เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 29 จักรพรรดิหมิงต้องการความช่วยเหลือ

80Y-ตอนที่ 29 จักรพรรดิหมิงต้องการความช่วยเหลือ

80Y-ตอนที่ 29 จักรพรรดิหมิงต้องการความช่วยเหลือ


แมวขาวที่กระแทกลงกับพื้น มันได้ลุกขึ้นเขย่าศีรษะ เพื่อปัดฝุ่นออกจากตัว

มันร้องออกมาด้วยความโกรธ

กรงเล็บของมันได้กางออกทั้งหมด มันดูเฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธวิเศษ

แต่เมื่อนึกถึงการเคลื่อนไหวที่เข้าใจได้ยากของ หลินจิ่วเฟิง มันก็หดกรงเล็บกลับเข้าไปและก้มหน้าลง จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นไปบนกำแพงล้านบ้านและเฝ้ามอง หลินจิ่วเฟิง กับ หลินเทียนหยวน จากระยะไกล

เมื่อเห็นฉากนี้ หลินเทียนหยวน กล่าวถามด้วยความสงสัย“ท่านลุง นี่เป็นสัตว์เลี้ยงของท่านงั้นหรือ?”

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ”ก็แค่แมวจรที่มีที่มาที่ไปไม่รู้จัก มันค่อนข้างอารมณ์ร้าย ถ้าไม่ใช่เพราะมันดูน่าสมเพช ข้าคงไล่มันออกไปนานแล้ว เอาล่ะ ช่างมัน ปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้นไปเถอะ.

เจ้าแมวขาวที่ได้ยิน มันพลันโกรธมากกรงเล็บของมันได้เกาผนังจนเกือบจะเป็นรู

หลินจิ่วเฟิง ได้เพิกเฉยและกล่าวถาม หลินเทียนหยวน“เจ้าได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิแล้ว ด้วยงานราชกิจจำนวนมากที่ต้องจัดการในทุกวัน เจ้ามีเวลามาหาข้าได้อย่างไร?”

อาจกล่าวได้ว่า หลินจิ่วเฟิง คอยเฝ้ามองดู หลินเทียนหยวน เติบโตขึ้น

อีกฝ่ายเป็นผู้สืบทอดปณิธานของจักรพรรดิหยวนและทุ่มเทการทำงานให้กับชาติบ้านเมืองอย่างเต็มที่

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพึงพอใจกับสิ่งนี้มาก

มันพิสูจน์แล้วว่าน้องชายของเขาไม่ได้เลือกผู้สืบทอดผิด

ในการต่อสู้แย่งชิงระหว่างเหล่าองค์ชายด้วยกันเอง อีกฝ่ายกลับเลือก หลินเทียนหยวน อย่างเด็ดขาด

“ท่านลุง ข้าต้องการฝากของบางสิ่ง”

หลินเทียนหยวน ที่โตเต็มวัยแล้วเขาได้ยิ้มออกมา

เขาเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากใช้ชีวิต 5 ปี ในฐานะองค์จักรพรรดิ

ดังนั้นตอนนี้ถือได้ว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับเขา หลินจิ่วเฟิง ก็ยังเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การเคารพอยู่ดี

“ฝากของงั้นเหรอ?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย“มันคืออะไร?”

หลินเทียนหยวน ได้นำหนังสือบางอย่างออกมาจากหน้าอก

เขายื่นให้กับ หลินจิ่วเฟิง ด้วยความเคารพ

หลินจิ่วเฟิง ได้หยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดอ่านดู

[หนังสือปีศาจโบราณ]

“นี่คือต้นเหตุที่ทำให้พ่อของเจ้าตาย?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

ถ้าจักรพรรดิหยวนไม่ฝึกฝนทักษะบ่มเพาะพลังนี้เมื่อ 5 ปีก่อน เกรงว่า หลินจิ่วเฟิง คงจะช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ แม้ว่าเขาจะผลาญพลังชีวิตส่วนใหญ่ไปแล้วก็ตาม

“ถูกต้อง มันเป็นทักษะบ่มเพาะพลังนอกรีต”หลินเทียนหยวน ได้พยักหน้า

“เจ้าไม่ได้คิดจะทำลายมัน?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“ท่านลุง ข้าไม่อาจตัดใจทำมันได้”หลินเทียนหยวน ได้ถอนหายใจออกมา

เขาต้องการทำลายทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจก่อนหน้านี้ แต่พอยามราตรีอันเงียบสงบมาเยือน หลังจากพิจารณาทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจที่อยู่ในมือ เขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บมันเอาไว้

เขาทนไม่ได้ที่ทำลายมัน

“เจ้าฝึกฝนมันงั้นหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่  หลินเทียนหยวน ด้วยสายตาเฉียบคม

ทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้ได้ฆ่าจักรพรรดิไปแล้วถึง 2 คน

หลินจิ่วเฟิง ไม่ต้องการเห็น หลินเทียนหยวน ตายด้วยสิ่งนี้

หลินเทียนหยวน ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ“ข้าไม่ได้ฝึกฝนมัน”

อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มของเขากลับบิดเบี้ยว

“เพียงแต่ข้ามักจะถูกล่อลวงจากมันทุกครั้งในยามราตรี ความอดทนอดกลั้นของข้าเริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ สิ่งที่มันปลดปล่อยออกมาราวกับกำลังดึงดูดความสนใจของข้า และ มันทำให้ข้ายากที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้ฝึกฝนมัน”

หลินเทียนหยวน ค่อนข้างซื่อสัตย์

เขาได้บอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันปกติ

นับวันทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจมันก็ยิ่งล่อลวงเขามากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้มันสามารถมอบพลังที่แข็งแกร่งให้กับเขาได้ ดังนั้นมันจึงสิ่งกลิ่นอายเย้ายวนออกมาในทุกคืน

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ข้ารู้สึกเกียจชังทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้ แต่พอพักหลัง เมื่อข้านำมันออกมา ข้าอดไม่ได้ที่จะอ่านมันในตอนกลางคืน และ ข้าเริ่มถลำลงไปเรื่อย ๆ”หลินเทียนหยวน ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น

“ท่านลุง ข้าไม่ได้มีความอดทนอดกลั้นที่มากขนาดนั้น”หลินเทียนหยวน ได้กล่าวอย่างเศร้าใจ

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ หลินเทียนหยวน และตอบกลับ“ดังนั้นเจ้าจึงฝากทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจไว้ที่ข้า เพราะต้องการยุติความคิดชั่ววูบเหล่านั้นโดยสมบูรณ์?”

หลินเทียนหยวน ได้พยักหน้าและตอบกลับ“ถูกต้อง ข้ารู้ว่าท่านรู้เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมาก ท่านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายภายในตำหนักเย็นนี้เป็นระยะเวลาหลาย 10 ปี โดยพื้นฐานแล้ว ทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้ย่อมไม่มีอิทธิพลต่อท่านอย่างแน่นอน ดังนั้นข้าจึงต้องการฝากให้ท่านลุงเป็นคนดูแลมัน”

หลินจิ่วเฟิง ได้ตรวจสอบทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้

ดูเหมือนว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกสร้างมาจากแผ่นหนังที่แช่ในน้ำมันสัตว์ชนิดพิเศษมันมีความยืดหยุ่นอย่างมากและช่วยไม่ให้บุบสลายหรือเกิดความเสียหาย

“ให้ข้าจัดการเอง ว่าแต่ มีทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้ในพระราชวังอีกหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“ไม่มีแล้ว”หลินเทียนหยวน ได้สั่นศีรษะ

“การปฏิรูปราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เป็นความปราถนาของพ่อเจ้า ดังนั้นเจ้าควรมุ่งมั่นกับงานให้มาก ข้ารู้ว่าสิ่งนี้มันอาจจะยากเกินไปสำหรับเจ้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครสนับสนุนเจ้า!”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับอย่างจริงจัง

“แม้ว่าข้าจะไม่ต้องการมีส่วนร่วมในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกภายนอก แต่ข้าก็มีความผูกพันใกล้ชิดกับพ่อของเจ้า ดังนั้น ความปราถนาของเขาก็เป็นความปราถนาของข้าเช่นเดียวกัน”

“หากเจ้าประสบปัญหาที่ไม่สามารถรับมือได้ในอนาคต เพียงแค่มาหาข้าและข้าจะช่วยเหลือเจ้าเอง”

“ข้าขอเพียงแค่เจ้าไม่ลดละความพยายามในการปฏิรูป อย่าปล่อยให้คนธรรมดาทั่วไปเหล่านั้นต้องขาดที่พึ่งพิง เพราะเจ้าคือความหวังสูงสุดของพวกเขา”

“สำหรับขุมกำลังใดก็ตามที่มันกล้าที่จะหยุดเจ้า พวกมันจะต้องถามหากระบี่ในมือของข้าก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่!”

หลินจิ่วเฟิง ได้ให้การรับประกันแก่ หลินเทียนหยวน

เพราะ หลินจิ่วเฟิง รู้ว่า หลินเทียนหยวน ค่อนข้างตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากจากการปฏิรูปต่าง ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่เขาได้รับมาก็คือความปราถนาที่ยังไม่สำเร็จของจักรพรรดิหยวน

ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง จึงให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือเขา

หลินเทียนหยวน มองไปที่ หลินจิ่วเฟิง พลางคำนับ

เขารู้สึกดีใจอย่างมากและตอบกลับในทันที“ขอบคุณท่านลุงมาก เพียงแต่เกรงว่าข้าคงต้องขอให้ท่านลุงช่วยเร็ว ๆ นี้”

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกแปลกใจ

การแสดงออกของ หลินเทียนหยวน แสดงว่าเขาจะต้องเจอปัญหาใหญ่มาแน่นอน

มิฉะนั้นเขาคงไม่คิดที่จะศึกษาทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้

“เกิดอะไรขึ้น?”หลินจิ่วเฟิง ได้พา หลินเทียนหยวน ไปที่ลานที่พักของเขาและนั่งลง

นอกจากโต๊ะหินแล้ว ส่วนที่เหลือของลานที่พักยังเต็มไปด้วยกระบี่กระดูก

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่กระบี่กระดูกเหล่านี้ปักอยู่ในพื้นที่นี่ หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยใช้งานมันแม้แต่ครั้งเดียว

“มีปราชญ์การต่อสู้ที่ทรงพลังปรากฏตัวขึ้นบนที่ราบทางตะวันตกเฉียงเหนือ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก…”

“เขาพยายามรวบรวมอิทธิพลในเซียนเป่ย ที่กระจัดกระจายไป มาอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ระบบข่าวกรองของข้าได้รับรายงานมาว่า การรวมตัวกันครั้งนี้จะเกิดขึ้นตอนฤดูหนาว หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาจะบุกชายแดนด้วยกองทัพนับล้านและขับไล่กองทัพของเราออกไป”หลินเทียนหยวน ได้กล่าวออกมา

หลินจิ่วเฟิง ได้ขมวดคิ้วแน่น

เซียนเป่ย เป็นดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือที่มีประชากรอยู่จำนวนมาก

แต่กลุ่มคนเหล่านี้ได้แยกตัวออกไปซึ่งประกอบไปด้วยเผ่าต่าง ๆ กว่า 800 เผ่า ที่มีขนาดต่างกัน นอกจากนี้ พวกเขาไม่ค่อยชอบพอกันสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะบุกโจมตีชายแดนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

แต่ทว่า จู่ ๆ ยอดฝีมือลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้น เขาต้องการรวบรวมอิทธิพลในเซียนเป่ย ให้มาอยู่ภายใต้ร่มธงของเขา

นอกจากนี้ เขายังคิดที่จะรุกล้ำชายแดนของราชวงศ์และคิดจะขับไล่ทหารของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาไปอีก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาหวังจะปล้นชิงดินแดนไปเป็นของพวกเขา

สายตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้กลายเป็นเย็นชา

“ชื่อของ ปราชญ์การต่อสู้ที่จะรวบรวมอิทธิพลในเซียนเป่ย มีนามว่าอะไร?”หลินจิ่วเฟิงได้กล่าวถาม

“ทูเหมิน เขาเป็นนักบวชจากอารามเซียนเป่ย ว่ากันว่าเขาได้รับพระหรรษทานจากเทพเจ้าแห่งที่ราบและบุกทะลวงสู่ขั้นปราชญ์การต่อสู้ในคราวเดียว”

“เป็นเพราะที่นั่นไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาทำให้เขาค่อนข้างหยิ่งผยอง”หลินเทียนหยวน ได้ตอบกลับ

“ท่านลุงฤดูหนาวใกล้มาถึงแล้ว”

“ฤดูหนาวนี้ค่อนข้างเย็นเกินไปส่งผลให้…”

“การส่งทหารออกไปล่าช้ามาก นอกจากนี้ การป้องกันพื้นที่ที่มีพรมแดนนับล้านตารางไมล์ก็ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับการบุกโจมตี”

“ถ้าเขาทำสำเร็จ ผู้คนนับล้านจะต้องพลัดถิ่นจากบ้านเกิด”

“นอกจากนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากความหนาวเย็นและความอดยากก็คงจะมีมากขึ้นในเวลานั้น”หลินเทียนหยวน กล่าวด้วยความเจ็บปวด

“ดังนั้น เจ้าต้องการให้ข้าไปฆ่า ทูเหมิน ปราชญ์การต่อสู้คนนั้น?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถามอย่างใจเย็น

“ท่านลุงโปรดดำเนินการ!”หลินเทียนหยวน ได้ลุกขึ้นยืนและเอามือทั้งสองข้างแนบลำตัวและโค้งคำนับ

“กลับไปรอฟังข่าวดีเถอะ ข้าจะไปฆ่าทูเหมินเอง”หลินจิ่วเฟิง ได้โบกมือ

คราวนี้เขาคิดจะลงมือก็เพื่อผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดนเหล่านั้น

หลินเทียนหยวน ได้จากไป

เนื่องจากท่านลุงของเขาตกลง เขาก็เชื่อมั่นว่า ทูเหมิน จะต้องตายอย่างแน่นอน

ดังนั้นเขาจึงกลับไปเตรียมแผนการสำหรับอนาคต

เมื่อ หลินเทียนหยวน จากไป เจ้าแมวขาวก็กระโดดลงมาจากกำแพงลานที่พักและเขียนสองสามคำด้านหน้า หลินจิ่วเฟิง

มันยังคงเป็นตัวอักษรที่คดเคี้ยวเหมือนเดิม ยากที่จะอ่านว่ามันสะกดว่าอะไร

จะว่ามันเป็นลักษณะเฉพาะของเจ้าแมวขาวก็ได้

“กำลังจะออกไป?”

หลินจิ่วเฟิง ได้พยักหน้า

“ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม!”

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ“ไว้ข้าจะทำเรื่องนี้หลังจากที่ข้ากลับมา”

“จะไปนานแค่ไหน?”

หลินจิ่วเฟิง ยิ้มเล็กน้อย

ลมฤดูใบไม้ผลิได้พัดผ่านใบหน้าของเขาขณะที่เขาพูดด้วยความมั่นใจ

“เพื่อสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้…”

“3 วันก็พอ!”

สองในสามวันนี้คือระยะเวลาเดินทางไปกลับ

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 29 จักรพรรดิหมิงต้องการความช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว