เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 7 ข่าวใหม่จากต้าชุน

80Y-ตอนที่ 7 ข่าวใหม่จากต้าชุน

80Y-ตอนที่ 7 ข่าวใหม่จากต้าชุน


ปราณกระบี่ของหลินจิ่วเฟิง ฟาดฟันออกไปไกลหลายเมตร

เฉกเช่นกับแสงแรกที่ตัดผ่านความมืดมิดยามรุ่งสาง มันทำให้ทั่วตำหนักเย็นสว่างไสว

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแกนทองคำทั้งสองคนที่มาจากนิกายซากศพพวกเขามีระดับการบ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับ หลินจิ่วเฟิง เล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ที่พุ่งเข้ามา

กระบี่ 22 เล่ม ไม่ใช่ทักษะกระบี่มนุษย์ แต่มันเกี่ยวข้องกับ เต๋าสวรรค์อันยิ่งใหญ่และปฐพี

โดยเฉพาะกระบวนท่าสุดท้ายที่ชื่อ กระบี่ 22 เล่ม…

มันมีพลังมากพอที่จะสังหารผู้คนที่อยู่ห่างออกไปหลายพันเมตรโดยไม่มีใครเห็น

ทั้งสองได้ถูกตัดศีรษะในทันที

โลหิตจำนวนมากได้สาดกระเซ็นไปทั่วพื้น

พวกเขาได้เสียชีวิตโดยที่ไม่รู้ตัวว่าใครเป็นคนโจมตีพวกเขา

หลินจิ่วเฟิง ได้มาถึงที่นี่ เขาได้มองไปที่ ร่างทั้งสอง และ ให้ความสนใจเกี่ยวกับสถานที่พิเศษบางแห่งที่ถูกทำเครื่องหมายเอาไว้

บรรพบุรุษของนิกายซากศพถูกฝังอยู่ใต้ดินที่นี่งั้นหรือไม่?

“ตามที่พวกเขากล่าว ประมุขนิกายซากศพ จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งภายใน 10 ปีหลังจากทะลวงระดับขั้น นั่นหมายความว่า แม้ว่าข้าจะขุดศพบรรพบุรุษของนิกายซากศพออกมา ตอนนี้ก็คงไม่มีผลกระทบอะไร?”หลินจิ่วเฟิง มีความคิดที่อยากรู้อยากเห็นอย่างกระทันหัน

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้สุสานใต้ดินพันปีหรือไม่?]

ทันใดนั้น ก็มีข้อความปรากฏขึ้นตรงหน้าของ หลินจิ่วเฟิง เขารู้สึกตกตะลึง

“มีศพอายุพันปีถูกฝังอยู่ใต้ดินนี้งั้นหรือ?”หัวใจของ หลินจิ่วเฟิง รู้สึกเต้นแรง

แต่ปากของเขาไม่ได้อยู่เฉย

“ยันยืนการเข้าใช้!”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับทักษะควบคุมศพจากความตาย!]

จากนั้นข้อมูลจำนวนมากก็หลั่ไกลเข้ามาในจิตใจของเขา

เขาเข้าใจทุกความลับของทักษะนี้ทันที

ด้วยทักษะนี้ เขาจะสามารถควบคุมซากศพและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณใหม่ในศพได้

จากนั้นมันก็จะตื่นขึ้นและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ใช้ทักษะควบคุมศพ

นี่เป็นทักษะที่ทรงพลังมาก เมื่อพิจารณาว่ามันสามารถหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณใหม่ภายในร่างของศพและรับเอาทุกสิ่งจากศพได้

หลังจากที่ หลินจิ่วเฟิง เข้าใจทักษะนี้แล้ว เขาก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเริ่มขุดโดยทันที ด้วยพื้นฐานการบ่มเพาะพลังขั้นแกนทองคำ เขาสามารถขุดลึกลงไปได้หลาย 10 เมตรได้อย่างง่ายดาย ในไม่ช้า เขาก็เห็นโลงศพ

มันเป็นโลงศพทองแดงที่ปกคลุมไปด้วยภาพขัดเกลาต่าง ๆ จุดประสงค์ก็เพื่อขัดเกลาศพอายุพันปีนี้

แต่ศพอายุพันปีในตำหนักเย็น ไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงโลหิตจากสิ่งมีชีวิต

นิกายซากศพ ไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณนี้หลังจากที่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาได้สร้างเมืองหลวงขึ้นที่นี่ เนื่องจากพวกเขากลัวว่าทางราชวงศ์จะค้นพบการมีอยู่ของพวกเขา

ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ศพในโลงศพทองแดงจึงอยู่ในสภาพหลบสนิท

มันไม่เคยออกไปจาากที่นี่ขณะที่หลับใหล อย่างไรก็ตามมันก็ค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

หลินจิ่วเฟิง ได้นำโลงศพทองแดงออกมาและปิดหลุมที่เขาขุด ก่อนที่จะกลับไปยังลานที่พักของเขา

ในลานที่พัก โลงศพทองแดงได้ตั้งวางอย่างเงียบ ๆ

แสงจันทร์ได้สาดส่องบนพื้นผิวของมันทำให้มันเรืองแสงมันวาวของโลหะออกมา

เขาได้เปิดโลงศพทองแดงและเห็นชายวัยกลางคนนอนอยู่ในนั้น

ใบหน้าของเขาซีดเผือก และ ไม่มีเลือดใต้ผิวหนัง

เขาได้นอนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ

หลินจิ่วเฟิง ได้ใช้ทักษะควบคุมศพจากความตายและเริ่มใส่พลังเข้าไปในร่างกาย

“ค่อย ๆ บ่มเพาะสร้างวิญญาณใหม่ในศพนี้ จากนั้นก็ควบคุมมัน ด้วยวิธีนี้ การทำงานหนักของข้าคงจะไม่สูญเปล่า”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวขณะที่มองดูศพในโลงทองแดง เขายุ่งอยู่กับงานนี้ทั้งคืน โชคดีที่เขามีชุดไร้ฝุ่นติดตัวมาด้วย

มิฉะนั้นเขาคงถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรกทั่วร่างกายของเขา

หลินจิ่วเฟิง ได้ปิดโลงทองแดงและวางไว้ที่มุมห้อง

เขาสังเกตุมันอย่างช้า ๆ และอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการเกิดใหม่ของจิตวิญญาณภายใน

จากนั้นเขาก็ลงชื่อเข้าใช้และฝึกฝนทุกวันโดยไม่สนใจเรื่องราวภายนอก

ชั่วพริบตา 3 เดือนก็ได้ผ่านพ้นไป

ในช่วง 3 เดือนมานี้ น้องชายของเขา องค์ชายหก ไม่เคยกลับมาเยี่ยมอีกเลย ดูเหมือนเขาจะงานยุ่งมาก

หลินจิ่วเฟิง ได้ยินเรื่องนี้ จาก ต้าชุน

ต้าชุน ยังคงมาส่งอาหารทุก 7 วันและพูดคุยกับ หลินจิ่วเฟิง

ส่วนใหญ่เป็นต้าชุน ที่เล่าให้ หลินจิ่วเฟิง ฟัง

ต้าชุน บอก หลินจิ่วเฟิง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง

และ หลินจิ่วเฟิง ก็รับฟังสิ่งที่ต้าชุนพูด

บางครั้งเขาก็ให้คำตอบง่าย ๆ ขณะรับประทานอาหาร

หลังจากนั้นเขาก็กลับไปฝึกฝนการบ่มเพาะพลังของเขาต่อ

หลังจาก 3 เดือน ระดับการบ่มเพาะพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

จากขอบเขตแกนภายในของขั้นแกนทองคำ เขาก็ได้ เลื่อนขอบเขตเป็นแกนแท้จริง

เขาอยู่ห่างจากระดับถัดไปอย่าง แกนแท้จริง เพียงหนึ่งก้าว

ในที่สุด หลินจิ่วเฟิง ก็มองเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ศพบรรพบุรุษของนิกายซากศพ เขาได้ฟื้นคืนชีพกลับมาาโดยใช้ทักษะควบคุมศพจากความตายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ใบหน้าของเขาไม่ซีดเหมือนกับคนตายอีกต่อไป

มีสัญญาณของโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายและผิวของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีกุหลาบ

ข้อต่อที่แข็งทื่อได้กลับมาอ่อนนุ่มมากขึ้น และ ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวจากมัน

เห็นได้ชัดว่า ทักษะควบคุมศพจากความตาย ของเขานั้นได้ผล

หลินจิ่วเฟิง ได้มาดูแลอีกฝ่ายทุก ๆ 2-3 วัน หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาที่เหลือทำงานหนักเพื่อฝึกฝน

ผ่านไปอีก หนึ่งสัปดาห์ ต้าชุน ก็กลับมาอีกครั้ง

อีกฝ่าย ได้มาส่ง ไวน์องุนและอาหารเฉกเช่นเคย และ พวกมันก็ยังคงรสชาติดีเหมือนเดิม

แน่นอนว่าเขาได้พูดคุยกับ หลินจิ่วเฟิง

ในอีกด้านหนึ่งของประตูหลักของตำหนักเย็น ต้าชุน ได้พิงกำแพงและพูดคุย

ตรงข้ามของกำแพง หลินจิ่วเฟิง ได้หยิบไวน์องุ่นขึ้นมาและจิบมันก่อนที่จะทานอาหารมื้อเหล่านี้และเพลิดเพลินไป

จากนั้นเขาก็ฟังที่ ต้าชุน พูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ

มีกระทั่ง เรื่องสำคัญ เรื่องเล็ก เรื่องไร้สาระ และ เรื่องส่วนตัว

ต้าชุน ชอบที่จะสนทนากับเขามาก และ หลินจิ่วเฟิง ก็ยินดีรับฟัง ตอนนี้ทั้งคู่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและค่อนข้างสนิทกันมากขึ้น

“องค์ชาย ช่วงนี้ข้าอาจจะยุ่งนิดหน่อย ถ้าครั้งหน้าข้าไม่ได้มาข้าจะวานให้สหายคนอื่นมาส่งอาหารให้ แต่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะส่งไวน์และอาหารที่ดีมาให้ท่านอย่างแน่นอน”ต้าชุน ได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกตกตะลึงและกล่าวถาม“เจ้าไม่ใช่แค่นายทหารตัวเล็กในกองทัพทหารส่วนพระองค์หรอกเหรอ เหตุใด เจ้าถึงดูยุ่งมาก?”

นี่คือเมืองหลวงของราชวงศ์ ทหารรักษาส่วนพระองค์ไม่ควรจะยุ่งจนเกินไป

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ มี ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งจำนวนมากเข้ามายังเมืองหลวงของราชวงศ์ พวกเขามีกระทั่ง สาวกลัทธิเต๋า,ผู้บ่มเพาะพลังปีศาจ,ผู้บ่มเพาะพลังชาวพุทธ กระทั่ง ผู้บ่มเพาะพลังจากต่างประเทศ…”

“องค์ชายหก ได้เข้าบัญชาการทัพทหารส่วนพระองค์ และ ระดมพวกเรา เพิ่มมาตราการป้องกันเมืองหลวงให้มากขึ้น”

“ดังนั้นเราจะต้องรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเมืองหลวง และ จัดการพวกคนชั่วที่ไม่เกรงกลัวกฏหมายเหล่านั้น”ต้าชุน ได้อธิบาย

หลินจิ่วเฟิง ขมวดคิ้วแน่นขึ้น

เขาจำได้ทันทีว่า สองคนที่เขาสังหารไปได้พูดอะไรเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว

ผู้อาวุโสจากนิกายปีศาจ ได้ลอบเข้ามาสังหารจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน - หรือก็คือ พ่อของ หลินจิ่วเฟิง

แม้ว่า หลินจิ่วเฟิง จะรู้เรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ

ตั้งแต่นั้นมาก็ผ่านไป 3 เดือน ทุกอย่างสำหรับเขาค่อนข้างสงบสุข

หลินจิ่วเฟิง ยังไม่เคยได้ยินข่าวเรื่องการลอบสังหารองค์จักรพรรดิเลย

เท่าที่เขาคิด หลินจิ่วเฟิง เชื่อว่าข่าวที่เขาได้รับมานั้นเป็นเพียงเรื่องเท็จ

แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่ ต้าชุน พูด เขาก็จำคำพูดของสองคนนั้นได้ในทันที

“ต้าชุย ตอนนี้อยู่ข้างก็ระวังตัวด้วย อย่าได้ฝืนตัวเองมากเกิน ระดับการบ่มเพาะพลังของเจ้าไม่ได้สูง อย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของผู้ที่อยู่ในโลกแห่งการฝึกตน”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

ต้าชุน ได้นำอาหารมาให้เขาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี และพวกเขาได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนม หลินจิ่วเฟิง ไม่ต้องการให้ สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย

ตามข้อมูลของ ต้าชุน ไม่ใช่เพียงแค่คนจากนิกายปีศาจเท่านั้นที่เข้ามายังที่นี่

พวกที่ยกย่องตัวเองเป็นคนจากลัทธิเต๋า และ นิกายชาวพุทธ ก็อยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี ผู้ฝึกยุทธ์จากต่างประเทศเข้ามาอีก

การปรากฏตัวของคนเหล่านี้ ทำให้หลายสิ่งซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

มันจะเป็นการดีที่สุดที่ ต้าชุน จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

“ขอบคุณองค์ชายสำหรับความห่วงใยของท่าน อย่างไรก็ตาม ข้ามีหน้าที่เพียงแค่ปกป้องพระราชวังเท่านั้น ไม่น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะสถานที่แห่งนี้คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองหลวงของราชวงศ์”

“ข้าเพียงแค่กลัวว่าจะมาส่งอาหารได้ไม่ตรงเวลา เพราะต้องอยู่เวร ดังนั้น ข้าจึงได้บอกท่านล่วงหน้า”ต้าชุน ได้ยิ้มออกมา

หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิดอยู่ครู่นึง จากนั้นเขาก็สะบัดนิ้ว เศษเสี้ยวของพลังกระบี่ก็พุ่งผ่านกำแพงทะลุเข้าไปยังร่างกายของต้าชุน

ต้าชุน ไม่ได้สังเกตุเห็น

และพลังกระบี่นี้ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเกิดอันตรายใด ๆ เพียงทำให้ หลินจิ่วเฟิง สัมผัสได้ หาก ต้าชุน ตกอยู่ในอันตราย

‘เรารู้จักกันมา 3 ปีกว่า ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย ข้าจะเป็นคนปกป้องเจ้าเอง’

หลินจิ่วเฟิง ชอบทัศนคติที่ซื่อสัตย์และจริงจังของ ต้าชุน

ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเพียงคำสั่งง่าย ๆ จาก รองผู้บัญชาการทัพทหารส่วนพระองค์

อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายก็ส่งอาหารดี ๆ ให้กับ หลินจิ่วเฟิง ที่ถูกเนรเทศมายังตำหนักเย็นอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาดตกบกพร่อง กระทั่งไม่เคยเรียกร้องใด ๆ จากเรื่องนี้

ในความเห็นของทุกคน องค์ชายที่ถูกเนรเทศมายังตำหนักเย็นจะไปคาดหวังอะไรได้?

อย่างไรก็ตาม หลินจิ่วเฟิง ตั้งใจแล้วว่าเขาจะปกป้องเพียงคนสองคนในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

ซึ่งก็คือ ต้าชุน และ องค์ชายหก

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 7 ข่าวใหม่จากต้าชุน

คัดลอกลิงก์แล้ว