เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนใหม่

บทที่ 8 ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนใหม่

บทที่ 8 ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนใหม่


เวลาล่วงเลยมาจนเที่ยงวันแล้ว

ซูฉียังไม่รีบกลับเข้าไปในแคปซูลเกม เขาสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาก่อน จากนั้นก็เดินวนอยู่ในบ้านไปมา

“พลังประหลาดนั่นพูดจาเป็นปริศนาไปหมด เราเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้จะเห็ยอะไรได้หรือเปล่า…”

เขาเดินวนไปได้สักพัก ก่อนจะค้นพบสิ่งที่ทำให้แปลกใจ…

ทุกอย่างในห้องยังคงปกติดี

ไม่มีอะไรพิเศษเลยสักอย่าง

ซูฉีเดินตรงไปยังห้องนอน เปิดตู้เก็บของออก

กระดูกนิ้ว… กับโน้ตเพลงหนึ่งแผ่น ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปไหน

ยังคงตกอยู่ในสภาพ ‘ปั่นป่วน’

ขณะที่ซูฉีกำลังจะปิดตู้ เขาก็หยุดมือกะทันหัน หันไปมองแคปซูลเกมที่ตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น สายตาเหมือนเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา

ครึ่งชั่วโมงถัดมา

หลังจากจัดการมื้อกลางวันเรียบร้อย ซูฉีก็นอนเอนตัวกลับเข้าไปในแคปซูลเกมอีกครั้ง

[กำลังเชื่อมต่อระบบประสาท…]

[เชื่อมต่อสำเร็จ]

[ยินดีต้อนรับ ผู้เล่น ซูปู้เสียน เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของคุณ]

[คุณได้ปลดล็อกฟังก์ชันจับคู่แล้ว สามารถเลือกโหมดและระดับความยากของดันเจี้ยนได้]

เบื้องหน้าซูฉี ปรากฏโมดูลที่สามารถเลือกได้หลายแบบ

[โหมดดันเจี้ยนเดี่ยว]

หมายเหตุ: ค่าประสบการณ์และเหรียญเกมที่ได้รับในดันเจี้ยนเดี่ยว จะมากกว่าแบบหลายผู้เล่น 20%

[โหมดดันเจี้ยนหลายผู้เล่น (ปลดล็อกเมื่อถึงเลเวล 6)]

หมายเหตุ: ดันเจี้ยนหลายผู้เล่นจำเป็นต้องสำรวจร่วมกัน ความคืบหน้าของเควสหลักจะถูกแชร์ หากผู้เล่นคนใดฆ่าเพื่อนร่วมทีม เควสหลักของเขาจะถูกบล็อก และไม่สามารถรับรางวัลการเคลียร์ได้

ทั้งสองโหมดสามารถเลือกความยากได้: ‘ธรรมดา’ ‘ยาก’ ‘ฝันร้าย

‘หือ?’

ซูฉีสังเกตเห็นตัวเลือก ‘ฝันร้าย’ ถูกทำเป็นสีเทา ไม่สามารถกดเลือกได้ พร้อมคำแนะนำเล็ก ๆ ว่า ระหว่างการจับคู่ มีโอกาสหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าสู่ดันเจี้ยนระดับฝันร้าย และยิ่งค่าเฉลี่ยการประเมินดันเจี้ยนสูงขึ้น ความน่าจะเป็นก็จะยิ่งมากขึ้น

“แปลว่าความยากระดับนี้เป็นการสุ่มเท่านั้น ไม่สามารถเลือกเองได้… ดันเจี้ยนแรกของเราก็ดันเป็นระดับฝันร้าย จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายดีเนี่ย”

หลังจากอ่านทั้งหมดแล้ว ซูฉีไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในดันเจี้ยน เขายังมีอีกเรื่องที่ต้องตรวจสอบ

เมื่อเปิดช่องเก็บของขึ้นมา แววตาของซูฉีก็พลันสั่นไหว

ภายในช่องเก็บของ ปรากฏวัตถุคุ้นตาสองชิ้น

กระดูกนิ้วที่ปนเปื้อน’ ‘แผ่นดนตรีที่ปนเปื้อน

“เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ…”

วัตถุพิเศษสองชิ้นที่ได้มาจากโลกจริง… สามารถนำเข้ามาในดินแดนเหวลึกได้จริง ๆ!

สีหน้าของซูฉีเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที

สิ่งที่มันสื่อ…ชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบาย

มันยังพิสูจน์สิ่งที่ซูหลินชิวเคยพูดเอาไว้ ว่าดินแดนเหวลึกไม่ใช่แค่เกมธรรมดา

‘อีกฟาก’ ที่เขาพูดถึง ต้องอยู่ในดินแดนเหวลึกนี่เอง’

เพียงแต่… วัตถุทั้งสองไม่ได้ดูเหมือนอุปกรณ์ เพราะไม่มีหน้าต่างแสดงคุณสมบัติ และตอนนี้ก็ยังไม่อาจเข้าใจถึงจุดประสงค์ของมันได้

เขาปิดช่องเก็บของลง แล้วเริ่มต้นการเลือก

[คุณได้เลือกโหมดเดี่ยว ระดับยาก กำลังจับคู่…]

[จับคู่สำเร็จ]

รางวัลค่าประสบการณ์และเหรียญเกมในโหมดเดี่ยวสูงกว่าเล็กน้อย ช่วยให้ผู้เล่นคุ้นชินกับรูปแบบการเล่นและอัปเลเวลไปพร้อม ๆ กับสะสมคุณสมบัติและข้อได้เปรียบพื้นฐาน หลังจากปลดล็อกโหมดหลายคนแล้ว จึงสามารถหลีกเลี่ยงการเป็นตัวถ่วงคนอื่นได้

ในเวลาไม่นาน

แสงไฟในห้องล็อกอินกะพริบสลับวูบวาบ

ชั่วขณะต่อมา ห้องทั้งห้องก็จมดิ่งสู่ความมืดมิด ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของแสง

เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังขึ้นมา แหบพร่าเสียจนแยกไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย

ยินดีต้อนรับสู่เหวลึก

ความมืดเบื้องหน้าของซูฉีค่อย ๆ จางหายไป

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แสงสลัวส่องลงบนพื้นห้องที่ไม่ค่อยสะอาดนัก ทำให้เตียงกับโต๊ะรอบ ๆ ดูแคบและอึดอัดยิ่งขึ้น

และสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือ…

ห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง

หรือพูดให้ถูก… หน้าต่างถูกปิดตายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ถูกเชื่อมด้วยแผ่นเหล็กอย่างลวก ๆ เท่านั้น แม้แต่รอยแตกที่พอมองเห็นกระจก ก็ยังถูกทาด้วยสีดำสนิทจนไม่เหลือช่องทางใดให้มองออกไปภายนอกได้เลย

คราวนี้…

ภาพ CG ไม่ได้ให้คำอธิบายใด ๆ

‘ดูเหมือนเราต้องสำรวจด้วยตัวเองก่อน ถึงจะสามารถกระตุ้นภารกิจหลักได้’ ซูฉีกวาดตามองรอบห้อง แต่ไม่พบสิ่งใดนอกจากกระเป๋าเดินทางบนเตียง ในนั้นดูเหมือนมีแต่ข้าวของเล็กน้อย เหมือนเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ยังไม่มีโอกาสทำความสะอาดห้องเสียด้วยซ้ำ

แกร๊ก

หลังจากเขาเปิดกระเป๋าเดินทาง ข้างในมีเพียงเสื้อผ้าบางชิ้น และนาฬิกาเรือนเล็กที่ขึ้นสนิมอยู่หนึ่งเรือน

[ชื่อ: นาฬิกา]

[ประเภท: เครื่องมือดันเจี้ยน]

[คุณภาพ: คุณภาพต่ำ]

[คุณสมบัติ: เมื่อไขลานนาฬิกา จะได้รับภูมิคุ้มกันต่อ ‘มลพิษ’ 90% เป็นเวลา 5 นาที ใช้ได้ 3 ครั้งต่อวัน]

[สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่: ไม่ได้]

[หมายเหตุ: จงกุมมันไว้แน่น ๆ… เพราะนี่คือกุญแจแห่งการเอาชีวิตรอดของคุณ]

วัตถุชิ้นนี้ไม่สามารถเก็บไว้ในช่องเก็บของได้

ซูฉีจึงคล้องมันไว้ที่คอ ก่อนจะค้นกระเป๋าเดินทางอีกครั้ง ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม

‘ดูเหมือนในห้องนี้จะไม่มีเบาะแสอื่นแล้ว’

สายตาของซูฉีพลันเลื่อนไปยังประตูห้องโดยอัตโนมัติ ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เขาอยากรู้ว่าข้างนอกมีอะไร แต่บรรยากาศชวนขนลุกในตอนนี้ก็เหมือนจะบอกเป็นนัยว่า… อย่าเพิ่งผลีผลามจะดีกว่า

เขายื่นมือออกไป ผลักบานประตูอย่างระมัดระวัง

ด้านนอกเป็นโถงทางเดินมืดมิด ดวงไฟเพียงเล็กน้อยจากในห้องส่องออกมาให้เห็นลาง ๆ ว่ามีประตูปิดสนิทอีกห้าบานเรียงรายอยู่ข้าง ๆ

แต่ละบานเหมือนมีหมายเลขกำกับ

ห้องของซูฉีคือหมายเลข 5 และตรงข้ามคือหมายเลข 4

ทันใดนั้นเอง…

สัญลักษณ์ ‘[?]’ ก็ปรากฏขึ้นบนบานประตูตรงข้าม หมายเลข 4

มันแสดงข้อความว่า

[ผู้อยู่อาศัยในห้องหมายเลข 4 กำลังแอบมองคุณผ่านช่องตาแมว]

มีคนอยู่จริงงั้นเหรอ? แต่การมีใครอยู่ด้วย… ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป

ข้อความเปลี่ยนไปอีกครั้ง

[มันกำลังรอให้คุณเคาะประตู]

คำว่า ‘มัน’ ที่ปรากฏขึ้น ทำเอาซูฉีอดขมวดคิ้วไม่ได้ ว่าเขาจะกล้าเคาะลงไปได้อย่างไร

ทั่วทั้งอพาร์ตเมนต์แผ่กระจายกลิ่นอายประหลาดชวนขนลุกออกมา ผู้พักอีกห้าห้องก็คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ หากยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีพอ การไม่ทำอะไรเกินจำเป็นก็คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

ทว่าทันใดนั้นเอง

เสียงระฆังดังขึ้นมาจากบันไดทางเดินสุดปลายโถง คล้ายระฆังสัมฤทธิ์ถูกเขย่า เสียงทำนองนี้มักหมายถึงการแจ้งเตือนบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณรวมตัว เวลามื้ออาหาร หรือการเข้าเรียน

และถัดจากนั้น…

เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากบันไดทางเดิน

เสียงนั้นหนักหน่วง ราวกับรองเท้าเปียกน้ำเหยียบลงบนไม้กระดาน

จังหวะฝีเท้าดังก้องสะท้อนในโถงทางเดินมืดลึก

ซูฉีหันมองไปทันที ความรู้สึกไม่ดีพลันแวบเข้ามา

แล้วเพียงชั่วอึดใจ

เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นกับซูฉี ประตูห้องหมายเลข 4 เปิดผางออก และหนวดเส้นหนึ่งก็พุ่งคว้าออกมา

มันดึงซูฉีเข้าไปตรง ๆ

โดยไม่ลังเล ซูฉียกมีดชำแหละขึ้นมาขวางไว้เบื้องหน้า แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามไป ผมไม่ได้คิดร้าย”

ต่อมาไม่นาน

‘ตุบ!’ ซูฉีก็ถูกกระชากเข้าห้องหมายเลข 4 ประตูปิดลงตามหลังทันที

แต่ซูฉีไม่ใช่คนที่จะยอมตกเป็นฝ่ายถูกกระทำง่าย ๆ ในจังหวะที่ก้าวเข้ามา เขาระเบิดพลังฟาดมีด รวบกดสิ่งมีชีวิตที่ฉุดเขามาแนบกับผนัง มีดชำแหละอาบกลิ่นอำมหิตถูกเล็งไปที่ลำคออีกฝ่าย

สิ่งมีชีวิตที่มีหนวดนั้น… กลับกลายเป็น ‘มนุษย์’ และยังสวมแว่นตา ท่าทางดูภูมิฐานเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะทรุดลงคุกเข่าอย่างไม่รีรอ

‘อย่า! อย่าฆ่าผมเลย!’

จบบทที่ บทที่ 8 ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว