เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 66 วิธีแสดงความกตัญญู?

80Y-ตอนที่ 66 วิธีแสดงความกตัญญู?

80Y-ตอนที่ 66 วิธีแสดงความกตัญญู?


หลินเทียนหยวน มาหา หลินจิ่วเฟิง ก็เพราะว่ามีกลุ่มคนจำนวนมากที่มาจากยุคก่อนทยอยกันปรากฏตัวขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาค่อย ๆ หลุดออกจากการผนึกตัวเอง และ จะปรากฏตัวสู่โลกหล้าอีกครั้ง

คนเหล่านี้คือผู้บ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่งจากยุคก่อน แม้ว่าพวกเขาจะอ่อนแอลงอย่างมากหลังจากเวลาผ่านไปเพราะถูกผนึกมาเป็นระยะเวลานาน แต่ผู้บ่มเพาะพลังในโลกใหม่นี้ก็เพิ่งปรับตัวเข้ากับพลังงานทางโลกที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟู

มันคงจะเกินจริงไปหน่อยหากพวกเขาจะสามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านั้นได้

ดังนั้นพวกเขาจะต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ในการจัดการคนเหล่านี้

โดยเฉพาะการไม่ปล่อยให้คนเหล่านี้ออกมาเร็วเกินไป หากสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้หลุดออก พวกเขาจะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ พอถึงเวลานั้น โลกหล้าที่สงบสุขก็จะหายไปในทันที

ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง จึงไม่ลังเลที่จะถ่ายทอดรูปแบบอาคมผนึกที่เขาพัฒนาให้กับ หลินเทียนหยวน

“ด้วยพลังของรูปแบบอาคมผนึกนี้ เจ้าก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งใด อย่างน้อยในตอนนี้ เจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาเหล่านั้นจะหลุดออกมาจากการผนึกตัวเอง”

น้ำเสียงของ หลินจิ่วเฟิง ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ความมั่นใจของเขาสูงเฉียดฟ้า

นั่นก็เพราะเขาได้รับความรู้ความเข้าใจมาจากหนักสือสารานุกรมรูปแบบอาคม

“ขอบคุณท่านลุง”หลินเทียนหยวน ได้ตอบกลับอย่างมีความสุข

“เจ้ายังคงต้องใส่ใจเกี่ยวกับการเตรียมกองกำลังของเจ้าเองด้วย ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาในปัจจุบัน มีเทพมนุษย์ ปรากฏตัวขึ้นบ้างหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิงได้กล่าวถาม

เขาเพียงคนเดียวไม่สามารถสนับสนุนราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาได้

ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องไปจากที่นี่

“ท่านลุง ข้าได้หล่อเลี้ยงเทพมนุษย์ขึ้นมาแล้ว 2 คน นอกจากนี้ข้ายังได้จัดตั้งสำนักบ่มเพาะพลัง และ ได้ออกกฏหมายเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์…”

“สำนักบ่มเพาะพลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ เด็กที่มาจากครอบครัวธรรมดาสามารถเรียนรู้และฝึกฝนในเส้นทางการบ่มเพาะพลังได้ เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้น ความแข็งแกร่งของพวกเขาช่วยเหลือราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาได้อย่างแน่นอน”หลินเทียนหยวน ได้แบ่งปันผลลัพธ์ที่เขาได้รับในช่วงเวลานี้

หลังจากเหตุการณ์ล้มล้างจักรพรรดินีที่ไร้สาระในตอนนั้น หลินเทียนหยวน ก็รู้ว่าตนเองควรทำอะไร

เขาต้องหล่อเลี้ยงรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์เพื่อมาทำงานรับใช้ราชวงศ์

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ หลินเทียนหยวน

เขาอดไม่ได้ที่จะพึงพอใจ“ในที่สุดเจ้าก็โตเต็มตัวแล้ว”

หลินเทียนหยวน ยิ้มด้วยความละอายหลังจากนั้นเขาก็ออกไปจากที่นี่โดยตรง

หลังจากได้รับรูปแบบอาคมผนึกเขาก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องรบกวน หลินจิ่วเฟิง อีกต่อไป

เมื่อ หลินเทียนหยวนกลับไป เขาได้ดึงรูปแบบอาคมผนึกออกมาจากความทรงจำของเขาและส่งต่อออกไป

“ให้กำลังรบปราชญ์การต่อสู้เคลื่อนไหว หากมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น ให้รีบใช้สิ่งนี้เพื่อปิดผนึกในทันที อย่าได้กลัวที่จะสิ้นเปลืองทรัพยากร เพราะ ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาของเรามทรัพยากรมากมาย…”

“ข้อกำหนดเดียวของข้าคือ ความปลอดภัยของทุกคนจะต้องได้รับการรับประกัน”หลินเทียนหยวน ได้กล่าวออกมา

จากนั้นก็มีคนเดินไปรายงานกำลังรบปราชญ์การต่อสู้

ทันใดนั้น ปราชญ์การต่อสู้ จากทุกสารทิศก็ได้ออกจากเมืองหลวงราชวงศ์จำนวนมาก

พวกเขาได้นำรูปแบบอาคมผนึกที่ หลินเทียนหยวน ส่งต่อให้พวกเขา ไปยังสถานที่ที่มีความผิดปกติเพื่อที่จะผนึกสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านั้น

ในช่วงระยะเวลาอันสั้น

หลังจากที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา ทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นเทพมนุษย์ หลินเทียนหยวน ก็ได้ก่อตั้งกำลังรบปราชญ์การต่อสู้

จำนวนปราชญ์การต่อสู้ภายใต้การควบคุมของเขามีมากกว่า 3,000 คน

นอกจากปราชญ์การต่อสู้ 3,000 คนก็ยังมีเทพมนุษย์อีก 2 คน…

แม้จะไม่ต้องพึ่งพา หลินจิ่วเฟิง ด้วยกำลังรบเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะบดขยี้ทุกสิ่งในโลกหล้าและปกป้องราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

อีกอย่างเนื่องเพราะ หลินเทียนหยวน ในตอนนั้นได้ไปมองหาเหล่าเจ้าหน้าที่ในราชสำนักทีละคน ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าเจ้าหน้าที่ในราชสำนักดีมากขึ้น ดังนั้นอีกฝ่ายจึงให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่

เขาได้รับการสนับสนุนทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในที่สุด หลินเทียนหยวน ก็สามารถเปรียบเทียบกับพ่อของเขา-จักรพรรดิหยวน-จักรพรรดิผู้ที่ริเริ่มการปฏิรูปโลกอย่างแท้จริง

หลังจากที่ หลินเทียนหยวน ออกไปพร้อมกับ รูปแบบอาคมผนึก วันเวลาของ หลินจิ่วเฟิง ก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ไม่มีใครมารบกวนเขาขณะที่เขาลงชื่อเข้าใช้สถานที่ตามปกติ

มีบางอย่างได้เปลี่ยนไปในกิจวัตรประจำวันของเขา อย่างไรก็ตาม ทุกวันเขาจะไปกำจัดปีศาจในถ้ำปีศาจเพื่อแลกเปลี่ยนกับของรางวัล ทำให้เขาได้รับสิ่งของใหม่ ๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น สมบัติ,โอสถ,หรือ หนังสือความรู้ต่าง ๆ

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้เรื่องมากเลย

เขาได้เอาทุกอย่างที่เขาได้รับมาใช้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา

ในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 10 กว่าวัน หลินจิ่วเฟิง ได้ไปถึงจุดสูงสุดของด่านกายาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นช่วงพลังที่ 3 ของขั้นเทพมนุษย์

เขาอยู่ไม่ไกลจากช่วงที่ 4 ‘ด่านจุติใหม่’

‘ข้าได้ลงชื่อเข้าใช้สถานที่อย่างเงียบ ๆ และบ่มเพาะพลังในแต่ละวัน’หลินจิ่วเฟิงได้คำนวณในใจ

‘หากดำเนินกิจวัตรประจำวันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ พัฒนาการในขั้นต่อไปก็อยู่ไม่ไกลแล้ว’

10 วันมานี้เขาได้ปราบปรามปีศาจที่ตื่นขึ้นมาหมดแล้ว

ตัวอื่น ๆ ยังคงหลับใหลอยู่ภายในถ้ำปีศาจ

เมื่อเห็นสิ่งนี้ หลินจิ่วเฟิง ก็หลับตาลง

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ออกจากร่างกายและสร้างเป็นร่างที่สอง

มันเป็นร่างพลังที่สามารถใช้พลังทุกอย่างของ หลินจิ่วเฟิง ได้

“เข้าไปในถ้ำปีศาจและปลุกปีศาจตัวอื่น ๆ”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวกับจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขา

เขามองดูปีศาจนับสิบตัวที่อยู่ข้างหน้าเขา

ขุมพลังชั้นนำเหล่านี้จากยุคก่อนได้พ่ายแพ้ให้กับ หลินจิ่วเฟิง ทั้งหมด

พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะยืนหยัดในการต่อสู้ได้

ในทุกการต่อสู้ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงตอนนี้พวกเขาถูก หลินจิ่วเฟิง เพียงแค่สะบัดนิ้วเท่านั้น

พลังปราณแท้จริงโบราณภายในร่างกายได้ทำหน้าที่แทนเขา มันได้ลงทันฑ์ปีศาจเหล่านี้และเอาชนะพวกมันได้ในทันที

เมื่อรู้ว่าพวกมันไม่มีความหวังที่จะเอาชนะ พวกมันจึงได้ตัดสินใจที่จะเชื่อฟังทุกคำสั่งของ หลินจิ่วเฟิง วันนี้พวกมันได้พา จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของ หลินจิ่วเฟิง เข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำปีศาจและพยายามปลุกเทพปีศาจที่หลับใหล

เทพปีศาจเหล่าีน้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังในอดีต มันแข็งแกร่งกว่าปีศาจทุกตัวที่ หลินจิ่วเฟิง เคยสู้มา

การต่อสู้ได้กินเวลาประมาณ 300 กระบวนท่า จากนั้นเขาก็ลงชื่อเข้าใช้สถานที่และออกจากสถานที่แห่งนี้หลังจากได้รับสิ่งที่น่าพึงพอใจ

เขาได้ก้าวหน้าและล่าถอยตามวัตถุประสงค์

ส่วนนี้ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ปราบปรามปีศาจ ลงชื่อเข้าใช้หลังจากมอบความพ่ายแพ้ให้อีกฝ่าย รับรางวัลทุก ๆ ชัยชนะของเขา ทุกรางวัลล้วนเป็นประโยชน์กับเขาไม่มากก็น้อย

สิ่งนี้ทำให้การบ่มเพาะพลังของเขาก้าวกระโดดอย่างมาก

ความยากในการบ่มเพาะพลังขั้นเทพมนุษย์ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป

เขาได้ทำแบบนี้จนกระทั่ง 3 เดือนผ่านไป

ภายในสามเดือนนี้เขาได้กำไรมหาศาล

เขาได้เอาชนะเทพปีศาจทีละคน

เทพปีศาจที่อยู่ในสภาพที่อ่อนแอไม่สามารถเอาชนะ หลินจิ่วเฟิง ได้

3 เดือนต่อมา ท่านหญิงหง ได้กลับสู่ราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่

สิ่งแรกที่นางทำก็คือตรวจสอบเข็มทิศ

นี่คือสมบัติสูงสุดของนิกายเต๋าสวรรค์

มันสามารถทำนายได้ว่ารูปแบบอาคมผนึกซากปรักหักพังโบราณจากยุคก่อนอันใดที่ใกล้จะพังทลาย

“น่าแปลก…”ท่านหญิงหง มองไปที่เข็มทิศด้วยสีหน้าคิ้วขมวด

นางจำได้อย่างชัดเจนว่าใกล้กับราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา มีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 100 ชีวิตกำลังจะหลุดออกมาจากผนึกของพวกเขา

ย้อนกลับไปในตอนนั้น นางวางแผนที่จะจัดการกับสถานที่อื่น ๆ ก่อนจากนั้นค่อยเดินทางไปที่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาเพื่อแก้ไขปัญหาในคราวเดียว

นางไม่ได้คาดหวังเลยว่าปัญหาเหล่านี้ในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาจะหายไปภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน

‘ทำไมสัญญาณเหล่านี้จึงหายไป?’ ท่านหญิงหง มองไปที่เข็มทิศด้วยความสับสน

‘หรือว่าเป็นเทพมนุษย์จากราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาที่เคลื่อนไหว?’ ท่านหญิงหง พึมพัมออกมา

‘แต่มันไม่ควรจะง่ายดายขนาดนั้น…’

‘การปราบปรามสถานที่หนึ่งหรือสองแห่งไม่น่าจะใช่ปัญหา แต่การปราบปรามสถานที่กว่า 100 แห่ง...เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขารู้จักรูปแบบอาคมผนึกที่ทรงพลัง?’ ท่านหญิงหง ได้พึมพัมกับตัวเอง

‘แต่นี่ก็เป็นเรื่องดีเช่นเดียวกัน’

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนฝีปากของนางจากนั้นนางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

‘ข้าควรใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งความมั่นคงเหล่านี้ เพื่อชำระหนี้กับผู้มีพระคุณของข้า จากนั้นข้าจะได้ฟื้นฟูจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้สำเร็จ เมื่อข้าทำสิ่งนี้สำเร็จแล้ว ข้าก็จะสามารถฟันฝ่าไปยังขั้นพลังต่อไปได้…”

‘เมื่อจิตวิญญาณสักดิ์สิทธิ์ของข้าสมบูรณ์ ข้าจะแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นจากนั้นข้าก็จะสามารถปราบปรามคนเหล่านั้นจากยุคก่อนได้ เพื่อซื้อเวลาให้กับผู้คนในยุคสมัยใหม่นี้ได้มีเวลาที่เพียงพอสำหรับการปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ และ หวังว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งเหมือนกับเหล่าคนพวกนั้นจากยุคก่อน ๆ โดยเร็วที่สุด’

ความมุ่งมั่นได้ปรากฏขึ้นในสายตาของท่านหญิงหง

นี่คือเจตจำนงค์และความตั้งใจของนิกายเต๋าสวรรค์

ความสมดุล!

เนื่องจาก ท่านหญิงหง ได้สืบทอดเจตจำนงค์ของนิกายเต๋าสวรรค์มา นางจึงทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

‘แต่ข้าจะชำระหนี้บุญคุณครั้งนั้นได้อย่างไร?’

นางได้ครุ่นคิดอยู่ครู่นึง

ท้ายที่สุด นางก็คิดไม่ออกเลยว่าจะตอบแทนเขาอย่างไร

‘ข้าควรจะลองปรึกษาคนอื่น’ท่านหญิงหง ได้พับกระเรียนกระดาษขึ้นมา

คราวนี้ นางได้พับนกกระเรียนกระดาษมากกว่าครั้งที่แล้ว โดยนางได้เขียนข้อสงสัยทั้งหมดไว้ในนกกระเรียนกระดาษ

‘นกกระเรียนกระดาษ 30 ตัว ย่อมต้องมี 30 คำตอบที่แตกต่าง…’

‘ข้าหวังว่าคำตอบเหล่านั้นจะช่วยให้ข้าคิดหาวิธีตอบแทนเขาได้’

ท่านหญิงหงตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำตอบจากผู้รับนกกระเรียนกระดาษเหล่านี้

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 66 วิธีแสดงความกตัญญู?

คัดลอกลิงก์แล้ว