่ภายใต้กองกำลังใหญ่เท่านั้น ยังมีพวกสาวกลัทธิชั่วด้วยที่รอจะลงมือแย่งชิง”

น้ำเสียงของซูหลินชิวเย็นเฉียบ

“คุณกล้าที่จะรับมันไหม?”

จบบทที่ บทที่ 70 ความทรงจำของดินแดนเหวลึก

คัดลอกลิงก์แล้ว