เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 6 ความลับยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้

80Y-ตอนที่ 6 ความลับยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้

80Y-ตอนที่ 6 ความลับยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้


องค์ชายหกหลังจากออกจากตำหนักเย็นเขาก็ไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิในทันที

ในราชสำนัก องค์จักรพรรดิเพิ่งเสร็จสิ้นการว่าราชกิจในวันนี้ เขาได้กล่าวถาม“บุตรผู้ดื้อรั้นคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”

องค์ชายหกได้ตอบกลับ“พี่ใหญ่ทรงสบายดี”

เขาไม่กล้าพูดว่า หลินจิ่วเฟิง มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเขา พูดตามตรง อีกฝ่ายดูไม่แยแสกับการถูกเนรเทศไปที่ตำหนักเย็นแม้แต่น้อย

องค์จักรพรรดิทรงเย้ยหยันออกมาและตอบกลับ“เขาสบายดี?”

คนที่ถูกเนรเทศไปยังตำหนักเย็นล้วนแล้วแต่เสียสติและกลายเป็นบ้า

แต่ทว่าองค์ชายคนนี้กลับยังสบายดีอยู่หรือไม่?

ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถทนอยู่ที่นั่นมาได้ 3 ปีเต็ม จะต้องรู้ว่าแม้แต่พระสนมเจียก็ยังไม่สามารถทนได้แม้กระทั่ง 3 เดือน ก่อนที่นางจะตรอมใจตายในที่สุด

“เสด็จพ่อ ข้าคิดว่าพี่ใหญ่สำนึกผิดแล้ว”องค์ชายหก ได้ออกมาปกป้องพี่ชายของเขา

“เจ้ารู้ความผิดของเขาหรือไม่?”

ใครจะไปคาดคิดว่า องค์จักรพรรดิจะยังทรงโกรธอยู่?

“เจ้ารู้จักสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่เขาปล่อยไปเมื่อ 3 ปีก่อนหรือเปล่า?”

“นางได้กลับไปยังราชวงศ์หยาน และ กลายเป็น สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเทิดทูนจากผู้คน….”

“ตอนนี้กระทั่งนางยังได้หน้าที่รับผิดชอบในการดูแลกิจการทั้งหมดภายในราชวงศ์หยาน”

“ข้าได้ยินมาว่า นางสามารถสื่อสารกับองค์เทพได้นั่นเป็นเหตุผลที่นางถูกสักการะโดยผู้คนในฐานะสตรีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นนางก็ค่อย ๆ ยกระดับราชวงศ์หยานให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พวกเขาค่อย ๆ สร้างรากฐานอันมั่นคง ทั้งหมดนี้จะต้องขอบคุณพี่ชายตัวดีของเจ้า”องค์จักรพรรดิ ได้ตรัสออกมาด้วยความโกรธ

องค์ชายหกรู้สึกพูดไม่ออก

“บุตรชายผู้ดื้อรั้นคนนี้กลับหลงใหลในราคะ เขาจะต้องอาศัยอยู่ในตำหนักเย็นไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ แม้ว่าเจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์ในอนาคต เจ้าก็จะไม่ได้รับอนุญาติให้ปล่อยเขาออกมาเข้าใจหรือไม่?”องค์จักรพรรดิได้ตรัสอย่างเคร่งขรึม

ใบหน้าขององค์ชายหกซีดเผือกเขาพยายามอธิบายอย่างเร่งรีบ

แต่องค์จักรพรรดิกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาทำเช่นนั้น เขาได้ตรัสออกมาอย่างเย็นชา“ข้าจะร่างราชโองการขึ้น ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป”

องค์ชายหกมองไปที่พ่อของเขาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะรู้สึกเสียใจต่อพี่ชายของเขา

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ สาวกของนิกายปีศาจเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้ามายังเมืองหลวง เจ้าได้หน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบดูแลเรื่องนี้ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัย เหล่าสาวกของนิกายปีศาจพวกนั้นกำลังทำให้โลกรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมัน ดังนั้น พวกมันจะต้องวางแผนอะไรบางอย่าง…”

“เจ้าจะต้องใส่ใจเรื่องนี้ให้ดี”

“สำหรับพี่ชายของเจ้า ปล่อยให้เขาดูแลตัวเองไป”องค์จักรพรรดิทรงประกาศอย่างเฉยเมย

หลินจิ่วเฟิง ยังไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้

ถึงแม้เขาจะรู้ไปมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับเขา

เพราะอย่างไรเขาก็ยังไม่มีแผนที่จะจากไป

ตำหนักเย็น เป็นสถานที่ที่ดีในการลงชื่อเข้าใช้ เขาจะอยู่ที่นี่ต่อไป

หลังจากการมาเยือนขององค์ชายหก วันสงบสุขของ หลินจิ่วเฟิง ก็กลับมาอีกครั้ง

หลินจิ่วเฟิง ได้ลงชื่อเข้าใช้ และ ได้รับ โอสถปรับแต่งแกนกลาง ในการฝึกฝนแกนทองคำของเขาทุกวัน

เส้นทางการบ่มเพาะพลังในขั้นแกนทองคำไม่ใช่เรื่องง่าย ในขั้นพลังนี้มีทั้งหมด 9 ระดับ

ในขั้นแกนทองคำ มีแกนเทียม,แกนภายใน,แกนแท้ และ แกนทองคำ!

แต่ละระดับมี บน กลาง ล่าง และ สมบูรณ์

หลินจิ่วเฟิงอยู่ในขอบเขตแกนเทียม

เขาอยู่ห่างจากขอบเขตแกนภายในเพียงหนึ่งก้าว แต่เพราะเขามีโอสถปรับแต่งแกนกลางสำหรับการฝึกฝน ทำให้เขาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถทะลวงขอบเขตได้

นอกเหนือจากการบ่มเพาะพลังแล้ว หลินจิ่วเฟิง ยังคงสำรวจสวนกว้างขนาดใหญ่ในตำหนักเย็น

สวนนี้ค่อนข้างใหญ่มาก เมื่อพิจารณาจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบสุดขั้วอย่างที่นี่ เกรงว่าจะมีวิญญาณชั่วร้ายจำนวนมาก

หลินจิ่วเฟิง ได้สำรวจทั่วทั้งสวน แต่เขาก็ไม่พบวิญญาณชั่วร้ายแม้แต่ตนเดียว

เขาไม่พบแม้กระทั่งวิญญาณที่หลงทางเฉกเช่นพระสนมเจีย

สวนทั้งสวนได้กลายเป็นสถานที่ขุนลุกมากในตอนกลางคืน

แต่ไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดย่างกลายเข้ามาที่นี่ สิ่งนี้ทำให้ หลินจิ่วเฟิง ถอนหายใจออกมา

เมื่อคิดอย่างรอบคอบและตระหนักได้ว่าไม่ใช่ใครก็สามารถเข้ามายังตำหนักเย็นนี้ได้เขาก็ถอนหายใจ

ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วคงไม่มีพวกวิญญาณชั่วร้ายอาศัยอยู่

“ข้าได้นำกระบี่สังหารปีศาจออกมาแล้ว โดยหวังว่าอย่างน้อยจะได้สังหารสัตว์ร้ายสักตัวสองตัว”

หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ลงชื่อเข้าใช้อย่างเงียบ ๆ

หนึ่งเดือนได้ผ่านพ้นไป

การบ่มเพาะพลังของหลินจิ่วเฟิงได้มาถึงจุดสูงสุดและใกล้จะทะลวงขอบเขต

เขาได้หยุดการฝึกฝนชั่วคราวเมื่อเขามาถึงขอบเขตแกนเทียมระดับสมบูรณ์ เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะทะลวงขอบเขตผ่านไป

เขาได้ปรับโครงสร้างพื้นฐานและเสริมสร้างรากฐานการบ่มเพาะพลังของเขา

ในเวลานั้นอีกหนึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป

ในคืนนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้ยุ่งอยู่กับการฝึกฝนของเขา

หลังจากกลืนโอสถปรับแต่งแกนกลางแล้ว เขาก็ได้นั่งอยู่ในที่พักของตนเอง

พลังปราณแท้จริงกำลังปะทุอยู่ในจุดตันเถียนของเขา และ ก่อตัวเป็นทรงกลมจากนั้นก็ค่อย ๆ ขัดเกลาเป็นแกนภายใน

จากนั้น ด้วยทักษะกระบี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งสอง อย่าง ทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด และ ทักษะกระบี่ 22 เล่ม หลินจิ่วเฟิง ได้เปลี่ยนพลังปราณกระบี่จำนวนมากที่ล้อมรอบแกนภายในให้กลายเป็นมีชีวิตราวกับมังกร

บูม!

เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น แกนภายในและพลังปราณกระบี่ ในตันเถียนของเขาก็ได้ปะทุออกมา พลังปราณกระบี่สีขาวได้เปล่งประกายล้อมรอบ หลินจิ่วเฟิง และ กระจัดกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกายรวมถึงจิตวิญญาณของเขา

ในช่วงเวลาต่อมา ความแข็งแกร่งพื้นฐานของ หลินจิ่วเฟิง ได้ทะยานพุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว

ขอบเขตจิตวิญญาณของเขาก็ขยายตัวออกเช่นเดียวกัน

เขายังคงฝึกฝนโดยยังปิดเปลือกตาของเขาเอาไว้

แต่บริเวณโดยรอบทั้งหมดของลานนี้ล้วนอยู่ภายใต้ขอบเขตการมองเห็นของหลินจิ่วเฟิง

เขาสามารถสร้างสัมผัสวิญญาณขยายออกไปสำรวจพื้นที่ด้านนอก

ในเวลานี้ ทุกอย่างราวกับสามารถมองเห็นได้ผ่านจิตวิญญาณของเขา

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เขาอยู่ สวนกว้างใหญ่ที่เขาสำรวจอย่างถี่ถ้วน สถานที่เหล่านี้ล้วนปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน

ทันใดนั้น หลินจิ่วเฟิง ก็ตระหนักได้ว่ามีคนแอบเข้ามายังตำหนักเย็น

ผู้บุกรุกเป็นชายในชุดดำสองคน

ทั้งคู่ เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแกนทองคำ พวกเขาได้เดินไปรอบ ๆ และสำรวจพื้นที่ตำหนักเย็น

เมื่อสังเกตุเห็นชายสองคนนี้ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้เคลื่อนไหว

เขาเพียงสังเกตุมันอย่างเงียบ ๆ

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในขั้นแกนทองคำเช่นเดียวกับ หลินจิ่วเฟิง แต่สัมผัสวิญญาณของพวกเขา สามารถยายออกไปได้เพียงไม่กี่เมตรรอบตัวของพวกเขา ไม่เหมือนกับของ หลินจิ่วเฟิง ที่สามารถขยายออกไปได้ไกลกว่าพวกเขาหลายพันเท่า

ชายคนนึงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าได้หันไปมองสหายของเขา

ขณะที่มองเห็นอีกฝ่ายกำลังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เขาก็พลันโกรธจัด

“เหลาเอ้อ เหตุใดเจ้าจึงทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้?”พี่ใหญ่คนนี้ได้ดุออกมา

“พี่ใหญ่ ตอนนี้พวกเราเป็นหัวขโมย ดังนั้นจำเป็นจะต้องระวังตัว”เหลาเอ้อ ได้ตอบกลับ

“ระวังกับผีน่ะสิ! ที่นี่คือตำหนักเย็นที่มีชื่อเสียงของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา มีเพียงองค์ชายที่ถูกปลดออกจากบัลลังก์เท่านั้น ดังนั้นนอกจากเขาแล้วย่อมไม่มีใครอื่น เหตุใดจะต้องทำตัวเช่นนี้?”พี่ใหญ่ได้ดุด่าออกมา

“จริงด้วย องค์ชายที่ถูกปลดคนนั้นไร้ซึ่งการบ่มเพาะพลังใด ๆ ไม่มีทางที่เขาจะตรวจพบพวกเรา”เหลาเอ้อ ได้รู้แจ้งในทันที

เขาตื่นเต้น และ เตะต้นไม้ที่มีลำต้นหนาเหมือนชาม

เพี๊ยะ!

พี่ใหญ่คนนี้รู้สึกโกรธมากกับสิ่งที่ เหลาเอ้อทำเขาได้ตบหัวอีกฝ่ายและดุด่า“แม้ว่าเขาจะไม่ค้นพบเรา แต่ที่นี่ก็เคยเป็นสถานที่ที่เราซ่อนศพของนิกายซากศพของเรา…”

“ดังนั้นพื้นดินเบื้องล่างจึงเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบอย่างรุนแรง หากมีบางสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นเพราะเจ้า เราทั้งสองคนจะเสียชีวิตในทันที”

เหลาเอ้อ ได้ยินเช่นนี้ เขาจึงไม่กล้าล้อเล่นอีกต่อไป

“เรามาที่นี่เพื่อสร้างด่านหน้าและสำรวจพื้นที่ ตอนนี้นิกายหลักทั้งหมดได้เผยตัวต่อโลกแล้ว นิกายซากศพของเราไม่สามารถเผยจุดอ่อนใด ๆ ออกมาได้”

“ดังนั้น เราจะต้องนำศพของท่านบรรพบุรุษที่ถูกฝังอยู่ในส่วนลึกของใต้ดินกลับไป เพื่อที่พวกเราจะสามารถฟื้นคืนศักดิ์ศรีกลับมาได้อีกครั้ง”พี่ใหญ่คนนี้ได้ตอบกลับ

“แต่พี่ใหญ่ เมื่อไหร่ที่นิกายซากศพของเรา จะได้เผยตัวออกมาให้โลกได้รับรู้?”เหลาเอ้อ กล่าวถามอย่างระวัง

“น่าจะอีก 10 ปีให้หลัง ตอนที่ประมุขนิกายของพวกเราบุกทะลวง…”

“เรามาที่นี่เพื่อสร้างด่านหน้า ไม่มีใครรู้ว่า ศพของบรรพบุรุษนิกายซากศพของเราถูกฝังอยู่ใต้ดินในสถานที่แห่งนี้ที่มีพลังงานด้านลบสุดขั้ว ดังนั้นพวกเราไม่ต้องรีบร้อน”

“เมื่อเราทำตามแผนที่ตั้งเอาไว้ได้สำเร็จ เราจะกลับไปรายงานทันที”พี่ใหญ่คนนี้ได้ตอบกลับอย่างจริงจัง

“พี่ใหญ่ ดูเหมือนว่าสาวกจำนวนมากจากนิกายปีศาจจะลอบเข้ามายังเมืองหลวงของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา และ ต้องการจะทำอะไรบางอย่าง”เหลาเอ้อ ได้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ข้าก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกัน ผู้อาวุโสของนิกายปีศาจได้ลอบเข้ามาที่นี่เพื่อสังหารจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา และ สร้างคลื่นลูกใหญ่ให้แก่พวกเขา”

“พวกเราจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้ มองหาตำแหน่งที่แน่นอนที่เราต้องการ จากนั้นพวกเราจะจากไปในทันที”พี่ใหญ่คนนี้ได้ตอบกลับ

“พี่ใหญ่ ข้าคิดว่าอาจเป็นที่นี่”เหลาเอ้อ ในที่สุดก็ค้นพบที่ตั้ง

พี่ใหญ่คนนี้ได้พูดขึ้นอย่างดีอกดีใจ“ใช่ ตรงหนี้แหละ! มาทำเครื่องหมายบนแผนที่ของเราแล้วค่อยกลับมาใหม่อีกครั้ง”

ชายทั้งสองได้ลงมือจัดการอย่างรวดเร็ว

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกตกตะลึง

เขาได้ลืมตาขึ้นในลานบ้านและบ่นพึมพัมออกมา“สาวกจากนิกายปีศาจมาที่นี่เพื่อลอบสังหารองค์จักรพรรดิ? ภายใต้ตำหนักเย็นแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่มีพลังด้านลบสุดขั้ว แต่ยังเป็นสถานที่ฝังศพลับของนิกายซากศพ บรรพบุรุษของพวกเขา?”

ดูเหมือนว่าเขาจะค้นพบความลับที่น่ากลัว

ฉะนั้นเขาจะต้องปิดปากอีกฝ่าย

หลังจากคิดได้เช่นนี้แล้ว หลินจิ่วเฟิง ก็ได้ดึงกระบี่สังหารปีศาจออกมา

เขาได้ใช้ทักษะกระบี่ 22 เล่ม ของเขาในการฟาดฟันการโจมตีที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งผ่านกำแพงนับไม่ถ้วนออกไป

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 6 ความลับยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้

คัดลอกลิงก์แล้ว