เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 44 ทะลวงผ่านหลังจากเฝ้ามองดูฝน

80Y-ตอนที่ 44 ทะลวงผ่านหลังจากเฝ้ามองดูฝน

80Y-ตอนที่ 44 ทะลวงผ่านหลังจากเฝ้ามองดูฝน


ทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณ

นี่เป็นทักษะในการฝึกฝนจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์โดยเป็นการเสริมสร้างรากฐานจิตวิญญาณให้แข็งแกร่งจนก่อตัวเป็นร่างมนุษย์ได้

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของ หลินจิ่วเฟิง ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

แต่ด้วยทักษะนี้มันจะช่วยให้เขาพัฒนาการฝึกฝนจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นอย่างดี

หลังจากเริ่มใช้ทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณแล้ว จิตสำนึกของ หลินจิ่วเฟิง ก็เริ่มขดตัวลงกลายเป็นลูกบอลทรงกลม

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของ หลินจิ่วเฟิง ในร่างมนุษย์ คล้ายกับกำลังอยู่ในครรภ์ของลูกบอลนี้

เมื่อถึงเวลาเติบโตแล้ว จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็จะออกมาจากลูกบอลในร่างของมนุษย์ได้

เมื่อถึงเวลานั้น หลินจิ่วเฟิง จะทะลวงไปสู่ช่วงต่อไปได้

เพียงแต่ทักษะในการฝึกฝนนี้มีข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดก็คือความเงีบบสงบ

ต้องเป็นความเงียบเป็นสุดขีด

และในตำหนักเย็นก็มีภาพเช่นนี้อยู่จริง ๆ

การปรากฏตัวของเทพมนุษย์ทำให้เกิดสันติภาพขึ้นในโลก และ เพิ่มพลังรวมถึงบารมีของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินและวัดซวนคง ต่างคุกเข่ารับราชโองการ สิ่งนี้ทำให้ สถานะของ หลินเทียนหยวน สูงส่งมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าจะเป็นการยืมพลังของ หลินจิ่วเฟิง ตราบใดที่ หลินเทียนหยวน สามารถจัดการสถานการณ์ได้ดี ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ก็จะเจริญรุ่งเรืองต่อไป

3 ปีได้ผ่านไปอย่างช้า ๆ

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยก้าวออกจากตำหนักเย็นเลย

เขาได้สั่งให้ ต้าชุน ไม่ต้องส่งอาหารตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เขาต้องการอยู่อย่างสันโดษ

ต้าชุนทำได้เพียงพยักหน้าตอบตกลง

ดังนั้นในช่วง 3 ปีมานี้ ประตูของตำหนักเย็นจึงถูกปิดอย่างหนาแน่น

ตำหนักเย็นนี้ยังคงเงียบสงบ แต่ก็เกิดพายุขึ้นที่โลกด้านนอก

ตอนนี้มีปราชญ์การต่อสู้จำนวนมากปรากฏตัวขึ้นยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรจารย์ที่ยิ่งใหญ่ในตอนนั้นเสียอีก

อิทธิพลของฝนค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไป พลังปราณทางโลกก็เพิ่มมากขึ้น ความก้าวหน้าของผู้บ่มเพาะพลังทุกคนได้กลายเป็นเรื่องง่ายที่จะสำเร็จ

หลินเทียนหยวน ได้ใช้อิทธิพลของ หลินจิ่วเฟิง ในการจ้างปราชญ์การต่อสู้จำนวนมาก

ในเวลาเดียวกัน เขาก็ยังดูแลปราญ์การต่อสู้จำนวนมากด้วยตัวของเขาเอง

ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่เลว

เขาพบกับกลุ่มคนที่มีพรสวรรค์ดังนั้นจึงไม่ลังเลที่จะทุ่มทรัพยากรบ่มเพาะพลังในการหล่อเลี้ยงพวกเขา

แม้ว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก หลินจิ่วเฟิง แต่ หลินเทียนหยวน ก็แสดงความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มฐานอำนาจของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

ตอนนี้มีปราชญ์การต่อสู้หลายร้อยคนในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา แม้ว่าปราชญ์เหล่านี้จะมีความคิดและแผนการที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในโลกขณะนี้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีเทพมนุษย์อยู่เหนือกว่าพวกเขา

ถึง หลินจิ่วเฟิง จะบอกว่าจะไม่ช่วย หลินเทียนหยวน อีกต่อไป แต่ก็ไม่มีใครรับรู้อะไรเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างทั้งสองคนในตอนนั้น

ดังนั้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลินเทียนหยวน ได้กลายเป็นตัวตนที่ได้รับการเคารพมากขึ้นเรื่อย ๆ

อีกทั้งเขายังปรากฏความคิดที่จะเลิกพึ่งพา หลินจิ่วเฟิง ในใจอีก

หลินเทียนหยวนในปัจจุบันได้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองในด้านความคิดและความเป็นจริง บนรากฐานที่จักรพรรดิหยวนทรงทิ้งไว้ให้กับเขา เขาได้ก้าวเดินไปยังเส้นทางจักรพรรดิด้วยตัวของเขาเอง

และกลายเป็นผู้ปกครองโลก

คำพูดของเขาเด็ดขาด และไม่มีใครสามารถหักล้างได้

ในปีนี้เอง หลินเทียนหยวน ได้เริ่มเลือกนางสนมของเขา หลังจากทำงานหนักมาตลอด 10 กว่าปีในที่สุดเขาก็เสร็จสิ้นในการปฏิรูปราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

ทั่วทั้งโลกได้เจริญรุ่งเรืองและผู้คนได้อยู่อย่างสงบสุข

เขารู้สึกว่าตนเองได้บรรลุความปราถนาสุดท้ายของพ่อของเขาแล้ว

ดังนั้นเขาจึงต้องการคัดเลือกนางสนมเพื่อหาความสุขให้กับตัวเอง

เมื่อตื่นนอนพระองค์ก็จะทรงเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองโลก

ยามเมามายก็จะหลับนอนบนตักของสตรี

ซึ่งเขาต้องการชีวิตแบบนี้

ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงไม่ได้กังวลใจอะไร

เพียงชั่วพริบตาเดียว เหล่าสาวงามจากทั่วทุกมุมโลกได้หลั่งไหลเข้าสู่เมืองหลวงของราชวงศ์ เหล่าบุพผางามเหล่านี้ต่อแข่งขันกันแสดงความสวยงามออกมาราวกับดวงดาวที่ส่องประกายยามราตรี

นอกจากนี้ ในปีนี้ สตรีที่มีนามว่า เหมยเหนียง ก็ได้รับเลือกให้เป็นนางสนมวังหลังของจักรพรรดิ

3 ปีที่ผ่านมา หลินจิ่วเฟิง ได้หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาตลอดเวลา

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาที่อยู่ภายในลูกบอลทรงกลมนี้เริ่มมีสติและสร้างร่างมนุษย์แล้ว

มันค่อนข้างทรงพลังมาก

แต่ทว่า จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขายังคงต้องการตัวเร่งปฏิกิริยา-มันคือโอกาสที่จะฟักออกจากลูกบอลทรงกลมและออกมานอกร่างกายของ หลินจิ่วเฟิง เพื่อเคลื่อนไหวอย่างอิสระเสมือนนกบนท้องฟ้า

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้รีบร้อน เขากำลังมองหาโอกาสอย่างอดทน

เขาได้เห็นเหตุการณ์สำคัญทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของราชวงศ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แม้จะไม่มีรายงานจากต้าชุน แต่ หลินจิ่วเฟิง ก็ยังมองเห็นด้วยสัมผัสจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขา

เพียงแต่เขาขี้เกียจเกินกว่าจะมองและนึกถึงสิ่งอื่นภายนอกจิตใจของเขา

โดยเฉพาะความปั่นปวนที่เกิดจากการที่ หลินเทียนหยวน คัดเลือกนางสนมของตนเอง

เรื่องนี้ทำให้ หลินจิ่วเฟิง ขมวดคิ้วแน่น

เขาคิดว่านี่มันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

นี่มันเพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่ปีหลังจากการปฏิรูปที่วางแผนเอาไว้เสร็จสิ้น ประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ แต่ หลินเทียนหยวน กลับต้องการเลือกนางสนมเพื่อตามใจตัวเอง

ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายแต่งงานแล้วหรอกเหรอ? ภรรยาของเขาได้กลายเป็นจักรพรรดินีคนปัจจุบัน

แต่ หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่ได้ตำหนิเขา

กว่า 10 ปีที่ผ่านมาหลังจากครองราชบัลลังก์ หลินเทียนหยวน ได้ทำงานอย่างหนัก และ เรียนรู้ตัวอย่างที่ดีจากจักรพรรดิหยวน จนในที่สุดเขาก็ปฏิรูปโลกได้สำเร็จ

ในเวลานั้น เขาได้พึ่งพา หลินจิ่วเฟิง ในการขจัดอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางทาง

ในระยะหลังเขาได้จัดการปัญหาที่เหลือด้วยตัวเอง

ตอนนี้ เขาต้องการเลือกนางสนมเพื่อหาความสุขให้ตัวเองตลอดระยะเวลาหลายปีที่ทำงานอย่างหนัก

หลินจิ่วเฟิง มีสิทธิ์อะไรไปหยุดเขา?

“คงไม่ใช่ทุกคนที่เหมือนกับจักรพรรดิหยวน”หลินจิ่วเฟิง ได้คร่ำครวญออกมาภายใต้แสงจันทร์

น้องชายของเขาได้ทำงานอย่างหนักในช่วง 10 กว่าปีที่ครองราชย์

เขาไม่เคยหาเรื่องสนุกให้กับตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว

หลินเทียนหยวน ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

และ หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่คิดจะตำหนิเขา

ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง จึงหยุดให้ความสนใจกับโลกภายนอกขณะที่เขากำลังมุ่งเน้นไปที่การสั่งสมความแข็งแกร่งของเขาต่อไป

พระจันทร์คืนนี้ช่างดูมืดมน

มันค่อนข้างสลัว

นี่สามารถมองเห็นการก่อตัวของเมฆดำบนท้องฟ้าได้อย่างคลุมเครือ

เจ้าแมวขาวได้เดินเข้ามาด้วยฝีเท้าเบา ๆ

มันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเขียนบนพื้น“ดูท่าคืนนี้ฝนจะตกหนัก”

หลังจากสามปีที่ผ่านมามันก็แข็งแกร่งมากขึ้น

เพียงแต่ก็ยังไม่สามารถพูดอไะรได้

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้พยายามสำรวจร่างกายเจ้าแมวขาวเพื่อหาสาเหตุที่มันไม่สามารถพูดได้

เพราะครั้งสุดท้ายที่เขาทำเช่นนั้น-เจ้าแมวขาวค่อนข้างโมโห

มันโกรธเกรี้ยวและวิ่งไล่พยายามจะข่วนเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

จากนั้นเป็นเวลากว่า 3 เดือนเต็ม ที่เจ้าแมวขาวไม่สนใจเขาเลย

ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง จึงหยุดสำรวจร่างกายของเจ้าแมวขาวนับตั้งแต่นั้นมา

“ถูกต้อง คืนนี้ดูท่าจะมีฝนตกหนักและฟ้าผ่าอย่างรุนแรง”หลินจิ่วเฟิง ได้พยักหน้า

ติง!

ขณะที่เขาพูดจบ หยาดฝนก็เริ่มตกลงมา

มันได้กระทบลงบนพื้นและกระเด็นใส่ หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาว

คนและแมวได้มองหน้ากัน

จากนั้นทั้งคู่ก็ล่าถอยกลับเข้าไปใจกลางของลานที่พัก

ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันขณะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับหยาดฝนที่ตกลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่ามันกำลังชำระล้างโลกใบนี้

ชายหนุ่มรูปงามและเจ้าแมวขาวได้เฝ้ามองสายฝนภายใต้ชายคาแห่งนี้

พวกเขาไม่ได้แลกเปลี่ยนคำพูดใด ๆ ที่ไม่จำเป็น

เปรี้ยง!

ทันใดนั้นก็มีฟ้าร้องดังขึ้น

จากนั้นสายฟ้าก็ฟาดผ่าลงมา

เปรี้ยง!

ประกายแสงได้สว่างวาบในคืนที่มืดมิด

นอกจากนี้ ยังจุดประกายความสนใจของ หลินจิ่วเฟิง

เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

ลูกบอลในใจของเขาดูเหมือนจะถูกฟ้าผ่าเช่นเดียวกัน

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในรูปร่างของมนุษย์ได้กระเทาะลูกบอลออกมาและปรากฏขึ้นด้านหลังของ หลินจิ่วเฟิง

หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวได้ยืนเคียงข้างกัน

ดวงจันทร์ได้ปกคลุมไปด้วยเมฆดำสนิท

มีเพียงตอนที่ฟ้าผ่าลงมาเป็นครั้งคราวเท่านั้นถึงสามารถมองเห็นแสงบางอย่างได้

เงาของเจ้าแมวขาวและหลินจิ่วเฟิงได้ทอดยาวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลินจิ่วเฟิง อีกคนที่ยืนส่องสว่างอยู่ด้านหลังของพวกเขา

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ออกจากร่างของเขาไปแล้ว!

ในขณะนี้ หลินจิ่วเฟิง กำลังมองดูสายฝนที่ตกลงมา

วันนี้เขาได้บุกผ่านการบ่มเพาะพลังขั้นต่อไป

ด่านไร้สิ้นสุด!

ราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่ วิหารศักดิ์สิทธิ์

ข้างนอกฝนตกค่อนข้างหนัก และ แสงจันทร์ยังถูกบดบังไปด้วยกลุ่มเมฆสีดำ

มีฟ้าร้องและฟ้าผ่าที่ฟาดลงมาที่พื้น

สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่อดทนมาหลายสิบปีนางได้เฝ้ามองดูฝนอย่างเงียบ ๆ

รัศมีพลังของนาง ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น…

แสงสีทองได้ไหลผ่านดวงตาของนาง

ภาพที่เห็นน่าค่อนข้างน่ากลัว แต่ไม่มีใครได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว

“ข้าอยู่บนโลกนี้มาหลายสิบปีแล้ว ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บ และ ติดอยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงตอนนี้ ข้าเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บอย่างเต็มที่”

“วันนี้ข้าจะเฝ้าดูฝนและทะลวงขั้นพลัง!”

“ก้าวเข้าสู่ขั้นเทพมนุษย์!”

กลิ่นอายพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์ เต็มไปด้วยความดุดัน ดวงตาของนางราวกับประกายเพลิงสีทองที่กำลังลุกโชน

นางได้ยืดคอที่เรียวและใบหน้าที่งดงามและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจตั้งขึ้น

นางไม่ได้ปกปิดกลิ่นอายพลังของนางเลย

เปรี้ยง!

สายฟ้าได้ฟาดผ่าลงมาท่ามกลางความมืดมิด

สายฝนได้เทลงมาอย่างหนักหน่วง

กลิ่นอายพลังของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ ได้ทะยานขึ้นทะลุเหนือเมฆนางเตรียมพร้อมสำหรับการทะลวงขั้นพลังต่อไป

เทพมนุษย์!

นางไดยิ้มจาง ๆ ออกมา

ในที่สุด นางก็จะกลายเป็นเทพมนุษย์แล้ว

แต่ในเวลาต่อมา สีหน้าของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้เปลี่ยนไป

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางได้สั่นเทา จากนั้นนางก็กระอักโลหิตออกมาเต็มปาก

“จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของข้าเหตุใดถึงไม่สมบูรณ์?”สตรีศักดิ์สิทธิ์อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางจะไม่สมบูรณ์ได้อย่างไร?

นางอยู่อย่างสันโดษที่นี่มาหลายปีแล้ว และ ไม่ใครเป็หนี้ใครเลย...เพราอะไรกัน?

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 44 ทะลวงผ่านหลังจากเฝ้ามองดูฝน

คัดลอกลิงก์แล้ว