- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 32 งั้นขอเปลี่ยนแผ่นแล้วกันนะ
บทที่ 32 งั้นขอเปลี่ยนแผ่นแล้วกันนะ
บทที่ 32 งั้นขอเปลี่ยนแผ่นแล้วกันนะ
ทุกสายตาหันไปมองยังต้นเสียง
ตรงขอบหน้าผา มีเครื่องเล่นเพลงเก่าวางอยู่ ข้าง ๆ กันคือร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เอามีดชำแหละเหน็บไว้ตรงเอว เงาของเขาถูกทอดยาวลงบนพื้นภายใต้แสงจันทร์
ดวงตาของเฒ่ามะเขือเทศเบิกโพลงทันที
"นั่นมัน…ซูปู้เสียน!"
"พี่ซู!"
"เจ้าลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน!’"
เย่โส่วกับพรรคพวกถึงกับชะงัก หันไปมองชายหนวดเคราที่เป็นคนหลุดปากออกมา
ชายหนวดเคราไอเบา ๆ ก่อนเอ่ยแก้ "เขา…แนะนำตัวแบบนั้นเอง ตอนที่มาหอคอยเมื่อตอนกลางวัน"
"…"
เมื่อสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมา ซูฉีก็หันกลับไปมองด้วยสีหน้าแปลก ๆ พลางพูดว่า "ทำไมต้องจ้องกันแบบนั้นด้วยล่ะ? พวกปีศาจราตรีรอบ ๆ มันหยุดวิ่งกันแล้วหรอ?"
พวกปีศาจราตรีที่เมื่อครู่เหมือนถูกเสียงเครื่องเล่นเพลงเก่าดึงความสนใจไป ตอนนี้ต่างพากันพุ่งเข้าหา พัดพาเสียงคำรามและกลิ่นคาวเลือดอีกครั้ง!
"บ้าชิบ! ทั้งหมดเป็นเพราะเพลงห่วย ๆ นี่แหละ! ระวังตัวไว้ ถอยเร็ว!" เย่โส่วสบถพลางพยายามยันร่างขึ้น แต่ความเจ็บปวดทั่วทั้งตัวผสมกับเรี่ยวแรงที่ร่อยหรอ ทำให้เขาแทบจะหน้ามืดล้มลง
นี่คือสิ่งที่ผู้เล่นจำนวนมากวิจารณ์ ในดินแดนเหวลึก ความเสียหายและความเจ็บปวดที่สัมผัสได้มันสมจริงเกินไป แม้จะถูกปรับลดลงแล้ว แต่ก็ยังส่งผลต่อสภาพร่างกายอย่างรุนแรง
"เพลงห่วย ๆ ?" ซูฉีเลิกคิ้ว "นี่มันเพลง ‘การซุ่มโจมตีจากสิบด้าน’ นะ เป็นเพลงเปิดตัวที่ทรงพลังที่สุดแล้วต่างหาก"
ผู้แปล: เพลงการซุ่มโจมตีจากสิบด้าน Ambush from Ten Sides ไปหาฟังกันได้นะคะ
"พี่ซู เลิกเล่นมุกเถอะ ถ้ามีทักษะหรืออุปกรณ์อะไร ก็รีบใช้เลย ตอนนี้ช่วยชีวิตใครได้ก็ต้องช่วย!" เฒ่ามะเขือเทศเองก็รู้สถานการณ์ดี หากทีมล้มทั้งกลุ่มก็ล้ม นั่นก็หมายถึงการล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
และในวินาทีนั้นเอง ปีศาจราตรีก็เริ่มโจมตีจากกลางอากาศ!
"อย่าตื่นตระหนก"
ซูฉีย่อตัวลง ตบเบา ๆ บนเครื่องเล่นเพลงเก่า แล้วกดปุ่มด้วยความใจเย็น "งั้นขอเปลี่ยนแผ่นแล้วกันนะ"
ทันใดนั้น เสียงดนตรีจากเครื่องเล่นก็เปลี่ยนไป!
จากท่วงทำนองพิณผีผาก่อนหน้านี้ บัดนี้เสียงดนตรีราวกับก้องมาจากขุมนรก แทรกซึมด้วยเสียงกระซิบกระซาบและเสียงเสียดสีกรีดกราย …ราวกับมีใครเอาเลื่อยมาขูดสายไวโอลิน แล้วทุบกลองด้วยค้อนเหล็ก!
ท่ามกลางเสียงดนตรีนั้น เสียงคำรามนับไม่ถ้วนก็ผสานขึ้น ดั่งบทขับร้องหมู่!
ความสยดสยอง…ความผิดเพี้ยน…มลทินทางวิญญาณ!
ความหนาวเย็นอันลึกล้ำไหลบ่าเข้ามาจับหัวใจของทุกคน
การเปลี่ยนสไตล์นี่มันหักมุมเกินไปแล้ว!?
[ท่วงทำนอง “เสียงจากอดีต” เริ่มบรรเลงแล้ว จนกว่าจะสิ้นสุดลง จะเสริมพลังโจมตี ทักษะการเคลื่อนไหว และพละกำลังเพิ่มขึ้นสองเท่า ต่อเนื่องนาน 3 นาที]
ดวงตาของซูฉีวาววับขึ้นด้วยแสงสีแดงจาง ๆ ตอนนี้สถานะของเขาได้ก้าวข้ามมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว ด้วยคุณลักษณะจาก ร่างปีศาจราตรี ที่ได้บวกเพิ่มอีก 30 ในสภาพแวดล้อมที่มืด รวมเข้ากับ 15 จากมีดสังหารร้อยศพ และในตอนนี้…ยังถูกเสริมด้วย เสียงจากอดีต
พลังและความเร็วของเขา ทะยานขึ้นสู่ระดับน่าสะพรึงที่
120!
ซูฉียืนอยู่บนขอบหน้าผา กางแขนออกกว้าง…ปล่อยร่างให้ร่วงตกลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าแล้วถีบผนังถ้ำเต็มแรง!
บึ้ม!
แรงมหาศาลทำให้ผนังถ้ำแตกร้าว!
จากนั้นซูฉีก็พุ่งทะยานไปกลางอากาศ รวดเร็วกว่าปีศาจราตรี
"ก้มหัวลง หนุ่มน้อย"
เสียงของซูฉีดังสะท้อนอยู่ในหูของอาตี้
อาตี้รีบก้มตัวลงทันที
คมมีดชำแหละที่ถูกชักออกจากเอว สาดประกายเย็นเยียบกลายเป็นดวงจันทร์เต็มดวง พุ่งซัดปีศาจราตรีหลายตัวที่โถมเข้ามาให้กระเด็นปลิวไปพร้อมกัน!
"แข็งแกร่งขนาดนี้เชียว!" อาตี้ถึงกับตะลึงงัน
แต่ซูฉีไม่ได้หยุด เพียงแค่เอียงคมมีดเล็กน้อย ร่างก็เลื่อนวูบไหวราวเงา ฟันปีศาจราตรีที่พุ่งเข้าใส่เย่โส่วกลางอากาศจนขาดกระจุย!
ในเวลาเดียวกัน เขายังคว้าตัวเย่โส่วเหวี่ยงไปทางเฒ่ามะเขือเทศ ฝ่ายนั้นถึงกับอุทานตะลึง "ดี! ดี! ดีมาก! ดูท่าพวกเรายังมีหวังอยู่! เตรียมถอยเร็วเข้า!"
"ถอย? ตอนนี้ได้เปรียบอยู่ ทำไมต้องถอย?"
คำพูดของซูฉีทำเอาเย่โส่วแทบจะพ่นเลือด โธ่พี่ชาย…ช่วยเงยหน้าขึ้นมามองรอบถ้ำหน่อยเถอะ! รอบด้านมันมีแต่ปีศาจราตรีที่ถูกดึงเข้ามานับไม่ถ้วน!
"ไม่มีทางหนีหรอก"
ซุนเสี่ยวฮวนขมวดคิ้วแน่น มองฝูงปีศาจราตรีที่ล้อมรอบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บัดนี้พวกมันมีจำนวนมากจนน่าสะพรึง… นับร้อยตัว!
"จบแล้วแน่ ๆ พวกเราต้องถูกล้างบางแน่!" สีหน้าของอาตี้ซีดเผือดแทบสิ้นสติ
"จริง ๆ แล้ว…เราน่าจะลอง คุย กับพวกมันดูก็ได้นะ" ซูฉีชักคมมีดออกจากร่างปีศาจราตรีที่เพิ่งสังหาร ก่อนจะหันไปมองฝูงปีศาจมหึมาที่เบียดเสียดอยู่รอบตัว "ตราบใดที่จริงใจ…บางทีพวกมันอาจยอมฟังเราก็ได้"
"…พี่กำลังพูดบ้าอะไรอยู่?"
เย่โส่วเอ่ยเสียงแผ่ว "พี่ซู…ผมจะอ้วกเป็นเลือดอีกรอบแล้วนะ ตอนนี้ผมใกล้ตายจริง ๆ แล้วเนี่ย"
ซูฉีหัวเราะเบา ๆ ก่อนเก็บมีดเข้าฝัก ดวงตาพลันส่องประกายสีแดงราวหยก!
ชั่วพริบตานั้น ออร่าโดยรอบร่างของเขาเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เสียงของเขาผสานเข้ากับดนตรีสยองที่ก้องสะท้อนทั่วถ้ำ…
"จงคุกเข่าลง!"
เสียงนั้นคำรามสะท้าน ราวกับทำให้อากาศสั่นสะเทือน!
ปีศาจราตรีทุกตนที่ใบหน้าเหี้ยมเกรียม ต่างตัวสั่นสะท้าน ดวงตาเผยความหวาดกลัว และในพริบตาเดียว ตูม! ตูม! ตูม! พวกมันต่างคุกเข่าลงไปกับพื้นพร้อมกัน!
และที่นั่น…ซูฉียืนอยู่ มือวางบนฝักมีด ร่างนั้นราวกับเจ้าเหนือหัวแห่งปีศาจราตรีทั้งมวล
"เห็นไหม…แค่มีทัศนคติที่ถูกต้อง การสื่อสารแบบไหนก็เป็นไปได้!"
"…"
ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่ใช่แค่เพราะภาพตรงหน้ามันชวนช็อกเท่านั้น แต่เพราะในพริบตานั้น แดชบอร์ดของแต่ละคนก็มีข้อความเด้งขึ้นมา
[พลังจิต -1]
เย่โส่วถึงกับสงบใจอยู่ได้ไม่นาน ก่อนจะหันขวับไปจ้องอาตี้ที่ยังคุกเข่าเหมือนคนเหม่อ "แล้วทำไมเมื่อกี้นายถึงคุกเข่าด้วยล่ะ?"
อาตี้เหมือนได้สติกลับมา รีบเด้งตัวลุกขึ้นพลางตะโกน "ผมสะดุดต่างหากเล่าโว้ย!"
"ถึงผมจะไม่รู้ว่าพี่ซูทำได้ยังไง…แต่ดูเหมือนพวกเราจะมีทางรอดแล้วจริง ๆ" เฒ่ามะเขือเทศถอนหายใจโล่งอก
ทว่า ซูฉีกลับพูดเสียงเรียบ "จริง ๆ แล้ว…เมื่อกี้ผมแค่ขู่เฉย ๆ พวกปีศาจราตรีมันไม่ฉลาดนัก ก็เลยเผลอตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ แต่พอมันได้สติ…"
เฒ่ามะเขือเทศถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัว แล้วทำไมไม่พูดก่อนหน้านี้!
"เราต้องถอยก่อน!"
"ดูสิ! มีพวกมันสองตัวเริ่มได้สติแล้ว…พวกมัน…" เย่โส่วพูดไปพลันก็ชะงัก เพราะไม่รู้จะอธิบายต่อยังไง
ตรงปากถ้ำ ปรากฏปีศาจราตรีสองตน!
แต่พวกมัน…กำลังขับรถเข้ามา!
หนึ่งในนั้นยังตะโกนออกมาอีกว่า
"ของอยู่ที่นี่แล้ว! พวกเราเข้าใกล้ต้นโอ๊กใหญ่ไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนมันกลืน! ต้องเป็นพวกคุณทำแทน!"
พวกมัน…พูดได้ด้วย!?
ปีศาจราตรีอีกตนยกถังขนาดมหึมาที่บรรทุกอยู่ท้ายรถ ขว้างตรงมาที่ซูฉี
ซูฉีรับเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ก่อนจะวิ่งตรงดิ่งไปทางต้นโอ๊กใหญ่ทันที
ในวินาทีนั้นเอง
ต้นโอ๊กยักษ์ราวกับสัมผัสถึงอันตราย มันเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อย และจากใบที่แผ่ขยายราวเส้นเลือด กลับมีเลือดจำนวนมหาศาลไหลซึมออกมาอย่างน่าสะพรึง!
ฝูงปีศาจราตรีจำนวนมหาศาลที่เมื่อครู่ยังสั่นกลัว กลับสลัดสัญชาตญาณนั้นทิ้ง แล้วลุกฮือขึ้นพร้อมกัน!
ทีละตน…ทีละตน พวกมันกระโจนคลุ้มคลั่ง ราวกับคลื่นมหาสมุทรแห่งอสูรกายที่พวยพุ่งจากทุกทิศทุกทาง มุ่งตรงเข้าหาซูฉี!
[รองเท้าลมดำถูกกระตุ้น พลังกายถูกใช้ไป 100 แต้ม ทักษะการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 30%]
ทักษะการเคลื่อนไหวมีหลายแง่มุม ความเร็วเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่กระนั้น…มันก็ทำให้ซูฉีสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของ บุรุษสายลม อย่างแท้จริง!
ก็คือร่างกายเร็วจนสมองตามไม่ทัน ถ้าสมองยังตามทัน… ก็คงไม่ใช่สายลมอีกแล้ว
ในพริบตาเดียว เขาก็พุ่งมาถึงหน้าต้นโอ๊กมหึมา!
ในถังขนาดใหญ่ที่เขาถือมา บรรจุด้วยน้ำยาที่ครานสังเคราะห์ขึ้นจากตัวอย่างต้นอ่อนดั้งเดิมที่เขานำกลับมา ด้วยพละกำลังของซูฉี มันกระแทกเข้าใส่ต้นตอที่หยั่งรากอยู่บนแผ่นดินนี้มาอย่างยาวนานถึงยี่สิบปี
น้ำยาสีน้ำเงินพลันทะลักออกมา!
ต้นโอ๊กมหึมาราวกับโดนพิษร้ายในทันที ทั้งต้นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พร้อมส่งเสียงกรีดร้องดุจปีศาจ!
"ประสิทธิภาพมันแรงขนาดนี้เชียวหรือ?"
ซูฉีหันไปเห็นปีศาจราตรีรอบ ๆ กุมหัวโอดครวญกันระงม ราวกับโดนเสียงกรีดร้องนั้นทำร้ายไปพร้อมกัน!
เขากำลังจะก้าวถอยหลังเล็กน้อย เพื่อหลบละอองน้ำยาที่ไหลย้อยจากรากไม้…
แต่แล้วสายตาของซูฉีก็แข็งค้าง!
บนลำต้น ปรากฏลวดลายที่แทบไม่สังเกตเห็น วงไฟที่โอบล้อมวงกลมเอาไว้ และภายในนั้นเต็มไปด้วยเส้นสายที่ราวกับ นัยน์ตาตั้งเรียงนับไม่ถ้วน!
ราวกับมี ปีศาจร้ายตนหนึ่งกำลังจ้องเขาอยู่ …