- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 597: เปิดประตูแดนลับ
บทที่ 597: เปิดประตูแดนลับ
บทที่ 597: เปิดประตูแดนลับ
บทที่ 597: เปิดประตูแดนลับ
ทว่า...ทันทีที่ไป่หลี่เสวียนเกอฉีกร่างนกฟีนิกซ์ ยอดฝีมืออีกสองคนก็บุกเข้ามาซ้ำทันที
แส้ปัดแมลงของโหย่วซูซวินกลายเป็นดาบเงินอ่อนช้อยดุจงูเลื้อย ตวัดวูบเดียว แสงดาบปูพรมเต็มท้องฟ้าดั่งคลื่นยักษ์ถาโถม ไร้ทางหนีทีไล่
“เดรัจฉานอย่างพวกแก ริอาจใช้ดาบ!”
ไป่หลี่เสวียนเกอแค่นหัวเราะ ร่างขยายใหญ่ขึ้นอีกสองส่วน กล้ามเนื้อปูดโป่งจนเสื้อผ้าขาดวิ่น เผยให้เห็นกายาทองคำที่เปล่งประกาย
บนผิวกายมีอักขระไหลเวียน สั่นพ้องกับกฎเกณฑ์ฟ้าดิน เปลี่ยนผิวหนังให้กลายเป็นสีทองเข้ม แข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธวิเศษ
เขารัวหมัดเข้าใส่คลื่นดาบ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายกระบวนท่าดาบจนสิ้นซาก
ถังอิ่งเจวี๋ยจ้องเขม็ง นัยน์ตาส่องแสงสีม่วง ปลายนิ้วขยับร่ายเวท
ดอกไม้ยักษ์สีม่วงผุดขึ้นใต้เท้าไป่หลี่เสวียนเกอ กลีบดอกซ้อนทับกันหมุนวนชวนเวียนหัว
ทันใดนั้น ดอกไม้ก็หุบกลีบลงราวกับปากปีศาจ หวังกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว!
เขาหลบไม่ทัน จึงไขว้แขนสร้างเกราะป้องกันด้วยพลังธาตุทอง แล้วระเบิดพลังวัตรทำลายดอกไม้จนแหลกละเอียด
แต่เศษดอกไม้กลับกลายเป็นละอองเกสรฟุ้งกระจาย พุ่งเข้าใส่เขาจากทุกทิศทาง
ทันทีที่สัมผัสเกสร จิตใจเขาก็สั่นคลอน เกือบจะตกอยู่ในภาพหลอน โชคดีที่ตั้งสติได้ทัน
แต่หวงจิ่วเย่าพุ่งเข้ามาประชิดแล้ว ดาบไร้ด้ามที่ดูเหมือนขนนกเจ็ดสี ปล่อยรังสีอำมหิตผ่าอากาศเข้ามา
ไป่หลี่เสวียนเกอเพิ่งหลุดจากภาพหลอน หลบไม่ทัน สวนกลับไม่ทัน ต้องใช้กายาทองคำรับตรงๆ
ตูม!
คราวนี้เขากระเด็นไปกระแทกหน้าผาจนพังทลาย
ยังไม่ทันลุกขึ้น โหย่วซูซวินก็ตามมาซ้ำ แส้ฟาดลงมาราวกับเสาค้ำฟ้า!
ถังอิ่งเจวี๋ยก็ไม่น้อยหน้า เสกเถาวัลย์หนามพุ่งขึ้นจากดินแทงใส่เหมือนหอกนับพันเล่ม
เมื่อต้องรับมือยอดฝีมือระดับเดียวกันถึงสามคน น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไป่หลี่เสวียนเกอเริ่มตกเป็นรอง
โครม!
เขาร่วงจากฟ้า กระแทกพื้นจนเกิดหลุมยักษ์ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง บนกายาทองคำเริ่มมีรอยขีดข่วน
“ไอ้บ้าพลัง!” โหย่วซูซวินเยาะเย้ย “ระดับพลังเท่ากัน ต่อให้สู้ตัวต่อตัว เจ้าก็ฆ่าข้าไม่ได้หรอก แต่นี่มีอีกสองคนช่วย วันนี้เจ้าไม่มีทางหนีรอด!”
“หนี?” ไป่หลี่เสวียนเกอแสยะยิ้ม “ทั้งชีวิตข้า ใช้สองหมัดทลายกำแพงมานับไม่ถ้วน ในพจนานุกรมของข้า...ไม่มีคำว่าหนี!”
ดวงตาเขาสาดแสงสีทองเจิดจ้า พลังวัตรธาตุทองระเบิดออกมา เปลี่ยนพื้นดินและป่ารอบตัวให้กลายเป็นโลหะ เขาพร้อมจะสู้จนตัวตาย!
“สหายไป่หลี่ ท่านไม่ได้ตัวคนเดียว ไม่ต้องรีบพลีชีพหรอก”
เสียงใสกระจ่างดังขึ้น ชายร่างสูงโปร่งปรากฏตัวใต้แสงจันทร์ ถือขลุ่ยหยก แผ่ไอเซียนบริสุทธิ์ราวกับเทพจุติ
“เสิ่นจวินจัว!” หวงจิ่วเย่าหรี่ตา “พวกเจ้าจมูกไวจริงนะ ได้กลิ่นสมบัติก็รีบมากันสลอน”
“ภูเขาเสวียนจิ้งคือสมบัติของบรรพชนแคว้นเทียนสุ่ย ไหงกลายเป็นของพวกเจ้าไปได้!”
ชายชราอีกคนขี่นกอินทรีทองคำร่อนลงมา
“ชงหยวน?” หวงจิ่วเย่าจำได้
เขาคือ ‘นักพรตชงหยวน’ ผู้อาวุโสแห่งคุนซู ศิษย์น้องของเจ้าสำนักคนปัจจุบัน
“ดี!” โหย่วซูซวินมองผู้มาใหม่ “มากันครบองค์ประชุมเลยนะ”
เเต่ผิดคาด...ไป่หลี่เสวียนเกอกลับไล่ตะเพิดผู้มาช่วย
“พวกเจ้ามาทำไม!”
“ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือ ไสหัวไป!”
ชงหยวนหัวเราะร่า “พี่ไป่หลี่ ผ่านไปกี่ร้อยปี ท่านก็ยังปากหมาเหมือนเดิม”
“ไปตายซะ!” ไป่หลี่เสวียนเกอด่ากราด “รีบไสหัวไป อย่ามาเกะกะข้าฆ่าปีศาจ!”
“ใจร้ายไปหน่อยมั้ง” เสิ่นจวินจัวกล่าว “ท่านจะฆ่าปีศาจ พวกเราก็จะฆ่าปีศาจเหมือนกัน ต่างคนต่างทำ อย่าขัดขากันก็พอ”
“เจ้า!”
ไป่หลี่เสวียนเกอรู้ดีว่าถ้าสู้กันเอง พวกอสูรจะได้ประโยชน์ จึงจำต้องยอม
“เออๆร่วมมือก็ร่วมมือ แต่บอกไว้ก่อนนะ...วิญญาณนกฟีนิกซ์นั่น ของข้า!”
“ตกลง!” ชงหยวนรับคำทันที
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะไม่รู้สถานะตัวเองสินะ” หวงจิ่วเย่าเหน็บแนม “ยังไม่ทันแตะตัวข้าได้ ก็แบ่งสมบัติกันแล้ว ระวังจะตายเป็นผีเฝ้าป่านะ”
“หวงจิ่วเย่า!”
“ส่งกุญแจเปิดแดนลับมา ไม่งั้นวันนี้พวกเจ้าไม่ได้กลับไปแน่!” เสิ่นจวินจัวตวาด
“อย่ามัวพูดเลย ฆ่าพวกมันก่อนค่อยว่ากัน”
โหย่วซูซวินพูดจบก็เปิดฉากโจมตี
จากนั้นหกยอดคนตะลุมบอนกันนัวเนีย
….
ระหว่างนั้น เฉินซานซือสังเกตเห็นว่ามีกลิ่นอายระดับวิญญาณเเรกเริ่มอีกหลายสายพุ่งผ่านท้องฟ้าไป
ไม่ใช่แค่มนุษย์กับอสูร แต่พวกมาร พวกบูชาเทพมาร หรือแม้แต่พระ ก็แห่กันมาเพียบ!
“คึกคักจริง” เฒ่าชิงมู่เดาะลิ้น “ครั้งล่าสุดที่มีการรวมตัวขนาดนี้ ก็ห้าร้อยปีก่อนโน้น”
“คงมาดักรอกันตั้งนานแล้ว” ไป๋ซู่อินมองดูการต่อสู้ด้วยความสนใจ “ศึกนี้ ไม่รู้พวกวิญญาณเเรกเริ่มจะตายกันกี่ศพ”
“ผู้อาวุโสไป๋”
“ทางเข้าอยู่ที่ไหน?” เฉินซานซือเอ่ยถาม
“อยากฉายเดี่ยวรึ?”
“ก็ไปพร้อมพวกท่าน…จะเรียกว่าฉายเดี่ยวได้ไง?”
เฉินซานซือคิดจะชิงจังหวะสลัดหลุดจากพวกระดับสูง ไม่งั้นเข้าไปก็อันตราย
“ฝันไปเถอะ” ไป๋ซู่อินดักคอ “กุญแจไม่ได้อยู่ที่ข้า และเจ้าคิดว่าพวกนั้นจะไม่เตรียมการป้องกันไว้รึไง?”
ครืนนนน!
สิ้นเสียงนาง ลำแสงขนาดมหึมาก็พุ่งขึ้นฟ้าห่างออกไปหลายร้อยลี้ แรงสั่นสะเทือนกระจายไปทั่ว
“แย่แล้ว” ชงหยวนมองแสงนั้น “มีคนเปิดแดนลับแล้ว”
“พี่ไป่หลี่!” เสิ่นจวินจัวตะโกน “ท่านชอบสู้เยอะๆไม่ใช่รึ ฝากถ่วงเวลาพวกนี้หน่อยนะ”
“ไปให้พ้น!”
ไป่หลี่เสวียนเกอรับหน้าที่อย่างเต็มใจ เข้าขวางสามอสูรไว้คนเดียว ระดมหมัดใส่ไม่ยั้ง
แต่ก็ยื้อได้แค่ครึ่งถ้วยชา…พวกโหย่วซูซวินสลัดหลุด รีบมุ่งหน้าไปทางลำแสง
ทันทีที่พวกระดับบิ๊กไปกันหมด เงาร่างที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆก็พากันโผล่ออกมา ไล่ตามไปเป็นพรวน
น่าจะเป็นพวกวิญญาณเเรกเริ่มที่รอจังหวะเข้าแดนลับ
….
สนามรบเงียบลง
แต่ไป่หลี่เสวียนเกอยังไม่ไปไหน เขาหันกลับมามองที่พื้นดิน ส่งแรงกดดันมหาศาลลงมา
“เจ้า...” ไป่หลี่เสวียนเกอจ้องเขม็ง
“เจ้าคือเฉินซานซือ เฉินซานซือสินะ? ทำไมไปขลุกอยู่กับพวกเดรัจฉาน?”
“ผู้น้อยแค่อาศัยพวกเขานำทางเข้าแดนลับขอรับ”
“ถ้าไม่เห็นแก่ที่เจ้าเฝ้ากำแพงต้านมาร ข้าคงไม่เชื่อน้ำหน้าเจ้าหรอก”
ไป่หลี่เสวียนเกอขยับวูบเดียวมายืนตรงหน้า
“ไอ้หนู ได้ข่าวว่าเจ้ามีวิชายุทธ์พิสดาร ถือเป็นยอดวิชา มาลองประมือกันหน่อยซิ!”
“มิกล้าขอรับ”
เฉินซานซือไม่ปฏิเสธ เปิดใช้งานกายาทองคำ หกแขนถืออาวุธพร้อมรบ
ถ้าอีกฝ่ายจะฆ่า คงฆ่าไปแล้วไม่ต้องพูดมาก
เเต่ถ้าจะหนี ก็ต้องหาจังหวะตอนสู้นี่แหละ
“ไม่เลว!”
แค่ท่าตั้งรับ ไป่หลี่เสวียนเกอก็ดูออกว่าไม่ธรรมดา เขาไม่ยอมอ่อนข้อ ปล่อยหมัดใส่อย่างแรงจนมิติแตกเป็นเสี่ยงๆ
เฉินซานซือเอาหอกรับ
เคร้ง!
หอกงอวูบ ร่างเขากระเด็นกระดอน
ยังไม่ทันตั้งหลัก ไป่หลี่เสวียนเกอก็ตามมาซ้ำ หมัดธรรมดาๆแต่รุนแรงจนแผ่นดินแยก
เฉินซานซือหลบวูบวาบ ใช้อาวุธทั้งหกชนิดโจมตีสวนกลับไปเป็นชุด
ตูมๆๆๆๆ!
เสียงปะทะหนักหน่วงเหมือนฟ้าผ่า
ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า เฉินซานซือเริ่มแขนชา ถอยกรูด ต้านแรงไม่อยู่
ขณะกำลังคิดหาทางหนีทีไล่ จู่ๆอีกฝ่ายก็หยุดมือ ฝุ่นควันจางลง
ครืดดดด!
เฉินซานซือใช้หอกปักพื้น ไถลไปไกลหลายร้อยจ้วงกว่าจะหยุด
“ยอดเยี่ยม! วิชายุทธ์สุดยอด!” ไป่หลี่เสวียนเกอชมเปาะ “แค่กระบวนท่า ในระดับเดียวกันไม่มีใครกินเจ้าลงแน่!”
เฉินซานซือยืดตัวขึ้น…นึกไม่ถึงว่าไอ้บ้านี่จะแค่อยากประลองจริงๆ
“ผู้อาวุโสชมเกินไป ข้ายังห่างชั้นกับท่านนัก”
“ความต่างชั้นของระดับพลัง มันมากไปจริงๆนั่นแหละ”
ไป่หลี่เสวียนเกอถอนหายใจอย่างเสียดาย แล้วโยนขวดยาให้
“นี่คือ ‘ยาเทียนหยวนชุบกาย’...สูตรลับเฉพาะของข้า ช่วยเร่งความเร็วในการฝึกฝนของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ ใช้ได้จนถึงระดับปลายเลย”
เฉินซานซือรับมาตรวจสอบ...มันเป็นยาโบราณจริงๆของดีหายาก!
แต่เขาไม่กล้ารับของฟรี
“ผู้น้อยไม่มีความชอบ มิกล้ารับ!”
“เอาไปเถอะ!” ไป่หลี่เสวียนเกอเสียงเข้ม “เจ้ามีประโยชน์! รอให้เจ้าถึงระดับปลาย ข้าจะกลับมาฆ่าเจ้า”
“งั้นข้าคืนยาให้ท่านดีกว่า”
ไป่หลี่เสวียนเกอแสยะยิ้ม “คิดให้ดีๆนะ ต่อให้ไม่เอายา ถึงเวลานั้น...ข้าก็จะมาฆ่าเจ้าอยู่ดี!”
“ทำไม? ข้าไม่เคยมีความแค้นกับท่าน”
“การสู้เป็นตายกับคนที่ฝีมือสูสีกัน มันมีประโยชน์ต่อเจ้านะ”
“ถึงตอนนั้น เจ้าจะเข้าใจเอง” ไป่หลี่เสวียนเกอทิ้งท้ายปริศนา
พูดจบ…เขาก็กลายเป็นแสงสีทองพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
เฉินซานซือมองขวดยาในมือ จำใจต้องเก็บไว้
….
“ไอ้หมอนี่ประหลาดคน” เฒ่าชิงมู่เพิ่งกล้าโผล่หัวออกมา “อย่ามัวเสียเวลา รีบตามไปดูกันเถอะ”
ลำแสงนั้นสว่างจ้าจนเห็นได้ชัดแม้อยู่ไกล
พวกเขารีบมุ่งหน้าไป
จุดกำเนิดแสงอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่งใกล้ชายฝั่งตะวันออกสุดของแดนอสูร
บนเกาะมีแท่นพิธีขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยธงค่ายกล ตรงกลางมีกริชสีทองลอยอยู่ ปล่อยลำแสงเปิดประตูมิติบนท้องฟ้า
ผู้ควบคุมค่ายกลคือนักพรตวัยกลางคนชุดเทา
“นั่นคือมหาเถระเผ่าเทียนจวิน ‘เกิงจิ่งเฉิง’” เฒ่าชิงมู่อธิบาย “ตอนนี้มันคงยังไม่รู้ว่าเจ้าฆ่าเกิงเฉินเฟิง แต่ความลับคงปิดได้ไม่นาน ระวังตัวด้วยล่ะ”
นอกจากเกิงจิ่งเฉิง เฉินซานซือยังเห็นคนหน้าคุ้นอีกเพียบ
ฝ่ายมาร: จ้าวรุ่ย, ฉวีซานย่วน
ฝ่ายเทพมาร: ฉือหัง, ตัวมู่, เสวียนซา
ฝ่ายพุทธ: เมี่ยวถาน, เสวียนตู้
และอีกมากมาย...แค่ระดับวิญญาณเเรกเริ่มก็ปาเข้าไปหลายสิบคนแล้ว
เพื่อแดนลับนี้ สงครามชายแดนถึงกับซาลงไปสองปี ของข้างในต้องไม่ธรรมดาแน่
เฉินซานซือเริ่มวางแผนในใจ…ว่าเขาต้องหาอะไรบ้างจากที่นี่
…………