- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 599: เจดีย์สยบอสูร
บทที่ 599: เจดีย์สยบอสูร
บทที่ 599: เจดีย์สยบอสูร
บทที่ 599: เจดีย์สยบอสูร
“อมิตาพุทธ”
คณะของนักบวชนี่ถาน มองตามเปลวไฟที่พุ่งเข้าไปในแดนลับ พลางถอนหายใจ
“เวลาเพียงไม่กี่ปี สหายเฉินซานซือแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว”
“เร็วกว่าพวกเราฝึกวิชามารเสียอีก!” นักพรตตัวมู่เดาะลิ้น “ตอนนี้ถ้าสู้ตัวต่อตัว ข้าคงเอาเขาไม่ลงแน่”
“ช่างหัวมันเถอะ” ฉวีซานย่วนกล่าว “ยังไงเขาก็เป็นเสี้ยนหนามของคุนซู เดี๋ยวพวกนั้นก็จัดการเอง เราไม่ต้องเปลืองแรง”
“ไปกันเถอะ” ผู้คุมวิญญาณเสวียนซาจ้องมองรอยแยกที่เหลือน้อยลงทุกที “อย่าให้พวกนั้นกวาดของดีไปหมด!”
พวกมารทยอยเข้าไป
นอกจากระดับวิญญาณเเรกเริ่ม ระดับเเก่นทองคำก็เริ่มเสี่ยงดวงเข้าไปบ้าง
สุดท้าย แม้แต่พวกสร้างรากฐานที่ใจกล้าก็ยังตามเข้าไป
รู้ว่าเสี่ยง แต่ถ้ายอมเสี่ยง ก็อาจเปลี่ยนชีวิตได้
….
ภายในแดนลับ
“เฮ้อ...เข้ามาได้สักที” โหย่วซูซวินมองไปรอบๆเหลือแค่เขากับปีศาจเสือ “เราต้องไปสมทบกับท่านหวงก่อน”
“อืม…เอ่อ...”
โหย่วซูซวินตัดสินใจบอกความจริงเรื่องเกิงเฉินเฟิง
“ว่าไงนะ!” ดวงตาของเกิงจิ่งเฉิงแดงก่ำ “มันฆ่าคนของข้าไปสามคนแล้ว! ถ้าไม่ฆ่ามัน เผ่าเทียนจวินจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”
พูดจบ เขาก็ทำท่าจะไปล่าตัวเฉินซานซือ
“ช้าก่อนพี่เกิง!” โหย่วซูซวินห้าม “ไอ้หนุ่มนั่นมีป้ายผู้พิทักษ์ เราต้องใช้มัน ตอนนี้มันยังตายไม่ได้!”
“ฆ่ามันแล้วแย่งของมาก็จบ!”
เกิงจิ่งเฉิงซัดฝ่ามือใส่โหย่วซูซวินจนกระเด็น แล้วเหาะหนีไปอย่างรวดเร็ว
…
อีกด้านหนึ่ง
เฉินซานซือรู้สึกวิงเวียนหลังผ่านรอยแยกมิติ พอลืมตาก็พบว่าตัวเองอยู่บนเกาะร้าง
รอบเกาะคือทะเลสีดำที่มีหมอกปกคลุม มองไม่เห็นฝั่ง รอบตัวมีแต่ผู้ฝึกตนระดับต่ำ มีคนรู้จักแค่คนเดียว
“หวังจวิน?”
เฉินซานซือเห็นชายชุดผ้าป่านที่มุมหนึ่ง แปลกใจที่คนพรสวรรค์ธรรมดาอย่างหมอนี่ เลื่อนระดับเร็วพอๆกับเขา จนเป็นวิญญาณเเรกเริ่มแล้ว
แต่คิดดูอีกที...หมอนี่ได้ดาบมารเป็นอาจารย์ ก็ไม่น่าแปลก
หวังจวินสังเกตเห็นเขา ลังเลครู่หนึ่งก่อนเดินเข้ามา
“พี่เฉิน! สบายดีไหม!”
“สบายดี”
เฉินซานซือตอบตามมารยาท แล้วเตรียมเดินหนี…แต่หวังจวินตามมาติดๆ
“สหาย” เฉินซานซือหยุดเดิน “มีอะไรก็พูดมาตรงๆ”
“ที่นี่อันตราย เรามาร่วมมือกันไหม จะได้ช่วยดูแลกัน” หวังจวินเสนอ
“ไม่ล่ะ” เฉินซานซือปฏิเสธ
เขารู้จักนิสัยหมอนี่ดี ถ้าเกิดเรื่องร้าย มันหนีเร็วกว่าใครเพื่อน พึ่งพาไม่ได้หรอก
“พี่เฉิน ข้าจริงใจนะ!” หวังจวินรีบพูด “แถมข้ามีข้อมูลสำคัญที่จะเป็นประโยชน์กับท่านด้วย!”
“งั้น...ลองว่ามาสิ”
“ได้”
“ที่นี่คือภูเขาเสวียนจิ้ง เคยเป็นป้อมปราการชายแดนมนุษย์กับอสูร จนเกิดสงครามใหญ่”
“สามมหาเถระจากสามสำนักเซียน ร่วมมือกันสู้กับบรรพชนอสูรและมาร”
“บรรพชนมารตายคาที่”
“แต่บรรพชนอสูรมีวิชาอมตะ ฆ่าไม่ตาย”
“สุดท้าย มหาเถระทั้งสามจึงสร้าง ‘เจดีย์สยบอสูร’ ขังบรรพชนอสูรไว้ที่นี่”
“บรรพชนอสูร?” เฉินซานซือพยักหน้า
มิน่าล่ะ พวกอสูรถึงทุ่มทุนสร้างขนาดนี้
พวกมันคงกะจะมาปลดปล่อยบรรพชนอสูรแน่ๆ!
ถ้าเป็นงั้น...ขืนเขาช่วยพวกมัน ก็เท่ากับเป็นคนบาปของมนุษยชาติน่ะสิ
“พี่เฉินต้องอยู่ห่างพวกอสูรไว้นะ” หวังจวินเตือน
“แล้วเจ้าล่ะ?” เฉินซานซือจ้องตา “เจ้ามาทำอะไร?”
“ในเจดีย์มีดาบชื่อ ‘ดาบสยบอสูรไท่อี้’....ข้าอยากได้ดาบเล่มนั้นกับเจตจำนงดาบข้างใน แลกกับข้อมูลนี้ ข้ามีของจะให้ท่าน” หวังจวินตอบตามตรง
จากนั้น เขาก็หยิบถุงสมบัติออกมา
“เเละของในนี้ จะช่วยท่านตอนรับทัณฑ์สวรรค์ระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ”
“ทัณฑ์เปลี่ยนแปลงเทวะ ไม่เหมือนวิญญาณเเรกเริ่มนะ”
“สิบคนรอดแค่สี่…และของที่ข้ามี รับรองว่าหาได้ยากยิ่งในโลกนี้”
“เอาอย่างนี้” เฉินซานซือเสนอ “เราแยกกันเดิน ถ้าเจอกันที่เจดีย์ ค่อยว่ากันเรื่องร่วมมือ”
เขาสนใจของ แต่ไม่อยากไปไหนมาไหนกับคนที่มีดาบมารสิงอยู่
“ก็ได้” หวังจวินไม่ตื๊อ “งั้นขอให้โชคดี เจอกันที่เจดีย์”
“อื้ม”
…
เฉินซานซือเริ่มสำรวจเกาะ
เกาะนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากป่าไผ่ประหลาด ไม่มีพลังวิญญาณ ไม่มีสมบัติ
ไผ่พวกนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ลองอัดพลังเวทเข้าไปได้…น่าจะเอาไปหลอมอาวุธได้
เขาหักไผ่เก็บใส่ถุง แล้วเดินสำรวจต่อจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้ว
ต้องหาทางออกจากที่นี่
เขาลองเหาะข้ามทะเลหมอกดำ...แต่พอสัมผัสหมอก ก็เหมือนโดนดูดพลัง ร่างกายหมุนคว้างกลางอากาศ พลังเวทลดฮวบ แถมยังมีตัวอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในหมอก!
รู้ว่าฝ่าไปไม่ได้ เขาจึงถอยกลับมาที่เกาะ
มองดูหมอกดำ แล้วนึกอะไรขึ้นได้...เขาหยิบไผ่ที่เพิ่งได้มาแหย่ลงไปในหมอก แล้วอัดพลังเวท
ไผ่ส่องแสงสีม่วงอ่อนๆขับไล่หมอกได้!
เฉินซานซือรีบต่อแพไม้ไผ่ แล้วล่องออกไปในทะเลหมอก
….
อีกด้าน
โฮก!
สัตว์ประหลาดคล้ายฉลามมีปีก เกล็ดสีดำ พุ่งขึ้นจากน้ำ โจมตีแพของพวกมาร
นักพรตตัวมู่ฟันดาบฉับเดียว สัตว์ประหลาดขาดสองท่อน
“ชิ!”
“ทะเลดำทมิฬนี่อันตรายจริง!”
“ขนาดพวกเรายังต้องระวัง พลาดนิดเดียวตายได้เลย” ผู้คุมวิญญาณเสวียนซาบ่น
“อมิตาพุทธ” นักบวชนี่ถานนั่งบนแพส่วนตัว “ขอให้การมาครั้งนี้คุ้มค่าเหนื่อยเถอะ”
“ว่าแต่...พวกอสูรคงมุ่งไปที่เจดีย์สยบอสูร พวกเจ้าจะเอายังไง?” นักพรตตัวมู่เอ่ยถาม
“จะเอายังไงได้!” เสวียนซาตอบ “ก็รอซ้ำเติมสิ ถ้าบรรพชนอสูรหลุดออกมา เราก็ร่วมมือกับพวกมันถล่มเทียนสุ่ยอีกรอบ!”
คุยกันเพลินๆหมอกข้างหน้าเริ่มจางลง เห็นแผ่นดินเขียวขจี สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณเข้มข้น
….
“นั่นมัน...”
นี่ถานหรี่ตามองพุ่มดอกไม้สีทองริมฝั่ง ตรงกลางมีผลไม้เปลือกแข็งลูกกลมๆ
“ผลมังกรหงส์รวมปราณ!
“ดูจากอายุ...อย่างน้อยสี่พันปี!” นักพรตตัวมู่ตาโตเท่าไข่ห่าน
ยังไม่ทันถึงฝั่ง พวกเขาก็ทนไม่ไหว ฝ่าหมอกเข้าไปหาผลไม้ทันที
ผลไม้นี้สูญพันธุ์ไปจากเทียนสุ่ยนานแล้ว สรรพคุณช่วยเพิ่มพลังให้ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณเเรกเริ่มขั้นกลางและปลายได้อย่างรวดเร็ว แถมยังช่วยทะลวงคอขวดเล็กๆได้ด้วย!
เช่น ถ้าใครติดแหง็กที่วิญญาณเเรกเริ่มขั้นกลาง กินผลนี้เข้าไป รับรองขึ้นขั้นปลายได้แน่นอน!
ใช้ได้กับสายเทพเจ้าด้วย!
“อมิตาพุทธ!”
“อาตมาเห็นก่อน ของอาตมา!” นี่ถานยื่นมือไปจะเด็ด
เคร้ง!
แสงดาบฟันเฉียดมือ นางรีบชักมือกลับ
“สหายตัวมู่!” นางตวาด “ทำบ้าอะไร!”
“นังโล้น!”
“เห็นก่อนแล้วไง! งั้นตอนข้าเห็นสมบัติโบราณ ทำไมข้าไม่ได้วะ!”
“ก็เจ้ามันกากเอง!”
ขณะเถียงกัน เสวียนซาแอบย่องเข้าไปจะขโมย
“ไอ้คนทรยศ!”
ทั้งคู่หันมาโจมตีพร้อมกัน
เสวียนซากางร่มเลือดกันไว้ คว้าผลไม้ได้แล้วทำท่าจะหนี
“อย่าหวัง!”
ร่างอ้วนของนี่ถานขวางหน้าทันควัน
จากเพื่อนร่วมทาง กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตในพริบตา!
“ใจเย็นๆ!” เสวียนซาต่อรอง “สู้ไปก็เจ็บตัวเปล่า ข้าขอซื้อต่อได้ไหม เสนอราคามาเลย!”
“ถุย!” ตัวมู่ไม่สน
ขณะกำลังจะลงไม้ลงมือ เสียงเย็นยะเยือกทรงอำนาจก็ดังขึ้น
“สหายทั้งหลาย อย่าแย่งกันเลย...ผลไม้นั่น เป็นของข้า”
“นั่นใคร!”
พวกเขาหันขวับไปมอง เห็นชายหนุ่มชุดขาวลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองลงมาด้วยสายตาดูแคลน
“ทุกท่าน”
กายาทองคำของเฉินซานซือสว่างวาบ เปลวเพลิงพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ด แขนทั้งหกงอกออกมาถืออาวุธครบมือ ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเทพเจ้า
“บัญชีแค้นที่กวางเหริน...ถึงเวลาชำระแล้ว!”
…
“เจ้าเด็กนี่...” นักพรตตัวมู่ตาเป็นประกายม่วง “คิดว่าเพิ่งขึ้นวิญญาณเเรกเริ่ม จะสู้พวกข้าสามคนได้รึ?”
พวกเขาทั้งสามล้วนอยู่ระดับกลางกันหมด!
“อมิตาพุทธ!” นี่ถานพนมมือ “งั้นก็ฆ่ามันก่อน แล้วค่อยมาแบ่งของกัน!”
“จัดไป!”
เสวียนซาเปิดฉากก่อน
ร่มเลือดขยายใหญ่บดบังท้องฟ้า พลังเทพเจ้าบิดเบือนมิติ สร้างวังวนดูดกลืนทุกสิ่ง!
เฉินซานซือรู้สึกเหมือนโดนโซ่รัดดึงเข้าหาวังวน…แต่วันนี้ไม่เหมือนวันวาน เขาไม่ใช่เเก่นทองคำกระจอกๆอีกต่อไป
แค่ระเบิดพลังไฟ ก็เผาโซ่ขาดกระจุย แล้วพุ่งเข้าใส่เสวียนซา!
“อะไรกัน!”
ระดับพลังใกล้เคียงกัน อาวุธวิเศษเขาไม่น่าจะไร้ผลขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะถ่วงเวลาได้บ้างสิ
แค่เผลอแวบเดียว เปลวเพลิงก็มาจ่อหน้า…เขารีบหุบร่มมากัน แต่ก็ต้านแรงไม่อยู่!
นี่ถานเห็นท่าไม่ดี รีบสำแดงเดช สร้อยประคำลอยขึ้นปล่อยแสงพุทธคุณ
แสงนั้นทำให้ไฟของเฉินซานซืออ่อนลงนิดนึง...แค่นิดเดียว แล้วก็ลุกโชนกว่าเดิม!
ส่วนนักพรตตัวมู่ บังคับดาบบินหกเล่มที่มีลูกตาติดอยู่ ปล่อยวิชาลวงตาขั้นสูงใส่
แทนที่จะทำร้ายได้ พอมองตาเฉินซานซือ หัวเขากลับปวดแทบระเบิด เลือดไหลออกจากตา!
พลังจิตระดับวิญญาณเเรกเริ่มขั้นปลาย!
เด็กนี่มีพลังจิตระดับปลาย!
ทั้งสามคนล้วนตกตะลึง
เเต่ยังไม่ทันตั้งตัว เฉินซานซือก็บุกเข้ามาถึงตัว
“แย่แล้ว!”
หลังปะทะกันไม่กี่กระบวนท่า นี่ถานก็ยอมรับความจริง
ต่อให้รวมหัวกันสามคน...ก็สู้ไอ้ปีศาจเฉินซานซือนี่ไม่ได้!
“รีบหนีเร็วเข้า!”
…………….