เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 65 รูปแบบอาคมผนึก

80Y-ตอนที่ 65 รูปแบบอาคมผนึก

80Y-ตอนที่ 65 รูปแบบอาคมผนึก


ภายในถ้ำปีศาจ

สถานที่แห่งนี้วิเศษมาก

มีปีศาจที่แข็งแกร่งมากกว่า 3,000 ตัวกำลังหลับใหลอยู่ภายในถ้ำปีศาจแห่งนี้

และ ด้านในยังเป็นสถานที่อยู่อาศัยของเทพปีศาจหลายตัว

ในอดีต พวกมันล้วนเป็นตัวตนที่ทรงพลังที่สุดเป็นผู้นำนิกายปีศาจทั้ง 18 นิกาย

ความแข็งแกร่งของพวกมันในเวลานั้นไร้ผู้ใดทัดเทียม

แต่เมื่อหมดยุคสมัยในตอนนั้นไปแล้ว พวกมันก็ต้องเลือก

เลือกที่จะจากไปตามกาลเวลาโดยสูญเสียความรุ่งโรจน์ทั้งหมดที่เคยมีไป?

หรือผนึกตัวเองและรอยุคสมัยหน้ามาถึง?

นี่เป็นคำถามที่เรียบง่าย

พวกมันส่วนใหญ่ได้เลือกตัวเลือกที่สอง และ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้มีปีศาจจำนวนมากและกระทั่งเทพปีศาจเลือกที่จะปิดผนึกตัวเองในถ้ำแห่งนี้

ยิ่งแข็งแกร่งเพียงใด พลังที่มันต้องสูญเสียไปหลังจากสิ้นสุดยุคสมัยก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

ดังนั้นพวกมันจำเป็นจะต้องปิดผนึกตัวเองให้หลับใหลอย่างสนิท

มิฉะนั้นหากพวกมันตื่นขึ้นมา แม้แต่การหายใจธรรมดา ก็ยังต้องสูญเสียพลังที่ที่มีไป

ดังนั้น เทพปีศาจ และ ปีศาจส่วนใหญ่ภายในถ้ำจึงหลับสนิท

มีปีศาจเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นที่ตื่นขึ้นเมื่อ 1,500 ปีก่อน

พวกมันประเมินเวลาผิดและถูกจอมมารปราบปรามในเวลานั้น

เช่นเดียวกัน ปีศาจนับสิบเหล่านี้ก็สนับสนุนซึ่งกันและจนมาจนถึงตอนนี้

ในขั้นต้นพวกมันพยายามทำลายผนึกและดูดซับพลังทางโลกของยุคสมัยใหม่เพื่อที่จะฟื้นคืนความแข็งแกร่งในอดีต

แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมันจะได้พบกับ หลินจิ่วเฟิง?

หลังจากรอมา 1,500 ปีโดยเปล่าประโยชน์ พวกมันส่วนใหญ่ก็สูญเสียพลังไปมาก

ฐานการบ่มเพาะพลังของพวกมันแม้ว่าจะสู.ส่ง แต่พวกมันก็ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากขาดพลังปราณคอยหล่อเลี้ยง

บางทีพวกมันอาจจะสามารถเอาชนะเทพมนุษย์ธรรมดาได้ แต่พวกมันไม่มีโอกาสเอาชนะ หลินจิ่วเฟิง เลย

นี่เป็นเหตุผลที่ในสองวันมานี้ หลินจิ่วเฟิง สามารถเอาชนะปีศาจได้อย่างง่ายดายและยังคงลงชื่อเข้าใช้ตามปกติ

พวกปีศาจที่ตื่นขึ้นมานี้ล้วนแล้วแต่โกรธเคือง

พวกมันไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการต่อสู้กับ หลินจิ่วเฟิง

เมื่อหลายปีก่อนพวกมันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกหล้า

แม้ว่าเวลาจะผ่านไป ความภาคภูมิใจของพวกมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นพวกมันไม่เต็มใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้เหล่านี้

“วันพรุ่งนี้พวกเราต้องร่วมมือโจมตีเขาพร้อมกัน!”

ปีศาจหลายสิบตัวได้พูดคุยกันเกี่ยวกับแผนการที่จะจัดการ หลินจิ่วเฟิง

“เราควรปลุกเทพปีศาจหรือไม่?”ปีศาจบางตัวรู้สึกกังวลว่าตนเองจะไม่สามารถต่อกรกับ หลินจิ่วเฟิงได้ พวกมันต้องการปลุกเทพปีศาจให้ตื่นขึ้นมา

“เจ้าโง่งั้นหรือ? แม้ว่าเทพปีศาจจะสามารถเอาชนะเจ้าเด็กเหลือขอนี่ได้ แต่พวกเขาก็จะดูดซับพลังงานทางโลกไป หากสิ่งนี้เกิดขึ้น พวกเขาก็จะกลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งในยุคสมัยใหม่อีกครั้ง แต่พวกเราล่ะ?”

ปีศาจคอยาวได้ทักท้วง

มันยังคงมีความทะเยอทะยานในใจของมัน-นั่นก็คือการก้าวข้ามเทพปีศาจ

ปีศาจอีกตัวก็คิดเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ตราบใดที่พวกมันร่วมมือกันย่อมสามารถเอาชนะ หลินจิ่วเฟิง และ ออกไปสู่โลกภายนอกเพื่อดูดซับพลังทางโลก จากนั้นพวกมันก็จะกลายเป็นเทพปีศาจได้

ปีศาจนับสิบได้สรุปแผนการของพวกเขา

วันรุ่งขึ้น หลินจิ่วเฟิง ได้มาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่

เขาได้เปิดผนึก

หึ่ม!

ทันใดนั้น ปีศาจมากกว่า 10 ตัวก็โจมตีพร้อมกัน

พวกมันได้ปลดปล่อยกลิ่นอายพลัง ฐานการบ่มเพาะพลัง และ พลังปราณแท้จริงที่เหลืออยู่ภายในร่างกายออกมาทั้งหมด

เห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการฆ่า หลินจิ่วเฟิง ในคราวเดียว

รัศมีกลิ่นอายพลังที่รุนแรง ได้พลุ้งพล่านไปทั่ว ขณะที่พวกมันกำลังเคลื่อนไหวเสียงกรีดร้องอันโหยหวนก็ได้ดังขึ้น

รัศมีพลังเหล่านี้ได้พุ่งเข้าหา หลินจิ่วเฟิง

มองเห็นฉากนี้ การแสดงออกของ หลินจิ่วเฟิง ยังคงนิ่งสงบ แต่ดวงตาของเขาได้หรี่ลง

ขณะที่รัศมีพลังเหล่าีน้พุ่งเข้ามาหาเขา จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ของเขาก็กระจายตัวออกไป

คลื่นน!

พวกปีศาจเหล่านี้ราวกับแม่น้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตก พวกมันคิดว่าตนเองนั้นอยู่ยงคงกระพัน

แต่ในวินาทีต่อมา สิ่งที่พวกมันต้องเผชิญคือคลื่นมหาสมุทรขนาดใหญ่

ทันทีที่คลื่นมหาสมุทรถาโถมลงมา

มันก็แช่แข็งพื้นที่โดยรอบอย่างสมบูรณ์

แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!

ในเวลานี้ ราวกับว่าเวลาได้หยุดลง กลิ่นอายพลังปีศาจที่ปีศาจเหล่านี้ปลดปล่อยออกมาได้ถูกแช่แข็งต่อเบื้องหน้าของ หลินจิ่วเฟิง

พวกมันยังคงลอยอยู่กลางอากาศแต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

หลังจากเห็นฉากนี้พวกมันล้วนเบิกตากว้างขึ้น

ยุคสมัยใหม่เพิ่งเริ่มต้น เหตุใดมนุษย์ผู้นี้ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?

หลินจิ่วเฟิง ขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบายอะไร

เขาชกกำปั้นออกไปจัดการปีศาจตัวหนึ่ง

บูม!

เมื่อปีศาจตัวนี้ล้มลง ตัวอื่น ๆ ก็พลอยล้มลงตามไปด้วย

กลิ่นอายพลังปีศาจของพวกมันได้หายไปทั้งหมด ร่างของพวกมันได้ร่วงหล่นราวกับดาวตกที่ร่วงสู่พื้นของถ้ำปีศาจ

หลินจิ่วเฟิง ได้ปิดผนึกพวกมันอีกครั้ง

จากนั้นเขาก็พึมพัมออกมาด้วยรอยยิ้ม“คิดว่าตนเองมีพรรคพวกรวมกันกว่า 10 ตัวแล้วจะสามารถจัดการกับข้าได้งั้นหรือไม่?”

“ฝันไปเถอะ!”

เขาได้ดำเนินกิจวัตรประจำวันเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ความแข็งแกร่งของ หลินจิ่วเฟิง ได้เพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน

วันนี้ หลินจิ่วเฟิง ก็ได้เอาชนะปีศาจและได้รับโอกาสในการลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง

เขาใช้มันโดยไม่ลังเลทันที

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับโอสถสะสมวิญญาณ!]

ขวดหยกได้ปรากฏขึ้นในมือของ หลินจิ่วเฟิง

ข้างในนี้มีโอสถสีดำเข้มที่คล้ายกับหมึกดำ

มันไม่มีสิ่งใดแปลกประหลาดนอกจากกลิ่นหอมที่กระตุ้นความอยากอาหาร

“โอสถสะสมวิญญาณ เป็นโอสถบำรุงจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้เหมาะสำหรับเจ้าแมวขาว”หลินจิ่วเฟิง ได้ออกจากพระราชวังใต้ดิน

มันไม่จำเป็นสำหรับเขาที่จะปรับแต่งจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเติมเพราะเขาสร้างรูปร่างได้แล้ว

ทว่าเจ้าแมวขาวนั้นแตกต่างออกไป มันยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นเทพมนุษย์ได้

แม้ว่ามันจะดูดซับพลังทางโลกเพียงพอแล้วแต่ก็ยังไม่อาจข้ามผ่านคอขวดไปได้อยู่ดี

เมื่อไม่นานมานี้ หลินจิ่วเฟิง ได้ใช้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาในการตรวจสอบร่างกายของมัน

เขาพบว่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแมวขาวยังขาดแหล่งพลังเล็กน้อย

ตราบใดที่มันสามารถสร้างจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และขัดเกลาให้มันแข็งแกร่งขึ้นได้ เจ้าแมวขาวก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นเทพมนุษย์ได้สำเร็จ

ดังนั้น เมื่อ หลินจิ่วเฟิง กลับไปที่ลานที่พักของเขา เขาก็โยนโอสถสะสมวิญญาณไปที่เจ้าแมวขาวโดยตรง

“นี่คืออะไร?”เจ้าแมวขาวได้เขียนถามด้วยความสงสัยและส่งเสียงร้องออกมาในเวลาเดียวกัน

“โอสถที่จะช่วยให้เจ้าทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์ หากเจ้าไม่ต้องการก็คืนมันมาให้ข้า”หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมออกมา

มันมองไปที่ขวดหยกด้านหน้าและพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

มันได้คาบขวดหยก และ หายตัวไปในทันที พริบตาเดียวมันก็ปรากฏตัวขึ้นบนเตียงหยกน้ำแข็ง มันได้เปิดฝาขวดออกเล็กน้อย และ เทโอสถออกมา ก่อนที่จะกลืนเข้าไปโดยตรง มันไม่สนใจที่จะระบุส่วนผสมของตัวยาด้วยซ้ำ

เจ้าแมวขาวเชื่อว่า หลินจิ่วเฟิง สามารถไว้ใจได้และจะไม่ทำร้ายมัน

หลินจิ่วเฟิง มองดูฉากนี้ ด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้เจ้าแมวขาวกำลังบ่มเพาะพลังอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เข้าไปข้างในที่พัก เพราะกลัวจะรบกวนมัน

หลินจิ่วเฟิง ได้เดินออกมาและมองไปรอบ ๆ ตำหนักเย็น

ในเวลานี้ มีคนมาถึงด้านนอกตำหนักเย็น

หลินเทียนหยวน!

ร่างกายของเขาดีขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเจอมาก แม้ว่ารัศมีพลังชีวิตของเขาจะอ่อนแอและรากฐานการบ่มเพาะพลังจะถูกทำลาย แต่อย่างน้อยเขาก็มีชีวิตอยู่ได้

หลินเทียนหยวน ได้เคาะประตูด้วยความเคารพ“ท่านลุง ข้าอยากพบท่าน”

หลินจิ่วเฟิง ได้สบัดแขน เขาได้เปิดประตูตำหนักเย็นโดยตรง

จากนั้นเขาก็กล่าวถาม“เจ้ามาที่นี่ต้องการอะไร?”

หลินเทียนหยวน ได้ยิ้มอย่างขมขื่นและตอบกลับ“ท่านยังเป็นคนที่เข้าใจข้ามากที่สุดเสมอ”

หลินจิ่วเฟิง ได้ยิ้มและตอบกลับ“เจ้าไม่ได้มาหาข้ามาช่วงพักใหญ่ ๆ แล้ว เจ้ายุ่งเกี่ยวกับงานราชกิจ ตลอดทั้งวัน หากไม่เผชิญหน้ากับปัญหาที่ไม่สามารถจัดการได้ เจ้าคงไม่มาหาข้าที่นี่”

หลินเทียนหยวนได้พยักหน้าโดยตรง

เขาได้ยืนตรงและอธิบายด้วยความเคารพ

“หากเป็นปัญหาส่วนตัวของข้า ข้าก็คงไม่มารบกวนท่านลุง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของข้า มันเกี่ยวข้องกับผู้คนนับล้านในโลกนี้ ข้าทำได้เพียงแบกหน้าหนา ๆ ของข้ามาร้องขอความช่วยเหลือจากท่านลุง”

“เกิดอะไรขึ้น?”

เขามองไปที่อีกฝ่ายด้วยท่าทีจริงจัง

“ในช่วงเวลานี้ มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมายไปทั่วโลก…”

“ตระกูลใหญ่และนิกายต่าง ๆ ที่เคยซ่อนเร้นจากโลกได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขาปรากฏตัวขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่…”หลินเทียนหยวน ได้อธิบาย

หลินจิ่วเฟิง ได้ฟังอย่างเงียบ ๆ

มันคล้ายกับถ้ำปีศาจนั่น

อย่างที่ ปีศาจคอยาวได้พูดไว้ มีตระกูลและนิกายที่ทรงพลังในอดีตเลือกที่จะผนึกตนเองไว้

และตอนนี้พวกเขากำลังทยอยปรากฏตัวขึ้นทีละคน

โลกที่สงบนี้ท้ายที่สุดก็จะตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง

“ท่านลุง เราจะปราบปรามหรือผนึกซากปรักหังพังเหล่านั้นอย่างไรดี?”

หลินเทียนหยวน ได้กล่าวถามอย่างจริงจัง

การปรากฏตัวของคนเหล่านั้นทำให้ความสงบสุขในโลกเริ่มสั่นคลอน

“ข้าจะสร้างรูปแบบอาคมผนึกให้เจ้า ตราบใดที่เจ้าค้นพบสถานที่ที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่เจ้าอธิบายไว้ ก็ใช้รูปแบบอาคผนึกนี้จัดการในทันที…”

“ข้ารับประกันว่ามันจะสามารถปราบปรามสถานที่เหล่านั้นได้”

หลินจิ่วเฟิง ได้เคาะนิ้วลงบนหน้าผากของ หลินเทียนหยวน ในขณะเดยีวกันเขาก็สร้างรูปแบบอาคมผนึกให้กับอีกฝ่าย

หลังจากศึกษาหนังสือสารานุกรมรูปแบบอาคมแล้ว หลินจิ่วเฟิง ก็ได้รับการพิจารณาให้เป็น ปรมาจารย์ผู้ใช้อาคมแล้ว

สิ่งที่เขาให้กับ หลินเทียนหยวน ก็คือ รูปแบบอาคมผนึกแบบเดียวกับที่เขาเคยผนึกถ้ำปีศาจใต้โลงศพนั้น

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 65 รูปแบบอาคมผนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว