- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!
บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!
บทที่ 51 ขอโทษครับ... พ่อค้าเร่!
พ่อค้าเร่ยืนอยู่กับที่ มองแผ่นหลังของซูฉีที่กำลังเดินจากไป
เขาเคยติดต่อกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ เคยผ่านมหากาพย์มาแล้วนับไม่ถ้วน และเคยเป็นพยานต่อการถือกำเนิด ความรุ่งเรือง และความเสื่อมถอยของตำนานยุคเก่า
แต่ตอนนี้
เขากลับถูก “มนุษย์ธรรมดา” คนหนึ่งปั่นหัวได้อย่างสิ้นเชิง
แถมยังไม่ใช่ครั้งแรกด้วย…
“มนุษย์…”
พ่อค้าเร่พูดพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เพราะหลังจากตรวจสอบเนื้อหาภายในกระดูกนิ้วนั้นแล้ว เขาก็รู้ดีว่าวัตถุพวกนั้นมีประโยชน์ต่อเขาจริง ๆ
ดังนั้นพอสัมผัสได้ถึงของที่มีลักษณะคล้ายกันอีก เขาจึงตั้งใจจะได้มันมาให้จงได้
เขาไม่ติดที่จะให้ซูฉีเป็นฝ่ายต่อรองราคา แม้ว่ามันจะสูงเกินจริง เพราะของพวกนั้นสำหรับเขาแทบไม่มีค่าอะไรนักอยู่แล้ว
เพียงแต่คราวก่อนเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อย จึงไม่อยากให้เจ้าหมอนี่ถือไพ่เหนือกว่าอีก
แต่ตอนนี้... ดูเหมือนเขาจะเดินมาถึงจุดเดิมอีกครั้งแล้ว
พ่อค้าเร่มองแผ่นหลังที่ค่อย ๆ ห่างออกไปของซูฉี ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มจนใจ
“ช่างเถอะ... เจ้านี่มองข้าทะลุไปหมดแล้ว ถ้าฝืนต่อไปก็คงไม่มีความหมาย”
ทันใดนั้น เขาขยับตัวเพียงเล็กน้อย ร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าซูฉีในพริบตา ราวกับเทเลพอร์ตมา
ซูฉีไม่ได้แสดงท่าทีประหม่าแม้แต่น้อย พลางขยิบตาแล้วยิ้ม “ท่านพ่อค้าเร่ผู้ทรงเกียรติ มีเรื่องอะไรอีกหรือครับ?”
พ่อค้าเร่เพ่งมองรอยยิ้มของซูฉี ดวงตาแคบลงเล็กน้อย
“เวลาคนอื่นเจอข้า... พวกเขามักอยู่ใต้อิทธิพลของผลประโยชน์หรืออำนาจ ล้วนให้ความเคารพข้าอย่างสุดซึ้ง แต่ ‘ความเคารพ’ ของเจ้าน่ะ… มันเป็นแค่คำขยายราคาถูกเท่านั้นเอง”
ซูฉี “!??? นี่มันใส่ร้ายชัด ๆ!”
พ่อค้าเร่ค่อย ๆ ถอดหมวกทรงสูงออก พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “สิ่งที่โง่เขลาที่สุดสำหรับพ่อค้าก็คือการเปิดเผยราคาต่ำสุดของตัวเอง… แต่ตอนนี้ ข้าไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว ข้าต้องการของชิ้นนั้นจริง ๆ”
“ครั้งนี้เรามาพูดกันอย่างเปิดอกเถอะ เข้าประเด็นตรง ๆ เลยจะดีกว่า”
เขาดีดหมวกในมือเบา ๆ
ทันใดนั้น ภายในหมวกทรงสูงนั้น พลันหลั่งไหลออกมาด้วยวัตถุหลากหลายชนิดเรียงรายพราวตา แต่ละชิ้นถูกห่อหุ้มด้วยฟองอากาศ และทันทีที่มันปรากฏขึ้น กลิ่นอายของพลังต่าง ๆ ก็ปั่นป่วนไปทั่วสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เกิดเป็นลมกรรโชกรุนแรงกว่าครั้งก่อนเสียอีก!
แสงมากมายส่องสะท้อนท่ามกลางความมืด ราวกับ “ปาฏิหาริย์” ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ซูฉีหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “ของพวกนี้… ดูเหมือนจะเหนือกว่าเครื่องเล่นเพลงเก่าครั้งก่อนเยอะเลยนะ?”
พ่อค้าเร่เอ่ยเสียงเรียบ
“หนึ่งในหลักการของข้า คือไม่เคยทำการค้าที่ยุติธรรมและไม่สมดุล ข้ารับรู้ถึงคุณค่าของกระดูกนิ้วนั่น ดังนั้นในใจข้า มูลค่ามันได้เกินจากเดิมไปแล้ว… ดังนั้น ข้าจะให้ของที่มีค่าพอ ๆ กัน”
ซูฉียกนิ้วโป้ง “เยี่ยมเลย แล้วจะชดเชยของครั้งก่อนให้ด้วยไหม?”
“ไม่มีนโยบายคืนหรือเปลี่ยนสินค้าหลังการขาย!”
“แต่ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมีนะ นโยบายคืนของภายในเจ็ดวันโดยไม่ต้องระบุเหตุผล!”
“เงียบซะ!”
พ่อค้าเร่หลุดพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะสะบัดนิ้วเล็กน้อย วัตถุชิ้นหนึ่งลอยมาตรงหน้า “นี่คือ ศิลาแห่งอาเคส มีพลังทำลายล้างสวรรค์และแผ่นดิน เพียงระเบิดครั้งเดียวก็ล้างเมืองขนาดเล็กได้ทั้งเมือง”
ซูฉีเหลือบมอง แล้วยกมือปฏิเสธ “ผ่าน”
“ไม่พอใจ?” พ่อค้าเร่ดีดนิ้วอีกครั้ง คราวนี้ปืนที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีน้ำเงินปรากฏขึ้นในมือ “นี่คือปืนพลังอะตอมจากโลกเทคโนโลยีสูง พลังอาจไม่เท่าหินเมื่อกี้ แต่ข้อดีคือมันสามารถชาร์จใช้ซ้ำได้”
ซูฉีส่ายหัวอีกครั้ง
“นี่ก็ไม่เอาเหรอ?”
ก่อนที่พ่อค้าเร่จะงัดของชิ้นต่อไปออกมา ซูฉีก็ยกมือขึ้นหยุด “จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเอาออกมาเพิ่มแล้ว”
พ่อค้าเร่ชะงักเล็กน้อย “ของพวกนี้ยังไม่ถูกใจเจ้า?”
“ไม่ใช่ไม่ถูกใจหรอกครับ ตรงกันข้ามเลย ผมอยากได้ทุกชิ้นนั่นแหละ เพียงแต่…” ซูฉีพูดช้า ๆ “ตอนนี้ช่องเก็ของของผมถูกจำกัดอยู่ เอาของที่คุณอยากได้ออกมาไม่ได้”
สิ้นคำของซูฉี
“……”
พ่อค้าเร่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ สายตาลึกล้ำขึ้นราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
แม้ร่างกายจะไม่ขยับ
แต่ในอากาศกลับเกิดเสียงดังขึ้น
แคร่ก… แคร่ก… แคร่ก…
เสียงนั้นดังขึ้นจากมือของพ่อค้าเร่
เปลือกตาของซูฉีกระตุกไม่หยุด เขาหันไปมองทันที
สีหน้าของพ่อค้าเร่ยังคงเรียบเฉย แต่ปืนพลังงานสูงในมือกลับแตกกระจายออกภายใต้แรงกดมหาศาล!
?????
ให้ตายสิ!
ซูฉีรีบไอแก้เก้อ “ใจเย็น ๆ ก่อน... ผมไม่ได้ไม่อยากแลก แค่ถูกระบบจำกัดเฉย ๆ เราเป็นลูกค้าประจำกันแล้วนี่ จะทำร้ายลูกค้าแบบนี้มันไม่ดีนะ…”
พ่อค้าเร่ยังคงสีหน้าเย็นชา
“วางใจเถอะ ถึงข้าจะอยากโยนเจ้าเข้าไปในวังวน เพื่อให้ได้ลิ้มรส ‘นรกแห่งมลทิน’ ขนาดไหนก็ตาม แต่ข้าก็ยังใจดีอยู่หรอก”
ซูฉี “……”
แต่เสียงขบฟันนั่น สัมผัสได้เลยถึงความไร้เมตตา
พ่อค้าเร่สูดลมหายใจลึก แล้วเก็บทุกสิ่งกลับเข้าหมวกทีละชิ้น ก่อนจะสวมหมวกทรงสูงคืนที่เดิม
“ดูเหมือนว่า เราคงจะได้เจอกันเป็นครั้งที่สามแน่”
“ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตา ก็คงแปลว่าระหว่างเรายังมีสายสัมพันธ์บางอย่างอยู่…”
“ดังนั้น บอกข้ามาเถอะ”
ดวงตาสีอำพันของเขาส่องแสงวาว “เจ้าชื่ออะไร?”
เขาไม่เคยถามชื่อมาก่อน เพราะในมุมมองจากที่สูงเกินเอื้อมของเขา สิ่งที่เห็นและได้ยินแตกต่างออกไป มนุษย์ธรรมดาในสายตาก็ไม่ต่างจากเม็ดทรายที่ปลิวไปตามลม มีอยู่ชั่วคราว แล้วก็หายไป
ซูฉีชะงักเล็กน้อย “ถามข้อมูลลูกค้ารึครับ? ผมชื่อซูปู้เสียน อายุ 21 ปี โสด ชอบเล่นดนตรี”
“พอ!”
มุมปากพ่อค้าเร่กระตุกขณะขัดขึ้น “แค่ชื่อก็พอแล้ว”
เขายกไม้เท้าขึ้น แล้วค่อย ๆ วาดเส้นสายกลางอากาศ สัญลักษณ์ลึกลับเปล่งแสงขึ้นระหว่างทั้งสอง เต็มไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติ
ท้ายที่สุด สัญลักษณ์เหล่านั้นรวมตัวเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่ร่างของซูฉี
[คุณได้รับ: ‘เครื่องหมายลมหายใจ’ จาก ? ? ? ? ?]
[หมายเหตุ: เขาสามารถใช้เครื่องหมายเพื่อมาพบคุณได้อีกครั้ง]
ซูฉีชะงักเล็กน้อย
ชื่อของพ่อค้าเร่กลับปรากฏเป็นเครื่องหมายคำถาม…
ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณแสดงถึงช่องว่างของพลังที่ต่างกันเกินไป ระดับของเขาไม่อาจล่วงรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายได้เลย
แต่เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ ยังไงซะ ถ้าอยากรู้จริง ๆ สักวัน เครื่องหมายคำถามเหล่านั้นก็คงเปิดเผยชื่อให้เอง
ซูฉีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “แล้วคุณคิดจะมาเจอผมอีกเมื่อไหร่…”
พ่อค้าเร่ที่ตอนนี้เริ่มชินกับสำนวนกวน ๆ ของชายคนนี้แล้ว ตอบกลับเรียบ ๆ “ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการอีกหลายอย่าง ไว้ถึงเวลา ข้าจะไปหาเจ้าเอง”
“โอเคครับ งั้นผมไปก่อนนะ ภารกิจหลักก็เสร็จแล้วด้วย…”
ว่าแล้วเขาก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง
สายตาเบิกกว้าง มองภารกิจหลักที่ยังคงกระพริบแสงอยู่ตรงหน้า
“มีอะไร?”
ซูฉีลังเลเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าภารกิจหลักจะยังไม่จบ”
พ่อค้าเร่ไม่ได้ใส่ใจกับคำว่า ‘ภารกิจหลัก’ นัก แต่ดวงตากลับหรี่ลงด้วยสัญชาตญาณของพ่อค้าที่เฉียบคม “ภารกิจเจ้าคืออะไร? ถ้ายากเกินไป ข้าช่วยได้ แต่แน่นอน ไม่ฟรี”
ซูฉีพูดช้า ๆ “ภารกิจคือ... หากุญแจ แล้วหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
“……”
พ่อค้าเร่นิ่งไป มองรอบข้างที่กลายเป็นซากปรักหักพัง บ้านเรือนพังราบ เศษซากกระจัดกระจายจากการต่อสู้อย่างหนัก
“เจ้ากล้าบอกว่านี่เรียกว่า ‘หนีออกมา’ เรอะ!?”
“ไม่สำคัญหรอกครับ” ซูฉีถกแขนเสื้อขึ้น
“ตอนนี้จะทำอะไรอีก?”
“ก็ทำภารกิจต่อ”
พ่อค้าเร่มองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง เมื่อเห็นซูฉีคว้าขวานขึ้นมา ยืนอยู่หน้าศพหัวแกะ
จากนั้นเขาก็ฟาดขวานลงอย่างแรง พร้อมตะโกนถามเสียงดังว่ากุญแจอยู่ที่ไหน!
พ่อค้าเร่เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเงียบ ๆ
หมอนี่... ช่างแตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่ข้าเคยพบจริง ๆ