เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 พี่ซู ทำอะไรของคุณ!

บทที่ 22 พี่ซู ทำอะไรของคุณ!

บทที่ 22 พี่ซู ทำอะไรของคุณ!


ชายคนนี้ชื่อ ซุนเสี่ยวฮวน แววตาคมกริบ สวมเสื้อกล้ามดำรัดรูปกับกางเกงสนาม ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อชัดเจน บุคลิกโดดเด่นไม่เหมือนใคร

เลเวลของเขาแตะระดับ 9 แล้ว…ถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มนี้

กลไกจับคู่ของดันเจี้ยนทีมจะไม่ยอมให้ความต่างเกินห้าระดับ เพราะเลเวลที่สูงกว่าย่อมหมายถึงแต้มค่าสถานะที่มากกว่า…จนสร้างความแตกต่างด้านความแข็งแกร่ง

ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงว่าจะมีพวกอ่อนปวกเปียกถ่วงทีม หรือพวกเลเวลสูงจนเกินรับมือ

ก็เพราะคำเตือนของซุนเสี่ยวฮวนนี่แหละ ที่ทำให้ทุกคนหันออกไปมองด้านนอก

ข้างนอกคือถนนไฮเวย์ที่เต็มไปด้วยซากรถร้างนับไม่ถ้วน และฝูงซอมบี้ที่เดินโซเซเดินไปมาบนถนน

แสงอาทิตย์ยามอัสดงส่องผ่านหมู่เมฆสีเลือด ตกกระทบลงบนใบหน้าที่เน่าเปื่อย จนดูทั้งน่าสยดสยองและชวนคลื่นไส้ในคราวเดียวกัน

"นี่มัน…ดันเจี้ยนซอมบี้งั้นเหรอ?"

ยังไม่มีใครทันตอบ เสียงระบบก็เด้งขึ้นมาทันที

[กำลังโหลด CG และคำบรรยายของดันเจี้ยน…]

[ซซ…ซซ…]

ถัดมาเป็นเสียงซ่า ๆ จากวิทยุสื่อสาร แทรกเข้ามาในโสตประสาทของทุกคนอย่างช้า ๆ

[ที่นี่คือ…ซซ…เมือง ‘ศรีลาน’ ตอนนี้ได้กลายเป็นนครแห่งความตายแล้ว มีซอมบี้ติดเชื้อนับไม่ถ้วนพเนจรอยู่ทุกตรอกซอกมุม ในเมืองอันเงียบสงัดและโศกเศร้านี้ ผู้รอดชีวิตต่างดิ้นรนด้วยความสิ้นหวังท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่ค่อย ๆ จางหาย…และบางที…คุณอาจจะกลายเป็นหนึ่งในนั้น…หรือไม่ก็เป็นอาหารของมัน…]

ทันใดนั้นเสียงก็ขาดหาย ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ประสาทการได้ยินของทุกคนกลับคืนเป็นปกติ

"ดูท่าจะเป็นดันเจี้ยนซอมบี้จริง ๆ" เฒ่ามะเขือเทศพึมพำ "ด้วยเลเวลของพวกเรา แค่ซอมบี้ที่โชว์ในฉากเปิด ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก"

เย่โส่วก็เหลือบมองซากซอมบี้นอกหน้าต่างเช่นกัน "พวกนี้เดินช้ากว่าที่คิดอีก ซัดง่ายแน่ แต่เรื่องมันต้องไม่ง่าย ๆ แบบนี้หรอก…"

ขณะเดียวกัน ซุนเสี่ยวฮวนก็เอ่ยเสียงเรียบ "ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกของพวกคุณ ที่เข้าดันเจี้ยนทีมใช่ไหม?"

"หืม?"

"ความยากของดันเจี้ยนทีม โดยทั่วไปจะต่ำกว่าดันเจี้ยนเดี่ยวเล็กน้อย แต่มันก็สัมพันธ์กับ

จำนวนและความแข็งแกร่งของผู้เล่นด้วย" เขาพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง "รอบนี้มีเลเวล 9 หนึ่งคน เลเวล 7 สามคน และเลเวล 6 สองคน นั่นหมายความว่าความยากซ่อนเร้นของดันเจี้ยนนี้ สูงกว่าที่พวกคุณคิดไว้แน่ ๆ ผมแนะนำอย่าประมาท…แล้วก็อย่าทำเรื่องประหลาด ๆ …แบบเขา"

ทุกคนหันตามสายตาของซุนเสี่ยวฮวนไปทันที ก็เห็นซูฉีกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างศพใครสักคน

เย่โส่วก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น "พี่ซู…คุณกำลังทำอะไรอยู่?"

"ผมคิดว่าน่าจะมีข้อมูลบางอย่างอยู่บนร่างนี้"

ซูฉีพูดพลางพลิกศพเน่าเหม็นที่ชวนให้คลื่นไส้ขึ้นมา ก่อนจะกระชากเสื้อผ้าเปื้อนเลือดออก เผยให้เห็นโพรงอกที่กลวงโบ๋

เฒ่ามะเขือเทศหรี่ตา มองภาพสยองตรงหน้าไม่ถนัดนัก พลางกระแอมออกมาอย่างฝืดเคือง "คือ…ศพที่เน่าไปขนาดนี้ ปกติไม่ค่อยมีเบาะแสอะไรแล้วหรอกนะ ลองไปค้นตู้เก็บของใต้ท้องรถก่อนดีกว่าไหม?"

"เหมือนในกระเป๋าก็ไม่มีอะไรจริง ๆ แฮะ"

ซูฉีมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทำสิ่งที่เหลือเชื่อ…เขายัดมือลงไปในโพรงอกนั้นทันที!

"เฮ้ย!" อาเฉียกับอาตี้ตาแทบถลน

"หยุดเลยนะโว้ย!"

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปตามกัน แม้จะเคยผ่านดันเจี้ยนกันมาบ้าง แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังเป็น ‘คนธรรมดา’ อยู่ดี

"พวกนาย…มาด้วยกันจริง ๆ ใช่ไหม?" ซุนเสี่ยวฮวนเองก็อดรู้สึกขยะแขยงไม่ได้ เขาหันสายตาแปลก ๆ ไปมองเย่โส่วกับเฒ่ามะเขือเทศ

"ไม่ ไม่ ไม่ใช่พวกผมหรอก!"

ทั้งคู่รีบส่ายหัวรัว ๆ ราวกับอยากตัดขาดจากการกระทำเพี้ยน ๆ นั่นให้เร็วที่สุด

ทว่าทันใดนั้นเอง…

ฉีก็ดึงกุญแจเปื้อนเลือดออกมาจากโพรงอก แล้วโบกไปมาให้ทุกคนดู "เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่ามีอะไรซ่อนอยู่จริง ๆ"

"????"

สีหน้าของทุกคนแข็งค้างไปหมด …มันมีของอยู่จริงด้วย!

"นี่น่าจะเป็นกุญแจรถบัสนะ"

ซูฉีเสียบกุญแจลงในช่องของคนขับ บิดเบา ๆ วงจรก็ติดขึ้นมา แต่เพราะไม่มีเชื้อเพลิง รถจึงไม่สามารถสตาร์ตได้ เขากดปุ่มหนึ่ง ประตูรถบัสที่ปิดแน่นก็เปิดออกในทันที

"…"

อาตี้กลั้นไม่อยู่ เอ่ยขึ้นมา "จริง ๆ เราน่าจะทุบประตูออกไปได้เลยนะ ไม่เห็นต้องทำอะไร…น่าขยะแขยงขนาดนั้น"

ซูฉีหันไปมอง "ก็จริง แต่…พวกเราจะโดนซอมบี้รุมทันที"

"ทำไมล่ะ?" อาเฉียสงสัย

เฒ่ามะเขือเทศขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะคลายหน้าลงเหมือนพอเข้าใจ "เพราะในบทนำของดันเจี้ยนมันบอกชัด เมืองนี้คือเมืองเงียบ ถ้าเกิดเสียงแม้แต่น้อย ก็จะดึงดูดซอมบี้รอบ ๆ เข้ามา จากนั้นถ้าอยากออกจากรถ ก็ต้องฝ่าฝูงซอมบี้ออกไป"

"แน่นอน นั่นก็หมายถึงฆ่าซอมบี้มากขึ้น" ซูฉีเอ่ยพลางยักไหล่ "แต่ก่อนที่เราจะเข้าใจโลกนี้จริง ๆ ผมว่าการรักษาเรี่ยวแรงกับกำลังกายเอาไว้…จำเป็นกว่า"

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ "…อีกสองอย่างนะ อย่างแรกคือการสัมผัสเลือดตรง ๆ ไม่ทำให้ติดเชื้อ แม้มันจะกลายเป็นความรู้สามัญในหนังซอมบี้ไปแล้วก็ตาม แต่ในสภาพแวดล้อมใหม่ เราก็ไม่ควรประมาท อย่างที่สองคือ…แม้จะถูกควักอกออกแล้ว ซอมบี้มันก็ไม่ตาย"

"?? ไม่ใช่มันตายไปแล้วเหรอ?" อาเฉียอุทานอย่างงุนงง

ซูฉีส่ายหัว พลางชี้ไปที่เบาะคนขับ "ตรงนี้แหละคือจุดที่มันโดนกัด เลือดก้อนใหญ่ยังเห็นชัดอยู่เลย จากนั้นมันก็เดินโซเซไปมาในทางเดินแคบ ๆ อยู่นาน จนเซลล์ในร่างกายค่อย ๆ ตายลง สุดท้ายถึงได้มาล้มลงตรงนี้"

ซุนเสี่ยวฮวนเหลือบตามองซูฉีอย่างแปลกใจเล็กน้อย

เย่โส่วยกนิ้วโป้งให้ "พี่ซู…ผมขอจับคู่ดูโอ้กับพี่ได้ไหม?"

“เฮ้!” เฒ่ามะเขือเทศโพล่งขึ้น

"งั้นต่อไป…"

ซูฉียิ้มกวน ๆ ก่อนจะหยิบธงเล็ก ๆ จากช่องเก็บของขึ้นมาโบกไปมา "ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี…เชิญรวมพลลงจากรถบัส แล้วตามไกด์ซูไปสำรวจเมืองกันเถอะ"

ทุกคน "….."

เย่โส่วหันกลับไปจับไหล่เฒ่ามะเขือเทศ "ผมผิดเองครับพี่มะเขือเทศ หมอนี่มันเพี้ยนจริง ๆ ผมไปจับคู่กับพี่ดีกว่า"

สุดท้ายทุกคนก็พากันลงจากรถบัส

แต่ซูฉีสังเกตเห็นว่า นอกจากซุนเสี่ยวฮวนกับเย่โส่วที่มีดาบบินกับขวานดับเพลิงอยู่ในมือแล้ว คนอื่น ๆ กลับไม่ได้หยิบอาวุธอะไรออกมาจากช่องเก็บของเลย

"แล้วอาวุธของพวกนายอยู่ไหน?"

"พวกเรา? ไม่มีหรอก" อาตี้ส่ายหัว

เฒ่ามะเขือเทศเกาแก้มพลางอธิบาย "อุปกรณ์ประเภทอาวุธหายากมากนะ แล้วในดันเจี้ยนเดี่ยว ปกติแค่มีดคม ๆ ก็หยิบออกมาใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ"

"งั้นก่อนอื่นก็ต้องหาที่ที่พอจะจัดหาอาวุธเย็นให้พวกนายได้ก่อน" ซูฉีว่า

"ไม่ต้องรีบก็ได้"

"รีบสิ" ซูฉีหันไปมองดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า "พวกนายยังจำคำว่า ‘แสงอัสดงสุดท้ายกำลังจางหาย’ ได้ไหม?"

เย่โส่วหรี่ตาแคบลง

"หมายความว่าถ้าไม่เจอที่ปลอดภัยก่อนฟ้ามืด เราอาจต้องเจอกับอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่าใช่ไหม?"

"ใช่ ดังนั้นการสละเวลาเพื่อหาอาวุธเพิ่มสักหน่อย ก็ถือว่าคุ้มค่า ไม่ใช่แค่ป้องกันไม่ให้พวกนายกลายเป็น ‘ผู้ชมไร้อาวุธ’ แต่ยังช่วยให้เราหาที่ปลอดภัยได้เร็วขึ้นด้วย"

ทันทีที่ซูฉีพูดจบ…

อินเทอร์เฟซภารกิจก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน

[ภารกิจหลัก 1 เริ่มต้น]

[หาหอคอยให้เจอก่อนฟ้ามืด]

จบบทที่ บทที่ 22 พี่ซู ทำอะไรของคุณ!

คัดลอกลิงก์แล้ว