เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 27 แมวขาว

80Y-ตอนที่ 27 แมวขาว

80Y-ตอนที่ 27 แมวขาว


หลินจิ่วเฟิง ได้ติดตามพวกเขาไป ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงต้นไม้อายุร้อยปีในตำหนักเย็น

หลินจิ่วเฟิง เฝ้ามองด้วยความสงสัย

เขาเคยมาที่บริเวณนี้มาก่อน แต่นอกเหนือจากการลงชื่อเข้าใช้และรับเอาทักษะบ่มเพาะพลังแล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นในที่นี้อีกแล้ว

เขาไม่ได้ค้นพบทางเดินลับใด ๆ

ผู้อาวุโสศพ และ ถู๋ป๋อ ได้เดินมาถึง

ภายใต้การจ้องมองของ หลินจิ่วเฟิง พวกเขาเริ่มแกะสลักรูปแบบอาคมในจุดนั้น

ผู้อาวโสศพได้พูดขึ้น“รูปแบบอาคมนี้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของนิกายซากศพ มันถูกใช้เพื่อซ่อนสิ่งต่าง ๆ จากสายตาของผู้อื่น ทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถหาสถานที่แห่งนั้นเจอได้”

“หนึ่งด้านหนึ่งผกผัน…”

“มีเพียงการสร้างตราประทับเท่านั้นที่จะเปิดประตูทางเข้าเดิมได้”

ถู๋ป๋อ ได้กล่าวกระตุ้นออกมา“เร่งมือเข้าเถอะ!”

ผู้อาวุโสศพใช้เวลาประมาณ 1 เค่อ ในการจัดวางรูปแบบอาคม

หลินจิ่วเฟิง ได้เฝ้ามองกระบวนการทั้งหมด คำถามในใจของเขาในที่สุดก็ได้รับคำตอบ

“เข้าใจแล้ว เพราะพวกเขาสร้างรูปแบบอาคมเพื่อปิดกั้นการมองเห็นของผู้อื่น ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครค้นพบมันตลอด 2-3 ร้อยปีที่ผ่านมา”

แม้ว่า เขาจะมีรากฐานการบ่มเพาะพลังที่ไม่ธรรมดา แต่หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่มีทักษะในการจัดวางรูปแบบอาคม

พูดตามตรงเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับรูปแบบอาคมเลย

“ในอนาคต ข้าต้องมองหาคู่มือที่เกี่ยวกับรูปแบบอาคมและโอสถเม็ด หวังว่าสักวันข้าจะได้รับคู่มือเหล่านี้จากการลงชื่อเข้าใช้สถานที่”หลินจิ่วเฟิง ได้จดบันทึกเรื่องนี้ไว้ในใจ

เขาได้เฝ้าดูผู้อาวุโส จัดวางรูปแบบอาคมจนเสร็จสิ้น

จากนั้น รูปแบบอาคมสองรูปแบบ อีกหนึ่งอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกอันที่ผกผันก็ได้ระเบิดออกมา

ใต้นไม้ใหญ่อายุนับ 100 ปีได้เผยทางเดินออกมา

มันเป็นทางเดินที่เดินลึกลงไปในใต้ดิน

หลังจากผ่านมาหลายร้อยปี จะสามารถมองเห็นตะไตร่น้ำได้ทุกที่

ถู๋ป๋อ ได้ขยับตัวและดึงทางเข้าออกโดยไม่พูดอะไร

เขาอยากจะลงไปสำรวจอย่างกระวนกระวายใจ

แม้แต่ อาวุโสศพ ก็เฝ้ามองด้วยความสงสัย

แต่ในขณะนั้นเอง แสงสีทองก็ระเบิดขึ้นจากทางเดินสลัว มันได้สังหารอาวุโสศพและถู๋ป๋อในทันที

พวกเขาได้ยืนอยู่ที่นั่นด้วยความขุ่นเคือง และ ต้องการจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากปากของพวกเขา

พวกเขาได้ทรุดตัวลง

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สาวกของนิกายซากศพ ล้วนตกตะลึง พวกเขาได้กรีดร้องออกมาเสียงดัง

สายตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้กลายเป็นเย็นชาและสังเกตุอย่างเคร่งขรึม

อาวุโสศพและถู๋ป๋อ ล้วนเป็น ปราชญ์การต่อสู้

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทรงพลังในหมู่ปราชญ์การต่อสู้ด้วยกัน เมื่อพิจารณาจากการที่พวกเขาอยู่ในขั้นแรกของการทำความเข้าใจเพียงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังเป็น ปราชญ์การต่อสู้

คนที่มีความสามารถพอที่จะสังหารพวกเขาในทันที มันทำให้ หลินจิ่วเฟิง รู้สึกจริงจังขึ้นมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนผู้นั้นอยู่ท่ามกลางสมบัติล้ำค่าเหล่านี้

แต่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของ หลินจิ่วเฟิง คนที่สังหารพวกเขาไม่ใช่คน

แต่เป็นแมว

แมวสีขาวที่ขนราวกับหิมะและดูสง่างาม

มีเพียงสองจุดบนร่างกายเท่านั้นที่มีสีต่างกัน

หนึ่งคือ รูม่านตาของมันที่เป็นสีดำเหมือนกับหมึกหนา ดำจนสามารถมองเห็นความแวววาวของตัวมันเอง

สองคือ เล็บ ที่มีสีทองเข้ม

จุดประกายสีทองก่อนหน้านี้น่าจะเป็นการโจมตีโดยที่มันใช้เล็บเหล่านั้นฟันการโจมตีออกไปทำให้ อาวุโสศพ และ ถู๋ป๋อง ถูกสังหารในพริบตา

เมี๊ยว!

แมวสีขาวราวหิมะได้ร้องออกมา

มันคล้ายกับแมวเด็กที่ดูน่ารักน่าชัง ซึ่งมันดูน่าหลงใหลอย่างมาก

แต่ทว่า พอสิ้นสุดเสียงของมันเท่านั้น มันก็กลายเป็นเงาสีขาวกวาดล้างทุกคนที่เป็นสาวกนิกายซากศพในทันที

เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ไม่กี่ลมหายใจ สาวกจากนิกายซากศพทั้งหมดที่นี่ ก็ถูกสังหาร เดิมพวกเขามาที่นี่เพื่อมองหาสมบัติ

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพที่ไม่สามารถพูดได้

คนร้ายก็คือ แมวสีขาว

ขนของมันไม่ใช่สีขาวธรรมดา แต่เป็นสีขาวคล้ายครัสตัลใสที่มันเงา

ร่างเล็ก ๆ ของมันได้เดินอยู่บนพื้น

เล็บของมันเปื้อนไปด้วยโลหิตจำนวนมาก

หลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น การแสดงออกของ หลินจิ่วเฟิง ก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาด

มันเป็นแมวที่มีพลังขั้นปราชญ์การต่อสู้!

นี่ถือเป็นของหายากอย่างแท้จริง

หลังจากที่มันฆ่าทุกคนแล้ว มันก็ร้องออกมาและพยายามจะเดินกลับเข้าไปในถ้ำ

อย่างไรก็ตาม จู่ ๆ ขนของมันก็ลุกตั้งร่างกายของมันได้โค้งงอทันที

มันร้องเสียงแหลมออกมาและจ้องมองไปยังทิศทางของ หลินจิ่วเฟิง

ความประหลาดใจของ หลินจิ่วเฟิง ได้เปิดเผยกลิน่อายของเขาออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ มันถูกตรวจพบโดยแมวขาวที่มีสัมผัสเฉียบคม

มันทำท่าราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขาม

เมื่อเห็นสิ่งนี้ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้พรางตัวอีกต่อไป

เขาได้เผยร่างของตัวเองออกมาและยังยืนอยู่ที่เดิม

เมี๊ยว!

เจ้าแมวขาวเริ่มที่จะโจมตี ความเร็วของมันรวดเร็วมาก เล็บของมันได้กางออกและระเบิดแสงสีทองตัดผ่านไปยังเบื้องหน้าของ หลินจิ่วเฟิง

เพียงแต่ หลินจิ่วเฟิง ได้รวบสองนิ้วขึ้นเป็นปราณกระบี่ เขาได้ใช้ทักษะกระบี่22เล่มออกมาในทันที

บูม!

แมวขาวถูกซัดกระเด็นลงไปกับพื้น

แม้ว่ามันจะสามารถฆ่า ถู๋ป๋อ และ อาวุโสศพ ได้แต่มันก็ไม่ใช่คู่มือของ หลินจิ่วเฟิง

“เจ้าคงเป็นผู้พิทักษ์สมบัติลับใต้ดินแห่งนี้ เจ้าอยู่ที่ใต้ดินมาตลอดหลายปี นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าฆ่าคนที่พยายามจะบุกรุกเข้าไปยังดินแดนใต้ดินของเจ้า”หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมออกมา

แม้ว่าเขาจะซัดแมวขาวจนลงไปกองกับพื้น แต่เขาก็ไม่ได้ฆ่ามัน เพียงทำให้มันบาดเจ็บเล็กน้อย

แมวขาว รู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่มือของ หลินจิ่วเฟิง

มันพยายามหันหลังกลับและพยายามจะหลบหนี

แต่ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้ปล่อยมันไป

เขาได้คว้าจับแมวขาว ด้วยพลังปราณแท้จริงของเขา การผนึกกำลังของเขาไม่สามารถทำให้ แมวขาว เคลื่อนไหวได้ และ มันก็ถูกจับกุมโดย หลินจิ่วเฟิง อย่างง่ายดาย

“ไปกันเถอะ พาข้าลงไปดูด้านล่างว่ามีสมบัติอะไรอยู่กันแน่”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

เจ้าแมวขาวพยายามดิ้นรน มันยังไม่คิดที่จะยอมแพ้

อย่างไรก็ตามพลังปราณของ หลินจิ่วเฟิง ได้ดับความหวังในการหลบหนีของมันทันที

ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง จึงได้ใช้พลังปราณแท้จริงที่ส่องสว่าง ลากมันลงไปตามทางเดินที่สลัว

ข้างในนี้ไม่มีอะไรเลย

มันไม่มีอะไรนอกจากทางเดินที่ทอดยาวลึกลงไปเรื่อย ๆ

เส้นทางก็คับแคบมาก มันสามารถเคลื่อนผ่านได้ทีละคน

นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงไม่มีใครค้นพบสถานที่แห่งนี้เลยหลังจากผ่านไปหลายปี

ถ้าขนาดของมันใหญ่กว่านี้ ผู้คนก็คงจะขุดมันออกมาได้ง่าย ๆ

หลินจิ่วเฟิง ก็เดินเป็นเวลานาน เขาได้ประมาณว่าตนเองได้เดินลึกลงไปมากกว่า 10 เมตร ในที่สุดเขาก็พบจุดสิ้นสุดของทางเดิน

สิ่งที่เขาเห็นตอนท้ายก็คือโลกใต้ดินขนาดใหญ่

พูดให้ถูกก็คือพระราชวัง

มันดูไม่ใหญ่เกินไปเมื่อพิจารณาว่ามันถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ประตูพระราชวังได้เปิดแง้มไว้เล็กน้อย

หลินจิ่วเฟิง ได้ตรวจสอบแมวสีขาวที่อยู่ในมือของเขาก่อนที่จะมองไปที่ช่องว่าง

“เจ้าเป็นคนเปิดมันใช่หรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

เพียงแต่เขาได้รับคำตอบเป็นความโกรธเกรี้ยวจากแมวขาวเท่านั้น

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้สนใจมัน

เขาได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“ยังไงข้าก็ต้องขอบคุณเจ้าที่เปิดประตูไว้ ไม่งั้นข้าคงต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิม”

ประตูพระราชวังนี้มีรูปแบบอาคาที่จารึกเอาไว้บนพื้นผิวอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ของมันแล้ว มันดูค่อนข้างลึกลับมากทีเดียว

และ หลินจิ่วเฟิง ในปัจจุบัน ก็ไม่มีความรู้เรื่องรูปแบบอาคมแม้แต่น้อย

ถ้าประตูมันปิดสนิทเขาคงเปิดมันไม่ได้จริง ๆ

แต่ตอนนี้มันได้เปิดแง้มเล็กน้อย

เขาแค่ผลักมันเข้าไปประตูก็เปิดออก

เจ้าแมวขาวได้หลับตาแน่นด้วยความเสียใจ

มันได้ออกมาเร็วเกินจนลืมปิดประตู

บัดนี้มันได้นำหายนะมาสู่ตัวมันเอง

เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่ปรากฏในสายตาของเขาก็คือ โลงศพและขวดโอสถจำนวนนับไม่ถ้วนที่กระจัดกระจายไปทั่วพร้อมกับสมบัติล้ำค่าที่ถูกบางสิ่งบางอย่างแทะกินอย่างชัดเจน

สถานที่แห่งนี้เคยมีสมบัติมากมาย

เพียงแค่ขวดโอสถเพียงอย่างเดียว หลินจิ่วเฟิง ก็มองเห็นมันว่ามีมากกว่าหลายพันขวด

มันได้กองพะเนินเป็นเนินเขาเล็ก ๆ ตั้งวางเอาไว้

ส่วนสมบัติที่เหลือ พวกมันได้ถูกกินไปแล้ว

หลินจิ่วเฟิง มองเห็นโสมที่มีอายุอย่างน้อย 10,000 ปีแต่แก่นแท้ของมันไม่เหลือแล้ว มันเหลือแต่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น และ มันถูกโยนทิ้งราวกับเศษขยะ

“เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่ แมวขาว

“เจ้าเป็นเพียงแมวขาวตัวเล็ก ๆ แต่เจ้ากลับแข็งแกร่งพอที่จะจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ อีกทั้งเจ้ายังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว นั่นมันจะต้องเป็นเพราะเจ้ากินสมบัติทั้งหมดที่อยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”

“สมบัติลับที่นิกายซากศพ เฝ้าคำนึงหามาตลอดหลายร้อยปีล้วนถูกใช้ไปโดยเจ้า”

แมวขาวไม่ได้ตอบคำถามของ หลินจิ่วเฟิง

มันทำหน้าเหมือนไม่สนใจและเบือนหน้าหนี มันปฏิเสธที่จะคุยกับ หลินจิ่วเฟิง

“ที่นี่รกมาก แต่โลงศพนี้กลับดูสะอาด มันกระทั่งไม่มีแม้แต่ฝุ่นจับเลย นี่หมายความว่าคนในโลงศพนี้คงมีความสำคัญกับเจ้ามาก”

“เขาเป็นคนที่พาเจ้ามาอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”

หลินจิ่วเฟิง ได้เดินเข้าใกล้โลงศพ

แมวขาวเริ่มวิตกกังวล

แม้ว่ามันจะเคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก แต่มันก็พยายามจะหยุด หลินจิ่วเฟิง จากการเปิดโลงศพ

แต่ หลินจิ่วเฟิง ได้ผลักมันออกไปแล้ว

มันไม่สามารถต่อต้านได้เลย

แมวขาวและหลินจิ่วเฟิงได้มองดูด้วยกัน

แต่โลงศพกลับว่างเปล่า ข้างในนั้นไม่มีอะไรเลย

เจ้าแมวขาวถึงกับอึ้ง!

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 27 แมวขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว