- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 1 ซูฉี
บทที่ 1 ซูฉี
บทที่ 1 ซูฉี
“ปัง!”
หลิวอี้โส่วผลักประตูห้องสอบสวนออกทันที
ภายในห้อง มีชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ นั่งอยู่
สายตาของหลิวอี้โส่วหรี่ลงทันควัน
คนที่ฆ่าคนมาบ่อย ๆ ย่อมรู้ดีว่า หน้าตากับอาชญกรรมมันไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด
แต่ถึงจะรู้แบบนั้นเขาก็ยังอดนึกไม่ได้ ว่าชายหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้าจะลงมือก่อเหตุอำมหิตไร้มนุษยธรรมได้ขนาดนั้นจริง ๆ
หนึ่งเดือนก่อน
เกิดคดีฆ่ายกครัวขึ้นที่เมืองหลินเจียง ครอบครัวห้าชีวิตถูกสังหารหมู่ ของมีค่าภายในบ้านถูกกวาดไปจนเกลี้ยง
ฆาตกรยังคงลอยนวล
จนกระทั่งวันนี้… กลับถูกจับกุมได้อย่างกะทันหัน
ขณะนั้นเอง ผู้สืบสวนสองคนที่อยู่ในห้องเห็นหลิวอี้โส่วเข้ามาก็เกือบจะลุกขึ้น แต่เขายกมือห้ามไว้ ส่งสัญญาณให้นั่งอยู่เฉย ๆ
แววตาเย็นชาของเขาจ้องตรงไปที่ชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“สองเดือนก่อน ในเหตุการณ์สังหารหมู่ ครอบครัวทั้งห้าถูกฆ่าด้วยมีด ภายในบ้านไม่มีแม้แต่ลายนิ้วมือหรือรอยเท้าให้เห็น กล้องวงจรปิดของชุมชนก็จับภาพได้เพียงเงาเลือนราง”
“ฉันตามสืบคดีนี้มาตลอด สุดท้ายก็เจอเบาะแสอยู่ไม่น้อย”
เขาจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตากดดันเต็มเปี่ยม
“แกไม่ใช่อาชญากรธรรมดาแน่ ๆ”
“แต่เป็นอาชญากรชั้นเซียน ชำนาญการใช้มีด ผ่านคดีมาไม่น้อย วางแผนมาอย่างรอบคอบทุกฝีก้าว!”
ชายหนุ่มคนนั้นเพียงยกยิ้มบาง ๆ ตอบรับแรงกดดันอย่างไม่สะทกสะท้าน
สีหน้าของหลิวอี้โส่วพลันมืดลง ประทับใจกับความใจเย็นของอีกฝ่ายแม้ตัวเองจะตกอยู่ในอันตรายก็ตาม…
“เอ่อ…คือว่า…”
เจ้าหน้าที่สืบสวนคนหนึ่งรีบพูดแทรกขึ้นอย่างระมัดระวัง “หัวหน้า คุณเข้าใจผิดแล้ว”
“เด็กคนนี้ไม่ใช่ฆาตกร แต่เป็นพลเมืองดีที่ช่วยจับตัวคนร้ายไว้ได้ต่างหากครับ”
สีหน้าของหลิวอี้โส่วแข็งค้าง บรรยากาศข่มขวัญที่สร้างไว้พังครืน เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามเสียงเรียบ
“แล้วคนร้ายอยู่ไหนล่ะ?”
“กระดูกหักสิบสองที่ ตอนนี้กำลังนอนผ่าตัดฉุกเฉินอยู่ในโรงพยาบาลครับ”
…
หลิวอี้โส่วยืนอยู่หน้าห้องเดี่ยวของโรงพยาบาล มองทะลุกระจกเข้าไปยังฆาตกรที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั้งตัว นอนหมดสติไม่ขยับ
น่าอนาถจริง ๆ
ได้ข่าวว่าไอ้คนร้ายนี่ ตอนถูกหามขึ้นรถพยาบาล ดันกลั้นไม่อยู่ปล่อยเลอะเทอะไปหมด
ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ไฟล์ข้อมูลเด้งขึ้นมา
เป็นข้อมูลของชายหนุ่มคนนั้น…
เขากวาดตามองไฟล์นั้น
“ซูฉี อายุ 21 ปี เด็กกำพร้า ยังไม่จบการศึกษา ประสบการณ์…”
หลิวอี้โส่วชะงักไปเล็กน้อย
เขาพบว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสนใจรอบด้านอย่างน่าเหลือเชื่อ
เคยเข้าร่วมการแข่งขันหลายประเภททั้งยิงธนู ศิลปะการต่อสู้ ปีนเขา ว่ายน้ำ ยังเป็นสมาชิกชมรมกีฬาเอ็กซ์ตรีม แถมกวาดรางวัลตามงานชุมชน ทั้งไพ่นกกระจอกกับหมากรุกก็ไม่เว้น…
จนกระทั่งหลิวอี้โส่วอ่านจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นพลางครุ่นคิด
“ดูแล้วคำให้การก็ไม่น่ามีปัญหา มืออาจจะหนักไปหน่อย…แต่เด็กคนนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาจริง ๆ”
ใจกล้าแต่รอบคอบ มีประสบการณ์มากมาย ลงมือก็พิถีพิถัน
คนแบบนี้… อาจเหมาะเข้าหน่วยสอบสวนจริง ๆ ก็ได้
ในตอนนั้นเอง
สายเรียกเข้าก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงลังเลของปลายสาย “หัวหน้า ผมว่า… ผมเจอข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้นแล้วครับ”
“หืม?” หลิวอี้โส่วจับได้ถึงน้ำเสียงผิดปกติ
“เขายื่นลาพักการเรียนตั้งแต่เดือนก่อน ถอนตัวออกจากชมรม แล้วหยุดเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด”
“จากนั้น…” เสียงปลายสายอึกอัก เหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พูด “เขาเริ่มทำเรื่องแปลก ๆ”
แปลก?
หลิวอี้โส่วเลิกคิ้วสูง
ในชีวิตการทำงานที่ผ่านมาของเขา เขาเคยเจอคนมามาก จะมีอะไรแปลกไปกว่านั้นอีก?
เขากดเสียงเข้ม “พูดมา”
“เคยมีคนร้องเรียนว่า แมวที่ออกไปเล่นพอกลับมา ขนที่หน้าผากก็ถูกโกนออก แล้วเงาที่โผล่เข้ามาในกล้องก็คือเขา”
อืม… อาจจะเกลียดแมวก็ได้ เรื่องนี้ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
“อีกครั้ง เขาแอบเข้าไปในห้องดนตรีของโรงเรียนตอนดึก แล้วก็ขังตัวเองไว้ในห้องนั้น นั่งเล่นเปียโนอยู่หลายเพลง…”
เอ่อ… อาจจะแค่คิดถึงโรงเรียน ถึงจะไม่สมควร แต่ก็ยังเข้าใจได้
“แต่ที่หนักสุด หลังบ้านผีสิงปิดบริการ เขาลากศพปลอมออกจากโลง แล้วเข้าไปนอนแทนอยู่ในนั้นทั้งคืน”
…?
หลิวอี้โส่วถึงกับกลั้นไม่อยู่ สุดท้ายก็ถาม “นี่… พวกนายเอาข้อมูลพรรค์นี้มาจากไหน?”
“จากสายร้องเรียนครับ… ทางเราไม่ได้จัดการ เพราะมันดูเล็กน้อยเกินไป”
หลิวอี้โส่ว “…..”
ความคิดเดิมถูกยกเลิกทันที
คนแบบนี้ อย่าหวังให้เข้าหน่วยสืบสวนเด็ดขาด ใครจะรู้ว่าจะสร้างเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ อะไรขึ้นมาอีก
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา
พอหันไป เขาก็เห็นคนแปลกหน้าสองคนเดินมา กลิ่นอายรอบตัวดูไม่ธรรมดา เขาจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงระแวดระวังเล็กน้อย
“พวกคุณ…เป็นใคร?”
ชายวัยกลางคนหยิบบัตรประจำตัวออกมา “หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ สำนักงานสอบสวนเมืองหลินเจียง หลิวอี้โส่ว ใช่ไหม? ลำบากคุณแล้ว ตั้งแต่นี้ไป คนที่อยู่ในห้องพัก เราจะเป็นฝ่ายรับช่วงต่อเอง”
หลิวอี้โส่วเห็นตราบนบัตรก็จำได้ทันที นั่นคือแผนกพิเศษของสำนักงานสอบสวน กลุ่มที่แทบไม่เคยปรากฏตัวในหน่วยงาน และยากที่คนทั่วไปจะได้เห็นหน้า
ว่ากันว่าไม่ต้องทำงานก็ยังได้เงินเดือนใช้… น่าอิจฉาชะมัด
สายตาของชายวัยกลางคนเลื่อนไปยังสภาพอนาถของฆาตกรในห้องพักผู้ป่วย เขาคลิกปากอย่างไม่พอใจ “นี่คุณ… ทำตัวเป็นศาลเตี้ยงั้นสิ?”
“เอ่อ… เรื่องมันยาว เดี๋ยวผมจะทำบันทึกส่งให้ทีหลัง” หลิวอี้โส่วกระแอม พร้อมเอ่ยด้วยความสงสัย “แต่ทำไม… ทำไมพวกคุณถึงต้องเข้ามารับช่วงต่อคดีนี้?”
“เป็นความลับ เปิดเผยไม่ได้”
สาเหตุที่หน่วยนี้ลึกลับ ก็เพราะงานของพวกเขาถูกปกปิดเป็นความลับอย่างเข้มงวดนั่นเอง
“แต่ว่า…” ชายวัยกลางคนผลักประตูห้องคนไข้ แล้วหันกลับมามองพลางพูดทิ้งท้าย “อีกไม่นานคุณก็คงจะได้รู้เอง”
….
ในเวลาเดียวกัน
ตรงสี่แยกไฟแดง
ซูฉีมองสายตาระแวดระวังของอีกฝ่าย พยายามหาน้ำเสียงที่เหมาะสมจะเริ่มต้น
“ก่อนอื่น ผมต้องขอชี้แจง”
“ผมไม่ใช่พวกโรคจิตนะ เรื่องนี้มีเหตุผล”
“อย่างที่สอง ผมก็ไม่ได้มีรสนิยมประหลาดอะไร”
“สุดท้าย…”
ซูฉีหยุดไปชั่วครู่ ก่อนหันไปมองหญิงสาวในชุดทำงานที่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า “คุณจะขายถุงน่องที่คุณใส่อยู่…ให้ผมไหม?”
ใบหน้าของสาวออฟฟิศเปลี่ยนสีทันที “เพี้ยน! ลามก!”
ว่าแล้วเธอก็กดคันเร่งพุ่งหนีไปทันที
ซูฉียืนมองสกู๊ตเตอร์ที่หายลับไปกับสายตา “เห็นไหม โลกนี้มันช่างเย็นชาไร้น้ำใจ ขนาดคุยกันตรง ๆ แล้วก็ยังไม่เชื่อใจกันเลย”
หนึ่งเดือนก่อน
ดวงตาของเขาเกิดปัญหาขึ้น เขาเริ่มมองเห็น ‘สัญลักษณ์วรรคตอน’
ตอนแรกที่เขาเห็นสัญลักษณ์ [?] ลอยอยู่เหนือหัวแมวตัวหนึ่ง ด้วยความอยากรู้จึงลองแตะมันดู ทันใดนั้นก็มีข้อความปรากฏขึ้นในหัว เป็นความคิดลึก ๆ ของเจ้าแมวนั่นเอง
“ไอ้ขี้ข้าหน้าโง่นี่จ้องอะไรของมันนักหนา?”
ถึงจะโดนด่า แต่ซูฉีก็ไม่โกรธ กลับใจกว้างถึงขั้นไปซื้อกรรไกรมาตัดขนให้มันด้วยซ้ำ
จากนั้นเป็นต้นมา
ซูฉีก็รู้ว่าเขาได้รับความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง จึงลองทดสอบอยู่หลายครั้งเพื่อทำความเข้าใจ
จนถึงตอนนี้ เขาสรุปมันออกมาได้สองประเภท
เครื่องหมายคำถาม และเครื่องหมายอัศเจรีย์
เมื่อแตะ [?] จะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องบางอย่าง
ส่วน [!] ต้องทำ ‘เงื่อนไขพิเศษ’ ให้สำเร็จก่อน ถึงจะได้วัตถุลับบางอย่างมา มันเหมือนกับการเจอ ‘อีสเตอร์เอ็ก’ ในเกมเลยทีเดียว
เช่นกระโดดไปตามกำแพงในห้องประลองดาบเพื่อทำให้ปืนกลตกลงมา ตัดเส้นชีพจรตัวเองร้อยครั้งในเกมกำลังภายในออนไลน์ เพื่อให้ได้ ‘ร่างเซียน’ แล้วเพียงฝ่ามือเดียวก็ไม่เพียงทำลายหัวหน้าพรรคยุทธภพ แต่ยังทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มไปด้วย
แน่นอน ทั้งหมดนี้เขาทำเพื่อทดสอบความสามารถของตัวเอง ผลคือ บัญชีโดนแบนข้อหาโกงเกม
เกมมันจะไร้เหตุผลก็ไม่แปลกหรอก
แต่ความจริง… มันไม่เหมือนกัน
เขานอนเป็นศพในบ้านผีสิง ไปเล่นเปียโนในโรงเรียนยามค่ำคืน ทุกอย่างก็เพื่อจะกระตุ้น ‘อีสเตอร์เอ็กซ์’ สุดท้ายที่ได้มาก็มีแค่ ‘กระดูกนิ้ว’ กับ ‘โน้ตเพลง’ แผ่นหนึ่งเท่านั้น
จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่ามันมีไว้ทำอะไร
ซูฉีเดินข้ามถนน ฝั่งตรงข้ามคือศูนย์การค้าที่ช่วงค่ำจะยิ่งคึกคักกว่าช่วงกลางวัน
ยิ่งมีคนมาก เครื่องหมายคำถามก็ยิ่งปรากฏถี่ขึ้น
ร้านแพนเค้กเนื้อวัว จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้เนื้อวัว แต่เป็นเนื้อเป็ดสังเคราะห์แทน
ตู้กดน้ำอัดลมข้างทางพัง ใส่เหรียญหนึ่งหยวน ดันหล่นมาสองขวด
ในร้านกาแฟมีชายหญิงนั่งนัดบอดกันอยู่ ผู้หญิงบอกว่าตัวเองยุ่งเกินไป ไม่มีเวลาคบใคร แต่ซูฉีกลับเห็นเลข ‘55’ ลอยอยู่เหนือหัวเธอ
จะว่าไป เครื่องหมายคำถามก็เป็นเรื่องสัมพัทธ์
เมื่อเห็นคำถาม ความสงสัยก็เกิดขึ้นในใจของเราเอง
ในตอนนั้นเอง
ฝูงชนพลันฮือฮาขึ้น ผู้คนพากันชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงสั่นกลัวดังระงม
“อะไรกันน่ะนั่น?”
บนจอขนาดยักษ์ของตึกการค้า ภาพ ‘หน้ากากผี’ ปรากฏขึ้น
มันกินพื้นที่ทั้งจอ ดวงตาสีแดงฉานเปิดขึ้นราวกับกำลังจ้องทุกคนอยู่ แม้มองไม่เห็นใบหน้า แต่กลับสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่าขนลุก
ซี่…
มันยื่นนิ้วซีดยาวหลายข้างออกมา เขียนตัวอักษรสีเลือดอย่างสั่นคลอนบนจอ เสียงเสียดหูของการเขียนทำให้ผู้คนหนาวสะท้าน
【พวกเจ้า…ปรารถนาที่จะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิตหรือไม่?】
ความรู้สึกเดจาวูรุนแรงจนผู้คนตัวสั่นไปตามกัน ความหนาวเย็นแผ่ซ่านจากก้นบึ้งของหัวใจ
หรือว่านี่… จะมีเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น?
แต่แล้วหน้าจอก็กะพริบ ก่อนที่หน้ากากผีจะหัวเราะเบา ๆ สองสามครั้ง แล้วหายวับไปพร้อมกับแสงกระพริบ
ถัดมาคือข้อความโฆษณาไหลขึ้นมาไม่หยุด
【ดินแดนเหวลึก เตรียมเปิดทดสอบสาธารณะวันพรุ่งนี้ ผลงานจาก Magic Cube Company เกมโลกเสมือนจริงรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับไร้สิ้นสุด…】
“……”
“เล่นเอาตกใจหมด สุดท้ายก็แค่โฆษณาเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“ไม่ ๆ ผมสิที่มีปัญหา แถวนี้มีร้านขายกางเกงในไหม?”
ท่ามกลางฝูงชนที่จอแจ
ซูฉียืนตัวแข็งทื่อ
เมื่อครู่ตอนที่หน้ากากผีปรากฏขึ้นนั้นเอง
เครื่องหมายคำถามและอัศเจรีย์ก็ผุดขึ้นเต็มจอจน นับไม่ถ้วน! ราวกับสึนามิถาโถมกระแทกเส้นประสาทบนในหน้าของเขา!
ราวกับมันตั้งใจจะกลืนเขาให้จมหายไปทั้งตัว