เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 28 จักรพรรดิหมิงเสด็จมาเยี่ยม

80Y-ตอนที่ 28 จักรพรรดิหมิงเสด็จมาเยี่ยม

80Y-ตอนที่ 28 จักรพรรดิหมิงเสด็จมาเยี่ยม


มันเป็นโลงศพที่ว่างเปล่า

เจ้าแมวขาวรู้สึกสิ้นหวัง พลังอันมหาศาลได้ระเบิดออกมาจากร่างของมัน

มันได้หลุดจากการจับกุมของ หลินจิ่วเฟิง และ กระโดดเข้าไปในโลงศพพร้อมกับคลำหาอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องแห่งความโศกเศร้าและขมขื่นได้ดังก้องกังวานไปทั่ว

มันปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องทั้งหมดนี้

จะไม่มีอะไรอยู่ภายในโลงศพได้อย่างไร?

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่แมวขาวตัวนี้และกล่าวถามออกมา“เจ้าของโลงศพผู้นี้เป็นใคร?”

เจ้าแมวขาวหันกลับมามอง หลินจิ่วเฟิง อย่างดุเดือด

มันไม่มีอารมณ์ที่จะตอบคำถามของ หลินจิ่วเฟิง

“หากเจ้าบอกข้า บางทีข้าอาจจะช่วยเจ้าตามหาคนผู้นี้ให้”

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้บังคับอีกฝ่ายให้พูด

เจ้าแมวขาวนี่ได้ย่อยสมบัติทุกอย่างภายในขุมทรัพย์เหล่านี้ จนกระทั่งมันมีพลังเทียบเท่าปราชญ์การต่อสู้ มันได้บริโภคสมบัติเหล่านี้อย่างฟุ่มเฟือย ทำให้รู้ได้ว่ามันไม่มีความตระหนักในเส้นทางการบ่มเพาะพลัง

บางทีมันอาจไปถึงขั้นปราชญ์การต่อสู้ได้โดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เหล่านี้

นี่คือเหตุผลที่มันใช้กรงเล็บเพื่อสังหารศัตรู โดยที่ไม่มีทักษะใด ๆ ได้

ตอนนี้ เจ้าแมวขาวรู้สึกเสียใจและส่งเสียงร้องออกมา

นี่หมายความว่าในความคิดของมันเดิมโลงนี้ไม่ควรจะว่างเปล่า

และตลอดเวลาที่ผ่านมานี้มันไม่เคยนึกสงสัยเลย

หลินจิ่วเฟิง ต้องการทราบที่มาของเจ้าแมวขาว และก็ บุคคลที่ควรจะอยู่ในโลงศพ

กรงเล็บของแมวขาวได้จับโลงศพไว้แน่นพร้อมกับส่งเสียงแหลม

มันได้ใช้สมองครุ่นคิด

แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นได้

ที่นี่มีเพียงตัวมันและหลินจิ่วเฟิงที่ยังอยู่

ในที่สุดมันก็ยอมจำนน และกระโดดออกจากโลงศพพร้อมกับเขียนอะไรบางอย่างบนพื้น

[จอมมาร]

ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้หรี่ลงในขณะที่เขาพูด“คนที่ถูกฝังในโลงศพนี้ก็คือจอมมาร? เขาได้หลับใหลในโลงศพนี้เมื่อใด?”

กรงเล็บของแมวขาวได้ขยับหลายครั้งและขีดเขียนคำหนึ่งคำ

“เมื่อ 1,500 ปีที่แล้ว!”

“จอมมารเมื่อ 1,500 ปีก่อน…”หลินจิ่วเฟิง จมดิ่งในความคิด

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เมื่อ 1,500 ปีก่อนยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยซ้ำ ช่วงเวลานั้น เป็นยุคสมัยสูงสุดของผู้บ่มเพาะพลัง มียอดฝีมือมากมายทั่วแผ่นดินใหญ่ และ เป็นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลอย่างแท้จริง

คนที่ได้ สมญานาม ว่า จอมมาร ในสมัยนั้น แสดงว่าจะต้องเป็นผู้ที่ดำรงอยู่บนจุดสูงสุดของยุคสมัยนั้นอย่างแน่นอน

“ข้าไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าจอมมารเหล่านี้ในความทรงจำของข้า”หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะ

เจ้าแมวขาวพลันเดือดดาลทันที และมันคิดว่า หลินจิ่วเฟิง กำลังหลอกมัน

“แต่ข้าสามารถไปที่ห้องสมุดของราชวงศ์เพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่างได้ ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เป็นราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์เดียวในปัจจุบัน แน่นอนว่ามันจะต้องมีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า-จอมมาร”หลินจิ่วเฟิง ได้เพิกเฉยต่อความโกรธของเจ้าแมวขาว

แมวขาวได้เขียนคำบางอย่างออกมา“รีบไปกันเลย”

หลินจิ่วเฟิง มองดูและหัวเราะออกมา“ข้าจะรีบไปเพื่ออะไรล่ะ?”

“ข้า...สามารถให้สมบัติบางอย่างแก่เจ้าได้”เจ้าแมวขาวรีบเขียนชุดคำใหม่

แม้ว่ามันจะมีความสามารถของปราชญ์การต่อสู้มีพลังที่ไม่ธรรมดาแต่มันก็ไม่สามารถพูดได้

โชคดีที่มันสามารถเขียนได้

อย่างไรก็ตาม ลายมือของมันค่อนข้างคดเคี้ยวคล้ายกับเด็กอายุ 2-3 ปี

ทุกจังหวะในคำพูดของมันล้วนเป็นสิ่งที่ หลินจิ่วเฟิง คาดเดา

โชคดีที่เขาพอจะประมาณได้ว่าคำศัพท์เหล่านั้นแท้จริงจะสื่อคำว่าอะไร

“ไม่ใช่ว่าเจ้าใช้สมบัติที่อยู่ในคลังเหล่านี้ไปหมดแล้วหรอกเหรอ แต่เจ้ากำลังจะบอกว่าจะยกสมบัติบางอย่างให้แก่ข้า?”หลินจิ่วเฟิง ปฏิเสธที่จะเชื่อ

“ข้าได้ใช้ไปเยอะก็จริง แต่ก็ยังมีเก็บซ่อนไว้เป็นจำนวนมาก ข้าได้ใช้งานมันอย่างช้า ๆ เนื่องเพราะข้าไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจึงต้องวางแผนมื้ออาหารอย่างระวัง ข้ากินเท่าที่จำเป็นเท่านั้น”เจ้าแมวขาวยังพอมีความฉลาดอยู่บ้าง

เพียงแต่คำเว้นวรรคของมันแต่ละคำทำค่อนข้างทำให้ หลินจิ่วเฟิง ปวดหัว

เขาพยายามทำความเข้าใจในความหมายของมัน

“เข้าใจแล้ว”หลินจิ่วเฟิง พยักหน้าและตกลง

เขาไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อสมบัติ

เพียงแต่เขาต้องการทราบที่มาของจอมมารคนนี้

ทำไมอีกฝ่ายถึงสร้างพระราชวังขึ้นที่นี่และฝังมันไว้ใต้ดินลึกหลาย 10 เมตร กระทั่งหลาย 100 เมตร?

“รีบออกไปหาข้อมูลเร็วเข้า”เมื่อเห็น หลินจิ่วเฟิง ตกลง เจ้าแมวขาวก็รีบไล่อีกฝ่ายในทันที เพราะมันไม่ชอบให้มีใครมารบกวนพระราชวังแห่งนี้

หลินจิ่วเฟิง ไม่ต้องการอยู่ที่นี่นานเช่นเดียวกัน

ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความยุ่งเหยิงของโอกาสและจุดจบ

แม้แต่ เจ้าแมวขาว ที่มีรูปลักษณ์ดูสวยงาม ก็ยังมีท่าทีดุร้ายไม่เข้ากับรูปลักษณ์ของมันเลย

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะและหันหลังกลับไป

แต่เมื่อเขาหันหลังเตรียมจะจากไป จู่ ๆ ก็มีข้อความปรากฏขึ้นด้านหน้าเขา

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้พระราชวังปีศาจใต้ดินหรือไม่?]

“ยืนยันการเข้าใช้!”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบตกลง

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับทักษะบ่มเพาะพลังเทพปีศาจ!]

หลังจากนั้น ข้อมูลจำนวนมากก็ผุดขึ้นในใจของ หลินจิ่วเฟิง

มันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับทักษะบ่มเพาะพลังเทพปีศาจ

โดยพื้นฐานแล้วสิ่งนี้ย่อมเป็นทักษะบ่มเพาะพลังขั้นสูงของนิกายปีศาจ

มันสามารถให้พลังที่แข็งแกร่งได้อย่างน่าเหลือเชื่อหากฝึกฝนมันอย่างถูกต้อง

“ไม่เลว ในที่สุดข้าก็ได้ทักษะบ่มเพาะพลังอีกอย่างที่สามารถช่วยเหลือข้าได้”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพึงพอใจมาก

เขาชอบทุกอย่างที่สามารถช่วยเหลือในการพัฒนาความแข็งแกร่งของเขาได้

หลังจากลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ หลินจิ่วเฟิง ก็ออกจากพระราชวังใต้ดินโดยตรง

เจ้าแมวขาวได้มองดู หลินจิ่วเฟิง อย่างระวัง

มันยังคงไม่เชื่อใจอีกฝ่าย

หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่ได้สนใจมัน

เมื่อก้าวขึ้นไปบนผิวน้ำ เขาก็มองเห็นทางเข้าใต้ดินที่ด้านหน้าต้นไม้อายุ 100 ปี ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจไม่ปิดทางเข้า

หลินจิ่วเฟิง ได้กลับไปที่ลานที่พักของเขาโดยตรง

เขาได้นอนลงบนเตียงหยกน้ำแข็งและหลับตาเพื่อฝึกฝน

เขาค่อย ๆ จมดิ่งและเรียนรู้ทักษะบ่มเพาะพลังเทพปีศาจที่เขาเพิ่งได้รับมา เขาต้องการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถของเขา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า จอมมาร นั้น?

เขาสามารถทำมันได้ในวันพรุ่งนี้

ไม่ว่าจะกรณีใด หลินจิ่วเฟิง ก็ยังมีเวลาอีกมาก

เจ้าแมวขาวได้แอบติดตาม หลินจิ่วเฟิง ตลอด

เมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่ออกไปหาข้อมูลเพิ่มเติมและกลับไปฝึกฝน

ทำให้มันแยกเขี้ยวฟันออกมากรงเล็บอันแหลมคมได้ยื่นออกไป

มันโกรธมาก

เพียงแต่หลังจากปลดปล่อยอารมณ์โกรธออกมาแล้วมันก็รู้สึกหมดหนทาง

ไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่ใช่คู่มือของ หลินจิ่วเฟิง แม้ว่ามันจะโกรธแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

มันได้ทำตัวงอนอยู่ครู่นึง

และจ้องมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง โดยหวังว่า หลินจิ่วเฟิง จะสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของมัน

เวลาได้ผ่านพ้นไป จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่หยุดจ้อง

มันยังคงเพ่งพินิจไปที่เขาอย่างดุเดือด

ดวงตาทั้งสองข้างที่คล้ายกับผลึกแก้วยังคงจ้องมองไปที่ร่างของ หลินจิ่วเฟิง โดยไม่กระพริบ

แต่ หลินจิ่วเฟิง ก็ยังคงนิ่งเฉย

หลังจากผ่านมาครึ่งคืน เจ้าแมวขาว ก็ร้องออกมา

มันส่งสายตาที่ไม่พอใจไปที่ หลินจิ่วเฟิง ก่อนที่จะหันหลังและจากไป

มันต้องการกลับไปยังพระราชวังใต้ดิน

หลินจิ่วเฟิง ซึ่งอยู่บนเตียงหยกในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น

รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาในขณะที่เขาบ่นออกมา

“ถ้าเจ้าเป็นหญิงสาวแสนสวนบางทีข้าควรจะตอบสนองและหน้าแดงในขณะที่เจ้าจ้องมองข้าตาไม่กระพริบล่ะมั้ง?”

วันถัดไป ในที่สุด หลินจิ่วเฟิง ก็เข้าใจทักษะบ่มเพาะพลังเทพปีศาจ อย่างถี่ถ้วนเมื่อคืนนี้ ตั้งแต่เขาทำสำเร็จ เขาก็วางแผนที่จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า จอมมาร ในเช้าวันนี้

เหตุผลนั้นง่ายมาก

เจ้าแมวขาว ได้กลับมาจับตาดู หลินจิ่วเฟิง อีกครั้งก่อนจะรุ่งสาง

มันได้ยืนอยู่ในลานที่พักของเขาและดวงตาจับจ้องมองมาที่เขาโดยไม่กระพริบ

เนื่องจากมันไม่ใช่คู่มือของ หลินจิ่วเฟิง มันจึงทำได้เพียงใช้วิธีนี้ในการกดดันเขา

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะอย่างช่วยไม่ได้

เขาเตรียมพร้อมที่จะออกจากตำหนักเย็นและไปที่ห้องสมุดหลวงเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจอมมาร

แต่ทันใดนั้นก็มีผู้มาเยือนที่น่าประหลาดใจ

เป็นบุตรชายของจักรพรรดิหยวน

จักรพรรดิหมิง.

หลินเทียนหยวน เคยอาศัยอยู่กับ หลินจิ่วเฟิง เป็นระยะเวลา 10 ปีเต็ม

หลังจากอีกฝ่ายขึ้นครองราชย์เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาก็ใช้เวลา 5 ปีแรกในการปกครองดูแลราชสำนักอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง

ปีนี้เขาอายุได้ 20 แล้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาพบกับ หลินจิ่วเฟิง หลังจากที่เขาขึ้นครองบัลลังก์

“ท่านลุง!”หลินเทียนหยวน ได้ตะโกนขึ้นด้วยความเคารพ

เขาเคยเรียก หลินจิ่วเฟิง ว่าอาจารย์

แต่หลังจากนั้นเขาได้เปลี่ยนวิธีเรียกและเรียกขานอีกฝ่ายเป็นท่านลุงตลอดเวลา

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย

เขาอยากจะรู้จริง ๆ

เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา มันควรจะไม่มีปัญหาใด ๆ แล้วทำไม หลินเทียนหยวน จะต้องมาหาเขา

เจ้าแมวขาวรู้สึกเป็นกังวล

มันที่รู้ว่า หลินจิ่วเฟิง กำลังจะจากไป แต่มีคนมาหยุดเอาไว้ ทำให้มันไม่พอใจ

ความคิดของเจ้าแมวขาวเรียบง่ายมาก

‘ข้าจะฆ่าเจ้า แล้วให้ หลินจิ่วเฟิง ออกไปจากที่นี่!’

ดังนั้นมันจึงพุ่งกระโจนในทันที

ฟิ้ว!

เพียงแต่ หลินจิ่วเฟิง ได้สะบัดแขนเสื้อของเขา

พลังของทักษะบ่มเพาะพลังเทพปีศาจได้ซัดเจ้าแมวขาวลอยไปโดยตรง

มันได้กระแทกเข้ากับต้นไม้และล้มลงอย่างอ่อนแรง

การปรากฏตัวของมันได้กลายเป็นฝุ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรก

ทว่า มันไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ หลินจิ่วเฟิง ได้บ่มเพาะพลังมาจนถึงจุดที่สามารถควบคุมความรุนแรงได้ด้วยตัวเองแล้ว

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 28 จักรพรรดิหมิงเสด็จมาเยี่ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว