- หน้าแรก
- สเปซมารีนแห่งสำนักหมี
- บทที่ 1769. ลงสนาม
บทที่ 1769. ลงสนาม
บทที่ 1769. ลงสนาม
บทที่ 1769. ลงสนาม
การแข่งขันโอลิมปิกเปิดฉากขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่และคึกคัก
ทั่วทั้งหุบเขาโอลิมเปียประดับประดาด้วยโคมไฟและธงทิว พิธีบูชายัญอันยิ่งใหญ่ทำให้กลิ่นเนื้อย่างและกลิ่นไหม้ของควันไฟอบอวลไปทั่ว
กลีบดอกไม้หลากสีสันโปรยปรายเต็มพื้นหินอ่อน แม้แต่ในสระน้ำริมถนนก็โรยกลีบดอกไม้จนดูเหมือนอ่างอาบน้ำดอกไม้
ผ้าแพรหลากสีพันรอบเสาหินอ่อนนับไม่ถ้วนในเมือง รูปปั้นนักปราชญ์และนักรบที่พบเห็นได้ทุกไม่กี่ก้าวถูกทาสีใหม่จนดูเหมือนของใหม่
แขนนับพันโบกสะบัด ปากนับพันโห่ร้องยินดี!
ชุดคลุมสไตล์กรีกหลากสีสันห่อหุ้มร่างกายของผู้คน ไม่ว่ายากดีมีจน เมื่อเดินผ่านวิหารแต่ละแห่ง ต่างก็ส่งเสียงสรรเสริญนามเทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารนั้นอย่างกึกก้อง
และจุดหมายปลายทางที่คลื่นมหาชนมุ่งหน้าไป ย่อมเป็นสนามแข่งขันโอลิมปิกอย่างไม่ต้องสงสัย
สนามที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีรองรับผู้ชมได้ทั้งหมด อัฒจันทร์หินอ่อนที่ลาดเอียงขึ้นไปทีละชั้นดูเหมือนโรงละครขนาดใหญ่ ผู้ชมนั่งเรียงรายกันเป็นแถว ส่วนนักกีฬาเตรียมพร้อมอยู่ที่ลานทราย
"นักกีฬารวมพล! ผู้เข้าแข่งขันแพนเครเชียนมาทางนี้! เราจะเช็ครายชื่อกันอีกรอบ เร็วเข้า!"
ชายคนหนึ่งที่ผมหยิกแนบติดหน้าผากเพราะเหงื่อชุ่ม ถือแผ่นจารึกตะโกนอยู่ข้างสนาม
นักกีฬาจากนครรัฐต่างๆ ต้องเดินทางไกลมายังโอลิมเปียเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน บางคนเพิ่งมาถึงเมื่อคืน และบางคนก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง ไม่มีวันมาถึง
ดังนั้นในการแข่งขันโอลิมปิกแต่ละครั้ง ฝ่ายจัดการแข่งขันจึงไม่รู้แน่ชัดว่าจะมีใครจากนครรัฐไหนมาถึงหุบเขาโอลิมเปียเพื่อลงแข่งบ้าง
จึงได้แต่ตรวจสอบจำนวนและข้อมูลผู้เข้าแข่งขันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คาสซานดรายืนอยู่นอกสนาม รายล้อมด้วยกองเชียร์ส่วนตัว
นอกจากเทสติเคิลส์แล้ว ผู้คนจากเรืออเดรสเทียที่มาจากสปาร์ตาก็อยู่กันครบ
คืนนั้นเขาตกลงรับงานบอดี้การ์ดกับแลน หลังจากนั้นก็ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน หรือจะพูดอีกอย่างคือปลีกตัวมาไม่ได้
แม้แต่อัลซิไบอาดีสก็มาด้วย การแข่งรถศึกที่เขาลงสมัครจะมีขึ้นในอีกสามวันให้หลัง ตอนนี้เลยมีเวลาว่างมาดู
"โอลิมปิก! โอลิมปิก!!" บาร์นาบัสท่าทางตื่นเต้น "สูดหายใจลึกๆ สิ คาสซานดรา รู้สึกถึงความฮึกเหิมและความตื่นเต้นในอากาศไหม?!"
เขายืนอยู่กับกลุ่มลูกเรือ ชูกำปั้นตะโกนเชียร์คาสซานดรา
กลับกัน ผู้ถืออินทรีที่จะลงสนามกลับยืนเท้าเอว "ข้าต่างหากที่จะลงแข่ง บาร์นาบัส...เจ้าจะตื่นเต้นแบบนี้ไปอีกหลายวันเลยเหรอ?"
"โอ้ ทวยเทพ แน่นอนสิ!"
คาสซานดราเบ้ปาก "งั้นข้าคงต้องหาโอกาสชนะให้เร็วหน่อยแล้วมั้ง"
"ขอร้องล่ะ!" บาร์นาบัสเริ่มบ่น "อย่าทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวสิ เจ้าต้องรู้สึกอะไรบ้างแหละ! ซูสกับเฮรากำลังมองดูเหล่านักรบช่วงชิงชัยชนะอยู่นะ! เผลอๆ อาจจะมองผ่านดวงตาของอิคารอสก็ได้! นี่คือหุบเขาโอลิมเปียที่เป็นอมตะเชียวนะ!"
"เฮ้ บาร์นาบัส อย่ากดดันข้าสิ!"
คาสซานดราผ่านโลกมาเยอะ ผ่านช่วงเวลาสำคัญและอันตรายมานับไม่ถ้วน
แต่ในฐานะชาวกรีก ที่เติบโตมากับการซึมซับเกียรติยศของโอลิมปิกจนฝังลึกในจิตใจ วันนี้ได้มายืนอยู่ในสนามแข่งขันโอลิมปิกจริงๆ จะบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงโกหก
ผู้ถืออินทรีขยับข้อต่อจนเกิดเสียงดังกร๊อบแกร๊บ และสูดหายใจลึกๆ ต่อเนื่องเพื่อปรับสภาพจิตใจ
"ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว"
ทริสส์กอดอกยืนอยู่ข้างๆ พูดให้กำลังใจคาสซานดรา
"กรรมการสิบกว่าคน นักบวชจากวิหารต่างๆ อีกสิบกว่าคน...เราไปทักทายมาหมดแล้ว เจ้าจะได้ขึ้นสนามอย่างถูกต้องตามกฎ ในฐานะผู้หญิง! ไม่มีใครกล้าปากหอยปากปูสักคำ"
"แน่นอน" ทริสส์ยักไหล่ "ก็ได้แค่ขึ้นสนามนะ ถ้าก่อนหน้านี้มีเวลาให้ข้ามากกว่านี้ ข้าอาจจะ..."
"แค่นี้ก็พอแล้ว!" คาสซานดราตัดบทจอมเวทหญิงทันที "ขอแค่ข้าได้ขึ้นสนาม ข้าจะอัดคู่ต่อสู้ให้หมอบกระแตตุ๋ย แล้วคว้าช่อใบมะกอกมาให้ได้! ทวยเทพเป็นพยาน ยุติธรรมและมีเกียรติ!"
ผู้ถืออินทรีมองจอมเวทหญิงด้วยสายตาจริงจัง ก่อนหน้านี้พวกเธอไปพบคนสำคัญในงานโอลิมปิกด้วยกัน และ 'ล็อบบี้' พวกเขาไปทีละคน
แต่คาสซานดราไม่เข้าใจเวทมนตร์ เธอไม่รู้ว่าทริสส์ไม่ได้ทำ 'การจัดการเพิ่มเติม' จริงๆ หรือเปล่า
จอมเวทหญิงมองคาสซานดรา แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ เปียเส้นเล็กสีแดงเบอร์กันดีข้างแก้มไหวตามเบาๆ
"วางใจเถอะ นี่คือการแข่งขันและเกียรติยศของเจ้า ข้าจะไม่สอดมือเข้าไปทำให้มันแปดเปื้อน"
"ขอบใจนะ ทริสส์" ได้ยินคำสัญญา คาสซานดราก็ยิ้มออก "ไว้กลับไป ข้าจะขอบคุณเจ้าบนเตียงพร้อมกับแลนให้หนำใจเลย"
เมื่อครู่ตอนพูดด้วยความจริงจัง ผู้ถืออินทรีแผ่กลิ่นอายทหารที่แข็งกร้าวและมุ่งมั่นออกมาโดยธรรมชาติ
แต่พริบตาเดียวก็กลับมาเป็นสไตล์อิสระเสรี เปิดเผย และไร้ข้อผูกมัด การเปลี่ยนอารมณ์นั้นกะทันหันแต่ก็เป็นธรรมชาติ
เพราะนี่คือสไตล์ของคาสซานดรา ความเป็นชาวสปาร์ตาที่มีระเบียบวินัยแบบทหาร กับความเป็นทหารรับจ้างที่รักอิสระ ตัวตนและสไตล์การใช้ชีวิตทั้งสองแบบได้หลอมรวมเป็นสาวงามแห่งทะเลอีเจียนผู้นี้
จอมเวทหญิงที่เริ่มจะชินแล้วเบ้ปาก "รอให้เจอตัวคนก่อนค่อยว่ากันเถอะ"
แลนหายตัวไปทันทีหลังจากคืนนั้น บอกว่าจะไปดูรูปปั้นสามแห่งที่กระจายอยู่ในทะเลอีเจียน ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมากะทันหัน
จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา
เรื่องนี้ทำให้คาสซานดราที่จะลงแข่งรู้สึกเสียดายนิดหน่อย
สำหรับคำบ่นของทริสส์ ผู้ถืออินทรีหัวเราะร่า พร้อมกับเริ่มถอดอุปกรณ์สวมใส่มอบให้บาร์นาบัสและลูกเรือดูแล
ถอดชุดเกราะและรองเท้าแตะ เท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นทราย
ถอดเสื้อรองในชุดเกราะกันเสียดสีออก เหลือเพียงชั้นในและผ้าคาดอก ดูคล้ายกับชุดบิกินี่ใส่เล่นน้ำทะเล
ภูมิอากาศรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนร้อนอบอ้าวอยู่แล้ว แถมช่วงที่จัดโอลิมปิกก็ตรงกับฤดูร้อนพอดี
นักกีฬาที่ต้องแข่งขันใช้แรงกายอย่างหนักก็ทรมานพออยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ชมเห็นชัดและกรรมการตรวจสอบได้ว่าไม่มีการพกอุปกรณ์โกง โดยปกตินักกีฬาจะใส่แค่กางเกงในตัวเดียว
ถ้าร้อนมาก หรือต้องการความคล่องตัวสูงสุด นักกีฬาจะแก้ผ้าแข่งเลยก็ไม่มีปัญหา
ยังไงซะรูปปั้นเปลือยก็ไม่ใช่ของแปลกในกรีก ผู้คนเห็นกันจนชินตาแล้ว
ในฐานะนักกีฬาโอลิมปิกหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ชุดของคาสซานดราถือว่ามิดชิดมากแล้ว
เมื่อถอดเสื้อผ้าออก เส้นสายกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและเรือนร่างสีทองแดงอันงดงามของผู้ถืออินทรีก็ปรากฏแก่สายตา
"ฮิ้ว~"
อัลซิไบอาดีสที่ยืนเชียร์อยู่ข้างๆ อดใจไม่ไหว ผิวปากแซว
"ดูเรือนร่างอันเร่าร้อนที่สวรรค์ประทานมานี่สิ! ทาน้ำมันหน่อยเถอะ คาสซานดรา! ไม่งั้นเสียของแย่!"
"ทาน้ำมัน?" คาสซานดราปัดเปียที่พาดอยู่บนไหล่ซ้าย "ก็ดีเหมือนกัน กล้ามเนื้อจะได้ผ่อนคลาย"
ในพื้นที่ที่มีแดดจัดรอบทะเลอีเจียน การทาน้ำมันก็เหมือนการทาครีมกันแดดที่ชายหาด เป็นนิสัยปกติทั่วไป
แรกเริ่มเพื่อป้องกันผิวไหม้แดด ต่อมาชาวกรีกก็ค้นพบว่าความมันวาวของน้ำมันช่วยขับเน้นความงามของกล้ามเนื้อและร่างกายได้เป็นอย่างดี
"เรื่องนี้ต้องให้ข้าจัดการ" ทริสส์คว้าน้ำมันทาตัวที่อัลซิไบอาดีสยื่นมา "ข้าก็อยากจะลูบไล้ให้ทั่วๆ เหมือนกัน"
คาสซานดรากางแขนออก ยืนนิ่งๆ อย่างเปิดเผย
อัลซิไบอาดีสที่โดนแย่งซีนได้แต่โอดครวญ "ทริสส์ผมแดงผู้เลอโฉม ความงามของเจ้าทำให้ข้าทั้งรักทั้งแค้นจริงๆ แต่ก็เอาเถอะ พอดีท้องไส้ข้าปั่นป่วนพอดี"
จอมเวทหญิงแสร้งทำหน้าเสียดาย ยิ้มให้อัลซิไบอาดีส
หลังจากชโลมน้ำมัน คาสซานดรายิ่งดูงดงาม แข็งแรง และสุขภาพดีขึ้นไปอีก เธอเดินตรงไปหากรรมการคุมการแข่งขันแพนเครเชียนเพื่อเช็คชื่อ
ส่วนบาร์นาบัส, เฮโรโดตุส และทริสส์ ต่างก็วิ่งขึ้นไปบนอัฒจันทร์หินอ่อนเพื่อรอชมและเชียร์
"ข้ามาลงแข่ง"
ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์สูงต่ำดำขาวที่นุ่งกางเกงในตัวเดียว คาสซานดราเดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว แล้วแจ้งยืนยันตัวตนกับกรรมการกลางวง
"เจ้า? เจ้าล้อเล่นแน่ๆ" ชายผมหยิกแนบหน้าผากกอดแผ่นจารึกด้วยสีหน้าหงุดหงิด "ตอนนี้ขาดแค่เทสติเคิลส์จากสปาร์ตาคนเดียว!"
คาสซานดรามองเขา แล้วย้ำชัดถ้อยชัดคำ "เขาบาดเจ็บ ข้าคือนักกีฬาตัวแทนที่มาแข่งแทนเขา คาสซานดราแห่งสปาร์ตา"
พวกผู้ชายรอบข้างระเบิดเสียงหัวเราะครืนใหญ่ มีทั้งเสียงผิวปากแซวและแทะโลม และเสียงคำรามต่ำๆ ของคนที่รู้สึกว่าโดนหยามเกียรติที่ต้องมาแข่งเวทีเดียวกับผู้หญิง
ผู้ถืออินทรีทำหูทวนลม ไม่หันไปมองแม้แต่นิดเดียว
สุดท้ายกรรมการตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด เหมือนยอมรับชะตากรรมหลังจากพยายามขัดขืนแล้ว
"ก็ได้ ก็ได้ มีเรื่องแบบนี้จริงๆ ข้าจำได้แล้ว...ผู้หญิงคนหนึ่ง ทวยเทพช่วย ทำไมเรื่องทำลายประเพณีถึงต้องมาตกอยู่ที่หัวข้าด้วยนะ?"
ประโยคหลัง กรรมการบ่นพึมพำเบาจนแทบไม่ได้ยิน
พวกเบื้องบนโดน 'ล็อบบี้' เรียบร้อยแล้ว แต่พอถึงเวลาปฏิบัติจริง ก็ต้องมาลงที่คนตัวเล็กตัวน้อยแบบนี้
ทริสส์ไม่มีพลังเวทมากพอที่จะไปสะกดจิตทุกคน ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการดิ้นรนครั้งสุดท้ายเพื่อชื่อเสียงของคนตัวเล็กๆ
โชคดีที่คาสซานดราไป 'ล็อบบี้' กับทริสส์มาตลอดทาง เธอรู้ดีว่าทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้แล้ว จึงไม่มีความรู้สึกผิด เขินอาย หรืออยากถอยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเห็นว่าขู่ไม่ไป กรรมการคุมการแข่งขันก็หมดหนทาง อำนาจหน้าที่ของเขาก็มีแค่นิดเดียว
แต่พอกรรมการยอมจำนน เหล่าชายฉกรรจ์ผู้เข้าแข่งขันแพนเครเชียนกลับยิ่งฮึกเหิม
"ผู้หญิงสปาร์ตา เจ้าจะลงแข่งจริงๆ เหรอ? เวลาสู้กัน ไม่มีใครมาคอยระวังว่าจะดึงผ้าคาดอกเจ้าหลุดหรือเปล่าหรอกนะ!"
ข้างๆ ก็มีคนผสมโรง
"ปล่อยให้นางลงไปเถอะ! มีผ้าคาดอกเพิ่มมา ก็เท่ากับมีที่ให้จับเพิ่ม เวลาปล้ำกันจะจับทุ่มง่ายขึ้นเยอะ!"
ยังมีคนประท้วงอีก "นี่มันดูหมิ่นโอลิมปิกอันศักดิ์สิทธิ์!"
แต่กรรมการรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจากหลายฝ่ายมาแล้ว ถ้านางไม่ยอมไปเอง นางก็ได้ลงแข่งแน่นอน
"เก็บแรงไว้เถอะ ไอ้พวกบ้า!" กรรมการตะโกนอย่างหัวเสีย กดเสียงอื้ออึงลงได้ "เก็บแรงไว้ใช้ในสนามโน่น!"
(จบตอน)