เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 43 ทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณ

80Y-ตอนที่ 43 ทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณ

80Y-ตอนที่ 43 ทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณ


หลังจากทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์ หลินจิ่วเฟิง ก็ตระหนักได้ว่า เทพมนุษย์ เป็นเพียงสถานะของคนที่ยืนอยู่บนยอดเขาที่แตกต่างจากคนอื่น

อายุขัยที่ต่ำที่สุดของเทพมนุษย์คือ 800 ปี

หลินจิ่วเฟิง มีเวลามากพอสำหรับเขาในช่วงชีวิตนี้

ขณะที่ นิกายชาวพุทธในมณฑลเจียงหนาน ได้ปฏิบัติตามราชโองการแล้ว อีกสามเดือนข้างหน้าก็เป็นการรวมตัวกันของบรรดาผู้ที่ศรัทธาในพุทธศาสนาและผนวกดินแดนและทรัพย์สินของพวกเขาร่วมกัน

ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปปิดทอง ปล่อยวางดินแดนที่ว่างเปล่า ให้สร้างเป็นทุ่งนาที่มีคุณภาพสูง ทำให้ มีประชากรหลายล้านคนมีงานทำ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มรากฐานให้กับความแข็งแกร่งของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

หลินเทียนหยวน ได้จัดการกับสิ่งเหล่านี้

หลังจากที่ภาพวาดทั้งสองปรากฏขึ้นในมณฑลเจียงหนานตอนนั้น ทั่วทั้งโลกก็พลันเงียบสงบลง

ในตอนแรก การมาของฝนแห่งยุคสมัยใหม่คือสัญญาณในการเกิดขึ้นของผู้บ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่ง ทำให้มีปราชญ์การต่อสู้จำนวนมากปรากฏตัวขึ้นทั่วทั้งแผ่นดิน ดังนั้นการคุกคามของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาในสายตาของศัตรูจึงลดลง

ถ้าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น พวกเขาย่อมรวมตัวกันก่อความโกลาหลและจัดการกับราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาในตอนนั้น

นอกจากนี้ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ยังไม่มีความสามารถในการจัดการกับภัยพิบัติเหล่านี้

แต่ทันใดนั้น จู่ ๆ ก็มีเทพมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นและปราบปรามนิกายชาวพุทธสร้างชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลก

การปรากฏตัวของเทพมนุษย์ ทำให้ผู้ที่คิดร้ายต่อราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาไม่กล้าเคลื่อนไหว

นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ หลินจิ่วเฟิง ทำเพื่อ หลินเทียนหยวน

เขาให้เวลา หลินเทียนหยวน มากพอที่จะรวบรวมดินแดนและความแข็งแกร่งในการพัฒนารากฐานของราชวงศ์สำหรับโลกใหม่ในเวลานี้

แน่นอนว่า หลินจิ่วเฟิง ได้รับประกันการปฏิรูปที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นในตอนแรก

ช่วงนี้ หลินเทียนหยวน ก็ค่อนข้างยุ่งมาก

หลินจิ่วเฟิง ก็เช่นเดียวกัน

เขากำลังยุ่งอยู่กับการฝึกฝนของเขาหลังจากประสบความสำเร็จ ในการเข้าสู่ขั้นเทพมนุษย์ การบ่มเพาะพลังของเขาไม่ใช่แค่การ ฝึกฝนพลังปราณ,ดูดซับพลังปราณ,สะสมพลังปราณ และ เปิดจุดชีพจรใหม่อีกต่อไป

ถ้าเขาต้องการความก้าวหน้าในขั้นพลังปัจจุบัน เขาจำเป็นจะต้องบ่มเพาะพลังจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ สังเกตุพลังของโลก และ เข้าใจหลักการของโลกใหม่ด้วยตัวเอง

ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ความยากในการฝึกฝนของเขาเพิ่มมากขึ้น

โชคดีที่ หลินจิ่วเฟิง สามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างเงียบสงบ ดังนั้นเขาจึงไม่มีความกังวลใด ๆ

เพราะท้ายที่สุดก็ไม่มีใครมาที่นี่เพื่อรบกวนเขา

ในขณะที่โลกกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเทพมนุษย์

หลินจิ่วเฟิง ก็ได้เข้าสู่ช่วงต่อไปในการฝึกฝนของเขาแล้ว

หลินจิ่วเฟิง มีความก้าวหน้าอย่างมากในการฝึกฝนของเขา

เขามีความสามารถในการทำความเข้าใจและฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว เขาวางแผนที่จะสั่งสมประสบการณ์ในการฝึกฝนให้มากพอที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดดในครั้งเดียว

ทำให้ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้ยินข่าวลือจากโลกภายนอก

เขาได้ลงชื่อเข้าใช้ตำหนักเย็นอย่างเงียบ ๆ

เพื่อนคนเดียวของเขาก็คือเจ้าแมวขาว

ในวันนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม“เจ้าติดตาม จอมมาร คนสุดท้าย งั้นเจ้ารู้ข้อมูลเกี่ยวกับพลังขั้นเทพมนุษย์มากน้อยแค่ไหน?”

เจ้าแมวขาวได้ใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ และเขียนตัวอักษรในทันที“ข้าได้ยินมาจากจอมมารว่ามีอุปสรรคจำนวนมากในขั้นเทพมนุษย์”

“ดูเหมือนว่ามันจะเรียกอะไรบางอย่างเช่น ด่านสงบนิ่ง,ด่านไร้สิ้นสุด,ด่านกายาศักดิ์สิทธิ์ อะไรทำนองนั้น”เจ้าแมวขาวได้เขียนคำพูดจำนวนมาก

ดูเหมือนว่าความทรงจำของมันจะพร่ามัวขณะที่ลบคำบางคำและเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพูดไม่ออก

ท้ายที่สุด เขาก็เลือกออกจากตำหนักเย็นไปที่หอสมุด

ที่นี่เขาสามารถตรวจสอบเอกสารที่มีความเกี่ยวข้องกับเทพมนุษย์ได้

เจ้าแมวขาวได้ติดตามมาด้วย

มันก็อยากจะรู้เห็นเกี่ยวกับอุปสรรคบางอย่างในขั้นเทพมนุษย์

เมื่อมาถึง หลินจิ่วเฟิง ได้เดินเข้าไปยังห้องสมุดที่มีการป้องกันแน่นหนาไม่มีใครค้นพบเขา

เมื่อ 2-3 ปีก่อนเขาได้มาเยี่ยมเยือนห้องสมุดในตอนนั้น ก็ไม่มีใครสังเกตุเห็นเขา

มาตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครสังเกตุเห็นเขา

ห้องสมุดมีขนาดใหญ่อย่างมาก มันมีบันทึกช่วงเวลาและยุคต่าง ๆ

หลินจิ่วเฟิง เคยตรวจสอบนิกายปีศาจมาก่อน

คราวนี้เขากำลังมองหาบันทึกเกี่ยวกับ ลัทธิเต๋า

ในแง่ของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ลัทธิเต๋า นั้นเหนือกว่า ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง จึงต้องการใช้วรรณกรรมของพวกเขาเป็นข้อมูลอ้างอิง

ข้อความหนึ่งได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของ หลินจิ่วเฟิง ขณะที่เขาก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่มีการเก็บรักษาเกี่ยวกับบันทึกของลัทธิเต๋า

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้ห้องสมุดเต๋าหรือไม่]

“ยืนยันการเข้าใช้!”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบตกลง

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณ!]

คลื่นแห่งความทรงจำได้หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึกของหลินจิ่วเฟิง

ตอนนี้เขาได้คุ้นเคยกับมันแล้ว ดังนั้นเขาจึงรักษาความสงบนิ่งในใจของเขาได้

มีหนังสือแปลก ๆ ปรากฏขึ้น

ความคลุมเครือของคำบางอย่างที่อยู่ในจิตใจของคนธรรมดาอาจจะค่อนข้างสับสนวุ่นวาย แต่ด้วยคลื่นความทรงจำที่ หลินจิ่วเฟิง ได้รับ ทำให้เขาไม่มีปัญหาในการทำความเข้าใจเนื้อห้าที่เขาถืออยู่

“นี่เป็นทักษะบ่มเพาะพลังจิตวิญญาณที่เหมาะสมกับข้าอย่างสมบูรณ์แบบ”

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพึงพอใจมาก

เมี้ยว!

เจ้าแมวขาวได้ปรากฏตัวข้าง หลินจิ่วเฟิง มันร้องออกมาอย่างแผ่วเบา

และไม่เข้าใจว่าทำไม หลินจิ่วเฟิง ถึงยืนนิ่ง

หลินจิ่วเฟิง ได้ตื่นจากภวังค์และไม่ได้พูดอะไร

เขาได้ยิ้มเบา ๆ ให้กับแมวขาว ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังพื้นที่วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋า

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหนังสือที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋า

ในช่วง 400 ปีที่ผ่านมา หนังสือที่มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋าส่วนใหญ่ ได้เก็บเอาไว้ในห้องสมุดแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาแห่งนี้

ส่วนที่เหลืออีก 1-2 ส่วน ที่เป็นหนังสือและมรดกอันล้ำค่าของลัทธิเต๋า ส่วนใหญ่ถูกซ่อนไว้โดยลัทธิเต๋า ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาไม่สามารถคว้าเอาพวกมันมาได้

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับ หลินจิ่วเฟิง ที่จะศึกษามัน

เขาได้ละทิ้งความสนใจทักษะบ่มเพาะพลังจิตวิญญาณของเขาและมุ่งเน้นไปที่หนังสือลัทธิเต๋า

หนังสือเหล่านี้มีบันทึกหลายอย่างเกี่ยวกับขั้นเทพมนุษย์

ยังมีหลายอย่างที่แมวขาวพูดไว้เช่น ด่านสงบนิ่ง,ด่านไร้สิ้นสุด,ด่านกายาศักดิ์สิทธิ์ และ อื่น ๆ

ในที่สุด หลินจิ่วเฟิง ก็เข้าใจ

คำว่า ‘เทพมนุษย์’ เป็นคำเรียกทั่วไป เช่นเดียวกับ ‘ปราชญ์การต่อสู้’

ขั้นปราชญ์การต่อสู้แบ่งออกเป็น ทำความเข้าใจ,ตระหนักรู้ในชีวิต,ข้ามผ่าน และ เส้นทางการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่

ขั้นเทพมนุษย์แบ่งออกเป็น ด่านสงบนิ่ง,ด่านไร้สิ้นสุด,ด่านกายาศักดิ์สิทธิ์ และ ด่านจุติใหม่

หลินจิ่วเฟิงอยู่ในช่วง ด่านสงบนิ่ง

สงบนิ่งเป็นคำเปรียบเทียบ

สิ่งนี้คือห้องลับอันดำมืดที่สงบเงียบอย่างมาก

เทพมนุษย์ที่ให้กำเนิดจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์พลังของพวกเขาจะถูกขังในห้องลับแห่งนี้และไม่สามารถหลุดพ้นออกไปได้

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะดำรงอยู่ในห้องลับอันมืดมิดแห่งนี้

ในการทะลวงผ่านช่วงต่อไปของขั้นเทพมนุษย์-เราจะต้องทำให้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเราหลุดพ้นจากห้องลับแห่งนี้เพื่อที่จะได้มองโลก

เจ้าแมวขาวได้อ่านบันทึกเช่นเดียวกัน

ทันใดนั้นมันก็เริ่มมีความหวังสำหรับอนาคตของตัวเอง

บางทีถ้ามันฝึกฝนอย่างจริงจัง มันจะสามารถพัฒนาให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้

ถ้ามันพยายามหนันกขึ้นจนสามารถเอาชนะหลินจิ่วเฟิงได้ มันจะน่าพอใจขนาดไหนกัน?

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเจ้าแมวขาวก็ได้โค้งเป็นรอยยิ้ม ซึ่งมันดูน่ารักมาก

หลินจิ่วเฟิง ได้หันกลับมาและมองไปที่การแสดงออกบนใบหน้าของเจ้าแมวขาว

ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง

เมื่อแมวขาวลืมตาและเห็นใบหน้าไร้อารมณ์ของหลินจิ่วเฟิง มันก็หยุดชะงักในทันทีและรีบเขียน“อ่านต่อไป”

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ“ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากำลังมีความสุขเรื่องอะไร”

“เพียงแต่แมวโง่ ๆ เช่นเจ้าก็คงมีความสุขกับเรื่องโง่ ๆ เท่านั้นแหละ?”หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมอย่างสับสน

เจ้าแมวขาวรู้สึกโกรธมาก

มันได้กางกรงเล็บออกมาและยกอุ้งเท้าชี้ไปที่ด้านหน้าของ หลินจิ่วเฟิง

อย่างไรก็ตาม มันรู้สึกกังวลมาก ถ้ามันไม่สามารถตัดผ่านผิวหนังของ หลินจิ่วเฟิง ได้ มันคงรู้สึกอับอายอย่างมาก และ จบลงด้วยการที่ตนเองถูกอีกฝ่ายทำให้บาดเจ็บ

ดังนั้นมันจึงหดเล็บของมันกลับไป

หลังจากอ่านหนังสือลัทธิเต๋าทุกเล่มในห้องสมุดแล้ว หลินจิ่วเฟิง ก็ได้รู้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับขั้นเทพมนุษย์

“หนทางการบ่มเพาะพลังยังอีกยาวไกล”

หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมาและออกจากห้องสมุดราชวงศ์

หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่เตียงหยกน้ำแข็งและครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ

แม้ว่าเตียงหยกน้ำแข็งจะไม่ช่วยเขาอีกต่อไปแต่ หลินจิ่วเฟิง ก็ชอบนอนบนนี้

เพราะมันให้ความรู้สึกเย็นสบาย

มันค่อนข้างให้ความสบายและรู้สึกเพลิดเพลินอย่างแท้จริง

แม้แต่เจ้าแมวขาวก็ยังติดใจมันหลังจากบังเอิญค้นพบความอัศจรรย์นี้

เมื่อมันไม่มีอะไรทำ มันก็จะเข้ามานอนที่นี่ มันได้ขดตัวเป็นลูกบอล เป็นก้อนเล็ก ๆ ซึ่งกินพื้นที่ไม่มาก

มันได้หันหน้าไปทางเดี่ยวกับ หลินจิ่วเฟิง และ นอนกับเขา

คราวนี้ มันได้ขดตัวอยู่บนเตียงและมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง

จากนั้นมันก็หลับตาลงและพยายามอย่างหนักในการฝึกฝนเพื่อที่สักวันหนึ่งมันจะได้มีโอกาสจัดการ หลินจิ่วเฟิง ด้วยเล็บของมัน

“มาลองฝึกทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณนี้กันเถอะ”

ไม่นาน หลินจิ่วเฟิง ก็หลับตาลง

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 43 ทักษะปรับแต่งต้นกำเนิดจิตวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว