- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 224 : ทำไมเซียนกลับแห่กันมาที่โลกมนุษย์
บทที่ 224 : ทำไมเซียนกลับแห่กันมาที่โลกมนุษย์
บทที่ 224 : ทำไมเซียนกลับแห่กันมาที่โลกมนุษย์
บทที่ 224 : ทำไมเซียนกลับแห่กันมาที่โลกมนุษย์?
“ท่านจิ้น!”
เมื่อเห็นหัวหน้าตาย พวกโจรที่เหลือก็ตื่นตระหนกทันที
องครักษ์ของจวนแม่ทัพก็เริ่มสังหารหมู่
“เร็วเข้า!”
“ไปตามคนมา!”
“…”
พวกโจรแห่งเหลียงซานป๋อ ยิงธนูไปพลาง ไปตามคนมาพลาง
คนบนเรือ ล้วนมีระดับพลังเปลี่ยนพลังขึ้นไป…ในระยะเวลาสั้นๆ พวกเขาจึงไม่กลัวลูกธนูเหล่านี้
“นายท่าน!”
“เราจะทำอย่างไรดี? แย่งเรือลำเล็กแล้วบุกออกไปเลยไหม! ไม่งั้นถ้ากองทัพใหญ่มาถึง จะลำบาก”
“ตึง!”
“ตึง!”
ระหว่างที่เขาพูด เรือก็เริ่มสั่นสะเทือน
“แย่แล้ว!”
“ท้องเรือรั่ว!”
“มีคนเจาะเรืออยู่ใต้น้ำ!”
…
“ตูม!”
ทันใดนั้น พวกโจรแห่งเหลียงซานป๋อก็เริ่มยิงธนูไฟ ไม่นาน เรือลำใหญ่ก็เริ่มลุกไหม้
“ท่านเก้ามาแล้ว!”
“พวกเเกตายแน่!”
คนของเหลียงซานป๋อเริ่มตะโกนก้อง
“ท่านเก้า?”
“องครักษ์ฉิน เจ้ารู้จักคนๆนี้ไหม?”
“รู้จักไม่มากขอรับ!” ฉินฉางซูกล่าวอย่างจริงจัง
“รู้แค่ว่าเป็นชายหนุ่ม เหมือนจะถูกส่งมาจากทางเหนือให้ทำงานหนัก…เขาได้รับการยอมรับจากความสามารถในการล่าปลาประหลาด และเป็นอัจฉริยะด้านวรยุทธ์ เหมือนว่าต่อมา ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้วิชาเซียนมาจากไหน”
“วิชาเซียนบ้าบออะไร! ข้าจะไปจัดการมันเอง!”
ชายชราแขนด้วนพูดจบก็กระโดดลงไปในทะเลสาบ
“ปัง——”
ประมาณสองสามลมหายใจต่อมา ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น
ทุกคนเห็นชายชราแขนด้วนกระเด็นออกมาจากน้ำ เพื่อนร่วมรบอีกคนจึงรีบเข้าไปรับทันที
“ปัง!”
น้ำกระเซ็นขึ้นมาบนผิวทะเลสาบ…ร่างที่แข็งแรง เหยียบเสาน้ำปรากฏตัวขึ้น เเล้วตะโกนลงมา
“สุนัขรับใช้ของราชสำนัก กล้าบุกทะเลสาบของข้า เเล้วยังฆ่าพี่น้องของข้าอีก…พวกแกไม่รู้จักตายงั้นรึ!”
“วิชาเซียน!”
คนบนเรือที่ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วนเริ่มตื่นตระหนก
คนๆนี้สามารถควบคุมน้ำได้ ถ้าไม่ใช่วิชาเซียน แล้วมันคืออะไร!
“ตูม!”
หลังจากท่านเก้าตะโกนจบ เสาน้ำก็พุ่งเข้าใส่เรือเหมือนมังกร
“เคร้ง!”
เฉินซานซือฟันเสาน้ำขาด พร้อมกับตะโกนกลับไปว่า
“จางชุ่น! จำได้ไหมว่าปู่ของเจ้าเป็นใคร?!”
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ก็ต้องตาย…”
กลางอากาศ จางชุ่นพูดได้ครึ่งหนึ่งก็ชะงัก
เขามองชายหัวล้านบนดาดฟ้าเรือ ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อ
“อาจาง? ท่านเป็นยอดฝีมือหรือ?!”
ตั้งแต่เด็กเขาก็สนิทกับซานซือ จึงมักจะไปเล่นที่หมู่บ้านเหยียนเปียน เเล้วจะไม่รู้จักคนขี้เกียจ ขี้โกง ตะกละ และเจ้าเล่ห์คนนี้ได้อย่างไร
คนๆนี้มักจะชอบรังแกแม้แต่เด็กๆ เพียงแต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย
แต่จางหัวคนนี้…เป็นยอดฝีมือระดับเเก่นเเท้สวรรค์ได้อย่างไร?!
และยังสามารถทำลายวิชาเซียนของเขาได้ หรือว่าจะเป็นผู้บ่มเพาะเซียนด้วย?
เอาเถอะ ยังไงก็เป็นเพื่อนเก่า…จะให้สู้กันโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้แบบนี้ไม่ได้
“หยุด!” จางชุ่นรีบสั่งการ
“ท่านเก้า?” ลูกน้องมองหน้ากัน
“เขา…เขาฆ่าหัวหน้าคนที่หก!”
“บอกให้หยุด ไม่ได้ยินหรือไง? ข้าจะขึ้นไปคุยกับพวกเขาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ!”
“รับทราบ!”
“…”
“ตูม——”
จางชุ่นตกลงบนดาดฟ้าพร้อมกับน้ำกระเซ็น จากนั้นเขาก็ประสานมือคำนับ
“อาจาง ไปคุยกันที่อื่นเถอะ”
ภาพนี้ หนิงเซียงและคนอื่นๆก็งุนงงเช่นกัน
เฉินซานซือปลอมตัวแล้ว…ยังเจอคนรู้จักได้อีกเหรอ?
ปกติเขาปลอมตัวเป็นใคร?
….
ภายใต้คำสั่งของจางชุ่น ไม่นานก็มีเรือลำเล็กแล่นมาจอด จากนั้นเฉินซานซือและเขาก็เข้าไปในห้องโดยสารด้วยกัน
“อาจาง ท่านปิดบังเก่งจริงๆ!”
จางชุ่นมองอย่างละเอียดอีกครั้ง แน่ใจเเล้วว่าเป็นจางหัวจริงๆ
“พวกท่านมาที่นี่ทำไม เเล้สทำไมถึงสู้กับจิ้นเจ้าฝู?” เขาระแวงเล็กน้อยขณะพูด
“แค่ผ่านทางมา” เฉินซานซือบอก
“ส่วนไอ้นั่น มันหมายตาผู้หญิงบนเรือ ข้าจึงจำเป็นต้องลงมือ”
“ไอ้หมอนั่น…หัวหน้าใหญ่สั่งห้ามเรื่องแบบนี้ไปนานแล้ว ยังไม่เลิกนิสัยเสีย สมควรตายแล้ว” น้ำเสียงของจางชุ่นอ่อนลง
“อาจาง ต่อไปท่านจะกลับไปทางเหนือไหม?”
“น่าจะ” เฉินซานซือกล่าว
“งั้นเยี่ยมเลย” จางชุ่นพูดจบก็ตะโกนออกไปข้างนอก
“เอาพู่กันกับหมึกมาให้ข้า! อาจาง ข้าจะเขียนจดหมาย ถ้าท่านกลับไปทางเหนือ ช่วยเอาจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้พี่ชายข้าที่เหลียงโจที”
“พี่เฉินซานซือ! อาจางน่าจะจำได้ใช่ไหม?”
“เเละท่านน่าจะเคยได้ยิน ตอนนี้พี่ชายข้าเก่งมาก ข้ามแม่น้ำสี่ครั้งที่หงเจ๋อ สามพันนายตีทัพหนึ่งเเสนที่ด่านหู่เหลา ได้ยินว่าเป็นท่านโหวป๋อเย่แล้ว”
“ตั้งแต่จากกันที่หมู่บ้านเหยียนเปียน ก็ผ่านไปหลายปีแล้ว…ข้ายังไม่มีโอกาสบอกข่าวคราวเขาเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ว่างไปทางเหนือ เลยต้องรบกวนอาจาง”
“ซุ่นจื่อ ลองดูอีกทีสิว่าข้าเป็นใคร?”
“ข้าจะจำอาจางไม่ได้…ได้อย่าง”
พูดถึงตรงนี้ จางชุ่นรู้สึกว่าเสียงแปลกๆ
รูม่านตาของเขาหดเล็กลง หลังจากเตรียมใจแล้วก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ไม่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“พี่…พี่ซานซือ?!”
ตุบ!
เขาทิ้งอาวุธในมือ เเล้วคุกเข่าลง
“พี่ซานซือ!”
“ซุ่นจื่อ ในที่สุดก็ได้เจอพี่แล้ว”
“หลายปีมานี้ ขอบคุณพี่มากที่ดูแลพ่อแม่ของข้า!”
ตอนนั้น หลังจากสิบวันที่หยุนโจว…หัวใจของจางชุ่นก็เย็นชา
แต่ต่อมาก็ได้ยินว่ามีการพาชาวบ้านข้ามแม่น้ำ…ชาวบ้านในเมืองผอหยางส่วนใหญ่รอดชีวิต และกลับไปผอหยางหลังสงครามสิ้นสุด
ครึ่งปีก่อน ในที่สุดเขาก็ติดต่อกับพ่อแม่ได้อย่างลับๆ รู้ว่ามีคนแอบส่งเงินมาให้ที่บ้านตลอดสองปีที่ผ่านมา
เเล้วพระคุณนี้ เขาจะลืมได้อย่างไร?
“ลุกขึ้นเถอะ มันเเค่เรื่องเล็กน้อย”
เฉินซานซือพยุงเขาขึ้น เเล้วมองเขาอย่างพิจารณา
“ไม่เลวเลยซุ่นจื่อ ไม่เจอกันหลายปี กลายเป็น”ท่านเก้า" ไปแล้ว”
“พี่อย่าพูดแบบนี้เลย เทียบกับพี่แล้วข้าเป็นอะไรได้?…ทั้งยศถาบรรดาศักดิ์และวรยุทธ์ ข้าก็แค่ระดับเปิดชีพจร แค่โชคดี ได้โอกาส จึงมีที่ยืนในเหลียงซานป๋อแห่งนี้”
“เกือบลืม ข้ามีของจะให้พี่!” จางชุ่นตบหน้าผากตัวเอง
เขาตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีคนอื่นบนเรือ จากนั้นปิดประตูห้องโดยสาร แล้วหยิบหินวิญญาณหลายก้อนและกระดาษสีเหลืองที่แม้จะอยู่ในน้ำแต่ก็ไม่เน่าเปื่อยออกมาจากอกเสื้อ
บนกระดาษมีลวดลายลึกลับ เหมือนแกะสลัก หรือเขียนด้วยพู่กัน เเถมบางครั้งก็มีแสงส่องประกาย
“พี่ซานซือ เมื่อกี้ตอนพี่ลงมือ ข้าเห็นพลังวิญญาณระเบิดออกมาจากตัวพี่ ประกอบกับการที่พี่มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ข้าเดาว่าพี่คงไม่ได้ไปหนานซู…แต่จะไปหาประตูเซียนใช่ไหม? ของพวกนี้ พี่ต้องใช้แน่!”
“ของพวกนี้…ให้ข้าทั้งหมดเลยเหรอ?” เฉินซานซือมองอีกฝ่ายที่ไม่มีทีท่าจะปิดบังเลยสักนิด
“ใช่!” จางชุ่นพูดอย่างไม่ลังเล
“ข้าได้ยินมาว่า พอไปถึงที่นั่น ถ้าไม่มีหินวิญญาณก็เหมือนคนยากจน ไปไหนมาไหนลำบาก…พี่พกติดตัวไว้เยอะๆจะดีกว่า ส่วนกระดาษสีเหลืองนี้เรียกว่า ยันต์ พอใช้แล้วจะมีฤทธิ์ป้องกันตัว”
“เจ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ” เฉินซานซือปฏิเสธความหวังดี
เห็นได้ชัดว่า ซุ่นจื่อมีสมบัติแค่นี้ เเล้วเขาจะกล้ารับมาได้อย่างไร
สิ่งที่เขาสนใจมากกว่า คือซุ่นจื่อได้วิชาบ่มเพาะเซียนมาจากไหน
หลังจากโดนปฏิเสธหลายครั้ง จางชุ่นก็จำต้องเก็บของกลับไป
“เรื่องมันยาว ตอนนั้นข้าเพิ่งมาเหลียงซานป๋อ อาศัยการหาปลาแลกทรัพยากรฝึกวรยุทธ์ ก็แค่หัวหน้าเล็กๆคนหนึ่ง”
“เเต่วันนั้นข้าไปตกปลาที่แม่น้ำข้างๆ เเล้วเจอเซียนคนหนึ่ง…จากนั้นเขาก็รับข้าเป็นศิษย์ มอบวิชาและหินวิญญาณให้ บอกว่าพอเขาทำธุระเสร็จ ก็จะพาข้าไปดินแดนเซียน เเต่ไม่รู้ว่าต้องรอกี่ปี”
“วิชาห้ามเผยแพร่ ไม่งั้นข้าก็ให้พี่ดูแล้ว”
“อ้อจริงสิ”
“อาจารย์ข้าบอกว่า ช่วงนี้มีเซียนหลายคนมาที่โลกมนุษย์ เหมือนกำลังแย่งชิงอะไรบางอย่าง …ถ้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจจะเจออันตราย เเถบนั้นชาวบ้านหลายคนต้องเดือดร้อนล้มตายมากมายเลย”
เซียนอีกแล้ว…
บวกกับเหตุการณ์ประหลาดในเทือกเขาหลัวเทียน
คนพวกนี้ จะบ่มเพาะก็บ่มเพาะไป ทำไมต้องมาสร้างความเดือดร้อนให้โลกมนุษย์ เหมือนคำกล่าวที่ว่า "เซียนทะเลาะกัน มนุษย์เดือดร้อน" จริงๆ
“พี่ซานซือ”
“พี่เป็นอย่างไรบ้างที่เหลียงโจ? ต่อไป…”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็พึ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพี่ชาย
“เจ้าอยากไปไหมล่ะ?” เฉินซานซือเอ่ย
“ข้าจะช่วยเจ้าเปลี่ยนตัวตน ไปเหลียงโจกับข้า แล้วแอบพาพ่อแม่เจ้าไปด้วย”
ยังไงก็เป็นกบฏ…ที่ยังปราบปรามไม่ได้จนถึงตอนนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอ๋องเจิ้นหนานยังไม่ว่าง
“พี่ซานซือ เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด” สีหน้าของจางชุ่นจริงจังขึ้น
“ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับขุนนางชั่วๆของราชสำนักอีกแล้ว ดังนั้นเรื่องรับใช้ราชสำนักไม่ต้องพูดถึง…แต่ถ้าพี่ต้องการความช่วยเหลือจากข้าในอนาคต บอกมาได้เลย ข้าก็มีปากมีเสียงในเหลียงซานป๋อแห่งนี้อยู่บ้าง”
“ก็ได้” เฉินซานซือไม่ได้พูดอะไรต่อ
จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล
เเต่บรรยากาศที่เหลียงโจดีกว่าที่อื่นมาก…แม้แต่สำนักใหญ่ก็ไม่กล้าทำตามอำเภอใจเหมือนสำนักวิทยายุทธ์หลายแห่งในผอหยาง ไม่เช่นนั้น ถ้ามีคนฟ้องจวนแม่ทัพ ก็จะมีคนจัดการจริงๆ
ถ้าทำผิด…ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จะถูกลงโทษตามกฎหมาย
เเต่ด้วยเหตุนี้ ผู้บัญชาการซุนจึงมีศัตรูมากมาย
คาดว่าสำนักและขุนนางส่วนใหญ่ ต่างก็หวังให้เขาตายเร็วๆ
“งั้นพวกเราก็จากกันตรงนี้”
ระหว่างที่คุยกัน เฉินซานซือก็ใช้วัสดุที่พกติดตัว เปลี่ยนใบหน้ากลับเป็นชายหัวล้าน
“พี่ระวังตัวด้วยนะ!” จางชุ่นพูดอย่างเป็นห่วง
“ช่วงนี้มีปีศาจที่ชอบฆ่าเซียนโดยเฉพาะปรากฏตัวที่ทิศตะวันออกเฉียงใต้…เฮ้อ ช่วงนี้มีเรื่องเยอะ ราชสำนักก็จ้องอยู่ตลอด ข้าไปไหนไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นข้าก็อยากไปกับพี่ด้วย ถึงแม้ว่าจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็ตาม”
เขาก็แค่ระดับหลอมปราณขั้นที่หนึ่ง…ส่วนการควบคุมน้ำก็แค่วิชาเซียนเล็กๆน้อยๆ ส่วนใหญ่เอาไว้ขู่ผู้คน
“ปีศาจที่ฆ่าเซียนโดยเฉพาะ?”
เฉินซานซือสนใจคำนี้เล็กน้อย
“ปีศาจจากดินแดนเซียนหรือ?”
“ข้าได้ยินมาว่าเป็นผู้​ฝึกยุทธ…เป็นผู้​ฝึกยุทธจากดินแดนเซียน หรือผู้​ฝึกยุทธจากโลกมนุษย์ก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า เซียนทั้งหลายมีทั้งตามล่าเขา และหลบหลีกเขา พี่ต้องระวังตัวให้ดี ว่ากันว่าปีศาจตนนี้โหดเหี้ยมมาก”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
เฉินซานซือลุกขึ้น เเล้วมองเรือลำใหญ่ที่จมลง
“เรื่องนี้…”
“พวกเรามีเยอะ เดี๋ยวข้าจะให้คนเปลี่ยนเรือลำใหม่ให้” จางชุ่นตบหน้าอก
“เเล้วก็ไม่ต้องสนใจคนที่ตาย พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับพวกเรา พวกท่านก็อ้างชื่อคุณชายเจี่ย…ข้าจะอธิบายให้เอง”
สุดท้าย…เรื่องวุ่นวาย ก็จบลง
….
ครึ่งวันต่อมา
พวกเขาก็เปลี่ยนเรือลำใหม่ หลังจากเดินทางอีกหลายวันก็มาถึงฝั่ง
ที่นี่ถือว่าเป็นเขตหนานซูแล้ว
“นายท่าน!” ฉินฉางซูกล่าว
“จากที่นี่ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เป็นดินแดนหนานซู…พวกข้าติดตามไปก็ไม่มีประโยชน์ จะรออยู่ที่เมืองเล็กๆใกล้ๆ เพื่อเตรียมการเดินทางกลับให้พวกท่าน”
คนที่จวนแม่ทัพส่งมา ไม่รู้ว่าพวกเฉินซานซือจะไปหาเซียน รู้แค่ว่าเป็นภารกิจลับ
พวกเขาไม่ถามอะไร ถือว่ามีระเบียบวินัยมาก…แถมล้วนเป็นผู้กล้าที่ภักดีต่อผู้บัญชาการซุน เช่นเดียวกับที่ทหารจากผอหยางภักดีต่อเฉินซานซือ
“ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมทางมาตลอด!” เฉินซานซือโค้งคำนับ
“พอกลับไปเหลียงโจ ข้าจะเลี้ยงตอบแทนทุกท่าน”
“นายท่านไม่ต้องเกรงใจ” ฉินฉางซูกล่าว
“ถึงแม้พวกเราจะไม่ใช่ทหารแล้ว แต่ก็ยังเป็นคนของจวนแม่ทัพ การปฏิบัติตามคำสั่งเป็นเรื่องที่ควรทำ ลาก่อน!”
“ลาก่อน!”
….
“เจ้าขาว!” เฉินซานซือเอ่ยเรียก
‘มาแล้ว!’
เนื่องจากจิตใจเชื่อมถึงกัน เขาจึงถึงกับหูแว่ว เหมือนได้ยินเจ้าขาวกำลังพูดภาษามนุษย์
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนเรือ เจ้าขาวมีคนดูแลโดยเฉพาะ หลังเรือจมก็กระโดดขึ้นเรือลำเล็กเอง …ตราบใดที่ไม่มีใครจงใจทำร้าย ก็ไม่ต้องเป็นห่วง
แต่จริงๆแล้วครั้งนี้ เฉินซานซือไม่ได้ตั้งใจจะพามันมา...เพราะจะไปดินแดนเซียน ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจ การพาม้าศึกไปด้วย คงอันตรายเกินไป
แต่เจ้าขาวดูตื่นเต้นมาก ตอนแรกที่จะไม่พามันมา มันก็โวยวายหลายครั้ง…ต่อมาก็รับรองว่าจะไม่เป็นตัวถ่วง สุดท้ายเขาก็ได้เเต่พามันมา เผื่อจะมีประโยชน์
เเละทันใดนั้นเอง
แผงค่าสถานะก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[ทักษะ: ขี่ม้า (ขั้นสูงสุด)]
[ความคืบหน้า: 0]
[ผล: …เปิดช่องจิตวิญญาณ]
[เปิดช่องจิตวิญญาณ: มนุษย์มีรากฐานจิตวิญญาณ สัตว์อสูรมีช่องจิตวิญญาณ…มนุษย์เข้าสู่เส้นทางเซียนได้ สัตว์ก็เข้าสู่เส้นทางเซียนได้เช่นกัน]
….
“?”
เจ้าขาวกระทืบเท้า เเล้วเงยหน้าอย่างหยิ่งผยอง
“เจ้าก็จะบ่มเพาะเซียนด้วยเหรอ?”
เฉินซานซือลูบแผงคอของมัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นผลของแผงค่าสถานะ หรือตัวเจ้าขาวเองที่ไม่ธรรมดา…หรือทั้งสองอย่าง?
ทันใดนั้น เขาก็ลองหยิบหินวิญญาณออกมา
“เจ้าใช้ได้ไหม?”
สิ้นเสียง เขาก็เห็นพลังวิญญาณไหลจากหินวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของเจ้าขาว
เฉินซานซือรีบเก็บหินวิญญาณทันที
เขามีแค่เจ็ดก้อน ตอนนี้ยังเลี้ยงไม่ไหว…
“ม้าของเจ้าไม่ธรรมดา แต่ก็น่าจะไม่ใช่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์” หนิงเซียงวิเคราะห์
“ข้าเคยเห็นบันทึกว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จะมีลักษณะเด่นชัด…แต่การที่มันบ่มเพาะได้ก็เป็นเรื่องดี”
…
“เอาล่ะ…ไปกันเถอะ”
เฉินซานซือขี่เจ้าขาว ส่วนหนิงเซียงและจ้าวจ้าวตามมาข้างหลัง
จนถึงตอนนี้ นอกจากเขาแล้ว เจ้าขาวยอมให้แค่เฉินหยุนซีขี่
แต่หนิงเซียงและจ้าวจ้าวมีวรยุทธ์ และยังสามารถ​ใช้วิชาเซียนตัวเบาได้ เเค่ให้เจ้าขาวลดความเร็วลง พวกนางก็สามารถ​ตามทันได้
ยิ่งไปทางใต้ อากาศก็ยิ่งชื้น สุดท้ายเหมือนมีไอน้ำปกคลุมใบหน้า หลังจากข้ามภูเขาหลายลูก…เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกหลายวัน
ในที่สุดก็มีเมืองเล็กๆปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
นี่คือที่อยู่อาศัยสุดท้ายก่อนถึงชายฝั่ง…เมืองหนานหลิ่ง
เมืองนี้ไม่ใหญ่ แต่มีทุกอย่างที่ควรมี
โรงแรม ร้านอาหาร โรงน้ำชา…มีครบถ้วน​
อีกอย่าง…เนื่องจากที่นี่ติดทะเลจึงได้กลิ่นคาวทะเลมาแต่ไกล
หลังจากผ่านป้าย "เมืองหนานหลิ่ง" ก็มีร้านขายอาหารทะเลสองข้างทาง เเถมราคาไม่แพงเลย
หนานซูมีชายฝั่งทะเล
ภูเขาก็กินของจากภูเขา เเม่น้ำก็กินของจากเเม่น้ำ…สำหรับ​อาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นตงชิ่งหรือต้าเซิ่ง ก็ไม่มี
โอกาสสัมผัสวิถีชีวิตเเบบของที่นี่
ก่อนมา หนิงเซียงและเจาเจาเปลี่ยนเป็นชุดพื้นเมืองของหนานซู
เเถมไม่ต้องให้เฉินซานซือสั่ง พวกนางก็ออกไปสืบข่าว จนได้รู้ว่า…ที่นี่มีเซียน
…
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง!” ชายชราคนหนึ่งกล่าว
“ข้าเห็นกับตา คืนนั้นมีเซียนเหยียบดาบบินอยู่บนท้องฟ้า!”
“พวกเจ้ามาจากเมืองหลวงหรือ?...พวกเจ้าก็มาขอพบเซียนใช่ไหม?”
“บอกไว้ก่อนนะ…ที่นี่ไม่เพียงแต่มีเซียน เเต่ยังมีปีศาจด้วย!”
“เเถมก่อนหน้านี้มีเซียนคนหนึ่ง ตายหน้าประตูเมืองของพวกเรา!”
“นั่นไง~ มีประกาศจับปีศาจอยู่ข้างหน้า!”
เฉินซานซือที่ปลอมตัวอยู่สังเกตเห็น ว่าตอนนี้มีผู้​ฝึกยุทธระดับสูงของหนานซูหลายคนบนถนน
พวกเขาสวมชุดของเจ้าหน้าที่ แต่ในที่ห่างไกลเช่นนี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีระดับพลังเปลี่ยนพลังขึ้นไปมากมายขนาดนี้… แม้แต่ระดับเเก่นเเท้สวรรค์ก็มี
เห็นได้ชัดว่า คนของหนานซูก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่นี่ จึงแอบส่งคนมาสอดส่อง​
ครั้งนี้ เดิมทีเฉินซานซือต้องการหาทางเข้าดินแดนเซียน แต่เมื่อมาถึงที่นี่ "เซียน" กลับแห่กันมาที่ "โลกมนุษย์"....แสดงว่าที่นี่อาจมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
เเถมยังมีปีศาจที่ไล่ฆ่าเซียน จนหนานซูต้องออกประกาศจับ
เขาเดินไปตามถนน ไม่นานก็เห็นประกาศจับที่ลานประหาร
บนประกาศ มีรูปวาดอยู่รูปหนึ่ง
……………….