- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 50 การพบกันครั้งที่สองกับพ่อค้าเร่
บทที่ 50 การพบกันครั้งที่สองกับพ่อค้าเร่
บทที่ 50 การพบกันครั้งที่สองกับพ่อค้าเร่
"เจ้า... เจ้าเป็นใคร..."
สิ่งมีชีวิตหัวแกะจ้องมองชายตรงหน้าอย่างโง่งม มันไม่อาจเข้าใจได้เลย... ว่าเหตุใดสัตว์ประหลาดน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกใบนี้ ถึงถูกลากกลับไปอย่างกะทันหัน
ยิ่งไปกว่านั้น
ทันทีที่ชายคนนี้ปรากฏขึ้นมา ออร่าน่าสะพรึงที่มาพร้อมกับวังวนสีดำ และเสียงกรีดร้องแผ่วเบานั้น…กลับถูกกดทับจนสงบลงทั้งหมด
วิญญาณชั่วร้ายโบราณ!
ข้าอยากพบเทพมาร!
"ที่แท้ก็หัวแกะจริง ๆ..." พ่อค้าเร่เหลือบมองสิ่งมีชีวิตหัวแกะ สายตาของเขาแฝงความสงบเยือกเย็นปนความไม่แยแส
"ดูเหมือนสาวกของเทพอสูรตนนั้นอยู่ทั่วทุกหนทุกแห้งจริง ๆ"
"ช่างโง่เขลาเสียจริงที่รวบรวมกลุ่มผู้ศรัทธาที่น่ารังเกียจด้วยพลังที่ด้อยกว่าเพียงเล็กน้อย"
พ่อค้าเร่ค่อย ๆ สวมหมวกกลับเข้าที่ แล้วปรับให้เข้ารูป ก่อนจะหันไปมองยังวังวนกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยโลหิตอย่างใจเย็น
"ถูกผนึกไว้ในเหวลึก แล้วพยายามสะสมพลังเพื่อจะฉีกผนึกออกมาแบบนี้น่ะเหรอ"
"ข้าจะปล่อยให้เจ้าทำสำเร็จไม่ได้"
เขาเหยียดมือออกไป
คลื่นกระเพื่อมที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่กระจายออกจากปลายนิ้ว!
ภายใต้สายตาตกตะลึงของผู้อำนวยการหัวแกะ
เสียงกรีดร้องทั้งหลายหยุดลงในพริบตา มลพิษรอบข้างก็สลายไปอย่างสิ้นเชิง!
ทั้งช่องวังวนที่กำลังหมุนวนก็หยุดลง เลือดที่พลุ่งพล่านกับลวดลายรอบ ๆ พังทลายทีละน้อย!
ไม่เพียงเท่านั้น
ภาพโลหิตที่สะท้อนบนฟ้ายามค่ำคืนก็ค่อย ๆ จางหายไปเช่นกัน!
"..." ผู้อำนวยการหัวแกะมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างโง่งม แววหวาดหวั่นเผยขึ้นในดวงตาที่มัวหม่น
แค่ปลายนิ้วแตะเบา ๆ
ทุกสิ่งที่มันสะสมมานานกว่าสิบปี… ก็ถูกทำลายไปอย่างง่ายดาย
"เจ้า... เจ้าตกลงเป็นใครกันแน่..." เสียงมันสั่นเครือเมื่อเอ่ยปากออกมา
สายตาของพ่อค้าเร่ทอดลงมาที่มัน ดวงตานั้นไร้อารมณ์ใด ๆ แต่ในสายตาของผู้อำนวยการหัวแกะ กลับเหมือนเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงที่สุด!
ในม่านตาที่สะท้อนออกมา เปลวไฟลุกโชนจากร่างพ่อค้าเร่ดั่งเทพอสูรจากขุมนรก!
และมีเพียงมันเท่านั้น...ที่มองเห็นภาพนี้
เพียงแค่ชำเลืองมองครั้งเดียว
ผู้อำนวยการหัวแกะแทบจะเสียสติ หากยังมีร่างกายอยู่ละก็ มันคงยกมือขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ อุทานด้วยความหวาดกลัวว่า "ปีศาจ ปีศาจ!"
พ่อค้าเร่เพียงละสายตาไปอย่างไม่ใส่ใจ สิ่งมีชีวิตต่ำต้อยเช่นนี้…ไม่คู่ควรแม้แต่จะสนทนาด้วย
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ
ก่อนที่สายตาจะค่อย ๆ หยุดลงบนคนเพียงหนึ่งที่ยังยืนอยู่ เด็กชายร่างเล็กผู้มีใบหูกระต่าย
พ่อค้าเร่เอ่ยเสียงเรียบ "สามารถรักษาจิตวิญญาณให้มั่นคงในช่องทางเมื่อครู่ได้ ไม่ถูกทำให้สลบไป... เจ้าหนูน้อย เจ้าช่างกล้าหาญจริง ๆ"
ซูฉีเผยสีหน้าแปลกใจ... หมอนี่ไม่รู้จักเราเหรอ?
ใช่แล้ว ตอนนี้ไม่เพียงถูกจำกัด แต่ยังกลายเป็นเด็กตัวเล็กไปแล้ว
"ทว่า เจ้าหนูน้อย เรื่องเมื่อครู่นั้นไม่ได้ได้มาฟรี ๆ" พ่อค้าเร่ยกยิ้มบาง "หากข้าไม่ปรากฏตัว พวกเจ้าคงตายหมดตรงนี้ และแม้แต่โลกของเจ้าก็คงค่อย ๆ พังทลายไป"
"ดังนั้น เจ้าหนู เจ้าคิดหรือยัง? ว่ามีอะไรที่จะมอบให้ข้าได้บ้าง?"
ซูฉีนิ่งเงียบ
บ้าจริง... พ่อค้าหน้าเลือด แม้แต่เด็กยังไม่เว้น
ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ ว่าเด็กต่ำกว่า 1.2 เมตรต้องฟรี!
เขาก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย "ตอนนี้เราไม่มีอะไรเลย... ไม่มีอะไรจะให้ท่าน"
"ถ้าท่านอยากได้จริง ๆ…"
ซูฉีหยิบซองชาออกมาจากกระเป๋า ชานี้รสชาติดีใช้ได้ เขาเคยแอบหยิบติดมือมาจากหัวหน้าแมงป่องหนึ่งซอง
"แม้จะดูเหมือนไม่มีค่าอะไร แต่ชานี้เป็นของสำคัญที่คน ๆ หนึ่งฝากไว้ก่อนจะจากไป... ในใจของผม มันประเมินค่าไม่ได้เลย! ตั้งแต่เล็กจนโต ผมก็พกมันติดตัวมาตลอด เวลาว่าง ๆ ก็จะหยิบออกมาดูอย่างทะนุถนอม"
"....." พ่อค้าเร่นิ่งไปครู่หนึ่ง
"ท่านอยากดื่มไหม? เดี๋ยวผมชงให้เลย... ถึงมันจะหมดอายุไปแล้ว แต่สำหรับคนที่เดินทางข้ามโลกแบบท่าน เรื่องเล็กน้อยพวกนี้คงไม่สำคัญหรอก"
พ่อค้าเร่หรี่ตามองซูฉีที่พูดพล่ามไม่หยุด แววตาเขามีประกายบางอย่างวูบขึ้นมา
"เจ้า... ให้ความรู้สึกแปลกจริง ๆ ราวกับมีกลิ่นอายคุ้นเคย แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าเดินทางข้ามโลกต่าง ๆ?"
ซูฉีกะพริบตาอย่างใสซื่อ "ผมไม่รู้ว่าท่านพูดถึงอะไรหรอก"
ความไม่สบายใจเริ่มก่อตัวในใจพ่อค้าเร่มากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาค่อย ๆ หยิบแว่นกรอบทองออกมาจากกระเป๋า แล้วสวมขึ้น เมื่อทำเช่นนั้นแววตาเขาก็เปลี่ยนไปทันที เริ่มจากอาการแรกคือ ช็อก!
จากนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบ... แล้วเอ่ยช้า ๆ ว่า
"ที่แท้ก็คือเจ้า!"
เขายอมรับว่าตั้งแต่แรกเห็นก็รู้สึกถึงความคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่เพราะถูกบางสิ่งกดทับ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
กระทั่งได้ยินคำพูดของเจ้านี่
กลิ่นอายนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น ทำให้เขาอดนึกถึงเจ้านั่น... คนที่กล้าต่อรองกับเขา!
ซูฉียังคงทำหน้าตาใสซื่อ "ผมไม่เห็นเข้าใจอะไรเลย ผมก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง"
"พอแล้ว"
แววตาพ่อค้าเร่พลันมืดลง ขับออกมาเพียงสองคำ ก่อนจะหรี่ตาลงและกลับคืนสู่ท่าทีสงบ
"ไม่อยากเชื่อเลยว่ามนุษย์กระจ้อยร่อยจะกล้ามาหลอกข้า... กลิ่นคุ้นเคยนั้น ข้ารู้สึกมาตลอด" เขาสบถในลำคอ "สาปส่งพลังแห่งดินแดนเหวลึก..."
ซูฉีเลิกทำตัวไร้เดียงสา แย้มยิ้มออกมาแทน "ท่านพ่อค้าเร่ผู้ทรงเกียรติ... เรานึกว่าจะจากกันถาวรเสียแล้ว แต่ดูเหมือนโชคชะตายังให้เราได้พบอีกครั้ง"
พ่อค้าเร่ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เพียงมองเห็นแววล้อเลียนในดวงตาของซูฉี เขาย่อมเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายหมายถึง เพราะครั้งสุดท้ายที่เขาจากไป เขาพูดชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีวันได้พบกันอีก
นานแค่ไหนกันนะ ที่ตัวข้ากลับโดนหยอกล้อเสียเอง!
พ่อค้าเร่เงียบงัน ปรับหมวกของตนเล็กน้อย เหตุและผลเชื่อมโยงกัน โชคชะตายังคงดำเนินต่อไป ข้าตัดสินเจ้าผิด“น้อยคนนักที่จะได้เจอข้าเป็นครั้งที่สอง ถือว่าก่อนหน้านี้ทุกอย่างฟรีสำหรับเจ้า แต่ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้ว”
ซูฉี "..."
"...อะแฮ่ม" ซูฉีกระแอม "ท่านไม่อยากทำการค้ากับผมหรือครับ? ตามขั้นตอนแล้ว น่าจะถึงเวลาแล้วนี่นา"
พ่อค้าเร่มองซูฉีอย่างเงียบงัน "ข้าไม่รู้สึกว่าเจ้ามีอะไรน่าสนใจสักเท่าไร"
"หรือว่า... เจ้ากำลังจะหยิบหัวใจเทพโบราณออกมา แล้วคืนมันให้ข้า?"
"ไม่ใช่หรอก" ซูฉีหยุดไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ยว่า
"จริง ๆ แล้ว... นอกจากกระดูกนิ้วที่คุณปู่ของผมเคยฝากไว้ เขายังเคยจดบทเพลงทิ้งไว้ด้วย ท่านยังสนใจอยู่หรือเปล่า?"
ร่างของพ่อค้าเร่สั่นเล็กน้อย ถึงจะน้อยจนแทบมองไม่เห็น แต่ซูฉีก็สัมผัสได้
เขาเงียบ จะบอกว่าไม่สนใจก็คงโกหกตัวเอง!
ด้วยกลิ่นอายที่เหลืออยู่จากกระดูกนิ้วนั้น เขาเคยได้เบาะแสเล็กน้อยเกี่ยวกับ "ยุคโบราณ" แต่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยว... ไม่พอที่จะทำให้ความรู้คืบหน้าไปได้มากนัก
ทว่าตอนนี้
บนร่างของซูฉีกลับมีสิ่งที่คล้ายกัน!
แต่!
คราวก่อนเขาถูกเจ้านี่เล่นงานจนเสียหน้า ในฐานะพ่อค้าเร่ที่มีหลักการ นั่นยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!
ของที่บอกว่าเป็น "สมบัติที่คุณปู่ทิ้งไว้" เขาไม่อาจมองเห็นคุณค่าอีกต่อไป!
ต่อให้ซูฉีจะเรียกร้องสิ่งใด เขาก็จะยึดอำนาจการต่อรองไว้ในมือของตนเองเสมอ
"มนุษย์เอ๋ย"
พ่อค้าเร่เอ่ยเสียงเรียบ มือวางลงบนไม้เท้าอย่างช้า ๆ ลูบไปบนลวดลายตรงปลาย "สิ่งที่เจ้าพูดมา... มันไม่มีประโยชน์ต่อข้าอีกแล้ว"
แววตาเขาลึกซึ้ง ไม่สั่นไหว "หากเจ้าต้องการจะเปิดการค้าครั้งใหม่... มันจะไม่ง่ายอย่างเดิมอีกแล้ว"
ซูฉีตอบด้วยเสียงสั้น "อ้อ งั้นก็ไม่เป็นไร"
เขาหันหลังเดินจากไปทันที
ทิ้งพ่อค้าเร่ยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อโค้ทหางยาวสะบัดเล่นลมไปมาอย่างไร้ระเบียบ
"???"