เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 67 โอกาสในการพัฒนา

80Y-ตอนที่ 67 โอกาสในการพัฒนา

80Y-ตอนที่ 67 โอกาสในการพัฒนา


หน้าที่ของนางในฐานะสมาชิกของนิกายเต๋าสวรรค์คือเหตุผลที่นางให้คำแนะนำแก่ปราชญ์การต่อสู้หลายคนที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทะลวงขั้นเทพมนุษย์

โดยรวมแล้วนางได้ให้คำแนะนำแก่ผู้บ่มเพาะพลัง 30 คน

สมาชิกของนิกายเต๋าสวรรค์มีตำแหน่งพิเศษในโลกมาตั้งแต่สมัยโบราณ พวกเขาสามารถควบคุมพลังส่วนหนึ่งของเต๋าสวรรค์ได้

จากนั้นพวกเขาก็ใช้พลังเต๋าสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังตนเองหรือให้คำแนะนำแก่ผู้อื่น

นกกระเรียนกระดาษกว่า 30 ตัวได้บินออกไป

ในเวลาไม่ถึงครึ่งวันพวกมันก็บินกลับมาพร้อมกับ 30 คำตอบ

ท่านหญิงหง ได้เปิดดูทีละอัน

คำตอบแรกคือ…”

“หลังจากถูกเนรเทศไปยังตำหนักเย็นเขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาตลอดหลายสิบปี หัวใจของเขาจะต้องทุกข์ระทมและไม่พอใจเป็นแน่ ดังนั้นวิธีการตอบแทนที่ดีที่สุดคือโค่นล้มจักรพรรดิของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาคนปัจจุบัน และ สนับสนุนให้เขาขึ้นเป็นจักรพรรดิ…”

“จากนั้นเขาก็จะสามารถแก้แค้นและเข่นฆ่าศัตรูเพื่อระงับความขุ่นเคืองในใจของเขาได้”

ท่านหญิงหง ขมวดคิ้วแน่นและพึมพัมออกมา“สมแล้วที่เป็นความคิดของผู้บ่มเพาะพลังปีศาจ”

‘ถ้าข้าโค่นลมราชบัลลังก์ของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาในปัจจุบัน ทั่วโลกคงโกลาหลกันน่าดู จากนั้นข้าก็จะไม่สามารถงับพวกคนจากยุคก่อนได้อีกต่อไป นี่คือสิ่งที่พวกเขาอยากให้มันเกิดขึ้นงั้นหรือไม่?’

ถ้านางทำเช่นนั้นจริง ๆ คงโง่เขลาน่าดู

คำตอบที่สองคือ…

“รักษาร่างกายของเขาและช่วยให้เขาขึ้นครองบัลลังก์ของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา…”

ท่านหญิงหงได้ครุ่นคิด

‘คำตอบนี้ไม่ต่างอะไรไปจากคำตอบแรก’

คำตอบที่สาม…

ที่สี่…

ท่านหญิงหงได้อ่านไปถึง 29 คำตอบติดต่อกัน

นางได้รับคำแนะนำมากมายแต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่น่าพึงพอใจ

จนกระทั่งคำตอบที่ 30 มาถึง

มันถูกเขียนโดย นักบวชชิงหยุน แห่ง วัดต้าหลิน ในพื้นที่เจียงหนาน

‘หากคิดจะโค่นล้มราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาในปัจจุบันและช่วยให้องค์รัชทายาทที่ถูกปลดขึ้นครองบัลลังก์ ก็คงจะไม่สามารถทำได้ง่าย ในตำหนักเย็นไม่ใช่เขาคนเดียวที่อาศัยอยู่ ยังมีเทพมนุษย์แห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาที่อยู่กับเขา…’

‘พลังของเขาไร้ขอบเขตและน่าสะพรึงกลัว หากเราไปทำให้เขาขุ่นเคืองใจ เกรงว่ามันจะจบลงด้วยการห่ำหั่นซึ่งกันและกัน ดังนั้น ข้าจึงแนะนำให้ใช้ชีวิตประนีประนอมโดยยึดหลักในการตอบแทนอีกฝ่าย’

ท่านหญิงหง ค่อนข้างสนใจความคิดนี้

แต่พวกเขาจะประนีประนอมได้อย่างไร?

‘ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เป็นราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งบนโลกนี้ เรียกได้ว่าพวกเขามีอิทธิพลที่แข็งแกร่งขึ้นมาก กระทั่งกำลังรบปราชญ์การต่อสู้จำนวนมาก และ ยังมีเทพมนุษย์คนอื่น ๆ อีก…

‘หากคิดจะโค่นล้มราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาก็คงเป็นไปไม่ได้’

‘เช่นนั้นทำไมเราไม่เลือกประเทศเล็ก ๆ และทำให้ทั่วทั้งโลกตกใจกับการปรากฏตัวขององค์รัชทายาทคนนั้น? ให้เขาขึ้นครองบัลลังก์ประเทศเล็ก ๆ และ ให้ ท่านหญิงหง เป็นผู้สนับสนุนเขา เขาจะสามารถเติมเต็มความฝันของเขาในการดูแลประเทศ…’

คำแนะนำของนักบวชชิงหยุนได้จุดประกายความหวังในดวงตาของ ท่านหญิงหง

นางรู้สึกแปลกใจ!

ความคิดนี้ยอดเยี่ยมอย่างมาก

อาณาเขตของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวานั้นกว้างใหญ่เกินไป

เมื่อเกิดสงครามขึ้นทั่วทั้งโลกคงจะตกอยู่ในความโกลาหลอย่างแน่นอน

ทว่านางก็เป็นสาเหตุที่ทำให้องค์รัชทายาทถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ถ้านางต้องการคืนตำแหน่งจักรพรรดิให้กับเขา นางจะต้องมองหาประเทศเล็ก ๆ นอกจากราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

‘คำถามคือ-ประเทศไหนกันที่เหมาะสม?’ ท่านหญิงหง ได้พึมพัมออกมา

ตุ๊บ ตุ๊บ!

ในขณะเดียวกัน สาวใช้นางนึงก็รีบเดินเข้ามาในห้องและพูดอย่างกังวล“ท่านหญิง! ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทของเขา…”

“การแต่งงานจะจัดขึ้นในอีกสามเดือน…”

“องค์รัชทายาทกำลังรออยู่ด้านนอก”

“เขาต้องการจะบุกเข้ามาที่นี่!”

ท่านหญิงหงรู้สึกตกตะลึง

ร่างของนางแข็งค้างทันที

เห็นแบบนี้นี่ทำให้สาวใช้ยิ่งเข้าใจผิด“ท่านหญิง ได้โปรดอย่าเศร้าไปเลย ฝ่าบาททรงชราภาพมากแล้ว เขาคิดว่าองค์รัชทายาทค่อนข้างไร้ประโยชน์ดังนั้นจึงต้องการให้เขาแต่งงานกับท่าน แต่ทว่า ประชาชนในราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน…”

นางได้ตอบรับคำแนะนำของ นักบวชชิงหยุน และพึมพัมออกมา“ดูเหมือนว่าจะมีคนยื่นหมอนให้ข้าตอนที่กำลังรู้สึกง่วงอยู่พอดี!”

สาวใช้ได้มองไปที่ ท่านหญิงหง อย่างสับสน นางไม่เข้าใจว่าครึ่งหลังนั้นหมายถึงอะไร

“ไปกราบทูลให้องค์รัชทายาทเสด็จกลับไปซะ ในขณะเดียวกันก็ขอให้เขาเพลิดเพลินไปกับเหล่าลูกคุณหนูสูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่ที่มีแทน หากเขากล้าที่จะรุกล้ำเข้ามาที่นี่ เขาต้องตาย!”

ท่านหญิงหง ได้โบกมือ

นางขี้เกียจเกินกว่าที่จะใส่ใจองค์รัชทายาทที่ปราถนาความงามของนางมาโดยตลอด

สาวใช้ได้ถอยหลังออกไปทันที

ท่านหญิงหงได้ส่งนกกระเรียนกระดาษอีก 30 ตัวออกไปอย่างเงียบ ๆ

มีเพียงประโยคเดียวเท่านั้นที่อยู่ในนั้น

“มาที่ราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่และทำงานบางอย่างให้ข้า!”

นางต้องการใช้ราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดเพื่อชำระหนี้ของนางด้วยความกตัญญู

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ในตำหนักเย็น

ชีวิตของ หลินจิ่วเฟิง ยังคงสงบสุขเช่นเคย

กิจวัตรประจำวันของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยตลอดเดือนที่ผ่านมา

เขาตื่นขึ้นจากการบ่มเพาะพลังในตอนเช้า เดินทางไปยังพระราชวังใต้ดินและปลดผนึกถ้ำปีศาจ จากนั้นเขาก็ปลุกเทพปีศาจและเอาชนะพวกมันทีละคน

หลังจากนั้นเขาก็ลงชื่อเข้าใช้และรับเอาสมบัติล้ำค่า ทักษะบ่มเพาะพลัง และ สิ่งของอื่น ๆ เป็นรางวัล

เมื่อสิ่งนี้สิ้นสุดลง เขาก็ปิดผนึกถ้ำปีศาจและกลับไปที่ตำหนักเย็น

จากนั้นเขาก็ทบทวนตัวเองและตั้งคำถามเกี่ยวกับการฝึกฝน

ในช่วงเวลานี้ ฐานการบ่มเพาะพลังของ หลินจิ่วเฟิง ได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

เขาได้ก้าวข้ามช่วงด่านกายาศักดิ์สิทธิ์และเข้าสู่ช่วงด่านจุติใหม่แล้ว

ขั้นตอนต่อไปก็คือการทะลวงด่านพลังไปสู่ขั้นถัดไป

นี่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ หลินจิ่วเฟิง

ขณะที่เขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แรงกดดันในการเผชิญหน้ากับปีศาจในถ้ำปีศาจก็ลดน้อยลง วันนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้ไปเยี่ยมถ้ำปีศาจตามปกติ แต่มันกลับเงียบจนผิดแปลก

มีปีศาจมากกว่าสิบตัวที่มักจะวิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกันแต่ตอนนี้…

มันไม่มีการเคลื่อนไหวภายในถ้ำปีศาจเลย

เขาไม่รู้สึกถึงอันตรายแม้แต่น้อย

ความสงบสุขดังกล่าวค่อนข้างน่าขันเมื่อเทียบกับชื่อเรียกที่ถูกกล่าวขานว่า ‘ถ้ำปีศาจ’

แต่สิ่งนี้ก็ยังแสดงให้เห็นถึงการที่ปีศาจถูกทรมานตลอดระยะเวลาหลายเดือน

พวกมันหยิ่งผยองน้อยลงกว่าตอนที่ถ้ำปีศาจเปิดออกครั้งแรก

หลังจากที่ผนึกถ้ำปีศาจเปิดออกอีกครั้งพวกปีศาจก็สั่นสะท้านและพยายามหลบซ่อนตัว

พวกมันไม่กล้าส่งเสียงออกมา

พวกมันกลัวว่า หลินจิ่วเฟิง จะค้นพบพวกมัน

เพราะหลังจาก หลินจิ่วเฟิง ค้นพบพวกมันแล้ว

พวกมันก็จะต้องไปต่อสู้กับเขา หลังจากพ่ายแพ้เสร็จพวกมันก็จะถูกโยนกลับเข้าไปในถ้ำปีศาจโดยไม่ได้ตั้งใจ

การถูกปฏิบัติเช่นนี้-มันน่าละอายเกินไป!

นั่นก็เพราะพวกมันไม่รู้ว่า หลินจิ่วเฟิง ได้รับรางวัลมากมายจากการเอาชนะพวกเขา

นี่เป็นผลให้พวกมันทั้งหมดเห็นพ้องกันว่า หลินจิ่วเฟิง ตั้งใจทำเช่นนี้ก็เพื่อทำให้พวกมันอับอายขายขี้หน้า

หลังจากมอบความอับอายให้ครั้งนึง วันต่อไป อีกฝ่ายก็ยังทำเช่นนี้อยู่เหมือนเดิม เขาได้สุ่มเลือกปีศาจมา และ สร้างความอับอายโดยการมอบความพ่ายแพ้ให้อีกฝ่าย

คน ๆ นี้น่ารังเกียจเกินไป

ปีศาจและเทพปีศาจต่างถูกแผดเผาไปด้วยความโกรธ

วันนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้ยืนอยู่บนถ้ำปีศาจหลังจากเปิดผนึก หลังจากตระหนักได้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อยู่ภายใน เขาก็ยกแขนขึ้นและเอื้อมมือออกไปเคาะที่ประตูทางเข้า

“อย่าแม้แต่จะแกล้งตาย พวกเจ้าคนหนึ่งออกมาสู้กับข้าซะ เมื่อสู้กันเสร็จ ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าอยู่กันตามปกติ”หลินจิ่วเฟิง ได้ตะโกน

เขาไม่ต้องการที่จะลงไปด้วยร่างกายที่แท้จริงของเขาในตอนนี้

มันค่อนข้างน่าอึดอัดเกินไป

ใครจะไปรู้ว่ามีเทพปีศาจกี่ตัวอยู่ที่นั่น?

มันจะดีกว่าหากเขาเล่นสนุกกับพวกมันอย่างปลอดภัย

อีกอย่างมันคงไม่สายเกินไปสำหรับเขาที่จะลงไปหลังจากทะลวงผ่านขั้นพลังต่อไป

ถ้ำปีศาจนี้เป็นพื้นที่อันไร้ขอบเขต

มีปีศาจหลายร้อยตัวและเทพปีศาจ 2-3 ตัวที่อยู่ภายในได้ตื่นขึ้นมาแล้ว

แต่พวกมันทั้งหมดก็พ่ายแพ้ให้กับ หลินจิ่วเฟิง โดยไม่มีข้อยกเว้น

จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็ถูกโยนกลับไปยังถ้ำปีศาจหลังจากที่พ่ายแพ้

ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของ หลินจิ่วเฟิง พวกมันก็พลันโกรธจัด

“ข้าจะขึ้นไปดูว่าเขาเป็นคนอย่างไร ย้อนไปในอดีต พวกเราต่างก็เป็นผู้นำนิกายปีศาจ มีใครในโลกบ้างที่กล้าที่จะทำให้พวกเราขายหน้าแบบนี้?”เทพปีศาจที่เพิ่งตื่นในวันนี้ รู้สึกโกรธอย่างมากกับสิ่งที่เขาได้ยิน

ปอดของเขาแทบจะระเบิดออกมาด้วยความโกรธขณะที่เขาพุ่งขึ้นไปด้านบน

บูม!

กลิ่นอายพลังปีศาจของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก

แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอหลังจากถูกผนึกมาเป็นเวลานาน แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่ปีศาจธรรมดาจะสามารถเทียบได้

“เจ้าหนู เลิกหย่องผยองได้แล้ว ท่านปู่คนนี้จะฆ่าเจ้าซะ!”

เทพปีศาจได้ส่งเสียงคำรามออกมา

รัศมีพลังของเขาได้ทะยานขึ้นปราณกระบี่อันเจิดจรัสได้ฟาดฟันออกไป

เขาต้องการฆ่า หลินจิ่วเฟิง ในครั้งเดียว

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่เย่อหยิ่งของอีกฝ่าย หลินจิ่วเฟิง ก็สั่นศีรษะ“เจ้ายังคงอ่อนแอเกินไป”

เขาได้ยื่นมือออกไปข้างนึง

พลังปราณของเขาได้พลุ้งพล่านไปทั่ว รัศมีพลังเต๋าอันยิ่งใหญ่ และ คลังสมบัติทั้ง 4 ภายในร่างกาย ได้หลอมรวมความแข็งแกร่งของเขาไว้ด้วยกัน

บูม!

จากนั้นทักษะปราบปรามปีศาจก็ปะทุขึ้น

ตราประทับสีดำอันน่าสะพรึงกลัวได้ปรากฏออกมาและพุ่งออกไปทุบลงบนร่างกายของเทพปีศาจ

ปั้ง!

เพียงชั่วพริบตาเดียว เทพปีศาจก็ถูกส่งลงไปที่ก้นของถ้ำปีศาจในทันที

เทพปีศาจตัวอื่น ๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจเขา

นี่เป็นลักษณะของความพ่ายแพ้ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

หลินจิ่วเฟิง ได้ผนึกถ้ำปีศาจด้วยความพึงพอใจหลังจากนั้นเขาก็ลงชื่อเข้าใช้

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับถ้ำสวรรค์ระดับเทพ]

เมื่อ หลินจิ่วเฟิง ได้เห็นสิ่งที่เขาได้รับ ดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้น

เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ“ในที่สุดโอกาสสำหรับการพัฒนาของข้าก็มาถึง”

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 67 โอกาสในการพัฒนา

คัดลอกลิงก์แล้ว