- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 38 ความรักที่เติมเต็มสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
บทที่ 38 ความรักที่เติมเต็มสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
บทที่ 38 ความรักที่เติมเต็มสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
‘กลิ่นฉุนชะมัด…’
ซูฉียังไม่ทันลืมตา กลิ่นเหม็นก็พุ่งใส่จมูกทันที
ทั้งกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของห้องน้ำ ปนกับกลิ่นฉุนของปัสสาวะ และกลิ่นอุจจาระที่เน่าเหม็น
เขาลืมตาขึ้นมา
แล้วก็รู้ทันทีว่าตัวเองอยู่ในห้องน้ำ
เขากวาดตามองรอบ ๆ "นี่มัน…ห้องน้ำสาธารณะ?"
เสียงของซูฉีหยุดกะทันหัน เมื่อสายตาตกลงไปยังมือเล็ก ๆ ที่นิ่มนวลของตัวเอง และเสื้อผ้าลายการ์ตูนที่สวมอยู่
เขาชะงักไปเล็กน้อย
"ไม่ใช่ว่าเราโดนยัดเข้าโลกการ์ตูน… แต่ดันกลายเป็นเด็กไปแล้วต่างหาก!"
ก่อนที่เขาจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า กล่องข้อความก็ปรากฏขึ้นต่อหน้า
[โปรดทราบ เนื้อหา CG และฉากแนะนำกำลังเล่นอยู่]
เสียงทุ้มลึก ราวกับกระซิบอยู่ข้างหู ค่อย ๆ เล่าขึ้นอย่างเชื่องช้า
[ที่นี่คือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเมื่อวานนี้…คุณเพิ่งถูกส่งเข้ามา ที่นี่คือโลกที่คุณยังไม่คุ้นเคย]
[สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ มีกฎประหลาดบางอย่าง หากคุณทำผิดกฎ จะถูกพาตัวไป และคุณ…ได้ทำผิดกฎข้อห้ามออกจากหอพักยามค่ำคืนแล้ว!]
เสียงนั้นเย็นเยียบ แฝงกลิ่นอายอันน่าขนลุก พร้อมเสียงพื้นหลังประหลาดที่ดังแทรกมา
[ฟังสิ…เสียงฝีเท้าอยู่ใกล้แค่เอื้อม]
[ดูสิ…กับดักมากมายซ่อนเอาไว้ในความมืด]
[นอนซะ…เด็กที่ไม่ยอมกลับหอพักตอนกลางคืนคือเด็กดื้อ]
[กินซะ…เด็กที่เลือกกินและทิ้งของกินคือน่ารังเกียจยิ่งกว่า]
[คุณหนีไม่ได้]
[คุณจะไม่มีวันหนีไปได้]
[นี่คือคุกของคุณ…สถานที่ที่คุณไม่มีวันออกไปได้]
ภาพตรงหน้าซูฉี ค่อย ๆ สลับกับวลีจากเพลงกล่อมเด็กวิปริตไม่กี่ท่อน ก่อนจะบิดเบี้ยวกลายเป็นเสียงหัวเราะน่าขนลุก แล้วเลือนหายไปอย่างเชื่องช้า
และในวินาทีที่มันหายไป…
ซูฉีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังอยู่ด้านนอก หนักหน่วง… ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังถูกลากไป
เร็วขนาดนี้เลย?
เขาไม่อาจมัวมานั่งคิดทบทวนสิ่งที่ CG เพิ่งฉายไปได้ เพราะตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ข้างนอกแล้ว หากยังยืนเฉยอยู่ตรงนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
เขารีบหันไปมองห้องน้ำทั้งสามห้องทันที
จาก CG ที่เห็น และบรรยากาศตอนนี้ สิ่งที่อยู่นอกประตูนั้นอันตรายแน่ และมันกำลังปิดล้อมทางเข้าไว้ คาดว่าจะเข้ามาได้ภายในห้าวินาที
หนีออกไปไม่ได้… ทางเลือกเดียวคือซ่อนตัว
และที่ที่ซ่อนตัวได้ก็มีเพียงสามห้องน้ำตรงหน้า
เวลาเหลือแค่ห้าวินาที
ซูฉีรู้สึกได้ทันที…ว่าถ้าเลือกผิด จะต้องกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์อันตรายแน่นอน
ไม่มีข้อความช่วยเหลือใด ๆ เพิ่มเติม
เขาต้องพึ่งโชคเพียงอย่างเดียว หลังลังเลสั้น ๆ ก็รีบพุ่งเข้าไปในห้องที่สาม และทันทีที่เข้าไป กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็แทบจะอัดใส่จมูก แต่ซูฉีก็ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมา
ในตอนนั้นเอง…
เงายาวเหยียดทอดตัวเข้ามาที่ทางเข้าห้องน้ำ
มันก้มลงสอดสายตามองลอดช่องใต้ประตูทีละห้อง ร่างนั้นเหมือนกำลังลากบางสิ่งหนัก ๆ ติดตามมา ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนก้าวเข้ามาช้า ๆ
ก้าวเดินของมันเชื่องช้า…แต่กลับฟังดูหนักหน่วงอย่างน่าขนลุก
นี่มันอะไร…?
ซูฉีหรี่ตาลง แม้ในห้องน้ำนั้นจะมืดสนิท ไร้แสงสว่าง
ทว่าเขากลับมองเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจน
เงาดำถืออะไรบางอย่างที่ห่อด้วยถุงสีดำอยู่ในมือ หลังจากเข้าไปในห้องน้ำแล้ว มันก็แกะเชือกที่พันอยู่ด้านบนออก…
ฉับพลัน
กลิ่นคาวเลือดก็พุ่งเข้าจมูกอย่างรุนแรง! เลือดสดจำนวนมหาศาลเริ่มซึมไหลออกมาตามขอบถุง!
คิ้วของซูฉีกระตุกขึ้นทันที
นั่น…ศพงั้นเหรอ?
และไม่ใช่ร่างที่สมบูรณ์แน่นอน ชิ้นเนื้อเล็ก ๆ ยังค่อย ๆ ร่วงหล่นรอดออกมาจากถุงทีละน้อยอย่างชัดเจน
เงาดำเดินมาหยุดตรงหน้าห้องส้วมทั้งสาม
ซูฉีกลั้นหายใจ เฝ้ามองปลายเท้าของมัน…เขาไม่รู้ว่าตัวเลือกที่ทำไปถูกหรือไม่ แต่ตอนนี้ทำได้เพียงฝากชีวิตไว้กับโชคเท่านั้น
ไม่แปลกเลยที่นี่จะถูกจัดเป็นดันเจี้ยนระดับฝันร้าย
เกมเปิดมาก็โยนเขาเข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันตรายสุดขีดทันที!
โดยไม่รีรอ ร่างนั้นเอื้อมมือออกมา ค่อย ๆ ผลักประตูห้องส้วมบานหนึ่ง
เสียงหมุนบานพับดังแผ่วในความเงียบ ดังกึกก้องราวเสียงเสียดสีสนิม
แกร๊ก!
ไม่ใช่ประตูห้องที่ซูฉีซ่อนอยู่ แต่เป็นห้องข้าง ๆ ที่ถูกเปิดออก
เงาดำก้าวเข้าไปข้างใน ก่อนจะเทของทุกอย่างออกจากกระเป๋าลงรางส้วม
เสียงกดชักโครกคำรามก้อง!
ซูฉีก้มมองลงไป และยืนยันได้ว่า สิ่งที่เห็นตรงหน้า…ไม่ใช่ซากมนุษย์ แต่เป็นกองศพสัตว์มากมายปะปนกันอยู่ จากลักษณะที่ยังพอเห็นได้ มีทั้งแมว สุนัข ไก่ป่า รวมไปถึงหมู วัว และแกะ…
ซากสัตว์แต่ละชิ้นถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เลือดสดปนกับน้ำเอ่อขึ้น ส่งกลิ่นคลุ้งขุ่นมัวไปทั่วอากาศ!
ซูฉีบีบจมูกของเขา และเมื่อมองดูสิ่งเหล่านี้ ดวงตาของเขาเผยให้เห็นความสนใจเล็กน้อย
‘เนื้อวัวนี่หั่นชิ้นใหญ่ไปหน่อย แต่ถ้าเอาไปต้มก็คงใช้ได้เลย…’
‘ถ้าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาบแรงนัก ทำซุปแกะร้อน ๆ ซดในคืนมืดแบบนี้ก็คงอุ่นท้องดีเหมือนกัน…’
พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อยในดันเจี้ยน
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นยามดึกในดันเจี้ยน และเด็กชายร่างเล็กที่เขากลายร่างมาอาจเพิ่งตื่นเพราะปวดฉี่ แล้วก็ลืมกฎห้ามออกจากหอพักยามค่ำคืนจนได้มาเจอเรื่องนี้
ร่างเงาหลังจากจัดการสิ่งของเสร็จ มันยังไม่รีบออกไปทันที แต่มันก้าวออกจากห้องส้วมนั้นแล้วหันกลีบมาอีกครั้ง
จากนั้น…
มันเอื้อมมือไปเปิดประตูอีกบานหนึ่ง
โชคดีที่ห้องนั้นไม่ใช่ที่ซูฉีซ่อนอยู่ แต่เป็นห้องที่ใช้เก็บของต่าง ๆ
มันหยิบไม้ถูพื้นออกมา แล้วเริ่มเช็ดรอยเลือดที่หยดเลอะบนพื้นอย่างใจเย็น
หลังจากทำทั้งหมดเสร็จสิ้น…
มันยืนนิ่ง…กวาดสายตาช้า ๆ ไปทั่วห้องน้ำ เหมือนเพื่อยืนยันว่าไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีก
จนกระทั่งแน่ใจแล้ว มันจึงค่อย ๆ หมุนตัว หันหลังเดินออกจากห้องน้ำไป
ซูฉีหรี่ตาลง ไม่รีบร้อนผลักประตูออกไป หากอีกฝ่ายย้อนกลับมาในทันที หรือยังไม่ได้ออกไปจริง ๆ เขาก็จะถูกจับได้ในทันที
‘สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้…อันตรายชะมัด’
ไม่ใช่เพียงเพราะร่างเงานั้นที่กำลังลอบกำจัดศพสัตว์ในยามค่ำคืน แต่ยังเพราะกฎประหลาดมากมายที่ซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย
‘แล้วจากคำแนะนำสั้น ๆ …ถ้าเราไม่รีบกลับหอพัก ก็คงต้องเจออันตรายซ้ำอีกแน่’
ภาพ CG ก่อนหน้านี้ก็ได้เผยกฎบางข้อที่เขาเห็นตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาถูกส่งเข้ามา
ซูฉีเข้าใจดี…เวลาตรวจเช็กหอพักใกล้มาถึงแล้ว เขาต้องรีบกลับไปให้ทัน
ระหว่างที่รออยู่นั้น
ซูฉีลองเปิดช่องเก็บของกับแถบสกิล แต่ก็เป็นไปตามคาด ทั้งหมดถูกผนึกไว้ ไม่สามารถใช้งานได้
แผงสถานะตอนนี้ก็อยู่ที่เลเวล 1 ค่าพื้นฐานทั้งหมดเพียง 5 แต้ม เทียบเท่าร่างกายของเด็กเล็ก ๆ เท่านั้นเอง
ทว่า…
แสงสีแดงจาง ๆ พลันแวบผ่านดวงตาของเขา
แม้ทุกอย่างจะถูกจำกัด แต่ ยีนปีศาจราตรี ไม่ได้ถูกผนึกไปด้วย
เขาไม่เพียงมีสายตาดีมากในความมืดเท่านั้น การฟื้นตัวของค่าพลังร่างกายก็รวดเร็วผิดปกติ แถมยังได้รับพลังและทักษะการเคลื่อนไหวเพิ่มอีก 30 แต้มทันทีที่อยู่ในความมืดอีกด้วย
เมื่อครู่ หากเขาเลือกผิด…ก็ยังมีทางออกอีกทาง คือพุ่งเข้าปะทะโดยตรง!
ด้วยค่าพลัง 30+5 แบบนี้ เพียงพอจะสร้างอันตรายถึงชีวิตต่อผู้ใหญ่ได้ทุกคน
‘เพียงแต่…เรายังไม่รู้ว่าดันเจี้ยนนี้มันคืออะไรแน่’
‘และก็ยังไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเป็นระดับไหน’
การบุ่มบ่ามคงไม่ใช่เรื่องฉลาดนัก
แต่เมื่อมีแผนสำรองอยู่ในมือ ซูฉีจึงค่อย ๆ ดันประตูออก แล้วก้าวออกจากห้องน้ำไป
ด้านนอก มีเพียงแสงไฟถนนที่กระพริบสลัว กับทางเดินทอดยาวสู่หอพัก
ซูฉีเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ร่างเล็กของเขาวิ่งแผ่วเบา แม้แต่เสียงฝีเท้าก็แทบไม่เล็ดลอดออกมา
โชคดีที่ตลอดทางไม่ได้เจออะไรผิดปกติ
เขาอาศัยเส้นทางที่แสดงบนหน้าจอ กลับมาถึงหอพักของตัวเองได้สำเร็จ
ห้องพักเป็นห้องนอนสี่คน ตอนนี้อีกสามคนกำลังหลับสนิทอยู่แล้ว
ซูฉียื่นมือไปจับลูกบิด ค่อย ๆ หมุนเปิดออก
ทว่า ในวินาทีที่ประตูถูกเปิดออก
ร่างหนึ่งกลับยืนอยู่ตรงหน้าประตู มองจ้องเขาด้วยดวงตาสีเขียวที่ส่องประกาย
"นายไปที่ไหนมา!?"