เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ดินแดนเหวลึก, เริ่มทำงาน!

บทที่ 2 ดินแดนเหวลึก, เริ่มทำงาน!

บทที่ 2 ดินแดนเหวลึก, เริ่มทำงาน!


ซูฉีเดินกลับบ้าน แล้วลงมือทำบะหมี่หนึ่งชาม

เขาไม่ชอบบะหมี่น้ำ เสน่ห์ของบะหมี่อยู่ที่การ ‘คลุกแห้ง’ ต่างหาก แต่ละเส้นถึงจะซึมซับรสเข้มข้นของซอสได้อย่างเต็มที่ กลมกลืนเข้าไปในรสชาติที่เข้มข้น

เขายกมันไปวางหน้าจอคอมพิวเตอร์

แล้วเริ่มเปิดฟอรั่มทางการของ ‘ดินแดนเหวลึก

ต้องบอกเลยว่า เกมนี้มันดังระเบิด ถึงจะยังไม่เปิดเบต้า แต่ยอดผู้ติดตามก็พุ่งทะลุสามล้านไปแล้ว

ในฟอรั่มมีคนบ่นว่า บริษัท Magic Cube ใจร้ายเกิน ขายแพ็กคู่ทั้งแค็บซูลเกมกับตัวเกมในชุดเดียว แถมแค็บซูลยังเล่นได้แค่ดินแดนเหวลึกเท่านั้น แถมราคาแพงกว่าชาวบ้านเขาอีก

แต่พวกสายปกป้องก็โผล่ออกมาทันที

แพงตรงไหน? เลิกพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว บางทีควรหาสาเหตุในตัวเองก่อน

รักก็คือรัก ไม่รักก็ไม่ต้องเล่น คนที่ไม่ยอมเล่นเกมนี้ชีวิตก็ล้มเหลวแล้วล่ะ

ยังไม่ทันเปิดตัวก็ทำตัวเหมือนลูกกตัญญูกราบพ่อกราบแม่สะแล้ว ซูฉีเลื่อนผ่านพวกข้อความไร้สาระ วุ่นวาย และเวิ่นเว้อเหล่านั้นไป

เขามาอ่านตรงที่มีประโยชน์แทน ซึ่งสรุปได้ว่าดินแดนเหวลึกมีการทดสอบลับนานถึงหกเดือน หลายคนที่เคยเข้าไปทดสอบก็ออกมาโพสต์ในฟอรั่ม พยายามตั้งกลุ่มดึงดูดผู้เล่นใหม่ที่ไร้เดียงสา

นอกจากนี้

โครงสร้างของเกมยังใหญ่มหึมา ตามข้อมูลวงในของ Magic Cube เกมนี้มีอินสแตนซ์เวิลด์แบบไม่จำกัด ให้ผู้เล่นออกไปสำรวจได้ไม่รู้จบ เรียกได้ว่า ‘เป็นไปได้ทุกอย่าง’ ที่สำคัญคือ บรรดาโปรแกรมโกงที่เกมอื่นรังเกียจนั้น จะไม่มีวันปรากฏในดินแดนเหวลึก

“งั้นเหรอ ไร้โปรโกง? แบบนี้เราก็ต้องเล่นแล้วสิ เพราะเกลียดพวกขี้โกงสุด ๆ เลย”

เช้าวันที่เปิดทดสอบแบบสาธารณะ

ซูฉีตื่นเช้ามาวิ่ง อาบน้ำ กินมื้อเช้าเรียบร้อย จากนั้นก็ล้มตัวนอนลงในแคบินเกม ร่างกายสดชื่นพร้อมเข้าสู่เกมเต็มที่

เขายกมือเคาะผนังแคบ ๆ ของแคบิน มองประตูอัตโนมัติค่อย ๆ ปิดลง แล้วก็อดบ่นไม่ได้ว่า ‘คนออกแบบแคบินเกมนี่ ต้องเคยทำงานโรงศพมาก่อนแน่ ๆ รู้สึกไม่ต่างจากนอนในโลงที่บ้านผีสิงเลยเว้ย’

[เชื่อมต่อระบบประสาทกำลังดำเนินการ]

[เชื่อมต่อสำเร็จ]

[ยินดีต้อนรับ ผู้เล่นหมายเลข 985211 ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเรา]

[โปรดทราบ ระหว่างการเล่น คุณอาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว หรือไม่สบายอื่น ๆ รวมถึงอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ ผู้เล่นต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วยตนเอง หากมีอาการผิดปกติใด ๆ กรุณาหยุดเล่นทันที และรีบไปพบแพทย์]

[ขอให้สนุกกับเกม]

หลังจากเหม่อไปเพียงชั่วครู่

ซูฉีก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องมืดสนิท รอบตัวมีเพียงข้อความเรืองแสงจาง ๆ ของระบบ ส่วนที่เหลือก็มีเพียงความมืดที่ดำลึกเท่านั้น

ภายนอกห้องมีเสียงประหลาดดังแทรกมาเป็นระยะ ทั้งเสียงสัตว์ประหลาดคำราม หรือเสียงหัวเราะของผี ที่ฟังแล้วเสียวสันหลัง

ฟังเสียงเพี้ยน ๆ ที่ผุดขึ้นไม่หยุด ซูฉีก็พึมพำขึ้นว่า

“พื้นที่ล็อกอินส่วนตัวทำซะน่ากลัวขนาดนี้ เอาไว้สร้างอารมณ์สมจริง หรือแค่ตั้งใจทำให้คนเล่นหลอนกันแน่”

ถ้าเป็นคนทั่วไปคงได้แต่นั่งแข็งทื่ออยู่ตรงมุมสว่างไม่กล้าขยับ

แต่ซูฉีกลับเดินลุยความมืดทันที พยายามหมุนลูกบิดประตูเพื่อดูว่าข้างนอกมีอะไร

ทว่าลูกบิดกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

แทนที่จะเปิดได้ ข้อความกลับลอยขึ้นมาตรงหน้า

[พื้นที่นี้ยังไม่เปิดให้ใช้งาน]

เขาทำได้เพียงเคาะประตูพลางบ่นเสียงดัง

‘พวกเอฟเฟกต์พอเถอะ เสียงมันดังเกินไปแล้ว!’

ไม่รู้ว่าเกมได้ยินจริง ๆ หรือเป็นแค่การออกแบบกันแน่ เสียงโหวกเหวกนอกห้องค่อย ๆ เงียบหายไป

[กรุณากรอกชื่อตัวละครในเกม]

ซูฉีไม่คิดจะใช้ชื่อจริงอยู่แล้ว หลังจากคิดครู่หนึ่งก็เลือกได้

[ยืนยันชื่อผู้เล่น: ซูปู้เสียน]

[ยืนยันสำเร็จ]

[ผู้เล่น ซูปู้เสียน ต้องการเข้าสู่ดันเจี้ยนเดี่ยวทันทีหรือไม่? เมื่อเข้าสู่ดันเจี้ยนแล้ว แผงตัวละครจะถูกปลดล็อก]

“เข้าสิ”

ทันใดนั้น

แสงจากระบบก็ดับวูบลง ความมืดปกคลุมทั่วทั้งห้อง

เสียงสะอื้นเบา ๆ ดังแทรกออกมาจากความมืด

เหมือนจะอยู่ไกล แต่ทันใดก็โผล่มาใกล้หู เสียงแหบพร่าราวกับกล่องเสียงถูกเผาไหม้ดังขึ้นว่า

“ยินดีต้อนรับ… สู่เหวลึก”

…..

รอไม่นาน ความมืดก็ถอยหายไปเหมือนคลื่นน้ำที่ลดลง

ซูฉีทำหน้าเข้ม แต่มือกลับยกขึ้นลูบหูตัวเอง พลางบ่นเบา ๆ “จะหลอนใครก็อย่ามาใกล้ขนาดนั้นสิ แล้วนี่ทำไมรู้สึกเหมือนโดนเลียหูด้วย?”

เขาเงยหน้าขึ้นมา

พื้นที่ล็อกอินเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นกระท่อมไม้เก่า ๆ

ภายในกระท่อมสลัว ๆ แสงอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านช่องประตูไม้ที่ปิดไม่สนิท สาดลงบนพื้นซอมซ่อที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก

‘ทำไมถึงเละเทะได้ขนาดนี้?’

ซูฉีก้มมองลงไป เห็นคราบของเหลวที่เหมือนจะแห้งกรังติดอยู่บนพื้น แมลงวันบินวนว่อนอยู่เต็มห้อง และกลิ่นประหลาดที่ไม่อาจบรรยายได้ก็พุ่งเข้าจมูกทันที

ยังไม่ทันได้สำรวจห้องอย่างถี่ถ้วน

สายตาของเขาก็พลันพร่ามัว ก่อนที่ฉาก CG เปิดเรื่องของเกมจะค่อย ๆ ปรากฏ พร้อมกับเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้นข้างหู

[คุณยางรถแตก และติดอยู่บนถนนรกร้างไร้ผู้คน ไม่มีทางเลือก จึงยอมรับคำเชิญของชาวบ้านที่ผ่านมาพอดี เพื่อไปพักที่บ้านของเขา]

[บ้านของเขาอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่แยกตัวห่างออกไป มีผู้คนไม่มากนัก แต่ทุกคนที่คุณเจอล้วน ‘เป็นมิตรเกินเหตุ’ คุณตัดสินใจพักค้างคืน แล้วค่อยจัดการเรื่องรถในวันรุ่งขึ้น]

[เพียงแต่ ร่องรอยเล็กน้อยที่คุณสังเกตได้โดยบังเอิญ กลับทำให้รู้สึกไม่สบายใจ]

ภาพ CG แสดงเส้นทางที่เขาเพิ่งผ่านมา พุ่มไม้หนาม โบสถ์ที่ใช้สวดภาวนา และรอยยิ้มกว้าง ๆ ของชาวบ้านทุกคน

จากนั้น ข้อความภารกิจก็ปรากฏขึ้น

[ภารกิจ หนีออกจากเมือง หรือเอาชีวิตรอดให้ครบสามชั่วโมง]

ภาพค่อย ๆ จางหายไป ซูฉีจึงได้โอกาสกวาดตามองทั่วกระท่อม

ในห้องมีเพียงเตียงหนึ่งเตียง ดูเหมือนเป็นที่พักชั่วคราวที่เตรียมไว้ให้แขก แต่ชัดเจนว่า… เขาไม่ได้เป็น ‘แขก’ คนแรกที่มาถึงที่นี่

ซูฉีเอานิ้วแตะคราบแห้งบนพื้น แล้วจ่อขึ้นจมูกดม

“กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ…แต่ก็ยังมีอย่างอื่นด้วย”

กลิ่นเน่าเบาบางที่แม้แต่น้ำยาฆ่าเชื้อก็กลบไม่มิด แม้เขาจะกวาดตามองไปรอบห้อง แต่ก็ไม่เห็นอะไรผิดสังเกต

กระทั่ง…สายตาของซูฉีหยุดนิ่งลง

ที่มุมข้างเตียงปรากฏเครื่องหมายคำถามเล็ก ๆ ลอยอยู่เงียบ ๆ

“อ้อ…เกมนี้ก็มีให้เห็นด้วยสินะ”

เขาเดินเข้าไปใกล้ ข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

[พื้นไม้ตรงนี้หลวม]

ซูฉีใช้แรงงัดแผ่นไม้ขึ้นมา ทันใดนั้นคิ้วก็ยกขึ้นกับภาพเบื้องหน้า

ใต้แผ่นไม้มีช่องกลวงที่ยัดแน่นไปด้วยโครงกระดูก และร่างที่ยังไม่เน่าเปื่อยหมดดี เนื้อยังห้อยย้อยแน่นหนากว่าพวกราวซี่โครงหมูที่แขวนขายอยู่หน้าตลาดตรงปากซอยบ้านเขาเสียอีก

ซูฉีบีบจมูกแน่น เกือบล้มเพราะกลิ่นเหม็นที่ทะลักออกมาเมื่อเปิดพื้นไม้

“แปลว่าแขกที่ถูกเชิญมาที่นี่…ถูกเก็บเรียบหมดแล้วสินะ”

สายตาคมของเขาเหลือบเห็นถุงพลาสติกติดอยู่ในช่องอกของศพหนึ่ง จึงเอื้อมมือไปดึงออกมา

ถุงนั้นเปรอะเปื้อนเลือดทั่วทั้งใบ

เปิดออกมาก็พบเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กกับป้ายชื่อแขวนคอ

“นักข่าวงั้นเหรอ…คงเผลอเดินเข้ามาที่นี่เหมือนกัน”

ซูฉีไม่สนใจไฟล์เสียงก่อนหน้า กดข้ามไปยังบันทึกวันสุดท้ายทันที

เสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากเครื่องบันทึก

“หกโมงยี่สิบหกนาที ดวงซวยชะมัด รถเสีย ต้องจำใจหาที่พักในเมืองกันดารแห่งนี้ แต่ชาวบ้านใจดีเกินคาด ถึงขั้นยกข้าวเย็นมาให้ รสชาติก็อร่อยใช้ได้”

“หนึ่งทุ่ม ตอนกำลังจะออกจากบ้าน แม่บ้านข้าง ๆ ที่ชื่อแมรี่เหมือนรออยู่แล้ว พาชมเมืองอย่างเต็มใจ ทั้งที่คนทั้งเมืองมีไม่ถึงห้าสิบคน แต่กลับมีโบสถ์ที่ตกแต่งด้วยลวดลายแปลก ๆ ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก”

“ทุ่มสี่สิบ พระอาทิตย์ตก ทุกคนในเมืองพากันไปโบสถ์สวดภาวนา แม้จะแปลกไปหน่อย แต่ก็คงเป็นประเพณีของพวกเขา”

“ทุ่มสี่สิบเจ็ด ฉันทนกลิ่นซากหนูตายในกระท่อมนี้ไม่ไหวแล้ว พวกเขามองไม่เห็นกันหรือยังไงนะ? อยากจะพูด แต่พอเห็นน้ำใจไมตรีขนาดนั้นก็พูดไม่ออก…งั้นฉันจัดการเองก็ได้”

เสียงบันทึกยังไม่จบ ก็ได้ยินเสียงไม้กระดานถูกงัดดังเอี๊ยดอ๊าด

ซูฉีเดาได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรต่อ

หลังจากนั้นไม่นาน

แป๊ะ!

เสียงเครื่องบันทึกถูกทำตกดังขึ้น ก่อนที่เสียงสั่นเครือจะดังขึ้นตามมา “พระเจ้า…นี่มันบ้าอะไร…บ้าเอ๊ย!”

เสียงตัดไปแค่นั้น

เห็นได้ชัดว่าเขาเจอที่เก็บศพใต้พื้นกระท่อมเข้าให้แล้ว

ซูฉีเลื่อนสายตาไปที่บันทึกสุดท้าย เวลา 20:00 น.

เสียงสั่นพร่าเปล่งออกมาจากเครื่องบันทึก แฝงด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว ตัดกับความสบายใจในตอนต้นอย่างสิ้นเชิง

“ทำไม…ทำไมถึงมีศพมากขนาดนี้? อย่าบอกนะ…ใช่แล้ว! ลวดลายนั่น! แย่แล้ว…พวกมันทั้งหมดเป็นสาวกปีศาจนี่เอง ทุกคนที่หลงเข้ามา…ถูกสังเวยให้ปีศาจทั้งหมด!”

ชายคนนั้นพยายามหนี เสียงฝีเท้าลนลานดังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดกะทันหัน ราวกับเห็นอะไรบางอย่างน่าขนลุกอยู่ตรงนอกหน้าต่าง

“พวกมัน…พวกมันสวดเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังยืนอยู่หน้ากระท่อม ทุกคนถือคบไฟ…”

เสียงเขาแผ่วลง กลายเป็นเสียงสั่นพร่าแทบขาดใจ

“ฉัน…หนีไม่พ้นแล้ว…”

แอ๊ดด!

เสียงประตูกระท่อมถูกเปิดดังลอดออกมาจากเครื่องบันทึก

และในเวลาเดียวกัน

ซูฉีก็ได้ยินเสียงเดียวกันจาก ‘ประตูด้านหลัง’ ของตัวเอง

กึก

จบบทที่ บทที่ 2 ดินแดนเหวลึก, เริ่มทำงาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว