เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 598: รอยแยก

บทที่ 598: รอยแยก

บทที่ 598: รอยแยก


บทที่ 598: รอยแยก

เป้าหมายแรก คือรวบรวมสมุนไพรและตำรายา สำหรับการเลื่อนขั้นวิญญาณเเรกเริ่มสู่ระดับกลางและระดับปลาย

เป้าหมายที่สอง คือวัตถุดิบวิเศษสำหรับทะลวงสู่ระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ

เป้าหมายที่สาม คือค้นหาสถานที่ลับที่มารสาวเคยบอกว่าจะช่วยให้เขาเลื่อนระดับข้ามขั้นได้

และเป้าหมายที่สี่ ช่วยเหลือมารสาวตามหาสิ่งที่นางต้องการ

นอกจากนี้ ยังต้องพยายามรวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบต่างๆกลับไปให้เมืองเทียนยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เฉินซานซือละสายตาจากความคิด กลับมาจ้องมองเกาะเบื้องหน้า

เหล่ายอดฝีมือระดับสูงกำลังต่อสู้กันอุตลุดรอบๆค่ายกล…ดูเหมือนว่าเหล่าผู้ฝึกตนจากแคว้นเทียนสุ่ย จะไม่ต้องการให้แดนลับเปิดออก

“หยุดเขาเร็ว!”

นักพรตชงหยวนควบพญาอินทรีทองคำ ข้ามระยะทางหลายพันจ้วงในพริบตา ฝ่ามือส่องแสงสีทอง ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นหอกยาวพุ่งเข้าใส่กริชที่ลอยอยู่ใจกลางค่ายกล ทิ้งรอยวิถีสีทองเจิดจ้าไว้บนท้องฟ้า

ที่ขอบค่ายกล มหาเถระเผ่าเทียนจวิน เกิงจิ่งเฉิง ลอยตัวขึ้น เสื้อคลุมปลิวไสวตามแรงลม สองมือประคองป้ายคำสั่ง พึมพำคาถา ทันใดนั้นอักขระยันต์นับไม่ถ้วนก็พรั่งพรูออกมาจากป้าย ก่อตัวเป็นโล่โค้งป้องกันหน้าตาค่ายกล

ตูม!

หอกปะทะโล่ เกิดเสียงระเบิดกึกก้อง ก่อนที่ทั้งสองจะสลายไปพร้อมกัน

ชงหยวนประสานอินมือ รวบรวมพลังเวทสร้างตราประทับลึกลับ แล้วประทับลงบนร่างอินทรีทองคำ

พญาอินทรีส่งเสียงร้องแหลม กางปีกกว้าง ขนนกสีทองนับหมื่นกลายเป็นใบมีดบิน พุ่งเข้าใส่ปีศาจเสืออย่างบ้าคลั่ง

ยันต์เต่าดำสยบขุนเขา!

ผู้มีความรู้จะดูออกทันทีว่า มหาเถระเผ่าเทียนจวินใช้ยันต์ระดับ 4 ขั้นสูงสุดถึงสองครั้งติดต่อกัน

ป้ายคำสั่งในมือของเขาคือสมบัติวิเศษระดับสุดยอด ‘ป้ายหมื่นยันต์เฉียนคุน’ ซึ่งสามารถเก็บยันต์ได้เป็นหมื่นแผ่น เพียงแค่คิดก็เรียกใช้ออกมาได้ทันที

อินทรีทองคำพุ่งเข้าปะทะกับเต่าดำยักษ์ที่เกิดจากยันต์…ทันใดนั้น เสียงขลุ่ยอันไพเราะแต่แฝงด้วยพลังสังหารก็ดังก้องทั่วฟ้าดิน พร้อมกับหมอกหนาทึบที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง

ผู้ฝึกตนที่สัมผัสหมอกนี้ ต่างพากันร้องไห้โฮ หรือหวาดกลัววิ่งหนี หรือไม่ก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“หืม?”

เกิงจิ่งเฉิงยืนอยู่ท่ามกลางหมอก ฟังเสียงขลุ่ยด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

“เสิ่นจวินจัว ลูกไม้ตื้นๆพวกนี้อย่าเอามาใช้กับข้าเลย!”

“ทำลาย!”

เขาเรียกยันต์อีกลูกออกมาจากป้าย

ยันต์นี้ลอยขึ้นไปเหมือนลูกแก้วคริสตัล ส่องแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วรัศมีหลายสิบลี้ ขับไล่หมอกขาว พร้อมส่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายกลบเสียงขลุ่ยจนหมดสิ้น

เสิ่นจวินจัว ผู้อาวุโสแห่งวังจื่อหยาง ฉวยโอกาสนี้พุ่งมาข้างหลังปีศาจเสือ ขลุ่ยหยกในมือเปลี่ยนเป็นง้าวมังกรเขียวฟันฉับเข้าที่ศีรษะ

เกิงจิ่งเฉิงเรียกยันต์อีกใบ สร้างดาบใหญ่จากพลังเวทบริสุทธิ์รับการโจมตี…ไอปีศาจสีแดงฉานแผ่ออกมาจากร่าง ย้อมดาบจนกลายเป็นสีเลือด กัดกินพลังเวทของคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเสิ่นจวินจัวต้านไม่ไหว ต้องยอมถอยร่นไปไกล

“พวกไม่ได้เรื่อง! ไสหัวไป ให้ข้าจัดการเอง!”

ไป่หลี่เสวียนเกอคำรามลั่น พุ่งลงมาจากฟ้า หมัดส่องแสงทองอร่ามราวกับฝังดวงอาทิตย์ไว้ที่แขน

“เจ้าเองรึ?” เกิงจิ่งเฉิงจำอีกฝ่ายได้ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น

เขาอ้าปากพ่นหมอกดำสองสายดูดซับเข้าสู่คมดาบ ดาบขยายใหญ่ขึ้นสิบจ้วงเเล้วฟันฉับลงมา

ไป่หลี่เสวียนเกอไม่หลบ ปล่อยหมัดสวนกลับไปตรงๆ

ดาบยักษ์ที่ดูเหมือนผ่าฟ้าได้ กลับเปราะบางเหมือนเครื่องเคลือบเมื่อเจอกับหมัดทองคำ แตกกระจายไม่มีชิ้นดี

เกิงจิ่งเฉิงเบิกตากว้าง เเล้วตะโกนลั่น

“ยันต์สลับเงา!”

ร่างของเขาหายวับไปโผล่อีกฟากของเกาะ…ในระหว่างที่ยอดฝีมือสู้กัน ประตูมิติสู่แดนลับก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า

ไป่หลี่เสวียนเกอเห็นดังนั้น จึงเลิกไล่ล่า พุ่งตรงไปที่ค่ายกลแทน

“หยุดมัน!” หวงจิ่วเย่าตะโกน

โหย่วซูซวินที่อยู่ใกล้สุดพยายามขวาง แต่ก็โดนซัดกระเด็นในพริบตา

มหาเถระเผ่าไม้ ถังอิ่งเจวี๋ย ใช้เถาวัลย์ดำรัดพันเหมือนโซ่ตรวน แต่ก็ถูกกระชากขาดสะบั้น

ไป่หลี่เสวียนเกอฝ่าวงล้อมมาถึงใจกลางค่ายกล ยกสองแขนขึ้น เงาหมัดทองคำขนาดยักษ์ปรากฏ แล้วทุบลงไปที่ตาค่ายกลเต็มแรง

ตูมมมม!

หมัดเดียว แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น

คลื่นยักษ์สูงพันจ้วงซัดสาด กลายเป็นฝนตกลงมาห่าใหญ่

กริชทองคำที่เป็นแกนกลางค่ายกลเกิดรอยร้าว แต่ยังไม่พังทลาย

ไป่หลี่เสวียนเกอตั้งท่าเตรียมปล่อยหมัดที่สอง…พร้อมกันนั้นเขาก็หันไปด่าพวกเดียวกัน

“ชงหยวน เสิ่นจวินจัว! พวกเจ้ามันไร้น้ำยาหรือไง รีบมาช่วยกันขวางพวกมันหน่อยสิวะ!”

ไม่ต้องรอให้บอก ชงหยวนและพวกก็กลับมาช่วยสู้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเปลี่ยนแปลงเทวะจากตระกูลใหญ่อีกคนมาร่วมวงด้วย

ตะลุมบอนกันอีกรอบ!

ทั้งสองฝ่ายยื้อยุดกัน ไม่มีใครแพ้ชนะในทันที…นั่นเปิดโอกาสให้ไป่หลี่เสวียนเกอ

เขาระดมหมัดใส่กริชไม่ยั้ง

ในที่สุด...รอยร้าวบนกริชก็ลามไปทั่วเหมือนใยแมงมุม

“ได้การล่ะ”

ไป่หลี่เสวียนเกอรวบรวมลมปราณ เตรียมปล่อยหมัดสุดท้ายเพื่อทำลายค่ายกลให้สิ้นซาก

แต่ทว่า...แรงกดดันอันชั่วร้ายก็กดทับลงมาจากเบื้องบน แสงพุทธคุณสว่างจ้าทั่วฟ้า

ในแสงนั้น แม่ชีในชุดขาวราวกับพระโพธิสัตว์ ยืนอยู่บนฐานบัวที่ทำจากโครงกระดูกมนุษย์ ในอ้อมแขนถือกระเช้าดอกไม้ แต่ข้างในไม่ใช่ดอกไม้ กลับเป็นวิญญาณอาฆาตนับหมื่นที่รวมตัวกันเป็นความมืดมิด

“อมิตาพุทธ บาปกรรม บาปกรรม” นางพนมมือข้างเดียว

“วาสนาเป็นของคนทั้งหล้า ประสกไป่หลี่ พวกท่านไม่อยากได้สมบัติก็แค่จากไป…ไฉนต้องทำลายหนทางของผู้อื่นด้วย ช่างสร้างกรรมหนักหนา”

“นังโล้นผีบ้า!” ไป่หลี่เสวียนเกอจำได้

นางคือ ‘นักบวชนี่ถาน’ อันดับสองของสายพุทธมารในพรรคมาร ผู้ประกาศตัวว่าเป็นอวตารของเทพมาร และมีเป้าหมายสังหารแม่ชีเมี่ยวถานที่เป็นพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิด

เขาไม่สนใจจะเสวนาด้วย ตั้งหน้าตั้งตาจะทำลายค่ายกลต่อ…แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น

นักบวชนี่ถานยกมือขึ้นเบาๆกระเช้าดอกไม้ลอยขึ้น เสียงร้องไห้ของทารกและเสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงม ไอสีดำแผ่ปกคลุมท้องฟ้า

นิ้วเรียวงามชี้ลงต่ำ กระเช้าพร้อมวิญญาณอาฆาตก็ทิ้งตัวลงมา

อาวุธวิเศษระดับสุดยอด...‘กระเช้าบัวโลหิตทะเลบาป’

ของสิ่งนี้คล้ายกับธงหมื่นวิญญาณ แต่เก็บสะสม ‘กรรม’ เอาไว้มหาศาล ใครโดนเข้าไปจะถูกกรรมตามสนอง ฝันร้ายหลอกหลอน จนธาตุไฟเข้าแทรกตาย

กระเช้าใบเล็กๆกลับหนักอึ้งยิ่งกว่าภูเขา ระหว่างตกลงมา มิติรอบข้างบิดเบี้ยวไปหมด

ไป่หลี่เสวียนเกอยกหมัดขึ้นรับ

ตูมมมม!

น้ำหนักแห่งกรรมกดทับจนเข่าของยอดคนแห่งยุคต้องทรุดลงแทบติดพื้น

ในขณะเดียวกัน กริชเร่งการทำงานของค่ายกลจนถึงขีดสุด ประตูมิติบนฟ้าใกล้จะเปิดสมบูรณ์ ขาดอีกแค่นิดเดียว

“พี่ไป่หลี่!” ชงหยวนตะโกน “ฝากด้วย!”

“ไอ้พวกแก่นี่!”

ไป่หลี่เสวียนเกอแบกรับน้ำหนักกระเช้าอยู่ ก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาซ้ำ

ชายผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาองอาจ แต่แผ่ไอผีดิบเย็นยะเยือก

เจ้าสำนักเสวียนเทียนจง หนึ่งในสามสำนักมารใหญ่...‘เล่อเหวิน’

“สหายไป่หลี่ หลีกทางไปซะ อย่ามาขวางทางรวยของข้า!”

เขาฟาดฝ่ามือใส่หัวใจของไป่หลี่เสวียนเกอ

ปกติพวกมารจะชอบเห็นฝ่ายธรรมะกับอสูรตีกันเอง

แต่ครั้งนี้พวกเขามาเพื่อสมบัติในแดนลับ…ถ้าแดนลับพัง ก็มาเสียเที่ยวสิ! ทั้งสองจึงทนดูเฉยๆไม่ไหว

หมัดปะทะฝ่ามือ

ไป่หลี่เสวียนเกอพลาดเป้า ไม่ได้ทำลายค่ายกล…แต่แรงปะทะมหาศาลก็ส่งคลื่นกระแทกออกไปรอบทิศ

คลื่นพลังนั้นกระแทกเข้าที่แกนค่ายกล จนกริชที่ร้าวอยู่แล้วทนไม่ไหว แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

ทันทีที่กริชพัง ประตูมิติที่กำลังจะเปิดก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว…ลำแสงจากค่ายกลค่อยๆจางหายไป

“บัดซบ!”

โหย่วซูซวินโกรธจนแทบกระอักเลือด

เผ่าอสูรเตรียมการมาเป็นร้อยปี เพื่อวันนี้แท้ๆ!

ในทางกลับกัน ฝ่ายชงหยวนถอนหายใจโล่งอก

พวกเขาไม่มีความมั่นใจว่าจะหยุดพวกอสูรไม่ให้เอาของในแดนลับได้ เลยตกลงกันว่าจะพังทางเข้าทิ้งซะเลย

ขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวจะจบลงด้วยความล้มเหลว ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก

เศษกริชที่ระเบิดออก กลายเป็นสะเก็ดดาวสีม่วงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ฉีกกระชากท้องฟ้าเป็นรูพรุน

รอยแยกมิติ!

รอยแยกนับร้อยนับพันลอยอยู่บนฟ้า เหมือนดวงตานับพันจ้องมองลงมา!

“โห...” เฒ่าชิงมู่สูดปาก “รอยแยกพวกนี้...หรือจะเป็นทางเข้า?”

“เป็นไปได้” ไป๋ซู่อินวิเคราะห์ “กริชนั่นคือกุญแจมิติ บวกกับค่ายกลเกือบจะสมบูรณ์แล้ว พอระเบิดออก เลยเปลี่ยนจากประตูบานใหญ่ที่มั่นคง กลายเป็นรอยแยกเล็กๆที่ไม่เสถียรจำนวนมาก”

เฉินซานซือเฝ้าดูสถานการณ์เงียบๆรอดูท่าทีของพวกระดับสูง

“เร็วเข้า!” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หวงจิ่วเย่าตัดสินใจเด็ดขาด “เข้าไป!”

เเต่โหย่วซูซวินกลับลังเล “รอยแยกพวกนี้ไม่เสถียร เข้าไปอาจจะไม่ได้ออกมานะ!”

ขณะเถียงกัน รอยแยกก็เริ่มปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานคงหายไปหมด

“ช่างหัวมัน!” หวงจิ่วเย่าไม่สน “กว่าแดนลับจะเปิดอีกทีอาจเป็นพันปีหน้า ข้ารอไม่ไหวแล้ว!”

“จริง...ผู้ฝึกตนมีคำกล่าวว่า อยากรวยต้องเสี่ยง” ถังอิ่งเจวี๋ยกล่าว “ถ้าไม่กล้าเสี่ยง ก็อย่าหวังจะเป็นเซียนเลย”

“ไป!”

หวงจิ่วเย่าพุ่งเข้าใส่รอยแยกที่ใกล้ที่สุด หายวับไป

“เอาวะ!” โหย่วซูซวินกัดฟันตามไป

ถังอิ่งเจวี๋ยก็เลือกเข้าอีกรอยแยกหนึ่ง

“บ้าเอ๊ย มันเข้าไปจนได้” เสิ่นจวินจัวกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ “พี่ชงหยวน เอาไงดี?”

“ก็ตามไปสิ” ชงหยวนเสียงเครียด “ยังไงก็ปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จไม่ได้ ถือโอกาสเข้าไปหาของดีด้วยเลย”

“พูดมากน่ารำคาญ!” ไป่หลี่เสวียนเกอพุ่งเข้าไปคนแรก

พวกชงหยวนมองหน้ากัน แล้วก็ตามเข้าไป

ยอดฝีมือหายไปกันหมด บรรยากาศค่อยผ่อนคลายลง

“พี่เฉิน!” นู่ๆมู่ชิงหมิงก็ปรากฏตัวขึ่น

“รีบไปกันเถอะ”

“อื้ม”

เฉินซานซือตัดสินใจ

ข้างในมีอันตราย แต่ก็มีโอกาส

เขาต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่ง เพื่อรับมือกับสำนักใหญ่ที่อาจเล่นงานเขาได้ทุกเมื่อ

เขาจุดไฟหุ้มกาย พุ่งเข้าใส่รอยแยกเหมือนมังกรไฟ

ระหว่างทาง...เขาเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองมา

“ดีเลย!

“เข้าไปข้างในเมื่อไหร่...จะได้จัดการพวกน่ารำคาญนี่ให้สิ้นซาก!”

…….

จบบทที่ บทที่ 598: รอยแยก

คัดลอกลิงก์แล้ว