- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 9 ผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์นี้ ล้วนผิดปกติกันหมดหรือเปล่า?
บทที่ 9 ผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์นี้ ล้วนผิดปกติกันหมดหรือเปล่า?
บทที่ 9 ผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์นี้ ล้วนผิดปกติกันหมดหรือเปล่า?
ซูฉีคุกเข่าลงโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาก็คือ… หมอนี่ต้องฝึกท่านี้มาบ่อยแน่ ๆ ถึงได้ลื่นไหลขนาดนั้น
เขาไม่ได้ลดมีดลง และกำลังจะเอ่ยปากพูด
แต่ในตอนนั้นเอง
เสียงฝีเท้าและเสียงระฆังในโถงทางเดินกลับดังชัดเจนขึ้นทุกขณะ
ใบหน้าของชายหนวดซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและกระวนกระวาย เขาพยายามใช้หนวดทำท่า ‘ชู่นิ่ง’ ส่งสัญญาณอย่างร้อนรนให้ซูฉีอย่าได้ส่งเสียงแม้แต่น้อย
ราวกับเจ้าของฝีเท้าภายนอก… อาจจะถลกหนังพวกเขาเป็น ๆ ได้เลยทีเดียว
ซูฉีไม่ขยับทำอะไรบุ่มบ่าม เขาเองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอันตรายเช่นกัน
แม้เขายังไม่เข้าใจโครงสร้างของโลกใบนี้แน่ชัด แต่แค่ดูจากผู้ชายหนวดในห้องนี้ก็รู้ได้แล้วว่า ที่นี่มี ‘พลัง’ ที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่แค่พวกโรคจิตในเมืองเล็กอีกต่อไป
ในเวลาไม่นาน…
เสียงฝีเท้าและเสียงระฆังค่อย ๆ เลือนหายไป
ชายหนวดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่พอหันมามองซูฉี เขากลับเกร็งขึ้นอีกครั้ง
เพราะคมมีดของซูฉียังคงจ่ออยู่ที่ลำคอ แม้รอยยิ้มของเขาจะดูไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่แววเสียงกลับเย็นเฉียบ… ราวกับกำลังบอกว่า ‘ถ้าไม่พูดให้เคลียร์… มีดนี่อาจฟันลงไปจริง ๆ ก็ได้’
“เอาล่ะ ตอนนี้จะอธิบายได้หรือยัง ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ชายหนวดตัวสั่นพลางตอบเสียงสั่นเครือ “คุณไม่ได้อ่านประกาศของอพาร์ตเมนต์ตอนย้ายเข้ามาเหรอ?”
“อย่างเช่น?”
“ผู้จัดการอพาร์ตเมนต์จะเตรียมอาหารไว้ที่ชั้นหนึ่ง เสียงระฆังคือสัญญาณเรียกให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหมดไปรวมกันที่ห้องอาหารชั้นหนึ่งเพื่อกินข้าว แล้วก็… ผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ไม่ชอบให้ใครเห็นหน้า เวลามื้ออาหารมันถึงจะกลับขึ้นไปที่ห้องของมันบนชั้นสาม”
“แล้วถ้ามีใครบังเอิญเห็นเข้าล่ะ?” ซูฉีถามด้วยแววตาที่มีประกายอยากรู้เล็กน้อย
“ผู้เช่าห้องห้าเมื่อก่อนน่ะ… เขาไม่ทันกลับเข้าห้อง แล้วผมก็ไม่เคยเห็นเขาอีกเลย หลังจากนั้นไม่นาน คุณก็ย้ายเข้ามาแทน”
ซูฉีพึมพำกับตัวเอง “พูดแบบนี้… แปลว่านายช่วยฉันเอาไว้เมื่อกี้สินะ ขอบใจละกัน”
“ไม่เป็นไร” ชายหนวดตอบเสียงแหบพร่า คล้ายหัวเราะทั้งน้ำตา “แต่ถ้าจะคอบคุณ ก็ช่วยเอามีดลงเถอะครับ… มันจะทำผมจะตายเอา”
ในตอนนั้นเอง
เสียงประตูถูกเปิดดังมาจากด้านนอก ก่อนที่ฝีเท้าจะเริ่มดังต่อเนื่องในโถงทางเดินอีกครั้ง
“ถึงเวลาลงไปกินข้าวแล้ว” ชายหนวดรีบพูดขึ้น “ประกาศของอพาร์ตเมนต์อยู่ที่ชั้นหนึ่ง คุณลองไปดูเองก็ได้”
ซูฉีเก็บมีดกลับเข้าสู่ช่องเก็บของ ภายใน ‘ดันเจี้ยน’ นี้ เวลาจะหยิบวัตถุจากช่องเก็บของ มันไม่ใช่ว่าโผล่มาจากความว่างเปล่า แต่จะเชื่อมกับกระเป๋าลับหรือซับในเสื้อผ้าโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถหยิบออกมาได้โดยที่คนอื่นมองไม่เห็น
การเก็บก็ใช้หลักการเดียวกัน
หลังจากประตูถูกเปิดออก
พวกเขาเห็นสัตว์ประหลาดพันผ้าพันแผลทั้งร่าง เหลือเพียงดวงตาหนึ่งข้างโผล่ออกมาจากรอยแยกของผ้า
มันไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ต่อชายหนวด แต่พอหันมาเห็นซูฉีข้าง ๆ ดวงตานั้นกลับเบิกโพลงขึ้นทันที เผยแววคลุ้มคลั่งและความละโมบสุดขีด
มันไม่เปล่งเสียงแม้แต่คำเดียว
เพียงหันตัวก้าวตรงไปยังบันไดทางลงสู่ชั้นหนึ่ง
ซูฉีมองเห็นบรรทัดข้อความเหนือศีรษะของสัตว์ประหลาดพันผ้า [มันอยากกินคุณ] เขาไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย เพียงเดินตามชายหนวดลงไปชั้นล่างเท่านั้น
ชายหนวดกระซิบเตือน “ระวังไว้ อย่าไปกวนคนอื่น พวกนั้น… น่ากลัวมากจริง ๆ”
ที่นี่มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมดหกคน
สองคนแรกนั่งลงแล้วเรียบร้อย
หนึ่งคือ ‘หญิงปากแหว่ง’ ร่างกายถูกเย็บด้วยด้ายหลากหลายเส้น ดวงตาหม่นเป็นสีเทาไร้ชีวิตชีวา
อีกคนคือ ‘ชายบวม’ แผ่นหลังเต็มไปด้วยก้อนเนื้องอกผิดปกติ คล้ายฝีที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ
ส่วนคนสุดท้าย
ก้าวเข้ามาช้าที่สุด สวมชุดคลุมยาวปิดบังใบหน้า แต่ยังพอมองเห็นว่าร่างกายเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งราวกับซากศพ
หมอนี่น่าจะเป็นผู้อยู่อาศัยห้องหก ห้องที่ใกล้กับชั้นสามมากที่สุด
ความเหมือนกันของพวกมัน… ปรากฏชัดทันทีในวินาทีที่ซูฉีปรากฏตัวขึ้นมา
สายตาทั้งหมดหันมารวมกันที่ซูฉี ตอนแรกเต็มไปด้วยความฉงน แต่ไม่นานก็กลายเป็นความละโมบกระหาย
[พวกมันทั้งหมด… อยากกินคุณ]
โอเค…
จุดประสงค์ของทุกคนชัดเจนและง่ายดายดีแท้
ชายหนวดนั่งก้มหน้า ตัวสั่น ไม่กล้าเปล่งเสียงแม้แต่น้อยต่อหน้าพวกประหลาดเหล่านี้
ทว่าซูฉีกลับลากเก้าอี้ออกมา แต่ไม่ได้ทิ้งตัวนั่งลง เขาหันเผชิญกับสายตาละโมบที่มองเขาเหมือนมดตัวเล็ก ๆ พลางยิ้มออกมา
“ทุกคน มองมาที่ผมหน่อยสิ ผมมีเรื่องจะประกาศ”
“ผมคือผู้พักอาศัยใหม่… ซูฉี ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนบ้านกับทุกคน ผมมีงานอดิเรกอยู่หลายอย่าง หวังว่าจะเข้ากับทุกคนได้ดีนะครับ”
คำพูดของซูฉีเรียกเสียงหัวเราะต่ำ ๆ ออกมาจากพวกประหลาด สีหน้าของพวกมันดูเย้ยหยันราวกับพูดว่า ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนบ้านเหรอ… จะอยู่รอดได้สักกี่วันเชียว
มีเพียง ‘ชายศพ’ ที่ยังคงก้มหน้า ส่งเสียงแหบพร่าดังออกมาเบา ๆ
“กินกันก่อนเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”
บนโต๊ะตรงหน้าผู้เช่าแต่ละคนมีฝาครอบจานปิดไว้ ข้าง ๆ วางมีดกับส้อมเรียบร้อย
ซูฉียกฝาครอบขึ้นมา อาหารภายในกลับเกินความคาดหมายของเขา
กลิ่นหอมของไวน์แดงโชยออกมาจากซอสที่ราดทับสเต๊กครึ่งชิ้น… ชวนให้น่ากินอย่างประหลาด
คนอื่น ๆ ราวกับหิวโหยมานาน ต่างรีบลงมือก่อนทันที
‘ชายพันผ้า’ จับมีดกับส้อมกดลงแรง ๆ กรีดลงบนสเต๊กจนเกิดเสียงเสียดแทรก เอี๊ยด ๆ สายตาของมันกลับจับจ้องไปที่ซูฉีแน่วแน่ ราวกับว่า… สิ่งที่มันกำลังหั่นอยู่นั้นไม่ใช่ชิ้นเนื้อในจาน แต่คือซูฉีทั้งคน
‘หญิงปากแหว่ง’ อ้าปากกว้างจนเห็นฟันแหลมเรียงรายหลายแถว เธอเคี้ยวเนื้อสเต๊กด้วยเสียง กรอบแกรบ ราวกับกำลังเคี้ยวยางขี้ผึ้ง ดวงตาไม่ละไปไหน จับจ้องซูฉีราวกับพร้อมจะยกเขามาแทนอาหารตรงหน้า
ส่วน ‘ชายบวม’ กับ ‘ชายศพ’ ไม่ได้หันมามองซูฉี เพียงก้มหน้าก้มตากินอย่างตะกละตะกลาม
ชายหนวดกลับดูจืดจางไร้ตัวตนที่สุด กินเงียบ ๆ ถึงขั้นแทบไม่ยอมส่งเสียงออกมาเลยด้วยซ้ำ
ซูฉีหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหั่นสเต๊กตรงหน้า
มันเป็นชิ้นเนื้อธรรมดา… แต่กลับพิเศษขึ้นมาทันที เพราะมีข้อความระบบเด้งขึ้นมา
[หลังจากกินลงไป พลังจิตของคุณจะลดลง 1 แต้ม แต่คุณจะได้รับความสามารถพิเศษ]
[หมายเหตุ: หากพลังจิตลดเหลือศูนย์ จะเสียชีวิตทันที (กลับสู่พื้นที่ล็อกอินเพื่อฟื้นฟู)]
‘ลดลง 1 แต้ม?’
ซูฉีก้มดูแต้มพลังจิตของตัวเอง 85 แต้ม… ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
หลังจากกินเข้าไป
พลังจิตของเขาลดลงจริง ๆ 1 แต้ม แต่ในขณะเดียวกัน ซูฉีก็รู้สึกได้ถึงพลังประหลาดแปลกใหม่บางอย่างกำลังเริ่มทำงาน
ความรู้สึกคันยิบ ๆ ผุดขึ้นกลางฝ่ามือ ดวงตาพิกลประหลาดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย
[คุณได้รับความสามารถชั่วคราว: ‘ดวงตาฝ่ามือ’]
[เมื่อใช้งาน จะสามารถปล่อยแสงสว่างจ้าออกมาได้]
‘ดีจริง ๆ… ความสามารถไร้ประโยชน์ชัด ๆ’
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นลูกตาค่อย ๆ โผล่ขึ้นบนฝ่ามือของซูฉี ไม่มีใครแสดงสีหน้าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตากลับเย็นชา… เหมือนกำลังเย้ยหยันเสียมากกว่า
ซูฉีรับรู้ได้ทันที เขามีข้อสันนิษฐานบางอย่างในใจ
ในตอนนั้นเอง
ทุกคนกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายศพจึงเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา
“วันนี้… เป็นเวรใคร?”
ชายหนวดสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว ก่อนยกหนวดขึ้นอย่างลนลาน “ผม… ครับ”
“งั้นก็เป็นหน้าที่นายแล้ว” ชายศพเผยรอยยิ้มอัปลักษณ์ เสียดแทงความหลอนเข้ามาเต็ม ๆ “หวังว่านายจะไม่กลายเป็นคนต่อไป… ที่หายสาบสูญ”
ชายศพลุกขึ้น ภายใต้สายตาสงสัยปนแปลกใจของซูฉี เขาก้าวขึ้นบันได กลับไปยังห้องพักบนชั้นสอง
จากนั้น… คนอื่น ๆ ก็ทยอยลุกออกไปเช่นกัน ก่อนจะหันกลับมามองซูฉีอีกครั้งโดยไม่ปิดบังแววตาละโมบเลยแม้แต่น้อย
ไม่นาน
เหลือเพียงชายหนวดที่กำลังเก็บจาน… และซูฉี ที่กำลังยืนอ่านประกาศของอพาร์ตเมนต์อยู่ตรงบอร์ด