- หน้าแรก
- สเปซมารีนแห่งสำนักหมี
- บทที่ 1767. ป้อมปราการ
บทที่ 1767. ป้อมปราการ
บทที่ 1767. ป้อมปราการ
บทที่ 1767. ป้อมปราการ
"แน่นอน ข้าว่าถ้าเจ้ามีเวลา เจ้าต้องลองไปดูนะ ศิลาจารึกโบราณนั่นต้องมีประโยชน์กับคนที่มีสายเลือดอิซูอย่างเจ้าแน่ๆ"
แลนแนะนำคาสซานดรา
"หลังจากข้าดูศิลาแผ่นนั้น ข้าก็ได้ประสาทสัมผัสที่คล้ายๆ กับ 【เนตรแห่งอาธีน่า】 ของเจ้าเลย ไม่แน่ว่าถ้าเจออีกสักแผ่น ข้าอาจจะหาอินทรีสักตัวมาเชื่อมต่อสายตากันได้เหมือนเจ้าก็ได้นะ?"
นักล่าอสูรพูดติดตลก
การเชื่อมต่อสายตาระหว่างคาสซานดรากับอิคารอสไม่ได้เรียบง่ายแค่การยืมมุมมองกันและกัน เพราะถึงสายตาอินทรีจะดีแค่ไหน แต่มีอินทรีบ้านไหนบ้างที่มีทั้งมองทะลุและล็อกเป้าหมายให้ด้วย?
ความสามารถในการรับรู้ใหม่ที่แลนได้มาตอนนี้ หลักๆ คือ【เนตรวิญญาณ】ที่ได้รับการกระตุ้นและเติบโต จนจำลองความสามารถของ【เนตรแห่งอาธีน่า】ออกมาโดยสัญชาตญาณเมื่อเจอกับศิลาจารึกโบราณ
แต่ยังไงซะแลนก็ไม่ใช่คนของโลกนี้ และไม่มีเศษเสี้ยวของยีนอิซูหลงเหลืออยู่ในตัว เขาทำไม่ได้แม้แต่จะกระตุ้นการทำงานของวัตถุแห่งเอเดนที่ช่างฝีมือของโลกนี้สร้างขึ้นด้วยซ้ำ
ไม่ต้องพูดถึงการเชื่อมต่อและการเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ที่ต้องอาศัยความเข้มข้นของยีนอิซูที่สูงมากถึงจะทำได้
"การวิ่งเต้นล็อบบี้ของพวกเราก็ราบรื่นดีเหมือนกัน"
ทริสส์ไม่ได้สนใจศิลาจารึกโบราณที่แลนพูดถึงมากนัก เพราะนางไม่มีทั้งยีนอิซูและ【เนตรวิญญาณ】
"ต้องขอบคุณเฮโรโดตุสที่พาเราไปพบคนสำคัญหลายคน ดูเหมือนว่างานโอลิมปิกที่หัวโบราณคร่ำครึนี้ กำลังจะมีนักกีฬาหญิงคนแรกถือกำเนิดขึ้นในสมัยนี้แล้ว! ฮ่าๆ!"
คำขอบคุณของจอมเวทหญิงทำให้นักประวัติศาสตร์โค้งตัวรับอย่างมีมารยาท
"หลักๆ เป็นเพราะ...การเจรจาของทริสส์มีประสิทธิภาพสูงมากต่างหาก" พอพูดถึงเวทมนตร์ เฮโรโดตุสก็ยังดูหวาดหวั่นอยู่บ้าง "แต่ก็จริงตามนั้น นักบวชหญิงแห่งดีมิเทอร์เองก็พยักหน้าตกลงแล้ว การลงแข่งของคาสซานดราเรียกได้ว่าผ่านฉลุย"
"แต่ว่า...การที่คัลลิอัสมีความคิดก้าวหน้าและเข้าใจสถานการณ์ขนาดนี้ ทำให้ข้าตกใจอยู่เหมือนกัน"
ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเฮโรโดตุสทำให้แลนเลิกคิ้วขึ้น "หือ? ไหนลองเล่าซิว่าเป็นยังไง"
"เจ้าพูดถึงคัลลิอัสเหรอ? ข้าก็จำได้นะ เป้าหมายที่เราไปวิ่งเต้นตลอดทาง ล้วนแต่ต้องให้ข้าใช้เวทมนตร์ส่งผลต่อความคิดนิดหน่อย ถึงจะยอมตกลงแบบฝืนๆ มีแค่เขาคนเดียว"
ทริสส์แทรกขึ้นมา นางเป็นผู้ร่ายเวทหลักในงานนี้ จึงจำได้แม่นยำกว่าใคร
"คนคนนี้ดูภายนอกเคร่งขรึมและดุมาก" จอมเวทหญิงท้าวเอวข้างหนึ่ง ยิ้มมุมปาก "แต่พอเราเล่าสถานการณ์ให้ฟัง ข้ายังไม่ทันร่ายเวท เขาก็แสดงท่าทีเปิดรับมากกว่าพวกที่โดนข้าสะกดจิตซะอีก"
"เขาบอกว่าจะ 'พิจารณาความเป็นไปได้ในการลงแข่งของคาสซานดราอย่างจริงจัง' เชื่อข้าเถอะที่รัก ข้าเคยเจรจากับขุนนางและพ่อค้าเขี้ยวลากดินมาเยอะ สีหน้าแบบนั้นเท่ากับตกลงไปแล้วในใจ แค่วางฟอร์มไม่อยากตอบรับทันทีก็แค่นั้น"
"เรื่องนี้ข้าไม่เคยสงสัยในตัวเจ้าเลย" คำเยินยอที่ถูกจังหวะของแลนทำเอาจอมเวทหญิงหัวเราะชอบใจ
"เฮ้ ครั้งนี้เทสติเคิลส์ออกหน้าเองเชียวนะ!" ส่วนอดีตนักกีฬาตัวแทนสปาร์ตา ตอนนี้ยืดอกเงยหน้าอย่างภาคภูมิใจ "ถึงคัลลิอัสจะเป็นนักกีฬาแพนเครเชียนและกรรมการที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ต้องไว้หน้าข้าบ้างแหละ! เหมือนกับทุกคนที่เราไปกล่อมมานั่นแหละ!"
เทสติเคิลส์คงคิดว่าที่การวิ่งเต้นวันนี้ราบรื่นขนาดนี้ เป็นเพราะผู้มีอำนาจในโอลิมปิกเกรงใจเขา
ต้องบอกว่า ความหลงตัวเองและความซื่อบื้อที่มากถึงระดับหนึ่ง มันก็ดูน่ารักขึ้นมาได้เหมือนกัน
"แต่คนอย่างคัลลิอัส ไม่ใช่แค่ 'ดูเคร่งขรึมและดุ' เท่านั้นนะ" เฮโรโดตุสเสริมขึ้นหลังจากเทสติเคิลส์หัวเราะจบ "ความจริงแล้ว เขาเป็นผู้สนับสนุนประเพณีอันเก่าแก่ของแพนเครเชียนอย่างเหนียวแน่นมาตลอด"
พูดจบ นักประวัติศาสตร์ก็กวาดสายตามองทุกคนอย่างมีความนัย ย้ำชัดเจนว่า "เหนียวแน่น และด้วยเหตุนั้นจึงเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูง แต่ครั้งนี้...เขากลับแสดงออกถึงความเป็นหัวก้าวหน้าและล้ำสมัยอย่างไม่น่าเชื่อ"
"เจ้ากำลังจะบอกว่า" คาสซานดราขมวดคิ้วเข้มดั่งวาดด้วยถ่าน "คัลลิอัสมีพฤติกรรมผิดปกติ? เขามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง? แต่ข้าแค่อยากได้แชมป์สักรายการจากโอลิมปิก มันจะไปกระทบอะไรได้?"
"ข้าบอกได้แค่ว่าพฤติกรรมเขาผิดปกติ แต่ข้าไม่มีความสามารถในการอ่านใจคนหรอกนะ คาสซานดรา" คำพูดของเฮโรโดตุสยังคงระมัดระวังและรอบคอบเสมอ "จิตใจคนยากหยั่งถึงดั่งสายหมอก"
"อีกอย่าง" นักประวัติศาสตร์ขยิบตาให้นักล่าอสูรอย่างขี้เล่น "แลนเองก็สงสัยว่าเขามีปัญหาไม่ใช่หรือ?"
"ข้าจะไปสืบดูว่าเขาเป็นอะไรกันแน่" แลนยักไหล่ "คืนนี้แหละ น่าจะรู้เรื่อง ยังไงตอนนี้คาสซานดราก็ได้ลงแข่งโอลิมปิกแน่นอนแล้ว อย่างอื่นช่างมันก่อน แข่งไปก่อนเถอะ"
"จะว่าไป เดิมทีข้ากะว่าจะหาคนมาช่วยงานสักหน่อย" นักล่าอสูรกวาดตามองรอบๆ สุดท้ายสายตาไปหยุดที่อดีตนักกีฬาสปาร์ตาที่ต้นขายังพันผ้าพันแผลอยู่ "แต่ดูเหมือนตอนนี้จะได้คนแล้ว"
เทสติเคิลส์งงไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สมองอันใสซื่อจะเข้าใจความหมายของแลน
ใบหน้าของเขาฉายแววภาคภูมิใจ ตบหน้าอกอันกำยำดังปึกๆ
"ฮ่าๆ! เทสติเคิลส์ต่อให้โดนฉลามขี้โกงกัด ก็ยังสู้ได้สิบคนสบายๆ!"
"แลน เจ้าเป็นคนช่วยข้าให้พ้นจากฉลามขี้โกงตัวนั้น ถึงแม้ฉลามนั่นจะทำอะไรเทสติเคิลส์ผู้แข็งแกร่งไม่ได้ก็เถอะ แต่ข้าก็ยังติดหนี้เจ้าครั้งหนึ่ง ต้องการให้ช่วยอะไรก็บอกมาเลย!"
"นั่นสินะ เทสติเคิลส์ผู้แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่" แลนจัดการกับนิสัยของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายเหมือนลูบขนลา "สองสามวันนี้ ช่วยไปเป็นบอดี้การ์ดให้คนคนหนึ่งหน่อยได้ไหม?"
"ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องใช้ขาเดินเยอะหรอก คนคนนั้นส่วนใหญ่ขลุกอยู่แต่ในเวิร์กช็อป"
"เวิร์กช็อป? ขลุกอยู่แต่ในนั้น?" ชายร่างยักษ์เคราเฟิ้มแสดงอารมณ์ทางสีหน้าชัดเจนเหมือนเด็ก "น่าเบื่อแย่เลย"
"แต่คนคนนั้นรวยมากนะ" แลนตบไหล่เขาเป็นการให้กำลังใจ "อาหารการกินที่พักดีเยี่ยม แถมจบงานยังมีดรักมาก้อนโตเป็นค่าตอบแทนด้วย!"
"วู้วฮู้ว!"
เทสติเคิลส์กลับมาร่าเริงอย่างเห็นได้ชัดอีกครั้ง
เขาเป็นนักกีฬาชื่อดัง แต่สมัยนี้นักกีฬาชื่อดังก็ต้องหาทางทำมาหากินเหมือนกัน
นึกว่าบาดเจ็บคราวนี้จะต้องมานั่งดูการแข่งโอลิมปิกเฉยๆ ซะแล้ว ดีที่ยังพักในลีโอนิดายอนได้ ไม่งั้นเทสติเคิลส์คงขาดทุนยับ
ตอนนี้ถึงจะไม่ได้แชมป์ให้สปาร์ตา แต่ได้งานทำ ได้เงินสักก้อนก็ไม่เลว —— น่าเสียดาย คืนนี้แลนคงอยู่กับทริสส์เพื่อทดลองความรู้สึกที่เธอสงสัยเรื่อง 'ความสุขจากการดูดซับพลังเวทผสมผสานกับเรื่องเพศ' ไม่ได้
เพราะเขาต้องไปจัดการธุระที่ยังค้างคาจากตอนกลางวันให้เสร็จ
ยามค่ำคืนในหุบเขาโอลิมเปีย ท้องฟ้าโปร่ง เมฆน้อย แสงจันทร์สว่างไสว
เมืองในหุบเขาที่คึกคักจอแจเพราะงานโอลิมปิกในตอนกลางวัน บัดนี้เงียบสงบลงมากภายใต้ผืนผ้าแห่งรัตติกาล
ในเมืองเหลือเพียงไม่กี่แห่งที่ยังจุดไฟในกระถาง ดื่มกิน ร้องรำทำเพลง และเสพสุข
กลีบดอกไม้ที่กองทับถมถูกลมยามเย็นพัดปลิวว่อน สระน้ำบนถนนสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ
แค่แสงจันทร์ สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว
แต่สำหรับแลนที่มีสายตาแบบมองเห็นในที่แสงน้อย แค่นี้ก็เหลือเฟือ
เขาเดินอ้อมทหารเอเธนส์ที่คอยรักษาความสงบและลาดตระเวนในโอลิมเปียได้อย่างง่ายดาย มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของสุสานแชมเปี้ยนแห่งแรกที่เจอเมื่อตอนกลางวัน
ตอนกลางวัน เขาแกะรอยคัลลิอัสมาถึงด้านหลังเนินเขาเล็กๆ แห่งนี้ พบว่ารอยเท้าแยกออกเป็นสองทาง พอลองสำรวจทางแยกดู ก็ไปเจอฟีเดียสที่แอบเข้าไปหลบในสุสานเพราะโดนโจรปล้นพอดี
ตอนนี้สุสานแชมเปี้ยนแห่งแรกถูกสำรวจไปแล้ว แลนจะตามรอยเท้าเดิมต่อไป
เมื่อมาถึงด้านหลังเนินเขา ดวงตาของนักล่าอสูรเรืองแสงจางๆ ในความมืด
แลนพยักหน้า เป็นไปตามคาด ในยามค่ำคืนมีรอยเท้าที่สดใหม่กว่า ซึ่งมีลักษณะการเคลื่อนไหวของคัลลิอัส มุ่งหน้าไปยังที่ไกลออกไปบนพื้นหญ้าที่รกชัฏและเปียกชื้นด้วยน้ำค้าง
ครั้งนี้ นอกจากเสียงหมาป่าเห่าหอนเป็นครั้งคราวและเสียงร้องคล้ายเสียงหัวเราะชั่วร้ายของไฮยีน่าแล้ว ก็ไม่มีอุปสรรคอื่นใด
แลนจึงสามารถตามรอยเท้าไปจนสุดทาง และได้เห็นชัดเจนว่าคัลลิอัส ซึ่งควรจะพักอยู่ที่ลีโอนิดายอนในฐานะกรรมการผู้ทรงเกียรติ แท้จริงแล้วไปค้างคืนที่ไหน
"ป้อมปราการโคโรอิบอส"
แลนยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ด้านนอกป้อมปราการ มุมปากยกยิ้ม พึมพำชื่อป้อมปราการตรงหน้า
ป้อมปราการตรงหน้าสร้างขึ้นโดยอิงกับหน้าผา ภูมิประเทศที่สูงต่ำไม่เท่ากันแบ่งมันออกเป็นสองถึงสามชั้นตามธรรมชาติ
บนกำแพงสูงที่ก่อด้วยอิฐและหิน มีธงนกฮูกสีน้ำเงินของชาวเอเธนส์และธงประจำถิ่นของอีลิสห้อยลงมา
ในเมื่ออีลิสเป็นพื้นที่ใต้อาณัติของเอเธนส์ จะควบคุมยังไง? ก็ต้องส่งทหารมาประจำการสิ
แลนเพิ่งมาถึงอีลิส ก็ได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าที่เป็นนักการเมืองผู้มีอิทธิพลของเอเธนส์ในตอนนี้อย่างอัลซิไบอาดีสทันที
บวกกับป้อมปราการรอบๆ โอลิมเปียเหล่านี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร นักล่าอสูรจึงรู้ข้อมูลไม่น้อยอย่างง่ายดาย
เช่นป้อมปราการโคโรอิบอสตรงหน้านี้ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหุบเขาโอลิมเปีย ควบคุมเส้นทางการค้าตรงช่องเขา เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก
หน้าประตูเมืองป้อมปราการมีคนเฝ้ายาม บนกำแพงเมืองมีคนลาดตระเวน
จุดสูงสุดมีแท่นวางกระถางไฟขนาดใหญ่ที่ก่อกองฟืนไว้สูงลิ่ว ดูท่าทางพร้อมจะจุดเป็นสัญญาณไฟได้ทุกเมื่อ
ไหดินเผาที่บรรจุน้ำมันดินถูกทาสีแดงสดเพื่อแยกความแตกต่างจากไหทั่วไป วางไว้ในตำแหน่งสำคัญของป้อมปราการ เพื่อให้หยิบใช้ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน
ส่วนแลนในยามค่ำคืน หมุนข้อมือเบาๆ แล้วพุ่งตรงไปยังกำแพงเมืองจากจุดที่ห่างไกลจากประตูเมือง
นักล่าอสูรยังคงไม่สวมชุดเกราะ 【ชุดเกราะสม็อก】 แบบเต็มยศ เพราะถึงแม้มันจะคล่องตัวเวลาต่อสู้
แต่ถ้าต้องการปฏิบัติการลับในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงัด การขยับตัวแรงนิดเดียว เกล็ดมังกรที่ซ้อนทับกันแน่นก็จะเสียดสีและกระทบกันจนเกิดเสียง
คืนนี้เขาไม่อยากให้ใครจับได้
"วิ้ง~"
ดวงตาของนักล่าอสูรลึกล้ำขึ้น 【เนตรวิญญาณ】 ถูกเปิดใช้งาน แต่ต่างจากปกติ ตรงที่มีวงคลื่นสัมผัสพิเศษแผ่ขยายออกไปรอบตัว
(จบตอน)