เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!

บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!

บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!


พ่อค้าเร่ยืนอยู่กับที่ มองแผ่นหลังของซูฉีที่กำลังเดินจากไป

เขาเคยติดต่อกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ เคยผ่านมหากาพย์มาแล้วนับไม่ถ้วน และเคยเป็นพยานต่อการถือกำเนิด ความรุ่งเรือง และความเสื่อมถอยของตำนานยุคเก่า

แต่ตอนนี้

เขากลับถูก “มนุษย์ธรรมดา” คนหนึ่งปั่นหัวได้อย่างสิ้นเชิง

แถมยังไม่ใช่ครั้งแรกด้วย…

“มนุษย์…”

พ่อค้าเร่พูดพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เพราะหลังจากตรวจสอบเนื้อหาภายในกระดูกนิ้วนั้นแล้ว เขาก็รู้ดีว่าวัตถุพวกนั้นมีประโยชน์ต่อเขาจริง ๆ

ดังนั้นพอสัมผัสได้ถึงของที่มีลักษณะคล้ายกันอีก เขาจึงตั้งใจจะได้มันมาให้จงได้

เขาไม่ติดที่จะให้ซูฉีเป็นฝ่ายต่อรองราคา แม้ว่ามันจะสูงเกินจริง เพราะของพวกนั้นสำหรับเขาแทบไม่มีค่าอะไรนักอยู่แล้ว

เพียงแต่คราวก่อนเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อย จึงไม่อยากให้เจ้าหมอนี่ถือไพ่เหนือกว่าอีก

แต่ตอนนี้... ดูเหมือนเขาจะเดินมาถึงจุดเดิมอีกครั้งแล้ว

พ่อค้าเร่มองแผ่นหลังที่ค่อย ๆ ห่างออกไปของซูฉี ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มจนใจ

“ช่างเถอะ... เจ้านี่มองข้าทะลุไปหมดแล้ว ถ้าฝืนต่อไปก็คงไม่มีความหมาย”

ทันใดนั้น เขาขยับตัวเพียงเล็กน้อย ร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าซูฉีในพริบตา ราวกับเทเลพอร์ตมา

ซูฉีไม่ได้แสดงท่าทีประหม่าแม้แต่น้อย พลางขยิบตาแล้วยิ้ม “ท่านพ่อค้าเร่ผู้ทรงเกียรติ มีเรื่องอะไรอีกหรือครับ?”

พ่อค้าเร่เพ่งมองรอยยิ้มของซูฉี ดวงตาแคบลงเล็กน้อย

“เวลาคนอื่นเจอข้า... พวกเขามักอยู่ใต้อิทธิพลของผลประโยชน์หรืออำนาจ ล้วนให้ความเคารพข้าอย่างสุดซึ้ง แต่ ‘ความเคารพ’ ของเจ้าน่ะ… มันเป็นแค่คำขยายราคาถูกเท่านั้นเอง”

ซูฉี “!??? นี่มันใส่ร้ายชัด ๆ!”

พ่อค้าเร่ค่อย ๆ ถอดหมวกทรงสูงออก พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “สิ่งที่โง่เขลาที่สุดสำหรับพ่อค้าก็คือการเปิดเผยราคาต่ำสุดของตัวเอง… แต่ตอนนี้ ข้าไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว ข้าต้องการของชิ้นนั้นจริง ๆ”

“ครั้งนี้เรามาพูดกันอย่างเปิดอกเถอะ เข้าประเด็นตรง ๆ เลยจะดีกว่า”

เขาดีดหมวกในมือเบา ๆ

ทันใดนั้น ภายในหมวกทรงสูงนั้น พลันหลั่งไหลออกมาด้วยวัตถุหลากหลายชนิดเรียงรายพราวตา แต่ละชิ้นถูกห่อหุ้มด้วยฟองอากาศ และทันทีที่มันปรากฏขึ้น กลิ่นอายของพลังต่าง ๆ ก็ปั่นป่วนไปทั่วสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เกิดเป็นลมกรรโชกรุนแรงกว่าครั้งก่อนเสียอีก!

แสงมากมายส่องสะท้อนท่ามกลางความมืด ราวกับ “ปาฏิหาริย์” ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ซูฉีหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “ของพวกนี้… ดูเหมือนจะเหนือกว่าเครื่องเล่นเพลงเก่าครั้งก่อนเยอะเลยนะ?”

พ่อค้าเร่เอ่ยเสียงเรียบ

“หนึ่งในหลักการของข้า คือไม่เคยทำการค้าที่ยุติธรรมและไม่สมดุล ข้ารับรู้ถึงคุณค่าของกระดูกนิ้วนั่น ดังนั้นในใจข้า มูลค่ามันได้เกินจากเดิมไปแล้ว… ดังนั้น ข้าจะให้ของที่มีค่าพอ ๆ กัน”

ซูฉียกนิ้วโป้ง “เยี่ยมเลย แล้วจะชดเชยของครั้งก่อนให้ด้วยไหม?”

“ไม่มีนโยบายคืนหรือเปลี่ยนสินค้าหลังการขาย!”

“แต่ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมีนะ นโยบายคืนของภายในเจ็ดวันโดยไม่ต้องระบุเหตุผล!”

“เงียบซะ!”

พ่อค้าเร่หลุดพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะสะบัดนิ้วเล็กน้อย วัตถุชิ้นหนึ่งลอยมาตรงหน้า “นี่คือ ศิลาแห่งอาเคส มีพลังทำลายล้างสวรรค์และแผ่นดิน เพียงระเบิดครั้งเดียวก็ล้างเมืองขนาดเล็กได้ทั้งเมือง”

ซูฉีเหลือบมอง แล้วยกมือปฏิเสธ “ผ่าน”

“ไม่พอใจ?” พ่อค้าเร่ดีดนิ้วอีกครั้ง คราวนี้ปืนที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีน้ำเงินปรากฏขึ้นในมือ “นี่คือปืนพลังอะตอมจากโลกเทคโนโลยีสูง พลังอาจไม่เท่าหินเมื่อกี้ แต่ข้อดีคือมันสามารถชาร์จใช้ซ้ำได้”

ซูฉีส่ายหัวอีกครั้ง

“นี่ก็ไม่เอาเหรอ?”

ก่อนที่พ่อค้าเร่จะงัดของชิ้นต่อไปออกมา ซูฉีก็ยกมือขึ้นหยุด “จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเอาออกมาเพิ่มแล้ว”

พ่อค้าเร่ชะงักเล็กน้อย “ของพวกนี้ยังไม่ถูกใจเจ้า?”

“ไม่ใช่ไม่ถูกใจหรอกครับ ตรงกันข้ามเลย ผมอยากได้ทุกชิ้นนั่นแหละ เพียงแต่…” ซูฉีพูดช้า ๆ “ตอนนี้ช่องเก็ของของผมถูกจำกัดอยู่ เอาของที่คุณอยากได้ออกมาไม่ได้”

สิ้นคำของซูฉี

“……”

พ่อค้าเร่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ สายตาลึกล้ำขึ้นราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

แม้ร่างกายจะไม่ขยับ

แต่ในอากาศกลับเกิดเสียงดังขึ้น

แคร่ก… แคร่ก… แคร่ก…

เสียงนั้นดังขึ้นจากมือของพ่อค้าเร่

เปลือกตาของซูฉีกระตุกไม่หยุด เขาหันไปมองทันที

สีหน้าของพ่อค้าเร่ยังคงเรียบเฉย แต่ปืนพลังงานสูงในมือกลับแตกกระจายออกภายใต้แรงกดมหาศาล!

?????

ให้ตายสิ!

ซูฉีรีบไอแก้เก้อ “ใจเย็น ๆ ก่อน... ผมไม่ได้ไม่อยากแลก แค่ถูกระบบจำกัดเฉย ๆ เราเป็นลูกค้าประจำกันแล้วนี่ จะทำร้ายลูกค้าแบบนี้มันไม่ดีนะ…”

พ่อค้าเร่ยังคงสีหน้าเย็นชา

“วางใจเถอะ ถึงข้าจะอยากโยนเจ้าเข้าไปในวังวน เพื่อให้ได้ลิ้มรส ‘นรกแห่งมลทิน’ ขนาดไหนก็ตาม แต่ข้าก็ยังใจดีอยู่หรอก”

ซูฉี “……”

แต่เสียงขบฟันนั่น สัมผัสได้เลยถึงความไร้เมตตา

พ่อค้าเร่สูดลมหายใจลึก แล้วเก็บทุกสิ่งกลับเข้าหมวกทีละชิ้น ก่อนจะสวมหมวกทรงสูงคืนที่เดิม

“ดูเหมือนว่า เราคงจะได้เจอกันเป็นครั้งที่สามแน่”

“ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตา ก็คงแปลว่าระหว่างเรายังมีสายสัมพันธ์บางอย่างอยู่…”

“ดังนั้น บอกข้ามาเถอะ”

ดวงตาสีอำพันของเขาส่องแสงวาว “เจ้าชื่ออะไร?”

เขาไม่เคยถามชื่อมาก่อน เพราะในมุมมองจากที่สูงเกินเอื้อมของเขา สิ่งที่เห็นและได้ยินแตกต่างออกไป มนุษย์ธรรมดาในสายตาก็ไม่ต่างจากเม็ดทรายที่ปลิวไปตามลม มีอยู่ชั่วคราว แล้วก็หายไป

ซูฉีชะงักเล็กน้อย “ถามข้อมูลลูกค้ารึครับ? ผมชื่อซูปู้เสียน อายุ 21 ปี โสด ชอบเล่นดนตรี”

“พอ!”

มุมปากพ่อค้าเร่กระตุกขณะขัดขึ้น “แค่ชื่อก็พอแล้ว”

เขายกไม้เท้าขึ้น แล้วค่อย ๆ วาดเส้นสายกลางอากาศ สัญลักษณ์ลึกลับเปล่งแสงขึ้นระหว่างทั้งสอง เต็มไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติ

ท้ายที่สุด สัญลักษณ์เหล่านั้นรวมตัวเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่ร่างของซูฉี

[คุณได้รับ: ‘เครื่องหมายลมหายใจ’ จาก ? ? ? ? ?]

[หมายเหตุ: เขาสามารถใช้เครื่องหมายเพื่อมาพบคุณได้อีกครั้ง]

ซูฉีชะงักเล็กน้อย

ชื่อของพ่อค้าเร่กลับปรากฏเป็นเครื่องหมายคำถาม…

ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณแสดงถึงช่องว่างของพลังที่ต่างกันเกินไป ระดับของเขาไม่อาจล่วงรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายได้เลย

แต่เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ ยังไงซะ ถ้าอยากรู้จริง ๆ สักวัน เครื่องหมายคำถามเหล่านั้นก็คงเปิดเผยชื่อให้เอง

ซูฉีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “แล้วคุณคิดจะมาเจอผมอีกเมื่อไหร่…”

พ่อค้าเร่ที่ตอนนี้เริ่มชินกับสำนวนกวน ๆ ของชายคนนี้แล้ว ตอบกลับเรียบ ๆ “ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการอีกหลายอย่าง ไว้ถึงเวลา ข้าจะไปหาเจ้าเอง”

“โอเคครับ งั้นผมไปก่อนนะ ภารกิจหลักก็เสร็จแล้วด้วย…”

ว่าแล้วเขาก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง

สายตาเบิกกว้าง มองภารกิจหลักที่ยังคงกระพริบแสงอยู่ตรงหน้า

“มีอะไร?”

ซูฉีลังเลเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าภารกิจหลักจะยังไม่จบ”

พ่อค้าเร่ไม่ได้ใส่ใจกับคำว่า ‘ภารกิจหลัก’ นัก แต่ดวงตากลับหรี่ลงด้วยสัญชาตญาณของพ่อค้าที่เฉียบคม “ภารกิจเจ้าคืออะไร? ถ้ายากเกินไป ข้าช่วยได้ แต่แน่นอน ไม่ฟรี”

ซูฉีพูดช้า ๆ “ภารกิจคือ... หากุญแจ แล้วหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

“……”

พ่อค้าเร่นิ่งไป มองรอบข้างที่กลายเป็นซากปรักหักพัง บ้านเรือนพังราบ เศษซากกระจัดกระจายจากการต่อสู้อย่างหนัก

“เจ้ากล้าบอกว่านี่เรียกว่า ‘หนีออกมา’ เรอะ!?”

“ไม่สำคัญหรอกครับ” ซูฉีถกแขนเสื้อขึ้น

“ตอนนี้จะทำอะไรอีก?”

“ก็ทำภารกิจต่อ”

พ่อค้าเร่มองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง เมื่อเห็นซูฉีคว้าขวานขึ้นมา ยืนอยู่หน้าศพหัวแกะ

จากนั้นเขาก็ฟาดขวานลงอย่างแรง พร้อมตะโกนถามเสียงดังว่ากุญแจอยู่ที่ไหน!

พ่อค้าเร่เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเงียบ ๆ

หมอนี่... ช่างแตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่ข้าเคยพบจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!

คัดลอกลิงก์แล้ว