เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 45 จักรพรรดิหมิงที่เปลี่ยนไป

80Y-ตอนที่ 45 จักรพรรดิหมิงที่เปลี่ยนไป

80Y-ตอนที่ 45 จักรพรรดิหมิงที่เปลี่ยนไป


ในคืนที่ฝนตกหนักท่ามกลางสายฟ้าฟาดผ่า สตรีศักดิ์สิทธิ์ รู้สึกสับสน

เหตุใด จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางจึงไม่สมบูรณ์?

“ข้าต้องคิดเรื่องนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน…”

สตรีศักดิ์สิทธิ์ ได้เริ่มคิดเกี่ยวกับทั้งชีวิตของนางในโลกนี้

นางต้องแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้ก่อนถึงจะก้าวไปข้างหน้าได้

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เมืองหลวงราชวงศ์ ตำหนักเย็น

หลินจิ่วเฟิง ได้ทะลวงผ่านไปยังช่วงต่อไปหลังจากเฝ้าดูฝน ในที่สุดจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็มีร่างมนุษย์ ในขณะที่เขาทะลวงผ่านด่านไร้สิ้นสุดของขั้นเทพมนุษย์อย่างเป็นทางการ

“เป้าหมายของด่านไร้สิ้นสุด คือ การเปิดขุมทรัพย์ของร่างกายมนุษย์และปลดล็อคความสามารถขั้นสุดยอดของมันทีละขั้นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และ นี่จะเป็นจุดต่างในช่วงระดับพลังของขั้นพลังนี้”หลินจิ่วเฟิง ได้พูดถึงคู่มือลับที่เขาเคยเห็นในห้องสมุดราชวงศ์

เขาต้องค่อย ๆ ปลดล็อคความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายอย่างช้า ๆ และทลายขีดจำกัดก้าวเข้าสู่ความสามารถอันไร้ขอบเขต

ด่านไร้สิ้นสุด เป็น ช่วงพลังที่ไม่ค่อยคุ้นเคยสำหรับ หลินจิ่วเฟิง

ดังนั้นเขาจำเป็นจะต้องพยายามทำความคุ้นเคยกับช่วงพลังนี้ให้มากขึ้น

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจโลกภายนอก

ในทางกลับกัน การส่งอาหารของ ต้าชุน ก็กลับมาดำเนินการอีกครั้ง

ในช่วงเวลานี้ การส่งอาหารจาก ทุก ๆ 7 วันได้เปลี่ยนเป็นเดือนละ 1 ครั้ง

หลินจิ่วเฟิง ไม่จำเป็นจะต้องรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มบ่อย

พูดตามตรง อาหารได้กลายเป็นแรงกระตุ้นบางอย่างในชีวิตของเขาเพียงเท่านั้น ทำให้เขาตอบสนองมื้ออาหารเป็นเดือนละ 1 ครั้งแทน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าแมวขาวตระหนักได้ว่า หลินจิ่วเฟิง ได้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง

มันรู้สึกท้อแท้อย่างยิ่ง เนื่องจากการบ่มเพาะพลังของ หลินจิ่วเฟิง รวดเร็วเกินไป

ไม่ว่ามันจะพยายามมากแค่ไหนก็ตามก็ไม่สามารถไล่ตามได้ทันสักที

ดังนั้นมันจึงรู้สึกหดหู่ในใจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หลินจิ่วเฟิง สัมผัสได้ถึงดวงตาแปลก ๆ ของเจ้าแมวขาวที่มองมาที่เขาจากระยะไกล สายตาของมันทำให้ หลินจิ่วเฟิง รู้สึกไม่สบายใจ

นี่เป็นผลให้เขาไม่พยายามไปกระตุ้นโทสะของมัน

...

เวลาได้ผ่านไป ภายในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

การจัดการบริหารของ หลินเทียนหยวน ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้มีปราชญ์การต่อสู้มากมายในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา กระทั่งในกองทัพและราชสำนัก

ปราชญ์เหล่านี้ได้รับคำสั่งโดยตรงจาก หลินเทียนหยวน

ทำให้แต่ละคนกลายเป็นเย่อหยิ่งมากขึ้น

ไม่ว่าองค์จักรพรรดิของพวกเขาจะออกนอกลู่นอกทางแค่ไหน

แต่ตราบใดที่องค์จักรพรรดิตรัสว่าถูก พวกเขาก็ยืนกรานว่ามันถูก

หลินเทียนหยวน กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากขึ้น-และเชื่อว่าทุกสิ่งที่เขาทำนั้นย่อมเป็นผลดีสำหรับประชาชนทั้งหมด

หากประชาชนคัดค้านหรือไม่ชอบนโยบายการบริหารของเขา ก็คงเป็นเพราะเหล่าเจ้าหน้าที่ด้านล่างไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเขาอย่างถี่ถ้วน

ยิ่งไปกว่านั้น ภายหลังจากคัดเลือกนางสนมแล้ว ก็มีสาวงามนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาในวังหลัง

ทุกวันนี้เขาได้อยู่กับแม่นางเหล่านี้ทีละคนหรือหลายคนพร้อมกัน

ซึ่งทำให้ หลินเทียนหยวน ยุ่งมาก

ในช่วงเวลานี้ สนมโปรดของเขาก็คือ เหมยเหนียง

เขาได้พักอยู่ในตำหนักของ เหมยเหนียง ทุกคืน

จนไม่ไปหาจักรพรรดินีหรือนางสนมคนอื่น ๆ

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงบางอย่างไปอย่างเงียบ ๆ

แน่นอนว่า หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เหล่านี้ เพราะเขาเลือกที่จะฝึกฝนในตำหนักเย็นอย่างเงียบ ๆ

เวลาได้ผ่านไปอย่างช้า ๆ

น้อยคนนักที่จะมีใครเลือกที่จะมาที่ตำหนักเย็น ทำให้ที่นี่มีเพียงเขาและเจ้าแมวขาว บางครั้งพวกเขาก็ทะเลาะกัน บางครั้งงอนกันและกัน

แต่ขณะที่อีกฝ่ายกำลังบ่มเพาะพลัง จะไม่มีใครรบกวนใครคนใดเลย

เวลาได้ผ่านไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จน ต้าชุน ได้มาส่งอาหารอีกครั้ง

เดือนละครั้ง ต้าชุน ได้มาตรงเวลาและไม่เคยหย่อนยานในเรื่องนี้

การส่งอาหารของ ต้าชุน เกิดขึ้นเดือนละครั้ง-ทำให้เขามาตรงเวลาเสมอ

เขาไม่คิดจะหย่อนยานแม้แต่ครั้งเดียว

ตอนนี้เขาได้เป็นผู้บัญชาการทัพทหารส่วนพระองค์

เขาดำรงตำแหน่งอันสูงส่งได้ เพราะเป็นคนดูแลพระราชวัง จับกุมกบฏที่ต่อต้านองค์จักรพรรดิ และ เฝ้าระวังให้กับองค์จักรพรรดิ

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเคารพ หลินจิ่วเฟิง อย่างมาก

ตามปกติแล้ว เขามักจะบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ หลินจิ่วเฟิง ฟัง เกี่ยวกับสถานการณ์ภายในเมืองหลวง

แต่เมื่อสามปีที่แล้ว หลินจิ่วเฟิง ไม่อนุญาติให้เขาส่งอาหาร

จนกระทั่งไม่นานมานี้เอง ที่อีกฝ่ายเริ่มให้เขากลับมาส่งอาหารอีกครั้ง

การส่งอาหารในวันนี้ ต้าชุน ได้มาเป็นปกติ แน่นอนว่าเขาได้นำข่าวมาด้วย

“องค์ชาย ช่วงสามปีที่ผ่านมาท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”ต้าชุน กล่าวถามด้วยความจริงใจ

ด้านหลังประตูของตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ยิ้มออกมา“ข้าสบายดี แล้วเจ้าล่ะ?”

“ข้าก็สบายดี ระดับการบ่มเพาะพลังของข้าเพิ่มสูงขึ้น และ ตอนนี้ข้ามีลูกคนที่สองแล้ว ตำแหน่งทางการของข้า ได้ถูกเลื่อนเป็น หนึ่งในผู้บัญชาการทัพทหารส่วนพระองค์ ตอนนี้ข้าถือว่าได้เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงสูงส่งแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่าน”ต้าชุน กล่าวอย่างซาบซึ้ง

“นี่ล้วนเป็นความพยายามของเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงไม่จำเป็นจะต้องขอบคุณข้า”หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะ

เขาได้คุยกับต้าชุนแบบสบาย ๆ

ต้าชุน รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ที่เล่าถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเขาในปัจจุบัน ให้ ลู่เฟิง ได้รับรู้

แต่งงานมีลูก ได้รับการเลื่อนยศ มีความมั่งคั่ง และ ทะลวงด่านการบ่มเพาะพลัง…

เขาได้รับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดี

หลายปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง แม้ว่า ต้าชุน จะแข็งแกร่งขึ้น แต่เขาก็ยังไม่ได้บรรลุขั้นปราชญ์การต่อสู้

แม้ว่าเขาจะมีผลงานจึงได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บัญชาการทัพส่วนพระองค์ภายใต้การดูแลของ หลินเทียนหยวน แต่เหตุผลที่แท้จริงเป็นเพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ หลินจิ่วเฟิง

นี่เป็นการแสดงความเคารพต่อ หลินจิ่วเฟิง โดย หลินเทียนหยวน

ดังนั้น ต้าชุน จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการทัพส่วนพระองค์

แม้ว่าจะมีคนอื่นในตำแหน่งนี้ด้วย แต่ต้าชุน ก็มีความสุขมาก

เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานมากนัก ฐานการบ่มเพาะพลังของเขาคือ ขั้นปรจารย์ที่ยิ่งใหญ่ และ ในหน้าที่แต่ละวัน เขาก็รับหน้าที่ดูแลความรับผิดชอบด้านการขนส่งภายในพระราชวัง

แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ค่อยเหมาะสมกับตำแหน่งของเขา แต่ก็เป็นเขาที่เลือกเอง

“องค์ชาย ท่านรู้หรือไม่ว่า ในเมืองหลวง มีข่าวเรื่องการปลดจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันอย่างกระทันหัน”ต้าชุน ได้กล่าวพูดขึ้น

“ปลดจักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน?”หลินจิ่วเฟิง อดไม่ได้ที่จะหยุดดื่มไวน์และกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ

“ถูกต้อง…”

“ฝ่าบาทกำลังคิดจะปลดองค์จักรพรรดินีผู้สง่างามและเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมคนนี้ โดยแทนที่ด้วยนางสนมคนใหม่”ต้าชุน ได้อธิบาย

“เพราะอะไร?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามพลางขมวดคิ้วแน่น

หลินเทียนหยวน ได้พบกับจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันตั้งแต่พวกเขายังเด็ด ทั้งสองได้แต่งงานและสนับสนุนซึ่งกันและกันมาตลอดเกือบ 20 ปีมานี้

การแต่งงานของพวกเขาได้ผลิตบุตรสาวและบุตรชาย

“ข้าได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงตำหนิองค์จักรพรรดินีที่อิจฉาผู้อื่น”ต้าชุน ได้ตอบกลับ

แม้แต่เขาก็ยังไม่พอใจเกี่ยวกับปัญหานี้

แม้ว่า เขาจะเทิดทูน หลินเทียนหยวน ที่จัดการราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่เขาก็ไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดการในเรื่องนี้

การปลดจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันเพียงเพราะเห็นแก่นางสนมคนใหม่ นี่เป็นการเลือกที่ฉลาดงั้นหรือไม่?

“เขาบ้าไปแล้วงั้นเหรอ?”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกสับสน

หากใครได้ฟังก็คงคิดว่า หลินเทียนหยวน เป็นบ้าไปแล้ว

“องค์ชาย ทางราชสำนักต่างก็โต้เถียงกันอย่างดุเดือดในเรื่องนี้ แม้ว่าฝ่าบาทจะไม่ได้ออกราชโองการอย่างเป็นทางการ แต่พระองค์ก็ตรัสว่าจะไม่เสด็จไปหาองค์จักรพรรดินีอีกต่อไป”

ต้าชุน ได้ถอนหายใจขณะที่อธิบาย

เขาถอนหายใจให้กับจักรพรรดินีคนนี้

จักรพรรดินีเป็นสตรีที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม นางได้จัดการวังหลังฮาเร็มขององค์จักรพรรดิมานานกว่า 10 ปีและทำได้ดี

แต่ทว่า การที่นางถูกจักรพรรดิหมิงดูหมิ่นนี้ มันไม่น่าให้อภัยจริง ๆ

“สนมโปรดคนปัจจุบันของเขาเป็นใคร?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“เป็นสนมหมิง นางมีนามว่า เหม่ยเหนียง นางมีรูปลักษร์ที่งดงามอย่างมากดังนั้นนางจึงสะกดสายตาของฝ่าบาทได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น กระทั่ง สนมหลายคนยังรู้สึกไม่พอใจจนถึงขนาดส่งผ้าแพรสีขาวไปให้นางเพียงเพราะความอิจฉาในเรื่องนี้”

“ช่างโง่เขลาอะไรขนาดนี้!”หลินจิ่วเฟิง ได้พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา

“จักรพรรดิหมิงทำผิดพลาดในเรื่องนี้งั้นหรือ?” ต้าชุน ได้กล่าวถาม

หลินจิ่วเฟิง ได้พูดต่อ“ผิดมหันต์เชียวละ ยังดี ปล่อยให้เขาโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ในราชสำนักไปก่อน ข้าเชื่อว่า เหล่าเจ้าหน้าที่พวกนั้นจะไม่ยินยอมให้มีการล้มลางจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันเกิดขึ้น”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

“องค์ชายพูดถูกแล้ว เหล่าเจ้าหน้าที่ในราชสำนักต่างก็คัดค้านในเรื่องนี้ พวกเขาแสดงออกถึงความไม่เหมาะสมอย่างมาก หากมีความคืบหน้าอื่นใด ข้าจะรีบมาแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้ง”ต้าชุน ได้พยักหน้า

หลินจิ่วเฟิง ได้ดื่มไวน์เสร็จจากนั้นเขาก็ให้ต้าชุนเก็บของออกไป

เขาได้สั่นศีรษะอย่างเสียใจและพึมพัมออกมา“บางทีอาจจะมีเพียงจักรพรรดิหยวนที่ผิดปกติที่สุด”

จักรพรรดิหยวน ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนตลอด 10 กว่าปี เขาไม่เคยมองหาความสุขและผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง

เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งจนตายกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตก็ยังไม่มองหาความสุขให้กับตัวเขา

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่า หลินเทียนหยวน ไม่สามารถทำเช่นเดียวกันได้

เป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษแล้วนับตั้งแต่อีกฝ่ายขึ้นครองราชย์ เขาทำได้ดีมากในช่วง 10 ปีแรก ในการดำเนินการปฏิรูปต่าง ๆ แม้กระทั่งการกำจัดนิกายชาวพุทธ

แต่หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป หลินเทียนหยวน ที่รู้สึกชื่นชมในผลงานของตัวเองและมองโลกที่สงบสุขนี้อย่างน่าเบื่อ ดังนั้นเขาจึงสูญเสียความคิดที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อ

เขาได้หยุดที่จะพัฒนาและหันไปจดจ่อกับความสุขของตัวเอง

ของมึนเมา , สตรี  และ อำนาจ ค่อย ๆ กัดกร่อนหัวใจของเขา

เป็นเพราะเขามีอำนาจมากขึ้นทำให้เผยท่าทีที่หยิ่งผยองเหล่านี้ออกมา

กระทั่งไม่สนใจเหล่าคำแนะนำที่มาจากผู้ภักดีที่มีต่อเขา

“ในประวัติศาสตร์มี ราชา อย่าง หลินเทียนหยวน เป็นบรรทัดฐาน…”

“แต่ จักรพรรดิหยวน มีเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์”หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมา

นี่คือเหตุผลที่เขาบอกว่าจักรพรรดิหยวนเป็นคนผิดปกติ

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 45 จักรพรรดิหมิงที่เปลี่ยนไป

คัดลอกลิงก์แล้ว