เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ

บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ

บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ


ชายหนวดเดินกะเผลกไปตามทางเดิน สีหน้าลังเลไม่แน่ชัด "คุณคิดจะไปที่ต้นตอของมลพิษจริง ๆ เหรอ?"

"ที่นั่น… อันตรายมาก เต็มไปด้วยสิ่งผิดปกติที่ถูกปนเปื้อนอย่างสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดกล้าเข้าใกล้ที่นั่น"

"ผมรู้ เมื่อวานผทอ้อมไปถึงใจกลางเมืองมาแล้ว" ซูฉีรู้ซึ้งถึงความอันตรายยิ่งกว่าคนทั่วไป "นั่นแหละเหตุผลที่ผมมาหาคุณ เพื่อร่วมมือกัน"

ชายหนวด "..."

แขกก่อนหน้าทุกคนต่างเป็นพวกประหลาด บ้าคลั่งและผิดเพี้ยน ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น พวกนั้นกลับหวาดกลัวโลกภายนอก

สุดท้าย… ก็มีซูฉีที่ ‘ปกติ’ ก้าวเข้ามา

แต่ผลกลับกลายเป็นว่า… เขานี่แหละ ผิดปกติที่สุด เพราะแสดงท่าทีสนใจต้นตอของมลทิล แถมยังมีท่าที ต้องไปให้ได้

ชายหนวดถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปยังประตูห้องเก็บของของอพาร์ตเมนต์ "เข้าใจแล้ว ผมจะช่วยคุณอย่างเต็มที่เอง"

"แต่… คุณจะให้ผมติดต่อกับลูกสาวได้จริง ๆ ใช่ไหม?"

ซูฉีตอบกลับไป "ผมไม่เคยหลอกใคร"

"เพ้อเจ้อ! เมื่อกี้คุณยังบอกเองว่าปล่อยสารปนเปื้อนทั้งหมดกลับไปแล้ว…" เส้นเลือดบนใบหน้าของชายหนวดปูดโปนออกมา ที่เขาก้าวขากะเผลกก็เพราะได้รับผลกระทบหนักเกินไป จนแทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว

ซูฉี "....."

เขาพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย

"ใจเย็น ๆ"

เขาไม่ได้โกหก ตอนอยู่บนชั้นสาม เขาเคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหญิงคนนั้นมาก่อน

สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือ

[วิญญาณเร่ร่อนที่ติดค้างอยู่ในโลกปนเปื้อนนี้ ไม่อาจหลุดพ้นได้ หากนำวัตถุเก่าที่เธอเคยใช้ไปวางไว้ในห้องใต้หลังคา และวาดดาวห้าแฉก คุณอาจจะค้นพบความปรารถนาของเธอ]

ซูฉีคิดในใจ

นี่น่าจะเป็นภารกิจเสริมของการสำรวจชั้นสาม

โดยไม่ต้องคิดมาก ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าความปรารถนาของเด็กน้อยย่อมเกี่ยวข้องกับพ่อของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการคลี่คลายความขัดแย้งในใจ หรือการช่วยให้เธอหลุดพ้น

จากนั้นก็จะได้รับการช่วยเหลือจากเธอ และค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนของผู้จัดการ แง้มความจริง ออกสู้ศึกใหญ่โต สุดท้ายเปลี่ยนชายหนวดคลั่งให้กลับมาเป็นคนเดิม ได้เห็นการพบกันอีกครั้งของพ่อลูกอย่างซาบซึ้ง… แล้วหนังก็จะ ปิดฉากพร้อมเครดิต

กระบวนการทั่วไปของผู้เล่นปกติที่จะเคลียร์เกมนี้ก็เป็นเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางต่อกรกับชายหนวดได้

…น่าเสียดาย

ซูฉีไม่ได้เดินตาม เส้นทางนั้น

เมื่อชายหนวดเปิดประตูห้องเก็บของออกมา ก็มีพลังอันน่าสะพรึงแผ่กระจายออกมา บรรยากาศเย็นยะเยือกลงทันตา จนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ

"ผมไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็ไม่เคยฆ่าใครอย่างไร้เหตุผล ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมให้แขกแต่ละคนได้มีอาหารและที่พักพิง เว้นเสียแต่แขกคนนั้นละเมิดกฎ หรือถูกปนเปื้อนจนหมดสิ้นเท่านั้น… ถึงเวลานั้น ผมถึงจะกำจัดพวกเขา"

"แล้วชิ้นส่วนที่เกิดจากการปนเปื้อนของพวกเขา… ผมก็เก็บรักษาไว้เป็นสารปนเปื้อน"

ซูฉีกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องเก็บของ ภายในเต็มไปด้วยโถแก้วเรียงราย แต่ละโถล้วนบรรจุ สารปนเปื้อนเอาไว้ พร้อมกับเศษเสี้ยวพลังที่ยังคงหลงเหลือมาจากเจ้าของเดิม

"ถ้าคุณจะมุ่งไปยังต้นตอของมลทิน มีสองเรื่องที่คุณต้องคิดให้ดี หนึ่งคือจะเข้าใกล้ต้นตอโดยไม่ปนเปื้อนได้อย่างไร และสองคือจะหลีกเลี่ยงสิ่งผิดปกติขนาดมหึมาเหล่านั้นได้ยังไง" ชายหนวดมองไปที่ซูฉี "ข้อแรก คุณแก้ปัญหาได้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ข้อที่สอง... คุณพึ่งพาผมได้เพียงคนเดียว"

ชายหนวดเลื่อนแว่นลง ท่าทางไม่บ้าคลั่งนัก เผยความเฉลียวฉลาดเล็กน้อย "จากการศึกษาวิจัยและทดลองของผมในรอบสองปี ผมเข้าใจสารปนเปื้อนและสิ่งผิดปกติเหล่านั้นเกือบจะทั้งหมดแล้ว"

"พลังที่พวกมันมีแปลกประหลาดราวกับไวรัส แม้โฮสต์จะตาย มันก็ไม่สลายตัวในทันที เมื่อรวมตัวกัน พวกมันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างยิ่ง"

ชายหนวดมอบทางเลือกสองข้อให้ซูฉี

"…ตาบนฝ่ามือของคุณ… อาจจะไม่ใช่ความสามารถเชิงต่อสู้ แต่กลับมีประสิทธิภาพต่อสิ่งผิดปกติอย่างมาก หากคุณสามารถดูดซับสารปนเปื้อนเหล่านี้ได้ คุณอาจเติบโตไปสู่สภาวะที่ทรงพลัง และอาจเปิดช่องว่างเพื่อให้คุณเข้าถึงต้นตอได้"

“แน่นอน คุณก็ควรรู้ถึงผลข้างเคียงด้วย คุณจะกลายเป็นหนึ่งในพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดพวกนั้น และจะเสียสติไป” ชายหนวดพูดอย่างไม่ปิดบัง

ซูฉีปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "ข้อที่สองล่ะ?"

ชายหนวดอธิบาย "นั่นคือการใช้สารปนเปื้อนทั้งหมดที่ผมเก็บรวบรวม สร้างสิ่งผิดปกติขึ้นมา สิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ที่อาจเปิดโอกาสให้คุณเข้าใกล้"

ดวงตาของซูฉีกะพริบไหว ประเมินความเป็นไปได้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "เราลองดูกัน"

ทั้งสองตอบตกลงกันและเริ่มวางแผน

ในวันต่อ ๆ มา…

ชายหนวดยังคงหมกตัวอยู่ในห้องเก็บของ เริ่มต้นการทดลองใหม่ไม่หยุดหย่อน

ด้านซูฉีก็ไม่ได้อยู่ว่าง เขาออกไปเก็บซากร่างของสิ่งผิดปกติมากมาย ตั้งใจจะเก็บรักษาค่าพลังจิตที่เหลืออยู่เจ็ดสิบแต้มเอาไว้ให้ครบถ้วน

เขาออกจากอพาร์ตเมนต์วันละครั้งเท่านั้น เวลาที่ใช้ภายนอกถูกควบคุมอย่างเข้มงวดไม่เกินสิบห้านาที ทุกอย่างถูกจับเวลาพอดีกับนาฬิกาเพื่อให้กลับเข้าห้องได้ทัน

ด้วยวิธีนี้ พลังจิตของเขาจึงยังคงไม่ถูกใช้ไปแม้แต่น้อย

ในขณะเดียวกัน ชายบวมกับหญิงปากแหว่งก็ยังไม่ตาย ถูกชายหนวดจับขังไว้ด้วยพิษ แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่สติกลับชัดเจนอย่างน่าขนลุก

พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชายหนวดนั้นแท้จริงแล้วคือผู้จัดการที่ น่าสะพรึงที่สุด ของอพาร์ตเมนต์

ส่วนหนุ่มน้อยที่อยู่เคียงข้าง พวกเขาต่างมองว่าเป็นตัวเลือกที่ใฝ่ฝัน… กลับไม่เพียงแค่เล่นสนุกกับพวกเขาตามอำเภอใจ แต่ยังไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการเอง ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อที่ดูเหมือนปกติราวกับเรื่องตลก

ในสายตาของพวกเขาตอนนี้ ไม่เหลือความบ้าคลั่งอีกต่อไป มีเพียงความหวาดกลัวลึก ๆ ทุกครั้งที่มองไปยังซูฉี

วันที่ห้า

‘สิ่งปนเปื้อน’ ค่อย ๆ ก่อร่างขึ้นเป็นรูป สามารถขยับเคลื่อนไหวเองได้บางส่วน หลังชายหนวดฉีดฮอร์โมนประสาทปริมาณมหาศาลเข้าไป

วันที่หก

มันค่อย ๆ กลืนกินสารปนเปื้อนจำนวนมหาศาล พร้อมทั้งเนื้อร่างสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ใช้เป็นพลังงาน

วันที่เจ็ด

ซูฉีเปิดใช้งานเครื่องหมายอัศเจรีย์ อนุญาตให้ชายหนวดได้สนทนากับลูกสาว หลังจากสิบ นาทีแรกที่ซูฉีเป็นฝ่ายถามไม่กี่คำ เขาก็ปล่อยเวลาให้เป็นของชายหนวดทั้งหมด

วันที่แปด

‘สิ่งปนเปื้อน’ กลับมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่คาดไว้ จนไม่อาจบรรจุลงในพื้นที่ทั้งชั้นหนึ่งของอพาร์ตเมนต์ได้ แต่ชายหนวดก็ยังไม่พอใจ สิ่งที่เขาต้องการคือ ‘ความเร็ว’… ความสามารถที่จะใช้เป็นเหยื่อล่อเพื่อ เสือออกจากถ่ำ

ในเวลาเดียวกัน ซูฉีก็สังเกตเห็นอีกเรื่อง อีกฝ่ายไม่ได้หย่อนยานหลังจากติดต่อกับลูกสาว กลับยิ่งขยันและมุ่งมั่นมากกว่าเดิม

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่บนชั้นสาม?

วันที่เก้า

‘ร่างปนเปื้อน’ ไม่มีปัญหาใดอีกต่อไป ชายหนวดจึงเริ่มลงมือดัดแปลงหญิงปากแหว่งกับชายบวมทันที

จนกระทั่งวันที่สิบ ทุกอย่างก็พร้อมสรรพ

ซูฉียังเห็นด้วยว่าหนึ่งในเป้าหมายหลักของภารกิจ การเอาชีวิตรอดให้ครบสิบวัน ถูกทำเครื่องหมายว่าสำเร็จ และเขาสามารถวาร์ปออกจากดันเจี้ยนได้ทุกเมื่อ

"ผมเตรียมจะไปแล้ว" ซูฉียิ้ม พลางยื่นมือไปทางชายหนวด "ครั้งนี้ผมจะไม่กลับมาอีก ช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็เหนื่อยยากจริง ๆ"

ชายหนวดเองก็ยื่นหนวดออกมาเช่นกัน ทว่าแทนที่จะเอื้อมไปจับมือซูฉี เขากลับหยิบเป้ที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาสะพายไว้บนบ่า

ซูฉีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนส่ายหัว "คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก ผมไม่เหมือนคุณ การร่วมมือของเราสิ้นสุดลงวันนี้"

เขาสามารถทำภารกิจให้เสร็จสิ้นและออกจากดันเจี้ยนได้ทุกเมื่อโดยลำพัง

แต่สำหรับชายหนวด… ถ้าเขาตาย ก็คือตายจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม

สีหน้าของชายหนวดยังคงสงบนิ่ง ราวกับได้รับการตัดสินใจมานานแล้ว

"มีสองเหตุผลที่ผมจำเป็นต้องไป หนึ่งคือร่างปนเปื้อนนี้… ผทควบคุมมันได้ในรัศมีไม่เกินร้อยเมตรเท่านั้น"

"ประการที่สอง... ในหลายวันที่ผ่านมา ผมได้พูดกับลูกสาวหลายครั้ง เธอเจ็บมากและกลัวมาก โลกที่ถูกปนเปื้อนนี้ขังเธอไว้ และเธอต้องการได้รับการปลดปล่อย" ชายหนวดพูดเสียงแผ่ว

ซูฉีพิจารณาเขา แววตาเรียบ ๆ แต่มีความประหลาดใจเล็กน้อย "ผมแปลกใจนะ... ที่คุณมาถึงจุดยอมรับเรื่องแบบนี้ได้แล้ว?"

ชายหนวดคนนี้เป็น ‘พ่อติดลูก’ เวอร์ชันมืดมนทางจิตใจอย่างแท้จริง

"ผมจะทนได้อย่างไง!" ชายหนวดตาแดงขึ้น เสียงแหบพร่าพูดออกมา "มันคือ..."

"ตอนที่ผมสร้างร่างปนเปื้อน ผมก็เหมือนเห็นตอนจบที่ผิดพลาด ผมกลัวตัวเอง กลัวว่าถ้าผมต้องการช่วยลูกจริง ๆ หรือแค่เห็นแก่ตัวอยากผูกเธอไว้ในโลกนี้ให้ทนทุกข์ต่อไป" เขากลั้นเสียงที่สั่นเครือไว้ ก่อนเงยหน้า

"และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ..." ชายหนวดสั่นเทาอย่างสิ้นหวัง "ลูกสาวกำลังร้องหาความช่วยเหลือจากผม!"

"ตอนนั้นบนโต๊ะผ่าตัดผมช่วยเธอไม่สำเร็จ แล้วตอนนี้จะเป็นไปได้อย่างไง ที่ผมจะยอมให้เธอต้องทนเจ็บอีกครั้ง?" เขาขบฟัน กำไหล่ซูฉีไว้แน่น ใบหน้าแสดงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน "ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... ผมต้องไป"

จบบทที่ บทที่ 15 การเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังต้นตอ

คัดลอกลิงก์แล้ว