เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 เข้าสู่ดันเจี้ยนทีม

บทที่ 21 เข้าสู่ดันเจี้ยนทีม

บทที่ 21 เข้าสู่ดันเจี้ยนทีม


ซูหลินชิวนั่งอยู่กับที่ แต่สายตากลับกวาดมองไปยังคนอื่น ๆ

เฒ่ามะเขือเทศนั้นแม้จะเป็นพวกเก็บตัว แต่พอหัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาเป็นเรื่องเกม เขาก็เหมือนเขื่อนน้ำแตก พรั่งพรูพูดถึงกลยุทธ์และมุมมองต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณที่เฉียบแหลมแต่กำเนิด

เขาเคยเคลียร์ดันเจี้ยนระดับยาก มาแล้วสองครั้ง ได้คะแนนสูงสุดถึง 88

สำหรับจวินโม่เหวิน คำพูดของเขาเรียบง่าย ไม่โอ้อวด เวลาคุยกับคนอื่นก็จริงใจ ไม่ได้วางตัวสูงส่ง เพียงแต่ชอบอยู่เงียบ ๆ มากกว่า เป็นผู้เล่นที่ขับเคลื่อนด้วยสติปัญญาโดยแท้

เขาเคยผ่านโหมดฝันร้าย มาแล้วหนึ่งครั้ง ได้คะแนน 79

ส่วนผู้พิทักษ์แห่งความมืด… ซูหลินชิวเหลือบตามองอีกฝ่าย ขณะกำลังคุยกับคนอื่น เขากลับแอบชูสองนิ้วใส่มาอย่างลับ ๆ …ไม่มีผิดแน่ หมอนี่คือ ‘คนใน’ ของสำนักสืบสวน ที่ตอนนี้ถูกจับมาร่วมอยู่ใต้คำสั่งของเขาอย่างไม่เต็มใจนัก

ทำไมถึงว่าไม่เต็มใจ?

ก็เพราะเจ้าหมอนี่มี ‘เส้นใหญ่’ อยู่ในสำนักสืบสวน หลังจากที่ ‘ดินแดนเหวลึก’ เปิดทดสอบแบบสาธารณะ เขาก็ถูกส่งตรงเข้ามาสังกัดทีมนี้ทันที

แถมไม่ได้เป็นแค่พวกอาศัยเส้นสาย ความสามารถของเขาก็โดดเด่นจริง เคยผ่านดันเจี้ยนระดับยาก มาแล้วถึงสามครั้ง คะแนนเฉลี่ย 81

ระบบการประเมินของเกมนั้นครอบคลุมหลายด้าน ทั้งพลังการต่อสู้ โชค ความเข้าใจในโลก การทำภารกิจเสร็จสิ้น และอื่น ๆ อีกมากมาย …ซับซ้อนแต่ก็รอบด้าน

และทั้งสามคนนี้เอง คือเหล่าหน้าใหม่ที่มีแวว ซึ่งซูหลินชิวกำลังจับตามองอยู่ในตอนนี้

ส่วนอีกสองคน…พวกที่มี ‘การเผชิญหน้ากับสิ่งเหนือธรรมชาติ’

ซูหลินชิวหันไปมองเด็กสาวที่ใส่หมวกติดกันกับซูฉี เขาพอเข้าใจว่าทำไมถึงเอาแต่นอนตลอด สุดท้ายแล้ว เด็กสาวคนนั้นโดนสิ่งผิดปกติรบกวน การอดนอนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย

แต่โธ่เอ๊ย อีกคนนี่กินตั้งแต่ต้นยันจบ

นี่…ไปตายอดตายอยากมากจากไหน เป็นผีหิวโซกลับชาติมาเกิดใหม่หรือยังไง?

ซูฉีเหมือนจะรู้ตัว เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย แล้วยิ้มบางออกมา

"…"

ซูหลินชิวจำต้องเบือนสายตาหนี ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ก็โดนเจ้านี่ ‘เล่นงาน’ ซะเสียหลักไปแล้ว เขาต้องยอมรับ…ว่าเขาเหมาะกับการสู้มากกว่าการรับมือกับคนประเภทนี้ เรื่องแบบนี้เขาไม่ไหวจริง ๆ

และยังมีจุดประหลาดอยู่ข้อหนึ่ง…

เขาไม่อาจหาบันทึกการเคลียร์ดันเจี้ยนหรือคะแนนของซูฉีได้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้…ดูเหมือนข้อมูลของซูฉีจะถูก ‘รบกวน’ ต้องใช้เวลาฟื้นฟู

‘หรือว่า… จะเกิดบั๊กขึ้น?’

ทว่าซูหลินชิวก็ยังมองว่าไร้เหตุผลนัก ‘ช่างเถอะ มันก็ไม่ใช่เกมจริง ๆ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว’

‘เดี๋ยวเราค่อยลองใช้สิทธิ์ระดับสูงของอาจารย์ตรวจสอบทีหลังก็แล้วกัน’

….

การประชุมออฟไลน์จึงจบลงแบบลวก ๆ หลังจากที่ทุกคนแอดเป็นเพื่อนกันเสร็จ ก็รีบแยกย้ายกลับไป

แรกเริ่มในช่วงทดสอบสาธารณะ ทุกคนต่างก็เร่งรีบจะอัปเลเวลให้เร็วที่สุด ขยายข้อได้เปรียบของตัวเอง และผ่านการประเมินของชมรมเพื่อกลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ

ซูฉีก็เรียกแท็กซี่กลับบ้านเช่นกัน และทันทีที่ก้าวเข้าสู่คอมมูนิตี้ เขาก็เหลือบเห็นแมวขาวตัวหนึ่งที่มีลักษณะสะดุดตา

เจ้าแมวขาวนั้นดูไม่ธรรมดา จนซูฉีอดหันมองซ้ำไม่ได้

บนหน้าผากมันถูกโกนขนออกจนเกลี้ยง

และทันทีที่เขาปรากฏตัว เจ้าแมวขาวก็จ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาดำสนิทไร้การกระพริบ

"คงไม่ใช่ตัวเดิมหรอกมั้ง… ตัวนี้อ้วนกว่าชัด ๆ แต่เจ้าของมันนี่ก็ช่างมีรสนิยมเหมือนกันนะ ให้มันทำทรงผมแบบนี้เนี่ย"

ซูฉีบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเดินผ่านไป แมวขาวนั้นตะกุยเล็บกับพื้นอย่างแรง ส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ แต่ก็ไม่กล้าพุ่งเข้าใส่

เมื่อกลับถึงบ้าน ซูฉีก็ล้มตัวลงนอนในแคปซูลเกมทันที

[กำลังเชื่อมต่อระบบประสาท…]

[เชื่อมต่อสำเร็จ]

[ยินดีต้อนรับ ผู้เล่น ซูปู้เสียน เข้าสู่เกม]

ซูฉีไม่ได้รีบกดจับคู่ แต่เลือกไปที่การสุ่มรางวัลก่อน

กล่องรางวัลสั่นโยกไปมา ก่อนจะระเบิดออกด้วยเสียงดัง

ปัง!

ภายในนั้น…แทนที่จะเป็นลูกแก้วแสงกลับกลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง

[ชื่อ: รองเท้าลมดำ]

[ประเภท: อุปกรณ์]

[คุณภาพ: ธรรมดา]

[การใช้: พลังกาย 100]

[คุณสมบัติ: หลังเปิดใช้งาน จะเข้าสู่สถานะล่องหนเป็นเวลา 5 นาที (ในความมืด การเคลื่อนไหวและเสียงจะถูกลดลง 90% ทักษะการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 30% ความเร็วและคุณสมบัติการเคลื่อนไหวของร่างกายจะถูกปรับเท่ากัน พร้อมบวกสูงสุดได้ถึง 50)]

[หมายเหตุ: ค่ำคืนที่ฟ้ามืดไร้จันทร์ เมื่อลมแรงพัดกรู การฆ่าก็ไร้ร่องรอย]

"ไม่เลว…ทฤษฎีสุ่มสายมูของเราก็ได้ผลอีกครั้งสินะ"

ซูฉีสวมใส่มันทันที แต่ไม่ได้ตั้งค่าให้แสดงออกมา เสื้อผ้าของตัวละครยังคงเป็นชุดเดิมของเขา

สุดท้ายแล้ว อุปกรณ์หลายชิ้นมีสไตล์ ‘จัดจ้าน’ เกินไป ถ้านำมาผสมมั่ว ๆ ก็อาจกลายเป็นลุคพิสดารได้ ทว่าตอนกดใช้งาน ฟังก์ชันจะปรากฏเงาภาพขึ้นหนึ่งวินาที เพื่อบ่งบอกว่ากำลังทำงานอยู่

[ผู้เล่น ซูปู้เสียน เลเวล 7]

[กำลังจับคู่ดันเจี้ยนทีม ระดับยาก…]

[ยืนยันดันเจี้ยนทีม จำนวนผู้เล่น: 6 คน]

ครั้งนี้ แสงไฟในพื้นที่เข้าส่วนตัวไม่ได้กระพริบ แต่จากประตูด้านหน้า คลื่นความมืดมหาศาลกลับพัดทะลักเข้ามาราวกับน้ำขึ้น…ทว่าปราศจากเสียงใด ๆ

จากนั้น มันก็กลืนกินทั้งห้องไปพร้อมกับร่างของซูฉี

….

[เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เข้าสู่ดันเจี้ยนทีม โหมดนี้จะมอบภารกิจหลักร่วมกันสำหรับผู้เล่นแต่ละคน และจะประเมินพร้อมมอบรางวัลตามระดับความสำเร็จส่วนบุคคล]

[หมายเหตุ : การสังหารสมาชิกทีม จะส่งผลให้ภารกิจหลักถูกยกเลิก และจะไม่ได้รับรางวัลหรือค่าประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง]

หลังจากช่วงสั้น ๆ ที่เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ซูฉีก็รู้สึกว่าร่างของเขาร่วงหล่นจากท้องฟ้าสูงสู่พื้นดิน

ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ

‘รอบนี้เราไม่ได้ยินเสียงนั้น…’

จากนั้น เขาก็สูดจมูกเบา ๆ

‘…กลิ่นเหม็นชะมัด’

ซูฉีได้กลิ่นเหม็นของเลือดและความเน่าเปื่อย

เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา

ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนรถบัสร้าง และที่มาของกลิ่นเหม็นนั้นก็คือศพในชุดเครื่องแบบซึ่งนอนขวางอยู่กลางทางเดิน ร่างนั้นตายมานานแล้ว พิสูจน์ได้จากฝูงแมลงวันนับไม่ถ้วนที่รุมตอม

บนรถบัสคันนี้…ยังมีคนเป็นอยู่อีกห้าคน ทุกคนต่างลืมตาขึ้นมาแล้ว และเหนือศีรษะก็มีชื่อเล่นปรากฏ บ่งบอกว่าล้วนเป็นผู้เล่นในดันเจี้ยนนี้ทั้งสิ้น

ทว่า…ซูฉีชะงักเล็กน้อย

"สองเพื่อนร่วมชั้น…เราเจอกันอีกแล้วสินะ"

เด็กหนุ่มในหมวกปีกเป็ดกับชายหนุ่มหน้าตาออกขี้อายที่นั่งอยู่อีกฝั่ง แม้ใบหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ชื่อ ID ที่ลอยอยู่เหนือหัวก็เปิดเผยตัวตนของพวกเขาอย่างชัดเจน

[ผู้พิทักษ์แห่งความมืด] และ [เฒ่ามะเขือเทศ]

*เย่โส่ว แปลว่าผู้พิทักษ์แห่งความมืดนะคะ

ทั้งคู่เลเวล 7 และทันทีที่เห็นซูฉี ก็ชะงักไปเหมือนกัน

"ซูปู้เสียน?"

"ดูเหมือนพวกนายจะกดเข้ามาสองคนสินะ"

"ใช่" เย่โส่วตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย "ผมกับพี่มะเขือเทศพอแยกย้ายกันกลับบ้านก็แอดเป็นเพื่อนกันไว้ ตั้งใจจะเข้าคู่กันสองคน ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอนายทันทีหลังเข้าดันเจี้ยน…บังเอิญจริง ๆ"

ซูฉียกยิ้ม "ก็จริง บังเอิญเกินไป…แล้วดูเหมือนจะไม่ใช่แค่พวกนายสองคนที่เข้ามาด้วยกันหรอกนะ คนสองคนข้างหลังก็คงอยากจะพูดอะไรบ้างสินะ?"

ด้านหลัง…ก็เป็นคู่ที่มากันสองคนเหมือนกัน

หนึ่งมีชื่อว่า [อาเฉีย] อีกหนึ่งคือ [อาตี้]

อาเชี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง "งั้นให้ผมแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ผมชื่ออาเชี่ย เลเวล 6"

เขาชี้ไปที่ชายหัวเกรียนข้าง ๆ "นี่ลูกชายผม"

ชายหัวเกรียนหันขวับ ตาขุ่น "ไปไกล ๆ เลยเว้ย! ฉันต่างหากที่เป็นพ่อของแก ลืมแล้วเหรอว่าบ่ายนี้ใครเป็นคนไปหาข้าวให้"

"ผมผิดไปครับแล้วพ่ออออ…"

โอ้…

ซูฉีเข้าใจทันที คนสองคนนี้มันก็แค่เพื่อนร่วมห้องนั่นเอง

"ห้องพวกนายมีที่พอวางแคปซูลเกมด้วยเหรอ?" เฒ่ามะเขือเทศถามอย่างสงสัย

"มีสิ พวกเราอยู่หอพักบัณฑิต พื้นที่เลยค่อนกว้างพอตัว"

ระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นเอง…

ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา นิ่งเรียบแต่แฝงความลึกซึ้งเอาไว้

"แม้ผมจะไม่อยากขัดจังหวะ…แต่พวกคุณยังไม่สังเกตเลยหรือว่านอกหน้าต่างรถบัสนี้…มันกำลังเกิดอะไรขึ้น?"

จบบทที่ บทที่ 21 เข้าสู่ดันเจี้ยนทีม

คัดลอกลิงก์แล้ว