- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 41 หัวโขมยแห่งบ้านหลังเล็ก
บทที่ 41 หัวโขมยแห่งบ้านหลังเล็ก
บทที่ 41 หัวโขมยแห่งบ้านหลังเล็ก
ในความมืดมิด
ซูฉีกำลังครุ่นคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง
นี่มันเป็นแค่ความบังเอิญ? หรือว่ามีความเชื่อมโยงบางอย่าง? เนื้อในข้อความนั้นช่างลึกซึ้งมากทีเดียว
หรือว่า…หลังจากชนะ การแข่งขัน ได้แล้ว เขาจะได้เจอเทพมารอีกครั้ง?
ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ…
ก็ทุกคนเป็นเพื่อนออนไลน์กันนี่ ถ้าเจอตัวจริงแล้วเข้ากันไม่ได้ ก็คงไม่ดี
ทันใดนั้นเอง
ข้อความของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของซูฉี
[ภารกิจหลักถูกปล่อยออกมา]
[เอาชีวิตรอดในวันแข่งขัน และหากุญแจของประตูสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อหลบหนี]
เขาหรี่ตาลง ดันเจี้ยนระดับฝันร้าย…แต่ภารกิจหลักกลับไม่ได้ให้ ‘ชนะ’ ขอเพียงแค่มีชีวิตรอดก็พอ
ดูท่าพรุ่งนี้ คงจะอันตรายน่าดู
ท่ามกลางความมืด ซูฉีเอ่ยถามว่า
"ในวันแข่งขัน…พวกนายมีหน้าที่อะไรบ้าง?"
ทั้งสามยังคงตื่นอยู่ ตัวสั่นด้วยความกลัวจากการตรวจสอบหอพัก
ชายหัวงูตอบเสียงแหบพร่าในทันที
"มันต่างกันไปทุกเดือน แล้วแต่ความสนใจของพนักงานสามคนนั้น ว่าจะหาความสนุกจากอะไร"
พนักงานประจำสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีทั้งหมดสามคน แม่ครัว, ผู้ดูแล, และฝ่ายโลจิสติกส์
"พวกนั้นน่ากลัวมาก" น้องจระเข้เผยสีหน้าหวาดผวา "ถ้านายได้อันดับต่ำ…นายจะถูกฆ่า"
ซูฉีถามต่อ
"แล้วพวกนายถูกพามาที่นี่ได้ยังไง?"
ที่นี่ถูกเรียกว่า สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แปลว่าคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นเด็ก เด็กที่ถูกทอดทิ้ง
"เพราะว่า…" เด็กชายแมงมุมเงยหน้าซีดเซียวขึ้น ยิ้มออกมาอย่างอับจน "ข้างนอก… พวกเราล้วนเป็น ‘ตัวประหลาด’ …คนอื่นต่างก็หวาดกลัวพวกเรา รวมถึงพ่อแม่ของเราเองด้วย"
…เลิกยิ้มเถอะ มันน่าขนลุกจริง ๆ
"ที่นี่…พวกเราทำได้แค่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดเหมือนสัตว์ประหลาด" ชายหัวงูกล่าวอย่างเจ็บปวด "พวกมันก็แค่ชอบดูพวกเราในสภาพนี้"
มันพูดเสริมอย่างอ่อนแรง "การที่ฉันโจมตีนาย…ก็เป็นเรื่องปกติของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้อยู่แล้ว สุดท้ายก ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด"
"เลิกแก้ตัวเถอะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก"
ซูฉีกลอกตาใส่
เขาถอนสายตากลับ ‘ก็เหมือนกันหมดสินะ’
ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ปิดตายแห่งนี้ ทุกคนถูกบังคับให้ทำตามกฎดิบเถื่อนของธรรมชาติ
น้องจระเข้พยักหน้าช้า ๆ เสียงเต็มไปด้วยความจำนน "ใช่…แต่ก็ไม่มีทางเลือก ทุกคนต่างก็สู้เพื่อเอาตัวรอด ส่วนคนที่ตายก็จะถูกแทนที่ด้วยคนใหม่เสมอ"
"พูดถึงเรื่องนี้…" น้ำเสียงของชายหัวงูก็สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว "นายควรระวังพวกห้องหนึ่งไว้ให้ดี พรุ่งนี้อย่าไปยั่วพวกมันเด็ดขาด"
"หา?"
"พวกนั้นอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้มานานที่สุด รอดมาได้ด้วยทุกวิถีทาง และยังสนิทกับพนักงานทั้งสาม ทำให้พวกมันไม่กลัวอะไรเลย"
ชายหัวงูชี้ไปที่เตียงของซูฉี "คนก่อนที่เคยนอนตรงนี้คือพี่หมา เขาเคยไปทำให้พวกห้องหนึ่งโกรธในการแข่งขันครั้งก่อน ผลก็คือ…ถูกพวกนั้นจับมัดกับเสาไฟ แล้วกัดแขนขาจนขาด"
"คืนนั้น…พี่หมาก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย"
น้องจระเข้ก้มหน้าเอ่ยเบา ๆ "จริง ๆ แล้ว…ผมก็ชอบเขาอยู่นะ"
ซูฉีเงียบไป เขามองดูด้านบนศีรษะของอีกฝ่าย ๆ ที่ตอนนี้มีเครื่องหมายคำถามลอยเด่นอยู่ บอกให้รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไร
[ยอมจำนน ไม่กล้าทำตัวเด่น] จากเด็กชายแมงมุม
[หวาดกลัวชีวิตแบบนี้ คิดถึงโลกข้างนอก] จากน้องจระเข้
[หวนระลึกถึงความรู้สึกขาดอากาศเมื่อครู่] จากชายหัวงู
"????"
เปลือกตาของซูฉีกระตุกแรง ไอ้อันสุดท้ายนี่มันอะไรของมัน?!
"นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตั้งสมาธิให้เต็มที่" น้องจระเข้เตือนเสียงต่ำ
"เลยเที่ยงคืนมาแล้ว ถ้าไม่รีบนอนแล้วตื่นสาย พรุ่งนี้จะถูกนับเป็นการละเมิดกฎอีก"
"อืม…ราตรีสวัสดิ์ทุกคน…" เด็กชายแมงมุมเอ่ยเบา ๆ
แต่ซูฉีกลับไม่ออกเสียงราวกับหลับไปแล้ว คนอื่น ๆ จึงเงียบลงเช่นกัน และค่อย ๆ ปิดตา เตรียมตัวเข้าสู่การนอนหลับ
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซูฉีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น จ้องมองความมืดมิดด้านนอกที่ดำสนิทราวหมึก
ในที่ที่อันตรายแบบนี้…จะมีใครนอนหลับได้ลงกัน?
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เขารู้สึกว่าการทำภารกิจหลักให้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่…สิ่งที่เขาใส่ใจยิ่งกว่าคือ หัวแกะ และเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงเข้มที่ลอยอยู่เหนือมัน
หากจะทำให้สำเร็จ มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น
ตอนนี้ไพ่ตายที่ซูฉีมีอยู่ก็มีเพียง ยีนปีศาจราตรีที่ออกฤทธิ์เฉพาะตอนกลางคืนหรือในที่มืด หากเขาต้องการหาเบาะแสเพิ่มเติม เขาก็จำเป็นต้องใช้มันให้เต็มที่
ซูฉีมองไปที่อีกสามคนที่เริ่มกรนเบา ๆ แล้วส่ายหัว
‘เด็กพวกนี้้ ยังหลับกันได้อีกนะ’
เขาลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ผลักบานประตูออกด้วยความระมัดระวัง ความมืดที่ไร้ก้นบึ้งก็เผยตัวออกมาเหมือนปากยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินเขาทันทีที่ก้าวออกไป
ความกลัว ความหนาวเหน็บ ความกังวลต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก…
…ขอโทษที
พี่ซู ไม่สะทกสะท้าน
เขาเพียงแค่ปิดประตูเบา ๆ แล้วก้าวออกไป
ร่างเล็ก ๆ ของเขาเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เต็มไปด้วยอันตราย ความมืดรายล้อมทุกทิศ มีเพียงแสงไฟจาดถนนสลัวสีเหลือง กระพริบติด ๆ ดับ ๆ
ซูฉีเดินลึกเข้าไปในทางเดิน
นอกจากบัฟจาก ปีศาจราตรี แล้ว เขายังมีความสามารถพิเศษอีกอย่าง การได้ยินที่คมชัดผิดปกติจากใบหูยาว ๆ ของเขา
เขาสามารถได้ยินแม้แต่เสียงที่แผ่วเบาที่สุด
นี่ก็นับเป็นหนึ่งในทักษะเอาตัวรอดที่ดันเจียนมอบให้ซูฉี
แต่สำหรับเป้าหมายของซูฉีแล้ว สิ่งเหล่านี้…ยังห่างไกลเกินไป
ยามดึกสงัด สรรพสิ่งทั้งปวงล้วนเงียบงัน
ซูฉีเดินไปตามทางเดิน จนถึงห้องหมายเลขหนึ่ง เขาก็ได้ยินเสียงกรนดังออกมาจากภายใน บ่งบอกว่าคนในนั้นกำลังหลับลึก
จากนั้นเขาจึงเหลือบตามองไปยังสุดปลายทางเดิน…
โรงอาหารอยู่ไกลออกไป ส่วนสำนักงานตั้งอยู่ทางซ้ายของประตูเหล็กใหญ่ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และโกดังเก็บของตั้งอยู่ที่มุมใต้แสงไฟถนนทางขวา
ดูเหมือนพนักงานทั้งสามจะอาศัยอยู่ที่นี่
ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าใกล้
หูของเขาก็กระตุกทันที ได้ยินเสียงพูดคุยดังลอดออกมาจากความมืด
"มีคนอยู่ข้างนอก!"
ซูฉีรีบเอนตัวพิงวัตถุหนึ่งเพื่อใช้บังตัว
จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง
ที่ลานด้านหลังของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ร่างเงาสามร่าง…ยืนล้อมกองไฟอยู่ เงาของพวกมันสะท้อนกับกำแพงอย่างน่าขนลุก
"เลือด…พอไหม?"
"…รวมของพรุ่งนี้ก็คงจะพอแล้ว"
"เลี้ยงไว้นานเกินไปแล้วนะ ดันเกิดผูกพันขึ้นมา ฮะฮะฮะ!"
"แล้วผู้อำนวยการล่ะ?"
"ตรวจห้องพักเสร็จแล้ว คงกำลังเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้…"
"ตาเฒ่านั่น…เฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว"
"อย่าลืมว่าเมื่อหกเดือนก่อน เขาเกือบจะตายอยู่แล้ว ต้องคอยยื้อชีวิตด้วยเลือดเนื้อจนถึงตอนนี้ ในที่สุดวันที่เขาเฝ้ารอก็มาถึง”
"พรุ่งนี้คือ… การแข่งขันครั้งสุดท้าย ทุกคนก็สมควรได้สนุกเต็มที่"
"แน่นอน…" คนที่หัวเราะประหลาดยกไหขึ้น เทเลือดสด ๆ ปริมาณมากลงไปในบ่อ
ขณะที่อีกสองคนกำลังลากเส้นลวดลายอยู่ตรงขอบบ่อ คล้ายกำลังทำพิธีกรรมบางอย่าง
ดูแล้ว…ใช่แน่
ซูฉีมองภาพคุ้นตานี้
ไม่ผิดเลย มันเกี่ยวข้องกับ พี่ชายคนดี ของเขา เทพมาร
เรื่องนี้พิสูจน์ได้อย่างหนึ่ง
แต่ละดันเจี้ยนไม่ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นพวกปนเปื้อน หรือสาวกของเทพมาร…ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันทั้งสิ้น
"ได้เวลาลงมือแล้ว" ซูฉีเหลือบตามองไปยังบ้านทั้งสามหลัง
เวลาเร่งรัด ภารกิจก็สำคัญ เขาจำเป็นต้องหาของที่มีประโยชน์ก่อนที่พวกนั้นจะทำพิธีเสร็จ
หรือไม่ก็…
หาจังหวะเล่นงานใครสักคน?