- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ
บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ
บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ
ชายหนวดเดินกะเผลกไปตามทางเดิน สีหน้าลังเลไม่แน่ชัด "คุณคิดจะไปที่ต้นตอของมลพิษจริง ๆ เหรอ?"
"ที่นั่น… อันตรายมาก เต็มไปด้วยสิ่งผิดปกติที่ถูกปนเปื้อนอย่างสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดกล้าเข้าใกล้ที่นั่น"
"ผมรู้ เมื่อวานผทอ้อมไปถึงใจกลางเมืองมาแล้ว" ซูฉีรู้ซึ้งถึงความอันตรายยิ่งกว่าคนทั่วไป "นั่นแหละเหตุผลที่ผมมาหาคุณ เพื่อร่วมมือกัน"
ชายหนวด "..."
แขกก่อนหน้าทุกคนต่างเป็นพวกประหลาด บ้าคลั่งและผิดเพี้ยน ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น พวกนั้นกลับหวาดกลัวโลกภายนอก
สุดท้าย… ก็มีซูฉีที่ ‘ปกติ’ ก้าวเข้ามา
แต่ผลกลับกลายเป็นว่า… เขานี่แหละ ‘ผิดปกติที่สุด’ เพราะแสดงท่าทีสนใจต้นตอของมลทิล แถมยังมีท่าที ‘ต้องไปให้ได้’
ชายหนวดถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปยังประตูห้องเก็บของของอพาร์ตเมนต์ "เข้าใจแล้ว ผมจะช่วยคุณอย่างเต็มที่เอง"
"แต่… คุณจะให้ผมติดต่อกับลูกสาวได้จริง ๆ ใช่ไหม?"
ซูฉีตอบกลับไป "ผมไม่เคยหลอกใคร"
"เพ้อเจ้อ! เมื่อกี้คุณยังบอกเองว่าปล่อยสารปนเปื้อนทั้งหมดกลับไปแล้ว…" เส้นเลือดบนใบหน้าของชายหนวดปูดโปนออกมา ที่เขาก้าวขากะเผลกก็เพราะได้รับผลกระทบหนักเกินไป จนแทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว
ซูฉี "....."
เขาพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย
"ใจเย็น ๆ"
เขาไม่ได้โกหก ตอนอยู่บนชั้นสาม เขาเคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหญิงคนนั้นมาก่อน
สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือ
[วิญญาณเร่ร่อนที่ติดค้างอยู่ในโลกปนเปื้อนนี้ ไม่อาจหลุดพ้นได้ หากนำวัตถุเก่าที่เธอเคยใช้ไปวางไว้ในห้องใต้หลังคา และวาดดาวห้าแฉก คุณอาจจะค้นพบความปรารถนาของเธอ]
ซูฉีคิดในใจ
นี่น่าจะเป็นภารกิจเสริมของการสำรวจชั้นสาม
โดยไม่ต้องคิดมาก ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าความปรารถนาของเด็กน้อยย่อมเกี่ยวข้องกับพ่อของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการคลี่คลายความขัดแย้งในใจ หรือการช่วยให้เธอหลุดพ้น
จากนั้นก็จะได้รับการช่วยเหลือจากเธอ และค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนของผู้จัดการ แง้มความจริง ออกสู้ศึกใหญ่โต สุดท้ายเปลี่ยนชายหนวดคลั่งให้กลับมาเป็นคนเดิม ได้เห็นการพบกันอีกครั้งของพ่อลูกอย่างซาบซึ้ง… แล้วหนังก็จะ ‘ปิดฉากพร้อมเครดิต’
กระบวนการทั่วไปของผู้เล่นปกติที่จะเคลียร์เกมนี้ก็เป็นเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางต่อกรกับชายหนวดได้
…น่าเสียดาย
ซูฉีไม่ได้เดินตาม ‘เส้นทางนั้น’
เมื่อชายหนวดเปิดประตูห้องเก็บของออกมา ก็มีพลังอันน่าสะพรึงแผ่กระจายออกมา บรรยากาศเย็นยะเยือกลงทันตา จนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
"ผมไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็ไม่เคยฆ่าใครอย่างไร้เหตุผล ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมให้แขกแต่ละคนได้มีอาหารและที่พักพิง เว้นเสียแต่แขกคนนั้นละเมิดกฎ หรือถูกปนเปื้อนจนหมดสิ้นเท่านั้น… ถึงเวลานั้น ผมถึงจะกำจัดพวกเขา"
"แล้วชิ้นส่วนที่เกิดจากการปนเปื้อนของพวกเขา… ผมก็เก็บรักษาไว้เป็นสารปนเปื้อน"
ซูฉีกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องเก็บของ ภายในเต็มไปด้วยโถแก้วเรียงราย แต่ละโถล้วนบรรจุ สารปนเปื้อนเอาไว้ พร้อมกับเศษเสี้ยวพลังที่ยังคงหลงเหลือมาจากเจ้าของเดิม
"ถ้าคุณจะมุ่งไปยังต้นตอของมลทิน มีสองเรื่องที่คุณต้องคิดให้ดี หนึ่งคือจะเข้าใกล้ต้นตอโดยไม่ปนเปื้อนได้อย่างไร และสองคือจะหลีกเลี่ยงสิ่งผิดปกติขนาดมหึมาเหล่านั้นได้ยังไง" ชายหนวดมองไปที่ซูฉี "ข้อแรก คุณแก้ปัญหาได้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ข้อที่สอง... คุณพึ่งพาผมได้เพียงคนเดียว"
ชายหนวดเลื่อนแว่นลง ท่าทางไม่บ้าคลั่งนัก เผยความเฉลียวฉลาดเล็กน้อย "จากการศึกษาวิจัยและทดลองของผมในรอบสองปี ผมเข้าใจสารปนเปื้อนและสิ่งผิดปกติเหล่านั้นเกือบจะทั้งหมดแล้ว"
"พลังที่พวกมันมีแปลกประหลาดราวกับไวรัส แม้โฮสต์จะตาย มันก็ไม่สลายตัวในทันที เมื่อรวมตัวกัน พวกมันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างยิ่ง"
ชายหนวดมอบทางเลือกสองข้อให้ซูฉี
"…ตาบนฝ่ามือของคุณ… อาจจะไม่ใช่ความสามารถเชิงต่อสู้ แต่กลับมีประสิทธิภาพต่อสิ่งผิดปกติอย่างมาก หากคุณสามารถดูดซับสารปนเปื้อนเหล่านี้ได้ คุณอาจเติบโตไปสู่สภาวะที่ทรงพลัง และอาจเปิดช่องว่างเพื่อให้คุณเข้าถึงต้นตอได้"
“แน่นอน คุณก็ควรรู้ถึงผลข้างเคียงด้วย คุณจะกลายเป็นหนึ่งในพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดพวกนั้น และจะเสียสติไป” ชายหนวดพูดอย่างไม่ปิดบัง
ซูฉีปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "ข้อที่สองล่ะ?"
ชายหนวดอธิบาย "นั่นคือการใช้สารปนเปื้อนทั้งหมดที่ผมเก็บรวบรวม สร้างสิ่งผิดปกติขึ้นมา สิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ที่อาจเปิดโอกาสให้คุณเข้าใกล้"
ดวงตาของซูฉีกะพริบไหว ประเมินความเป็นไปได้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "เราลองดูกัน"
ทั้งสองตอบตกลงกันและเริ่มวางแผน
ในวันต่อ ๆ มา…
ชายหนวดยังคงหมกตัวอยู่ในห้องเก็บของ เริ่มต้นการทดลองใหม่ไม่หยุดหย่อน
ด้านซูฉีก็ไม่ได้อยู่ว่าง เขาออกไปเก็บซากร่างของสิ่งผิดปกติมากมาย ตั้งใจจะเก็บรักษาค่าพลังจิตที่เหลืออยู่เจ็ดสิบแต้มเอาไว้ให้ครบถ้วน
เขาออกจากอพาร์ตเมนต์วันละครั้งเท่านั้น เวลาที่ใช้ภายนอกถูกควบคุมอย่างเข้มงวดไม่เกินสิบห้านาที ทุกอย่างถูกจับเวลาพอดีกับนาฬิกาเพื่อให้กลับเข้าห้องได้ทัน
ด้วยวิธีนี้ พลังจิตของเขาจึงยังคงไม่ถูกใช้ไปแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน ชายบวมกับหญิงปากแหว่งก็ยังไม่ตาย ถูกชายหนวดจับขังไว้ด้วยพิษ แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่สติกลับชัดเจนอย่างน่าขนลุก
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชายหนวดนั้นแท้จริงแล้วคือผู้จัดการที่ ‘น่าสะพรึงที่สุด’ ของอพาร์ตเมนต์
ส่วนหนุ่มน้อยที่อยู่เคียงข้าง พวกเขาต่างมองว่าเป็นตัวเลือกที่ใฝ่ฝัน… กลับไม่เพียงแค่เล่นสนุกกับพวกเขาตามอำเภอใจ แต่ยังไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการเอง ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อที่ดูเหมือนปกติราวกับเรื่องตลก
ในสายตาของพวกเขาตอนนี้ ไม่เหลือความบ้าคลั่งอีกต่อไป มีเพียงความหวาดกลัวลึก ๆ ทุกครั้งที่มองไปยังซูฉี
วันที่ห้า
‘สิ่งปนเปื้อน’ ค่อย ๆ ก่อร่างขึ้นเป็นรูป สามารถขยับเคลื่อนไหวเองได้บางส่วน หลังชายหนวดฉีดฮอร์โมนประสาทปริมาณมหาศาลเข้าไป
วันที่หก
มันค่อย ๆ กลืนกินสารปนเปื้อนจำนวนมหาศาล พร้อมทั้งเนื้อร่างสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ใช้เป็นพลังงาน
วันที่เจ็ด
ซูฉีเปิดใช้งานเครื่องหมายอัศเจรีย์ อนุญาตให้ชายหนวดได้สนทนากับลูกสาว หลังจากสิบ นาทีแรกที่ซูฉีเป็นฝ่ายถามไม่กี่คำ เขาก็ปล่อยเวลาให้เป็นของชายหนวดทั้งหมด
วันที่แปด
‘สิ่งปนเปื้อน’ กลับมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่คาดไว้ จนไม่อาจบรรจุลงในพื้นที่ทั้งชั้นหนึ่งของอพาร์ตเมนต์ได้ แต่ชายหนวดก็ยังไม่พอใจ สิ่งที่เขาต้องการคือ ‘ความเร็ว’… ความสามารถที่จะใช้เป็นเหยื่อล่อเพื่อ ‘เสือออกจากถ่ำ’
ในเวลาเดียวกัน ซูฉีก็สังเกตเห็นอีกเรื่อง อีกฝ่ายไม่ได้หย่อนยานหลังจากติดต่อกับลูกสาว กลับยิ่งขยันและมุ่งมั่นมากกว่าเดิม
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่บนชั้นสาม?
วันที่เก้า
‘ร่างปนเปื้อน’ ไม่มีปัญหาใดอีกต่อไป ชายหนวดจึงเริ่มลงมือดัดแปลงหญิงปากแหว่งกับชายบวมทันที
จนกระทั่งวันที่สิบ ทุกอย่างก็พร้อมสรรพ
ซูฉียังเห็นด้วยว่าหนึ่งในเป้าหมายหลักของภารกิจ การเอาชีวิตรอดให้ครบสิบวัน ถูกทำเครื่องหมายว่าสำเร็จ และเขาสามารถวาร์ปออกจากดันเจี้ยนได้ทุกเมื่อ
"ผมเตรียมจะไปแล้ว" ซูฉียิ้ม พลางยื่นมือไปทางชายหนวด "ครั้งนี้ผมจะไม่กลับมาอีก ช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็เหนื่อยยากจริง ๆ"
ชายหนวดเองก็ยื่นหนวดออกมาเช่นกัน ทว่าแทนที่จะเอื้อมไปจับมือซูฉี เขากลับหยิบเป้ที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาสะพายไว้บนบ่า
ซูฉีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนส่ายหัว "คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก ผมไม่เหมือนคุณ การร่วมมือของเราสิ้นสุดลงวันนี้"
เขาสามารถทำภารกิจให้เสร็จสิ้นและออกจากดันเจี้ยนได้ทุกเมื่อโดยลำพัง
แต่สำหรับชายหนวด… ถ้าเขาตาย ก็คือตายจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม
สีหน้าของชายหนวดยังคงสงบนิ่ง ราวกับได้รับการตัดสินใจมานานแล้ว
"มีสองเหตุผลที่ผมจำเป็นต้องไป หนึ่งคือร่างปนเปื้อนนี้… ผทควบคุมมันได้ในรัศมีไม่เกินร้อยเมตรเท่านั้น"
"ประการที่สอง... ในหลายวันที่ผ่านมา ผมได้พูดกับลูกสาวหลายครั้ง เธอเจ็บมากและกลัวมาก โลกที่ถูกปนเปื้อนนี้ขังเธอไว้ และเธอต้องการได้รับการปลดปล่อย" ชายหนวดพูดเสียงแผ่ว
ซูฉีพิจารณาเขา แววตาเรียบ ๆ แต่มีความประหลาดใจเล็กน้อย "ผมแปลกใจนะ... ที่คุณมาถึงจุดยอมรับเรื่องแบบนี้ได้แล้ว?"
ชายหนวดคนนี้เป็น ‘พ่อติดลูก’ เวอร์ชันมืดมนทางจิตใจอย่างแท้จริง
"ผมจะทนได้อย่างไง!" ชายหนวดตาแดงขึ้น เสียงแหบพร่าพูดออกมา "มันคือ..."
"ตอนที่ผมสร้างร่างปนเปื้อน ผมก็เหมือนเห็นตอนจบที่ผิดพลาด ผมกลัวตัวเอง กลัวว่าถ้าผมต้องการช่วยลูกจริง ๆ หรือแค่เห็นแก่ตัวอยากผูกเธอไว้ในโลกนี้ให้ทนทุกข์ต่อไป" เขากลั้นเสียงที่สั่นเครือไว้ ก่อนเงยหน้า
"และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ..." ชายหนวดสั่นเทาอย่างสิ้นหวัง "ลูกสาวกำลังร้องหาความช่วยเหลือจากผม!"
"ตอนนั้นบนโต๊ะผ่าตัดผมช่วยเธอไม่สำเร็จ แล้วตอนนี้จะเป็นไปได้อย่างไง ที่ผมจะยอมให้เธอต้องทนเจ็บอีกครั้ง?" เขาขบฟัน กำไหล่ซูฉีไว้แน่น ใบหน้าแสดงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน "ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... ผมต้องไป"