เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 8 ออกจากตำหนักเย็น

80Y-ตอนที่ 8 ออกจากตำหนักเย็น

80Y-ตอนที่ 8 ออกจากตำหนักเย็น


ต้าชุน ได้จากไปพร้อมกับเศษเสี้ยวพลังกระบี่ที่ หลินจิ่วเฟิง ทิ้งเอาไว้ในร่างกายของเขา

จากนั้นหลินจิ่วเฟิง ก็กลับมานั่งในลานที่พักอย่างสงบ

ตอนนี้การบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ที่ระดับ 3 ขั้นสร้างแกนทองคำ ซึ่งเป็น ขอบเขตแกนแท้จริง

ขั้นแกนทองคำประกอบด้วย ขอบเขตแกนเทียม,แกนภายใน,แกนแท้จริง และ สุดท้าย-แกนทองคำ!

หลินจิ่วเฟิง ใกล้จะทะลวงผ่านขอบเขตแกนทองคำแล้ว

เขายังคงฝึกฝนในขั้นแกนทองคำอย่างเงียบ ๆ และพยายามฝึกฝนให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

เขามีความสุขกับชีวิตในปัจจุบันของเขา

ทุก ๆ 2-3 วัน เขาจะไปตรวจสอบร่างของบรรพบุรุษนิกายซากศพ

อีกฝ่ายมีชีวิตชีวามากขึ้น

แก้มของอีกฝ่ายได้เปลี่ยนเป็นสีกุหลาบ มีผิวที่ขาวมากขึ้นและใบหน้าดูหล่อเหลามากขึ้น

ออร่าที่สง่างามได้แผ่กระจายออกมา

“ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณใหม่ใกล้จะก่อตัวสำเร็จแล้ว ในที่สุด ทักษะการควบคุมศพจากความตายก็ได้ผล”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพึงพอใจมาก

ในไม่ช้า เขาก็จะมีลูกน้องที่แข็งแกร่งไว้ใช้งาน

ศพอายุพันปีที่ฝังลึกในใต้ดินที่มีพลังงานด้านลบอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นร่างของบรรพบุรุษอาวุโสของนิกายซากศพ เมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน ทำให้ หลินจิ่วเฟิง คล้ายกลับกำลังต่อต้านเจตจำนงค์ของสวรรค์!

แน่นอนว่าเขาจะสามารถรู้ได้ว่าศพนี้มีพลังมากเพียงใดหลังจากอีกฝ่ายตื่นขึ้น

หลินจิ่วเฟิง ยังคงลงชื่อใช้งานปกติ

วันแล้ววันเล่า

ระรดับการบ่มเพาะพลังของเขาดีขึ้นมากเรื่อย ๆ

จนกระทั่งวันที่ 7 หลังจากต้าชุนจากไป

ในวันนี้ หลินจิ่วเฟิง กำลังรอ ต้าชุน มาส่งอาหารพร้อมกับไวน์เลิศรส แต่คนที่มาไม่ใช่ต้าชุน กลับเป็นน้องชายของเขา องค์รัชทายาทคนปัจจุบัน หรือก็คือ องค์ชายหก

“ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัยขณะเดียวกันประตูของตำหนักเย็นก็เปิดออกอย่างช้า ๆ

องค์ชายหกได้เดินเข้ามา

นี่คือตำหนักเย็น ไม่ใช่สถานที่ที่ใครก็ตามก็สามารถเข้ามาได้

ครั้งสุดท้ายที่องค์ชายหกเสด็จมา เขาต้องกราบทูลสเด็จพ่อเพื่อมาขอพบ หลินจิ่วเฟิง เพียงครั้งเดียว

“พี่ใหญ่ ตอนนี้ข้าเป็นองค์รัชทายาทเต็มตัวแล้ว ข้าค่อนข้างมีอำนาจพอสมควร”องค์ชายหก ได้ยิ้มออกมา ขณะที่เขานำอาหารชั้นดีพร้อมกับไวน์มาเยี่ยมด้วย

องค์รัชทายาทที่ถือตะกร้าอาหารชั้นดีและไวน์ ได้เดินเข้ามา หลังจากนั้นเขาก็มองไปที่ หลินจิ่วเฟิง ด้วยรอยยิ้มและอธิบายสิ่งต่าง ๆ

“อะไร? เจ้าเพิ่งเป็นองค์รัชทายาทได้ไม่นาน แต่กลับได้รับอำนาจดูแลในการจัดการแล้วหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย

เขาอดคิดไม่ได้ที่จะนึกถึงอดีตของเขาเอง

เจ้าของร่างคนเก่าเป็นองค์รัชทายาทมา 10 กว่าปี แต่กลับไม่เคยได้รับโอกาสในการดูแลจัดการบริหารจัดส่วนแม้แต่น้อย

แต่องค์ชายหกผู้นี่ที่เพิ่งกลายเป็นองค์รัชทายาทได้ไม่นาน กลับได้รับอำนาจในการดูแลจัดการเรื่องเหล่านี้?

“พี่ใหญ่ เมืองหลวงตอนนี้เต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะพลังปีศาจ พวกมันได้มารวมตัวกัน และ ให้คำมั่นว่า ในคืนพระจันทร์เต็มดวง กระบี่ศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏขึ้นทางทิศตะวันตกบนยอดพระราชวังต้องห้ามและสังหารเสด็จพ่อ”

องค์ชายหกได้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

ใบหน้าของ หลินจิ่วเฟิง สงบนิ่ง

เขากล่าวถามด้วยความสงสัย“ทางราชสำนักไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยงั้นหรือ?”

“พวกเขาเองก็กะจะเคลื่อนไหว เพียงแต่ผู้นำที่นำผู้บ่มเพาะพลังปีศาจเหล่านั้นมาเพื่อลอบสังหารเสด็จพ่อ หาใช่ ประมุขนิกายของเหล่าผู้บ่มเพาะพลังปีศาจ แต่มันเป็น บรรพบุรุษเต๋าปีศาจ ที่มีอายุนับพันปี”องค์ชายหกได้ถอนหายใจออกมา

“บรรพบุรุษเต๋าปีศาจที่มีอายุนับพันปี?เขามีความขุ่นเคืองต่อองค์จักรพรรดิในปัจจุบัน?”

หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสับสน

“นิกายของบรรพบุรุษเต๋าปีศาจ คนนั้น มีชื่อเรียกว่า นิกายชุนฮวา มันถูกก่อตั้งมานับพันปีแล้ว และ ที่นั่นเป็นนิกายปีศาจแห่งแรกที่ เสด็จพ่อของเราทำลายมันหลังจากขึ้นครองบัลลังก์”องค์ชายหกได้อธิบาย

หลินจิ่วเฟิง ได้ค้นหาความทรงจำของเขาในทันที

นิกายชุนฮวา เป็นนิกายที่น่ารังเกียจอย่างแท้จริง พวกมันลักพาตัวสาวงามจากทุกที่ และ ทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยกับพวกนาง การกระทำของพวกมันทำให้ จักรพรรดิในตอนนั้นรู้สึกโกรธเคืองเขาจึงได้ร่างราชโองการส่งทหาร 100,000 นาย ไปกวาดล้างนิกายชุนฮวาเหล่านั้น

“ความผิดของนิกายชุนฮวานั้นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นพวกมันสมควรได้รับแล้ว”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

“แต่พวกมารเหล่านี้ไม่เคยให้เหตุผลกับใคร พวกมันได้ส่งข้อความมาบอกว่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งถัดไปมันจะเป็นวันตายของเสด็จพ่อ”องค์ชายหกได้ตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้

“คนผู้นั้นแข็งแกร่งมากงั้นเหรอ?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย

“อืม เขามีพลังอยู่ในขั้นปราชญ์การต่อสู้”องค์ชายหกได้ตอบกลับ

หลินจิ่วเฟิง ขมวดคิ้วแน่น

‘ขั้นปราชญ์การต่อสู้ เขาน่าจะรับมือได้ยากจริง ๆ’

“พี่ใหญ่ ท่านก็น่าจะรู้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่ที่ยิ่งใหญ่และได้รับความเคารพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเหนือมนุษย์”

“กระทั่ง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ก็ไม่ได้ปรากฏตัวมานับพันปีแล้ว…”

“แต่ตอนนี้ ปีศาจนี่กลับได้ฟันฝ่าระดับขั้นปราชญ์การต่อสู้ หลังจากที่เก็บตัวฝึกฝนมานาน สิ่งแรกที่เขาทำก็คือประกาศกร้าวที่จะลอบสังหารองค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์สูงสุดของโลก”องค์ชายหก ได้ยกแก้วไวน์ขึ้นและดื่มมัน

“นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าที่เป็นเพียงองค์รัชทายาทกลับมีอำนาจมากขึ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีอะไรเกิดขึ้นกับเสด็จพ่อ เจ้าก็จะสามารถสืบราชบัลลังก์ต่อจากเขาได้ในทันที และ ปกครองราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา”

หลินจิ่วเฟิง ได้เดาแผนการพ่อของเขาหลังจากที่เขาได้พิจารณาสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

แม้ว่า องค์จักรพรรดิในปัจจุบันจะถูกลอบสังหาร แต่ องค์ชายหก ที่เป็นองค์รัชทายาท ก็จะสามารถเขึ้นครองบัลลังก์และปกครองราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาให้อยู่ในความสงบได้

“พี่ใหญ่ ครั้งหน้าไม่รู้ว่าข้าจะได้มาเยี่ยมท่านอีกทีเมื่อใด ข้าคงจะยุ่งมากช่วงนี้ ดังนั้นพวกเรามาดื่มฉลองกันแบบพี่น้องกันเถอะ”องค์ชายหก ได้ยกแก้วไวน์ขึ้น เขาได้ระงับความคิดไม่สบายใจต่าง ๆ ออกไปและยิ้มออกมา

หลินจิ่วเฟิง ได้ยกแก้วไวน์ขึ้นและดื่มกับน้องชายของเขา

“คืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไปคือเมื่อไหร่?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“อีก 7 วันต่อจากนี้!”องค์ชายหกได้ครุ่นคิดและตอบกลับ

มีปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่หลายคนในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา แต่ไม่มี ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้

ดังนั้นบรรพบุรุษอาวุโสจากนิกายชุนฮวา น่าจะเป็นเพียง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้เพียงคนเดียวในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม ผู้บ่มเพาะพลังปีศาจจำนวนมาก ถึงแห่กันมาที่เมืองหลวงของราชวงศ์ เพราะพวกเขาต้องการดูการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา และ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นนิกายปีศาจครั้งใหม่

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ได้เชิญ ลัทธิเต๋า และ นิกายต่าง ๆ มายังเมืองหลวงจักรพรรดิเพื่อขอความช่วยเหลือ

หลินจิ่วเฟิง ได้อยู่ในตำหนักเย็นทั้งวัน จึงไม่รู้เรื่องราวจากโลกภายนอก ทั่วทั้งโลกกำลังจับจ้องมองไปที่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา แต่ละคนได้ทำงานหนักและนับถอยหลังวันที่จะเกิดความโกลาหลอย่างเงียบ ๆ

ในอีก 7 วันต่อมา ในคืนพระจันทร์เต็มดวง กระบี่ศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏขึ้นทางทิศตะวันตกบนพระราชวังต้องห้าม!

เกี่ยวกับเรื่องนี้ องค์ชายหก รู้สึกทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากดื่มไวน์หนึ่งขวดกับ หลินจิ่วเฟิง เขาก็ลุกขึ้นและจากไป

แต่ก่อนที่เขาจะจากไป เขาได้สวมกอด หลินจิ่วเฟิง และนิ่งเงียบไปชั่วครู่

ไม่นานเขาก็จากไปอย่างเร่งรีบ

หลังของเขาได้ตั้งตรงและแผ่รัศมีความสงบออกมาเหมาะสมกับสถานะของเขา

คราวหน้าที่พวกเขาพบกัน ก็อาจจะเป็นตอนที่ เขาขึ้นกลายเป็นองค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาแล้ว

“7 วัน!”หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมออกมา

เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่โลงทองแดงภายในห้อง

ศพโบราณอายุนับพันปีในโลงศพนี้จะตื่นขึ้นภายใน 7 วันข้างหน้าหรือไม่?

เวลาได้ผ่านไปอย่างช้า ๆ

หลินจิ่วเฟิง ได้เข้าใช้งานสถานที่และ ฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ นี่เป็นกิจวัตรประจำวันของเขา

สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปก็คือในกิจวัตรประจำวันของเขาคือการตรวจสอบศพอายุนับพันปีในโลงบ่อยมากขึ้น

จากที่เคยมองดูทุก ๆ 2-3 วัน ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนเป็นมองดู 2-3 ครั้งต่อวัน

ในวันที่ 7 หลินจิ่วเฟิง ได้ทะลวงผ่านขอบเขตจากแกนแท้จริงเป็นแกนทองคำ

แต่เขากลับไม่รู้สึกมีความสุขเลย

เพราะนี่วันนี้คือคืนพระจันทร์เต็มดวง มันเป็นคืนเดียวกับวันที่ผู้บ่มเพาะพลังปีศาจจะเริ่มอาละวาด

สำหรับ กระบี่ที่จะมาจากทางทิศตะวันตกบนยอดของพระราชวังต้องห้าม ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา จะสามารถหยุดมันได้หรือไม่?

ตอนกลางวันผู้คนในเมืองหลวงไม่ได้ออกไปไหนมากนัก

เพราะในเมืองหลวงตอนนี้เต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะพลังปีศาจที่กำลังอาละวาด ผู้คนจากนิกายปีศาตต่างก็รู้สึกยินดีชื่นชมด้วยความตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่ง

สำหรับพวกเขาเต๋าปีศาจจะกลายเป็นผู้ครองโลกใบนี้

ในตอนเย็น พระราชวังต้องห้ามทั้งหมดได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา

บรรยากาศค่อนข้างอึมครึม

ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยช่วยเวลาที่พระจันทร์เต็มดวงปรากฏ

ในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่ ศพอายุนับพันปีในโลงทองแดง

มันค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น

“นายท่าน!”ชายวัยกลางคนได้ลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพ

หลินจิ่วเฟิง ได้ยิ้มออกมาและพูดขึ้น“ไป ออกจากตำหนักเย็นไปพร้อมข้า!”

หลินจิ่วเฟิง ผู้ซึ่งถูกขังในตำหนักเย็นและถูกทิ้งเป็นเวลา 4 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะออกไปจากที่นี่

เขาได้พาลูกน้องของเขาไปด้วยและมุ่งหน้าไปยังพระราชวังต้องห้าม

เพราะคืนนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวง!

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 8 ออกจากตำหนักเย็น

คัดลอกลิงก์แล้ว